วันเวลาปัจจุบัน 28 ต.ค. 2020, 06:26  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


อ่านกรรมแห่งกรรมจากบอร์ดเก่า
http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=4



กลับไปยังกระทู้  [ 50 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ก.พ. 2013, 14:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ม.ค. 2010, 13:41
โพสต์: 57

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: รายละเอีดของเรื่องต่อไปนี้ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับเกล้ากระผมเอง ซึ่งหลายท่านที่เจริญกัมมัฎฐาน
คงมีประสบการณ์แปลกๆเกิดขึ้น แต่ไม่อาจจะบอกกล่าวเล่าให้ใครฟังได้
ส่วนที่ที่ยังไม่ประสบ ท่านที่คิดว่าไม่น่าเชื่อ และท่านที่ไม่เชื่อ ขอให้คิดซะว่าเป็นนิทานนะครับ
ผมเองได้ปฏิบัติกัมมัฎฐานมา (ที่จริงๆ จังๆ) ตั้งแต่ปี 2551จนได้รู้ได้เห็นเรื่องของตนเองจนหมดข้อสงสัยแล้ว เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2555 ขณะที่ผมเจริญกัมมัฏฐาน จนกระทั่งเวลาประมาณห้าทุ่มกว่านั้น
ได้เกิดมีเสียงๆ หนึ่งร้องดังขั้นมา เป็นเสียงที่ดดังมาก และเป็นเสียงที่ตั้งแต่เกิดมาก็ยังไม่เคยได้ยินมาก่อน
และขณะเดียวกันจิตด้านในก็แจ้งบอกมาว่าเปรตในสติที่รู้นั้นแจ้งว่าเขามาจากที่ไกล มาขอส่วนบุญจากนั้นจิตก็แจ้งกลับไปว่า จะทำบุญอุทิศกุศลส่งไปให้ ในวันต่อมาผมได้ทำบุญตักบาตร และอุทิศกุศลให้แก่เขาไป ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่เจอเหตุการเช่นนี้อีก
แต่ทุกวันนี้ผมก็ยังแผ่กุศล และเมตตาจิตให้เขาเสมอ
หลายท่านที่ประสบเหตุการณ์ต่างๆแต่ไม่อาจเล่าให้ใครๆฟังได้ด้วยหลายสาเหตุ หลายปัจจัย
อาจจะเป็นด้วยความเชื่อส่วนบุคคล หรือปฏิบัติแล้วตนเองไม่เคยประสบ ......................
ท่านที่มีประสบการณ์ต่างๆ ช่วยกล่าว เล่าขานให้ฟังด้วยนะครับ :b8:
สิ่งที่เราไม่เห็น ใช่ว่าจะไม่มี
สิ่งที่เขาว่ามี ใช่ว่าจะเห็นได้ทุกคน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ก.พ. 2013, 15:09 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ธ.ค. 2012, 16:46
โพสต์: 412

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เสียงที่ ได้ยิน อาจจะเป็น จิตที่คิดไปเองก็ได้ครับ

จิตอาจจะปรุงแต่งหลอกเราในด้่านที่เป็นกุศลก็ได้นะครับ

เวลาฝึกต้องระวังจุดนี้ไว้ด้วยนะครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ก.พ. 2013, 15:35 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 12:27
โพสต์: 2372

แนวปฏิบัติ: ปฏิจจสมุปบาท และกรรมฐาน
งานอดิเรก: สวดมนต์รภาวนา
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


คุนน้องก็มีประสบการณ์แปลกๆค่ะ แต่เวลานั่งกรรมฐานหรือจะเรียกบำเพ็ญภาวนาทางจิตก็ได้ คุณน้องไม่เคยเห็นหรือได้ยินเสียงอะไร ยกเว้นเสียงวิ้งๆ คุนน้องระลึกถึงแต่พระพุทธองค์ :b8: แต่มีเรื่องประหลาดเกิดขึ้นคือ คุนน้องตั้งใจจะไปเจอลูก สมมุตติตั้งใจวันนี้ว่าพรุ้งนี้จะไปเจอลูกและจะไปดูหน้าตาพี่เลี้ยงเด็กคนนั้น แต่พอคุนน้องสวดมนทำสมาธิหลับฝัน คุนน้องก็ฝันว่าไปหาลูกและเห็นพี่เลี้ยงซึ่งอายุแก่มากแล้วน่าจะ50+และคุนน้องจำหน้าตาเค้าได้แม่นยำมาก แต่คุนน้องไม่เคยเห็นหน้าตาเค้ามาก่อนพอคุนน้องไปเจอแค่นั้นแหละ wink เค้าหน้าตาเหมือนที่คุนน้องฝันเห็น ผมหยักโซก แก่ๆหน้าตา เหมือนในฝันเดะ แต่คุนน้องก็เฉยๆเพราะพูดหรือบอกใครไปเค้าก็หาว่าเราโม้ คุนน้องไม่อยากมีอัตตากับคนพวกนี้เด่วได้ท้าฟ้าท้าดินเป็นพยานในสิ่งที่คุนน้องพูดจริงอีก เด่วงานจะเข้ากับคนพวกนั้น :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ก.พ. 2013, 20:44 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33852

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ด.ช. ฉันทะ เขียน:

:b8:รายละเอีดของเรื่องต่อไปนี้ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับเกล้ากระผมเอง ซึ่งหลายท่านที่เจริญกัมมัฎฐาน
คงมีประสบการณ์แปลกๆเกิดขึ้น แต่ไม่อาจจะบอกกล่าวเล่าให้ใครฟังได้
ส่วนที่ที่ยังไม่ประสบ ท่านที่คิดว่าไม่น่าเชื่อ และท่านที่ไม่เชื่อ ขอให้คิดซะว่าเป็นนิทานนะครับ
ผมเองได้ปฏิบัติกัมมัฎฐานมา(ที่จริงๆจังๆ)ตั้งแต่ปี 2551จนได้รู้ได้เห็นเรื่องของตนเองจนหมดข้อสงสัยแล้ว เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2555 ขณะที่ผมเจริญกัมมัฏฐาน จนกระทั่งเวลาประมาณห้าทุ่มกว่านั้น
ได้เกิดมีเสียงๆหนึ่งร้องดังขั้นมา เป็นเสียงที่ดดังมาก และเป็นเสียงที่ตั้งแต่เกิดมาก็ยังไม่เคยได้ยินมาก่อน
และขณะเดียวกันจิตด้านในก็แจ้งบอกมาว่าเปรตในสติที่รู้นั้นแจ้งว่าเขามาจากที่ไกล มาขอส่วนบุญจากนั้นจิตก็แจ้งกลับไปว่า จะทำบุญอุทิศกุศลส่งไปให้ ในวันต่อมาผมได้ทำบุญตักบาตร และอุทิศกุศลให้แก่เขาไป ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่เจอเหตุการเช่นนี้อีก
แต่ทุกวันนี้ผมก็ยังแผ่กุศล และเมตตาจิตให้เขาเสมอ
หลายท่านที่ประสบเหตุการณ์ต่างๆแต่ไม่อาจเล่าให้ใครๆฟังได้ด้วยหลายสาเหตุ หลายปัจจัย
อาจจะเป็นด้วยความเชื่อส่วนบุคคล หรือปฏิบัติแล้วตนเองไม่เคยประสบ ......................
ท่านที่มีประสบการณ์ต่างๆ ช่วยกล่าว เล่าขานให้ฟังด้วยนะครับ :b8:
สิ่งที่เราไม่เห็น ใช่ว่าจะไม่มี
สิ่งที่เขาว่ามี ใช่ว่าจะเห็นได้ทุกคน



ใช้กัมมัฏฐานอะไรครับ

เปรตร้องเสียงดัง ร้องว่าไงครับ

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ก.พ. 2013, 21:43 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 เม.ย. 2010, 08:10
โพสต์: 2812

แนวปฏิบัติ: ขันธ์5ด้วยการสังเกตุ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ และอินทรีย์22
สิ่งที่ชื่นชอบ: พระสุตตันตปิฎก
อายุ: 0
ที่อยู่: ระยอง อุบลราชธานี

 ข้อมูลส่วนตัว


ส่วนตัวตอนที่เรียนมัธยม ในตอนดึกประมาณตี3 รู้สึกตัวขึ้นมาเหมือนมีอะไรมาดลใจให้ตื่นในเวลานั้น ไม่กี่นาทีต่อมาปรากฏถึงเสียงหวีดร้องแต่ส่งพลังออกไปทั่วบริเวณ นานประมาณ 1 นาที มีความรู้สึกดังมากๆ เหมือนว่าเสียงนั้นมาจากข้างฝาบ้านใกล้ๆที่เรานอน(ชั้น2) ก็รู้สึกสงสัยว่าเป็นเสียงเปรตหรือปล่าว เพราะได้ยินได้ฟังเรื่องเล่าแล้วมีความใกล้เคียงด้วยความคิดเห็น

ตื่นเช้าขึ้นมาก็อดไม่ได้ที่จะเล่าให้ลูกพี่ลูกน้อง และพี่สาวที่นอนอีกห้อง ปรากฏว่าได้ยินเหมือนกัน เหตุการณ์แบบเดียวกันได้เกิดอีกครั้งประมาณปีถัดมา ก็รู้สึกว่าเชื่อมากในตอนนั้นว่าต้องเป็นเปรตแน่นอน

ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่ได้ยินเสียงแปลกๆอีกเลย

ตอนนี้คิดว่าอาจจะเป็นเสียงรถหรือเสียงนกอะไรแบบนั้น จึงคลายความเชื่อไปแล้วครับ

.....................................................
อย่าท้อถอยต่อการปฏิบัติ อย่าปล่อยให้ความขุ่นเคืองเข้าแทรก สร้างพลังด้วยคำสอนของพระพุทธเจ้า รำลึกและตอบแทนพระคุณมารดา และบิดา มองโลกด้วยใจเป็นกลาง ระลึกเสมอว่าเรายังด้อยปัญญาหากยังไม่ได้ปัญญา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ก.พ. 2013, 12:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ส.ค. 2012, 11:26
โพสต์: 56


 ข้อมูลส่วนตัว


choochu เขียน:
เสียงที่ ได้ยิน อาจจะเป็น จิตที่คิดไปเองก็ได้ครับ

จิตอาจจะปรุงแต่งหลอกเราในด้่านที่เป็นกุศลก็ได้นะครับ

เวลาฝึกต้องระวังจุดนี้ไว้ด้วยนะครับ

***เห็นด้วยกับข้อความด้านบนนี้ครับ จิตอาจจะปรุงแต่งไปเอง หรือถ้าเป็นจริง ก็อนิจจังครับ
เกิดแล้วก็ดับ รับรู้แล้วก็ทิ้งไป เอาจิตมาอยู่กับลมหายใจเข้าออก (อานาปานสติ)....

.....................................................
ภิกษุทั้งหลาย จักไม่บัญญัติสิ่งที่ไม่เคยบัญญัติ...จักไม่เพิกถอนสิ่งที่บัญญัติ
ไว้แล้ว...
จักสมาทานศึกษาในสิกขาบทที่บัญญัติไว้แล้วอย่างเคร่งครัด


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ก.พ. 2013, 14:09 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


ด.ช. ฉันทะ เขียน:
:b8:รายละเอีดของเรื่องต่อไปนี้ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับเกล้ากระผมเอง ซึ่งหลายท่านที่เจริญกัมมัฎฐาน
คงมีประสบการณ์แปลกๆเกิดขึ้น แต่ไม่อาจจะบอกกล่าวเล่าให้ใครฟังได้
ส่วนที่ที่ยังไม่ประสบ ท่านที่คิดว่าไม่น่าเชื่อ และท่านที่ไม่เชื่อ ขอให้คิดซะว่าเป็นนิทานนะครับ
ผมเองได้ปฏิบัติกัมมัฎฐานมา(ที่จริงๆจังๆ)ตั้งแต่ปี 2551จนได้รู้ได้เห็นเรื่องของตนเองจนหมดข้อสงสัยแล้ว เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2555 ขณะที่ผมเจริญกัมมัฏฐาน จนกระทั่งเวลาประมาณห้าทุ่มกว่านั้น
ได้เกิดมีเสียงๆหนึ่งร้องดังขั้นมา เป็นเสียงที่ดดังมาก และเป็นเสียงที่ตั้งแต่เกิดมาก็ยังไม่เคยได้ยินมาก่อน
และขณะเดียวกันจิตด้านในก็แจ้งบอกมาว่าเปรตในสติที่รู้นั้นแจ้งว่าเขามาจากที่ไกล มาขอส่วนบุญจากนั้นจิตก็แจ้งกลับไปว่า จะทำบุญอุทิศกุศลส่งไปให้ ในวันต่อมาผมได้ทำบุญตักบาตร และอุทิศกุศลให้แก่เขาไป ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่เจอเหตุการเช่นนี้อีก
แต่ทุกวันนี้ผมก็ยังแผ่กุศล และเมตตาจิตให้เขาเสมอ
หลายท่านที่ประสบเหตุการณ์ต่างๆแต่ไม่อาจเล่าให้ใครๆฟังได้ด้วยหลายสาเหตุ หลายปัจจัย
อาจจะเป็นด้วยความเชื่อส่วนบุคคล หรือปฏิบัติแล้วตนเองไม่เคยประสบ ......................
ท่านที่มีประสบการณ์ต่างๆ ช่วยกล่าว เล่าขานให้ฟังด้วยนะครับ :b8:
สิ่งที่เราไม่เห็น ใช่ว่าจะไม่มี
สิ่งที่เขาว่ามี ใช่ว่าจะเห็นได้ทุกคน


จริง...ไม่จริง....คุณก็ได้ทำกุศลไปแล้วแหละ...

ดี...แล้ว

จิตนี้...เกินคาดเดา....บ้างก็อาจว่า...นี้เป็นอาการหนึ่งของวิปัสสนูกิเลส...เมื่อเราไม่ยึดมั่นมันมาก...ก็ถือว่าผ่าน
จริง...ไม่จริง....คุณก็ผ่านมันมาแล้วแหละ....

ดี...ดี...


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ก.พ. 2013, 14:38 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ม.ค. 2010, 13:41
โพสต์: 57

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ในเสียงนั้นเป็นเสียงกรีดร้องครับผม ท่านคงเคยได้ยินเสียงสุภาพสตรีกรีดร้องนะครับ
เสียงกรีดร้องนั้นหนัก เบาไม่เท่ากัน เสียงกรีดร้องมีทั้งที่ดีใจ ดีใจที่สุด ตกใจ ตกใจมาก
ตกใจที่สุด กรีดร้องจนสลบไป บางท่านถึงกลับกรีดร้องจนสลบ แต่พอรู้สึกตัวขึ้นมากลับสติวิปลาสไปก็มี
แต่เสียงกรีดร้องที่กระผมได้ยินนี้เป็นเสียงที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน กรีดร้องในทำนองที่เป็นการแจ้งให้รู้ว่าเขามาแล้วนะ อะไรทำนองนี้ครับอธิบายค่อนข้างยากนะครับ เหมือนที่เรารู้ว่ามีดอกมณฑารพ ตามพระไตรปิฎก แต่ไม่อาจจะเอามาให้ดู หรือไม่อาจอธิบายออกมาเป็นรูปร่างให้เห็นได้อย่างไร อะไรทำนองนั้นแหละครับ
แต่ท่านกัลยาณมิตร nongkong และท่าน student น่าจะเข้าใจได้ไม่ยากเนื่องด้วยมีประสบการณ์มาคล้ายๆกัน
แต่เกล้ากระผมมั่นใจเป็นนักหนาว่า ท่านที่ได้เจริญกัมมัฏฐานมา ไม่ว่าจะเป็นสมถ หรือวิปัสสนาก็ดี ท่านต้องมีประสบการณ์มาบ้างแหละน่ะ อย่างเช่นว่า
1.ท่านได้ไปที่ที่แห่งหนึ่ง ทั้งๆที่นั่นคือครั้งแรกในชีวิตที่ท่านได้ไปที่แห่งนั้น แต่ท่านกลับรู้สึกว่าเหมือนได้เคยมาที่แห่งนั้นแล้ว คล้ายกับที่ท่านฝันว่า นานมาแล้วได้เคยไป นานจนลืมไปแล้ว แต่ได้มาแจ่มชัดขึ้นในการได้มาจริงครั้งแรกนี้ (แต่ท่านที่ได้เจริญมามากเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นบ่อย)
2.ท่านอาจจะรู้สึกว่า เอ๊ะ เราเคยเห็นคนๆนี้ที่ไหนมาก่อนนะ ทั้งเสื้อผ้า หน้าตา ท่าทาง สถานที่ บรรยากาศทั้งหมด ทั้งๆที่นั่นคือการได้เห็นคนๆนั้นเป็นครั้งแรก
3. ฯลฯ
แรกๆท่านอาจจะแปลกใจ แต่บ่อยๆไปท่านก็จะชินไปเอง อะไรทำนองนี้ล่ะครับกระผม สมมติว่าในเว็ปธรรมจักรนี้ มีเหล่ากัลยาณมิตรอยู่ประมาณหนึ่งแสนท่าน เกล้ากระผมคิดว่าน่าจะมีกัลยาณมิตรที่มีประสบการณ์ทำนองนี้ ไม่น่าจะน้อยกว่าห้าสิบท่านนะครับอย่างไรเสียช่วยแจ้ง แบ่งปันประสบการณ์กันบ้าง
อาจจะมีบางท่านที่บอกว่าได้เจริญกัมมัฎฐาน จนสามารถเห็นตัวเองอีกคนหนึ่ง เช่นว่าทำในอิริยาบทนั่ง แล้วมีตัวเองอีกคนหนึ่งออกมายืนดูตัวเองที่นั่งอยู่
หรือทำในอิรอยาบทนอน แล้วเห็นตัวเองอีกคนหนึ่งออกมายืนดูตัวเองที่นอนเหมือนคนตาย อะไรทำนองนี้ล่ะครับ
แต่ครั้นจะพูด หรือบอกใครไปเขาก็ไม่เชื่อ นี่ล่ะครับที่พระท่านตรัสว่ามันเป็นปัจจัตตัง
สิ่งที่เขาเห็นสิ่งที่เขาได้ประสบ จึงเป็นปัจจัตตังของเขาคนนั้นเองไงล่ะครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ก.พ. 2013, 15:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 12:27
โพสต์: 2372

แนวปฏิบัติ: ปฏิจจสมุปบาท และกรรมฐาน
งานอดิเรก: สวดมนต์รภาวนา
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


ที่ท่านฉันทะเล่ามาคุนน้องเคยเป็นเกือบหมดค่ะ :b32: คุนน้องยังเอาไปเล่าในกระทู้ เล่าสู่กันฟัง ให้พี่ๆกัลยามิตรอ่านเล่นขำๆเลย :b9: เคยแม้กระทั่งอธิษฐานว่าจะไม่เกิดอีกจะตั้งใจปฏิบัติเพื่อให้บรรลุ มรรค ผลในชาติปัจจุบันแต่คืนนั้นก็เจริญภาวนาจนฝัน ก็เห็นนิมิตว่าตนเองอยู่ดินแดนแห่งหนึ่ง และที่ต้องมาเกิดไม่ได้มีคนบังคับหรือถีบลงมา แต่สมัครใจมาเกิดเองเพราะเหมือนกับว่ามันคือภาระหน้าที่ของเรา และเวลาสื่อสารกันไม่ได้พูดคุยแบบมนุษย์ทั่วไป แต่สื่อกันทางจิตและรู้กันได้เลย อัศจรรย์มากค่ะ แต่คุนน้องตื่นก็สงสัยว่าทำไมท่านคนนั้นถึงไม่ยอมเปิดเผยตนเองว่าคือใคร คนที่ถามคุนน้องในฝันที่เค้าให้พลังแสงสีแดงให้คุนน้อง จิตคุนน้องก็รู้ได้เองว่า กฏของสวรรค์บางครั้งก็เปิดเผยไม่ได้ และไม่ใช่วิสัยทัศของอริยเจ้าถ้าจะแสดงตนมาบอก ท่านจะไม่เปิดเผยตนเองถ้าไม่จำเป็นจริงๆคือคุนน้องรู้ในสิ่งที่เป็นปัตจัตตังของตน :b1:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ก.พ. 2013, 15:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33852

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เยอะแยะ ที่เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ฯลฯ ตัวอย่างหนึ่ง

อ้างคำพูด:
เพิ่งเริ่มนั่งสมาธิได้สองเดือนกว่า ช่วงแรกที่นั่งก็ใช้อานาปานสติ และพุทโธค่ะ ก็จะเอาจิตแนบกับลมหายใจตอนเข้าออก
ตอนแรกที่นั่งไม่มีความรู้อะไรเลยค่ะ ปรากฎว่านั่งได้นานกว่า ช.ม. มีอยู่ครั้งนึงเหมือนสัปหงก รู้สึกตัวอีกทีก็เห็นหัวตัวเอง และช่วงบ่าจากด้านซ้ายมือ ทั้งที่นั่งตอนเย็นกลับรู้สึกเหมือนกลางวันค่ะ ก็แปลกใจระคนตกใจนิดหน่อย มีความรู้สึกว่ามีตัวตนอีกคนดูตัวเราที่นั่งสมาธิอยู่

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ก.พ. 2013, 15:39 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33852

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
เรื่องมีอยู่ว่า หนูนั่งไปแล้วเกิดเห็นร่างตัวเองเสียอย่างนั้น คือยืนมองตัวเองอยู่ ทีนี้พอเล่าให้แม่ฟัง ท่านก้เกิดกลัวขึ้นมา ว่าหนูจะไม่กลับมาอีก หนูเองก็ไม่ได้กลัวการที่จะตายหรอกนะคะ แต่สงสารท่านเหมือนกัน

หนูจึงขอเรียนถามว่า มีสิทธิ์เกิดอันตรายจากภาวะนี้ไหม หนูจะเอาไปตอบคำถามแม่ค่ะ



อีกรายหนึ่งก็ได้


อ้างคำพูด:
พอดีเมื่อวานได้นั่งสมาธิแล้วได้กำหนดพุธ-โธเมื่อจิตสงบก็ พิจารณากายในกาย เช่นหายใจเข้าเป็นลมเข้าไปสู่ร่างกายออกมาพิจาณาสิ่งปฏิกูลในร่างกายไป สักพัก เหมือนเปลี่ยนฐานะตัวเองเป็นผู้ดู มีสติ เห็นเหมือนภาพ มีกล่องใบใหญ่มาก สีขาว

ทันใดนั้นกายก็ถูกแยกออกเป็นส่วนๆ เช่น ปอด ม้าม ตับ ไต ไส้ สมอง เล็บ ขน ฟัน หลุดเอาไปรวมในกล่องนั้น แล้วก็มีภาพพ่อ แม่ คนที่มีใจผูกพันธ์ ถูกแยกกายออกเป็นชิ้นๆเหมือนเราอวัยวะถูกรวมไปในกล่องใหญ่ใบนั้น จิตเรามันอยากเห็นอะไรในกล่องพอมองลงไปก็เห็นแต่อวัยวะต่างๆกองรวมกัน

ทันใดก็มีเสียงหนึ่งถามว่า "กายเธออยู่ที่ไหน" เมื่อได้เห็นแบบนี้ก็เลยตอบว่า "ไม่มี" แล้วเสียงนั้นก็ตอบว่า "แล้วจิตเธออยู่ที่ไหน" ดิฉันพยายามมองหาคำตอบว่า จิตอยู่ที่ไหน เพราะตอนนี้กายไม่มีแล้ว ก็จะบริกรรมพุธโธต่อแต่ ไม่มีกายก็ไม่มีลม คำบริกรรมก็หาย มันมีสภาวะที่โล่งๆว่างๆเลยตอบไปว่า "จิตก็คงไม่มี" แล้วมันก็สว่างวาบแล้วเหมือนมีกระแสไฟกระจายไปทั่วความสว่างนั้น

อยากจะถามผู้รู้ ว่า 1.สิ่งที่เกิดขึ้นนี่คืออะไร เป็นนิมิตอะไร อะไรแสดงธรรมอยู่
2.ดิฉันควรปฏิบัติต่อไปอย่างไร

ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ครั้งแรกดิฉันเห็นตัวเองเป็นซากศพ มีอะไรมากัดกิน
ส่วนครั้งอื่นๆ จะไม่เกิดนิมิตเกิดแต่ความสว่างจ้า สถาวะสงบสุข


http://fws.cc/whatisnippana/index.php?board=3.0

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ก.พ. 2013, 15:44 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33852

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คุณฉันทะ บอกชัดๆสิครับ ว่าใช้กรรมฐานแบบไหน เช่น ใช้ลมหายใจเข้าออก ใช้พอง-ยุบ ฯลฯ

พูดว่า สมถะ ว่า วิปัสสนา ไม่ชัด คำพูดว่า "สมถะ" องค์ธรรม ได้แก่ "สมาธิ" "วิปัสสนา" องค์ธรรมก็ได้แก่ ปัญญา ก็เท่านี้

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ก.พ. 2013, 18:05 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4985


 ข้อมูลส่วนตัว


เจอสัตว์ตกน้ำ ช่วยได้ ยังช่วย
เจอเปรตมาขอส่วนบุญ ถ้าช่วยได้ ไม่ช่วยได้ไง

:b6: :b6: :b6:

เป็นคำตอบง่าย ๆ ที่เอกอนบอกกับตัวเอง
คือ เป็นคำถามที่อาจารย์ไล่ถามเอกอนน่ะ
เป็นคำถามที่อาจารย์ถามให้เอกอน คิด
ว่าเรา ควรจะฉลาดไม่ให้ถูกภาพเปรตมาหลอก หรือ จะยอมให้เปรตหลอกดี

คือ ถ้าจะเห็นนะ เปรต กะ มด มันก็เหมือน ๆ กัน
เห็นสัตว์ได้รับความเดือดร้อน
เราไม่เคยต้องมาเสียเวลาคิดตัดสินอะไรเกี่ยวกับความมีอยู่จริงของสัตว์ตัวนั้น
และเราก็กุลีกุจอเข้าไปช่วย
และทุกอย่างก็ดำเนินไป ตามกระแสแห่งการปรากฎ

แต่พอเป็นเปรต เรากลับมีอะไรให้ต้องคิดต้องตัดสินมากมาย
ทำไม...?
อาจารย์ถามว่า
"มันควรแล้วหรือ ที่ให้ความคิด ความสับสน ความสงสัย เข้ามาขวาง บดบัง กระแสแห่งความเมตตา"

จงระวัง กุศลจิตที่ถูกสกัด ด้วยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปนั้น มันฉลาด

smiley smiley smiley


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ก.พ. 2013, 18:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ม.ค. 2010, 13:41
โพสต์: 57

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
คุณฉันทะ บอกชัดๆสิครับ ว่าใช้กรรมฐานแบบไหน เช่น ใช้ลมหายใจเข้าออก ใช้พอง-ยุบ ฯลฯ

พูดว่า สมถะ ว่า วิปัสสนา ไม่ชัด คำพูดว่า "สมถะ" องค์ธรรม ได้แก่ "สมาธิ" "วิปัสสนา" องค์ธรรมก็ได้แก่ ปัญญา ก็เท่านี้


ครับผม :b8: ต้องขออภัยท่านกัลยาณมิตรด้วยครับ ที่ตอบล่าช้า ไม่ใช่ว่าจะไม่ตอบ เนื่องด้วย net ของผมวันนี้มันติดๆขัดๆ ติดบ้างไม่ติดบ้าง ประกอบกับหน้าที่การงานที่ทำด้วยล่ะครับ
กัมมัฏฐานที่ผมปฏิบัตินั้นมีหลายอย่าง หลายกรณีครับ คือ
1. ในเริ่มต้นของการปฏิบัติครั้งแรกเลยนั้น ผมใช้ผูกที่ลมหายใจเข้า ออกครับ โดยหายใจเข้าระรึกพุทธ
หายใจออกระรึกโธ ครับผม ปฏิบัติเรื่อยมาจนกระทั่งไม่ต้องท่อง ไม่ต้องระรึก ก็มีการพุทธในลมหายใจเข้า และมีโธในลมหายใจออกเองทุกอิริยาบท
แล้วก็เล่นหายใจเข้าสั้น หายใจออกสั้น หายใจเข้ายาว หายใจออกยาว โดยพยายามทำให้ละเอียดตามแต่โอกาส
2.บางคราวก็พิจารณาอสุภห้าเมื่อคราเกิดกำหนัด หรือพิจารณาอาการ 32 แต่ในข้อนี้ยังไม่เกิดความแจ่มชัดนัก
3.พิจารณาที่จิต คือว่าส่วนมากแล้วเมื่อปฏิบัติมันจะเกิดความคิดต่างๆขึ้นมาอย่างมากมาย จึงได้ตั้งจิตระรึกรู้ว่าคิด รู้แล้วว่าคิดปรากกว่าเรื่องที่เราคิดนั้นมันถูกตัดลง ด้วยการรู้ว่าคิด สักครู่เมื่อมีความคิดเกิดขึ้นอีกก็ได้พิจารณาระรึกรู้
อันนี้ดีมากเลยครับ แม้แต่คราที่มีอารมณ์โกรธเกิดขึ้น ก็ได้ตั้งจิตระรึกรู้ รู้แล้วว่าโกรธความที่โกรธนั้นก็อ่อนแรงลง จนกระทั่งความโกรธนั้นดับลง ก็ระรึกรู้ว่า รุ้แล้วว่าโกรธนั้นดับลงแล้ว ตอนนี้ก็เอามาปรับใช้ในการระรึกรู้ในอารมณ์ต่างๆด้วยครับ
ครับผมที่ทำมากที่สุด คือข้อที่สามครับผม ส่วนลมหายใจเข้า ออก ก็ยังเป็นพุทธ โธ อยู่ตามปกติครับผม
อย่างไรเสีย เนื่่องด้วยผมยังผู่ใหม่อยู่ หรือเป็นเพียงเสขะ ก็ขอความกรุณาท่านผู้รู้ทุกท่านช่วยชี้แนะด้วยนะครับผม :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ก.พ. 2013, 19:20 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 12:27
โพสต์: 2372

แนวปฏิบัติ: ปฏิจจสมุปบาท และกรรมฐาน
งานอดิเรก: สวดมนต์รภาวนา
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


จากประสบการณ์ที่ท่านฉันทะเล่าให้ฟังเกี่ยวกับได้ยินเสียงเปรต และในสติรู้และบอกว่าจะอุทิศบุญกุศลไปให้ หลังจากนั้นก็ไม่เคยได้ยินเสียงนั้นอีกเลยใช่รึเปล่าค่ะ :b10: แสดงว่าเสียงเปรตก็ไม่มาร้องรบกวนท่านอีก คุนน้องคิดว่าท่านเจริญกรรมฐานมีสมาธิ กำหนดรู้และมีสติมากกว่าคุนน้องอีกนะค่ะ ถึงคุนน้องจะไม่เคยได้ยินได้เห็นอะไร รู้สึกสงบ แต่ถ้ามีเสียงแว๊บเข้ามาคุนน้องก็เสียสมาธิเลยค่ะ ยิ่งถ้าคุนน้องได้ยินเสียงอะไรแปลกๆ คุนน้องก็คงจะทำเหมือนที่ท่านฉันทะทำคือแผ่เมตตาอุทิศส่วนกุศลให้ เพราะไม่ว่าอะไรจะกระทบจิตใจเรา ขอแค่ระลึกรู้และมีสติ รู้และวางก็น่าจะผ่านด่านนิวรณ์ไปได้ ถ้าคุนน้องได้ยินเสียงเปรตคุนน้องคงจะฟุ้งซ่านเกิดความสงสัยจนสมาธิไม่ก้าวหน้าแหงๆ :b9: คุนน้องเป็นคนเสียสมาธิง่ายค่ะ เหมือนที่พี่โฮฮับบอกเลย :b1:
ขอให้เจริญในธรรมยิ่งขึ้นไปเจ้าค่ะ smiley


แก้ไขล่าสุดโดย nongkong เมื่อ 11 ก.พ. 2013, 19:23, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 50 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร