วันเวลาปัจจุบัน 09 เม.ย. 2020, 18:46  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 มี.ค. 2020, 05:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3737


 ข้อมูลส่วนตัว


แม่นสิอยู่ใกล้ครูบาอาจารย์ดีปานใด๋ก็ตามส่าง ถ้าเฮาเฮ็ดบ่ดี ก็ยิ่งเป็นบาปเป็นกรรมนะ

แม่นสิบ่อยู่ใกล้ครูบาอาจารย์ แต่เฮาน้อมเอาคำเพิ่นบอกเพิ่นสอนมาปฏิบัติตามแนวทางที่เพิ่นวางไว้ให้ ทำแล้วเป็นมรรคเป็นผล นั่นละคือผู้อยู่ใกล้ครูบาอาจารย์...นั่นคือชื่อว่าลูกศิษย์เพิ่น

โอวาทธรรม
หลวงปู่ประเสริฐ สิริคุตฺโต










#พระธรรมคำสอนของ
#หลวงปู่มั่น_ภูริทัตโต

#อริยสัจจ_๔ ความจริงอันประเสริฐ หรือ
ความจริงที่ทำให้ผู้ปฎิบัติเข้าถึงกายอันเป็นอริยะมีอยู่สี่ประการ คือ

#๑ทุกข์ คือ การเกิด การแก่ การเจ็บ การ
ตาย ล้วนเป็นสิ่งที่นำมาซึ่งความทุกข์ทั้งปวง
#๒สมุทัย สาเหตุแห่งการเกิด ทุกข์ เหตุ
ซึ่งทำให้เกิดความทุกข์คือตัณหาและกิเลส ความอยากได้ทั้งปวง
#๓นิโรธ การดับลงของความทุกข์ การดับ
ซึ่งทุกข์ทั้งมวล
#๔มรรค หนทางแห่งการดับทุกข์ คือการปฏิบัติตนตามหลักอริยมรรคมีองค์ ๘

#อริยมรรค_๘

"เมื่อพระพุทธองค์ทรงประทับอยู่ที่สวนกวาง พระองค์ทรงตรัสสอนถึงกงล้อแห่งธรรม ทรงเลือกกงล้อเกวียนที่มีซี่ ๘ ซี่ และตรัสสอนถึงทางแห่งอริยะ ๘ ประการ คือทางที่เป็นไปเพื่อการพ้นทุกข์ที่พระองค์ทรงได้ ตรัสรู้แล้วด้วยปัญญายิ่ง สติ ทำให้เกิด ปัญญาญาณนั้น คือความรู้ยิ่ง ที่นำมาซึ่งความสงบ และการเข้าถึงซึ่งพระนิพพาน.. "

#๑สัมมาทิฏฐิ คือ ปัญญาที่เห็นชอบ หมายถึง ปฎิบัติดี การปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมตามความเป็นจริงด้วยปัญญา

#๒สัมมาสังกัปปะ คือ ดำริชอบ หมายถึง คิดดี การใช้สมองความคิดพิจารณาแต่ในทางกุศลหรือความดีงามทั้งปวง

#๓สัมมาวาจา คือ เจรจาชอบ หมายถึง พูดดี การพูดต้องสุภาพ และอยู่ในสิ่งที่สร้างสรรค์และดีงาม

#๔สัมมากัมมันตะ คือ ประพฤติดี การประพฤติดีงาม ทางกายหรือกิจกรรมทางกายทั้งปวง

#๕สัมมาอาชีวะ คือ การทำมาหากินอย่างสุจริตชน ไม่คดโกง เอาเปรียบคนอื่น ๆ มากเกินไป

#๖สัมมาวายามะ คือ ความเพียรพยายาม
ในการไม่ก่อบาป ละซึ่งการกระทำอกุศลกรรมทั้งปวง และหมั่นสร้างบุญสร้างกุศล ที่เกิดให้คงอยู่และทำให้ดียิ่งๆขึ้นไป

#๗สัมมาสติ คือ การมีสติ การไม่ปล่อยให้
เกิดความประมาท กำหนดจิตไม่ให้เลื่อนลอย ดำรงอยู่ด้วยความรู้ตัวเราในทุกขณะจิต

#๘สัมมาสมาธิ คือ กำหนดสมาธิ การฝึกจิต
ให้ตั้งมั่น สงบ ปล่อยวาง ปลดพันธนาการจากกิเลส ทั้งปวง กำหนดสมาธิให้เป็นปกติ

"ความรู้ในเรื่องของ ความจริง
สรรพสิ่งนั้นไซร้ ล้วนแต่ ย่อมมีการสูญเสีย เป็นสิ่งสุดท้าย มีเกิดมา แล้ว ก็ต้องมีจากไป ทุกอย่างในโลกนี้ ล้วนอยู่ในกฏของธรรมชาติ มีกรรม เป็นผู้กำหนด ทุกอย่างที่เกิดมานั้น ย่อมเปลี่ยนแปลงได้ ตลอดเวลา ไม่มีสิ่งใดคงที่ และไม่มีสิ่งใดที่ยั่งยืน ทุกสรรพสิ่งนั้นล้วนเปลี่ยนแปลงไปๆ เป็นอนิจจัง สิ่งที่ยั่งยืนที่แท้จริงแล้วนั้น คือ ความดี.. "

#หลวงปู่มั่น_ภูริทัตโต










#การปฏิบัติธรรมมีความสม่ำเสมอจึงเรียกว่าปฏิบัติธรรม

"เราปฏิบัติธรรมก็คือปฏิบัติตัวของเราให้เป็นไปเพื่อความเจริญทั้งโลกนี้และโลกหน้า โลกมนุษย์ โลกผี โลกคน โลกเทวบุตรเทวดา ไปจากการกระทำความดีชั่วของมนุษย์นี้แหละ เราเป็นผู้ทำในเวลาเป็นมนุษย์ แต่ทำลงไปแล้วผลแห่งการกระทำของเรากดขี่บังคับเราให้ไปเป็นเปรต เป็นผี เป็นสัตว์นรกอเวจี จมอยู่ในนรกกี่กัปกี่กัลป์​ ไม่มีทางฟื้นขึ้นมาได้ก็มีแยะ แล้วความดีนี้พยุงส่งเสริมเจ้าของผู้ทำความ
ดีงามให้สูงขึ้นเป็นลำดับเอา ชาตินี้เป็นมนุษย์ เป็นมนุษย์ก็มีคนนับหน้าถือตา มีคนชมเชยสรรเสริญ กราบไหว้บูชาเป็นลำดับลำดาไป
ไปที่ไหนเป็นความร่มเย็นแก่ประชาชนทั่วๆ ไป นี่คือคนมีธรรม ไปที่ไหนใครอยากคบค้าสมาคม ผิดกันกับคนตระหนี่ถี่เหนียวอันเป็นเรื่องกิเลสล้วนๆ คือความเห็นแก่ตัวได้เท่าไรไม่พอๆ สุดท้ายก็ตายทิ้งเปล่าๆ คนที่ได้ไม่พอกับคนผู้พิจารณาแล้วโดยอรรถโดยธรรมให้มีความพอดิบพอดีประจำตน เวลาตายไปแล้วต่างกันมากนะ คนที่เห็นแก่ตัวมากๆ ก็คือเห็นแก่กิเลส ตายลงไปแล้วมีแต่จม.. "
----------------------
#หลวงตาพระมหาบัว_ญาณสัมปันโน
#เทศน์อบรมฆราวาส_ณ_สวนแสงธรรมกรุงเทพ
เมื่อค่ำวันที่ ๒๔ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐










#อานิสงค์ของการสวดมนต์

การเจริญพุทธมนต์สวดพุทธมนต์สวดบ่อยๆสวดอยู่เรื่อยๆ สวดอยู่ทุกขณะลมหายใจยิ่งดี ไม่ต้องว่ามาสวดเดือนละครั้ง สวดได้ทุกขณะหายใจเข้าหายใจออกยิ่งดี พระพุทธเจ้าท่านสรรเสริญ เหมือนบุคคลเจริญกรรมฐานระลึกถึงมรณะสติกรรมฐานนั่นแหละระลึกถึงความตาย บางครั้งท่านก็ถามพระภิกษุสามเณร ถามอุบาสกอุบาสิกาว่า ท่านระลึกถึงความตายวันละกี่ครั้ง บางคนก็ครั้งหนึ่ง บางคนก็ 2 ครั้ง 3 ครั้งบางคนก็ลืมไปไม่ได้ไม่ได้ระลึกเลย บางคนก็ 10 ครั้งก็มี 20 ครั้งก็มี พุทธองค์ก็ยังว่ามันยังห่างไปอยู่ ถ้าทำได้ทุกขณะทุกลมหายใจนะดีมาก อันนี้พูดถึงแนวปฏิบัติ มีหลายคนหลายครอบครัวที่เป็นครอบครัวธรรมะ แล้วก็พาลูกเข้าวัด เจริญสวดพุทธมนต์พุทธคุณมาตลอด อย่างครอบครัวหนึ่งเขาพูดให้เป็นแบบอย่าง ตัวอย่างโดยที่ลูกเขานั่นแหละเป็นคนเขียนขึ้นมา บรรยายเผยแผ่ให้คนทั้งหลายได้รับรู้รับทราบว่า การที่เขาเกิดมาแล้ว เขาได้สวดมนต์ ได้เป็นพุทธศาสนิกชนหรือว่า เป็นพุทธมามะกะเป็นผู้ที่นับถือพุทธศาสนา แรกๆครอบครัวนี้ก็เหมือนคนทั่วๆไปนั่นแหละพอชอบพอกันก็ตกลงปลงใจก็มาแต่งงานกันอยู่ด้วยกันต่อมาก็มีลูก ภรรยาตั้งครรภ์และก็มันมีเหตุบังเอิญไม่ครบเดือนที่กำหนดไว้ ได้แค่ 6 เดือนก็คลอดออกมาแล้ว ทั้งโรงพยาบาลก็เอาเข้าตู้อบห้องอบอะไรต่ออะไรทำไป หมอก็ไม่รับรองว่าจะรอด เพราะว่าเด็กมันไม่สมบูรณ์ น้ำหนักก็ไม่ได้เกณฑ์ อะไรต่ออะไร แต่ว่าความรักของพ่อแม่นั้นยิ่งใหญ่มาก เมื่อก่อนเป็นลูกคนนี่เราก็ไม่ได้คิดไม่ได้สำนึกไม่ได้สำเหนียกเท่าไหร่หรอก ว่าการเป็นพ่อเป็นแม่นั้นยิ่งใหญ่ขนาดไหน ต่อเมื่อมีลูกขึ้นมาและลูกคนแรกด้วยแล้วกัน มันความรู้สึกมันเปลี่ยนไป ว่ารักลูกมันยิ่งใหญ่มาก เงินทองไม่มีก็ต้องหยิบยืมมา บางครั้งก็ต้องโกหกหมอ ยังไงก็ได้เพื่อให้ชีวิตลูกนี้อยู่ได้ รอดออกมาได้ หมอก็พูดในแนวที่ว่าพวกคุณจะจ่ายไหวไหม มันต้องใช้เงินมากใช้อุปกรณ์มาก พ่อกับแม่นี่ทำได้เพื่อลูก ทำได้ ถึงกับลงทุนโกหกหมอ หมอก็พูดว่าถ้ามีทรัพย์มีเงินพอก็ช่วยได้ ก็รอดมาได้แต่ว่ามันก็ไม่สมบูรณ์ ต่อมาก็เจริญเติบโตขึ้นมาได้ปี 2 ปี 3 ปี แต่มันก็ 3 วันดี 4 วันเข้าโรงพยาบาลหาหมออยู่ตลอด ก็มีคนคนหนึ่งที่เคยเข้าวัด ไปสวดมนต์ไปฟังเทศน์เป็นผู้ใจบุญนั่นแหละ เห็นแล้วก็สงสาร เพื่อนบ้านกันแหละ เอาอย่างนี้ดีไหมคุณ คุณก็ทำทุกอย่างแล้ว หมอที่ไหนดีๆคุณก็พาไปทุกอย่างแล้ว แต่มันก็ยังไม่ดีขึ้น ก็เอาทำบุญเอาทางพระเข้าช่วยบ้างจะดีไหม มันก็ไม่เสียหายอะไร ก็พาลูกไปสวดมนต์ไปไหว้พระ เข้าวัดไปฟังเทศน์ฟังธรรมบ้างบางโอกาส บางเวลา พ่อกับแม่ก็มาปรึกษากันเอง มันก็ไม่เสียหายอะไร แล้วก็ไปวัดเหมือนพุทธสถานเรานี่แหละ จะพาลูกมากราบ ใหม่ๆก็ฝืนใจอยู่บ้างล่ะ เพราะไปมันไม่ใช่มีแต่เราไปวัด มีเพื่อนมีกัลยาณมิตรบ้านโน้น บ้านนี้ ครอบครัวนั้น ครอบครัวนี้เขาก็มาสวด เขาก็มาไหว้พระ เขาก็มาจุดธูป เขาก็มานั่งสมาธิ ก็มาเวียนเทียนหลายวันเข้าก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ ลูกได้กราบพระกราบเจ้า มันก็ดีวันดีคืนขึ้น แล้วก็ทำเป็นด้วย เห็นผู้ใหญ่นั่งสมาธิมันก็ไปฝึกนั่ง สวดมนต์ก็หลายๆวันก็จำได้ก็ดีขึ้นดีขึ้น จนกระทั่งเข้าโรงเรียน ก็ดีวันดีคืนพ่อแม่ก็ทำมาหากินก็เจริญรุ่งเรืองขึ้น จนกระทั่งสามารถมีทุนมีรอนที่จะลงทุนลงรอนตั้งบริษัทอะไรขึ้นมาได้ จนอายุ 14 ปีเริ่มแตกวัยรุ่นเป็นสาว กรรมวิบากมันมาก วันหนึ่งก็รีบร้อนลุกลนจนเกินไป ก็ตกบันได ตกบันไดแม่เรียกมากินข้าว รีบร้อนเกินไป ก็เลยบันได เลยเจ็บหนักเลือดออกทั้งปาก ทั้งจมูกอะไรต่ออะไร ก็สลบไปเลย พ่อกับแม่พาไปหาหมอ แล้วก็สวดมนต์พ่อกับแม่นี่สวดมนต์ หมอก็ตรวจดูแล้วก็อาการหนักมากคงไม่ไหวหรอก ปรากฏว่าเด็กสาวคนนั้นวิญญาณมันหลุดร่วงออกจากร่าง มีนายนิรบาล ความรู้สึกของเขานายนิรบาลมาเอา มานำวิญญาณไป เขาก็ได้ยินเสียงสวดมนต์ของพ่อแม่ พ่อแม่ก็ด้วยความรักลูกมันหมดทางแก้แล้วก็ไปนั่งอยู่คนละข้างเตียงคนป่วยของลูก ก็สวดมนต์ พากันสวดอิติปิโส กลับไปกลับมา คือความรักลูกยังไงก็ได้ก็ขอให้ลูกได้กลับคืนฟื้นขึ้นมา ทั้งด้านโน้น ทางด้านวิญญาณเขาก็ต้องไป ทั้งๆที่เขาห่วงพ่อห่วงแม่ แต่วิญญาณไม่สามารถที่จะไปกอดไปจับพ่อแม่ได้ ก็เลยต้องจำใจต้องไปเขาก็ว่าต้องไปพบพญายม ยมบาลก่อน ไปพูดเอง ก็ให้นางหนูคนนี้ไปพูด เขาก็พาไป ไปกระทั่งถึงที่แห่งหนึ่ง ผู้มีอำนาจนั่นแหละ เขาก็ไปเขาก็สวดมนต์เป็น ปรากฏว่าผู้มีอำนาจนั้นถามว่า หนูแกสวดมนต์ได้ไหมก็เลยตอบไปว่าสวดได้ค่ะสวดได้ งั้นให้ฟังหน่อย มันก็สวด อิติปิโสภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ตามที่พ่อแม่เขาสอนมา ไอ้นี่มันเก่ง มันยังมีบุญอยู่ กรรมวิบากมันก็มีอยู่บ้าง ผู้มีอำนาจนั้นก็เลยบอกว่าเอาเขาไปส่งเขามีบุญอยู่ เขายังไม่หมดอายุ พอพูดแค่นั้นก็เสียงสวดมนต์ก็ได้ยินอยู่ นายนิรบาลก็กลับมาส่ง พ่อกับแม่สวดมนต์อยู่ข้างเตียงนอน ยังไม่ยอมให้หมอทำอะไรเลย หมอก็บอกว่าลูกคุณตายแล้ว ชีพจรอะไรก็หมดไปแล้ว พ่อกับแม่ยังหวังอยู่ลึกๆ สวดมนต์ไม่หยุดไม่หย่อน ที่สุดนายนิรบาลก็กลับมาส่ง ทันการพอดีเลย พยาบาลปั๊มหัวใจอยู่ ความรู้สึกของเด็กสาวคนนั้นก็ฟื้นขึ้นมานั่ง ได้อานิสงส์ของการสวดมนต์ บางครั้งบางคราว ก็สามารถปัดเป่าภัยพิบัติอะไรต่ออะไรได้ดีมากพอสมควรอยู่แล้วหลังจากนั้นเขาก็หมดวิบากกรรม ชีวิตก็เจริญรุ่งเรืองจนกระทั่งอายุ 20 กว่าปี 3 พ่อแม่ลูกก็เจริญรุ่งเรือง ก็ไม่ลืมวัดไม่ลืมไปสวดมนต์อยู่ทุกวันทุกโอกาสที่มี ก็ไป ความเป็นอยู่ก็เจริญรุ่งเรือง โภคสมบัติก็ไม่ได้ฝืดเคืองอะไร เป็นอานิสงส์ของการสวดมนต์ เขาก็ทำมาเรื่อยๆไม่ใช่ว่าทำวันสองวันแล้วก็จะหยุดไป มาทำเป็นปกติ อันนี้เป็นการทำดี บำเพ็ญบุญกุศลคุณงามความดี ถ้าเราทำสม่ำเสมอติดต่อกันไปเรื่อยๆ มันก็มีผลมีอานิสงส์ สามารถที่จะปัดเป่าอุปสรรคทั้งหลายทั้งปวงลงได้ แม้แต่ครูบาอาจารย์ท่านไปอยู่ตามเขา ตามถ้ำตามเหวอะไร ท่านก็มีนี่แหละ มีสวดพุทธมนต์ บางทีมันเดินจงกรมเมื่อยล้า บางทีก็นั่งสมาธิมันก็ปวดโน่นปวดนี่ ก็มาผ่อนคลายด้วยการสาธยาย สาธยายมนต์นี่แหละ ก็คือสูตรต่างๆ ถ้าไม่ได้อะไรมากก็ พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ อิติปิโส ครูบาอาจารย์พาสวด 9 จบ 9 จบนี่ก็ถือว่าเป็นมงคลดี แต่ถ้าจะพิสดารกินก็เอา 108 จบ บ้านเรานี่ก็ความนิยมมันก็ไม่ค่อยจะเห็นเท่าไหร่ แต่ถ้าไปประเทศพม่าแล้ว เขาไปไหว้เจดีย์ไปอะไรเขาจะมีลูกประคำ แต่ก็ไม่ได้ถามใครเลยว่าเขาสวดอะไร และเขาจะนั่งสวดแล้วก็จะนับลูกประคำไปด้วย เขาคงจะสวดมนต์ สวดไหว้ สวดในใจไปเรื่อยๆ ลูกประคำมันก็ 108 ลูก เหมือนกับเราสวด 108 ใช้เวลาเป็นชั่วโมง 2 ชั่วโมงก็เสร็จ สวดคนเดียว สวดเร็วมันก็สวดได้มาก อันนี้เป็นส่วนหนึ่ง ที่ฝากเป็นคติเตือนใจ

โอวาทธรรม พระครูอุดมวนานุรักษ์ (หลวงพ่อสมหมาย ปิยธัมโม) วัดป่าอุดมวนาสันต์ (สาขาวัดหนองป่าพงที่31 ) อำเภอนาเยีย จังหวัดอุบลราชธานี











ศีล คือ รั้วกันความเบียดเบียน และทำลายสมบัติร่างกาย และจิตใจของกันและกัน ศีล คือพืชแห่งความดีอันยอดเยี่ยม ที่ควรมีประจำชาติมนุษย์ ไม่ปล่อยให้สูญหายไป เพราะมนุษย์ไม่มีศีลเป็นรั้วกั้น เป็นเครื่องประกันตัว จะไม่มีที่ให้ซุกหัวนอนหลับสนิทได้โดยปลอดภัย

แม้โลกเจริญด้วยวัตถุจนสูงกว่าพระอาทิตย์ แต่ความรุ่มร้อนแผดเผา จะทวีคูณยิ่งกว่าพระอาทิตย์ ถ้ามัวคิดว่าวัตถุมีค่ามากกว่าศีลธรรม ศีลธรรมเป็นเพียงสมบัติของมนุษย์ พระพุทธเจ้าผู้ค้นพบ และนำมาประดับโลก
ที่กำลังมืดมิดให้สว่างไสวร่มเย็น ด้วยอำนาจศีลธรรมเป็นเครื่องปัดเป่า ความคิดมนุษย์
ผู้มีกิเลสผลิตอะไรออกมาทำให้โลกร้อนจะบรรลัยอยู่แล้ว ยิ่งปล่อยให้ความคิดตามอำนาจโดยไม่มีศีลธรรมช่วยเป็นยาชโลมไว้บ้าง จะผลิตยักษ์ใหญ่ทรงพิษขึ้นมากว้านกิน
มนุษย์ จนไม่มีอะไรเหลืออยู่บ้างเลย

ความคิดของคนสิ้นกิเลสที่ทรงคุณอย่างสูง คือพระพุทธเจ้ามีผลให้โลกได้รับความร่มเย็นซาบซึ้ง กับความคิดที่เป็นกิเลส มีผลให้เองและผู้อื่นได้รับความเดือดร้อนจนคาดไม่ถึง ผิดกันอยู่มาก ควรหาทางแก้ไข ผ่อนหนักให้เบาลงบ้าง ก่อนจะหมดทางแก้ไข ศีล จึงเป็นเหมือนยาปราบโรค ทั้งโรคระบาดและเรื้อรัง
---------------------------------------
#พระอาจารย์มั่น_ภูริทัตโต








" ไส้เทียนที่เขาควั่นแล้ว
จุดไฟขึ้นแม้เพียงเล่มเดียว
สามารถจะทำลายเผาบ้าน
เมืองให้พินาศไปได้ฉันใด

"สติ" อันเดียวนี้ ก็สามารถ
ทำลายแผดเผาความชั่วร้าย
ในตัวเรา คือ กิเลส อวิชชา
ตัณหา อุปาทาน ให้พินาศ
หมดสิ้นไปได้
สติจึงเป็นตัว "ตปธรรม"

(ตปธรรม แปลว่าเครื่อง
แผดเผา)

โอวาทธรรม
ท่านพ่อลี ธัมธโร










" ให้ "สติ" นี้แหละ เป็น
ผู้ระลึกอยู่ทุกความคิด
ที่เกิดขึ้น เมื่อมีสติอยู่
ก็จะเห็นว่า "ความคิดนึก
เหล่านั้น มันเกิดขึ้น
มันก็ดับไป เกิดขึ้นก็ดับไป
เท่านั้นเอง"

ไม่ให้จิตใจหลงใหลไปกับ
ความคิดความนึกของ
ดวงจิต อันนั้นเรียกว่า
"ไม่ใช่สัตว์ไม่ใช่บุคคล
ไม่ใช่ตัวตนของเราเหมือนกัน"

เมื่อรู้เข้าใจจิตใจ จะได้
"ปล่อยวาง" จะได้
"สงบระงับ" ตั้งมั่นอยู่
ภายในจิตใจดวงที่รู้อยู่นี้ "

โอวาทธรรม
หลวงปู่สิม พุทธาจาโร










"เราเกิดมาเพราะกรรมของเรา
ถ้าเราทำดี มีบุญกุศลในอดีต
เราเกิดมาก็ต้องดีกว่านี้
ถ้าจะทำให้ดีกว่านี้ต้องทำยังไง
ก็ต้องสร้างให้มากกว่านี้
สร้างคุณงามความดี
สร้างบุญสร้างกุศลใส่ใจของเรา"

- หลวงพ่ออินทร์ถวาย สนฺตุสฺสโก











"อานิสงส์ของการแผ่เมตตา
มนุสสานัง ปิโย โหติ
เป็นที่รักของมนุษย์
เทวะตา รักขันติ
เทวดาย่อมคุ้มครองรักษา
ศาสตราอาวุธยาพิษ
ไม่ถูกต้องบุคคลผู้นั้น
คุณไสยใครทำมาแล้ว มันจะ
สะท้อนมาเล่นงานเจ้าของเอง"

- หลวงพ่อพุธ ฐานิโย










"โลกนี้อยู่ยากขึ้นทุกวัน
ต้องอาศัยการควบคุมตนให้ได้
ใจให้สงบระงับ มั่นคง บริสุทธิ์อยู่
ไม่เบียดเบียนใครผู้ใด เช่นนี้
ก็พอจะอยู่ได้บ้างอย่างมีสุข"

หลวงปู่จาม มหาปุญโญ









“จุดมุ่งหมายของการสวดมนต์
คือ ทำใจของเราให้มีที่อยู่อาศัย
คนเราที่ทุกข์ใจไม่หยุดยั้ง เพราะใจไม่มีที่พึ่ง
ถ้ามีบทสวดมนต์เป็นที่พึ่ง
เวลาทุกข์มันจะไปสวดของมันเอง
แล้วมันก็ลืมทุกข์ลืมยากไปได้”

หลวงพ่อพุธ ฐานิโย










#ยึดมั่นในคำสอนของพระพุทธเจ้าและตามรอยธรรมหลวงปู่ครูอาจารย์

..... พิจารณาร่างกายของเรา ผมตัดออกไป ขนโกนออกไป เล็บตัดออกไป ฟันถอนออกไป หนังก็เหมือนกันลอกออกไป แล้วผม ขน เล็บ ฟัน หนังที่ออกไปนั้นเป็นคนหรือเป็นของทิ้ง

มันเป็นของทิ้งทั้งนั้น ไปยึดว่าของทิ้งนั้นเป็นของเรา

#เราเป็นนักบวชอย่าให้มีคำว่าชอบใจและไม่ชอบใจ

.... นี่แหละกิเลสมันกินหัวเราอยู่ เราจะต้องฝนออกไป กิเลสมันหนากว่าทั่ง ต้องฝนมันออกไป ลับมันออกไป ให้มันจาง ให้มันบางลงไปให้ได้

ไปหลงมันอยู่ได้ ทั้งๆ ที่มันเป็นของทิ้ง ของตาย ของปฏิกูล .

"หลวงปู่แบน ธนากโร"











เมื่อยกอุบายใดขึ้นมา. แล้วจิตมีความสลดสังเวช. อุบายนั้นเป็นอันถูกต้อง.

โอวาทธรรม
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร