วันเวลาปัจจุบัน 18 ก.ย. 2019, 13:57  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กระทู้นี้ถูกล็อก คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความ หรือ ตอบกลับในกระทู้นี้  [ 97 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4, 5 ... 7  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ธ.ค. 2011, 10:29 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ย. 2009, 13:38
โพสต์: 376

ชื่อเล่น: ต้น
อายุ: 0
ที่อยู่: นครสวรรค์

 ข้อมูลส่วนตัว


ประเด็นที่ว่าจะกำจัดผู้ที่มายุ่งนั้นผมว่าอย่าเลย ให้แก้ที่ตนเองดีกว่า ให้ศึกษาหาความรู้จากพระไตรปิฎกทั้งตนเองและทั้งลูกเพื่อจะได้มีความรู้ ว่าหน้าที่ของภรรยามีอะไรบ้าง หน้าที่ของฆาราวาสต้องทำอย่างไร ถ้าไปแก้ที่คนอื่นมันก็จะไม่ถูกจุด ถ้าเราศึกษาถึงหน้าที่แล้วลงมือทำอย่างดีที่สุดแล้ว ถ้ามันยังเลวร้ายจนถึงขนาดละก็ ก็ต้องตัวใครตัวมัน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ธ.ค. 2011, 23:42 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 พ.ค. 2009, 02:41
โพสต์: 5637

แนวปฏิบัติ: พอง ยุบ
ชื่อเล่น: เจ
อายุ: 0
ที่อยู่: USA

 ข้อมูลส่วนตัว www


ตัดคำถามที่มักจะถามตัวเองเสมอๆว่า
อะไร? ทำไม? ออกไปเสีย แล้วอยู่กับปัจจุบัน
อยู่กับลูก อยุ่กับครอบครัว เรื่องนอกอณาเขตของบ้าน
ไม่ต้องรับเข้ามาไว้....ทำตัวเป็นคนหุหนวก ตาบอด
ไม่รับรุ้อะไรทั้งนั้น ไม่ว่าใครจะอยากให้รุ้ หรือไม่อยากให้รู้

สิ่งที่แม่ย่าทำ หากจะทำให้ท่านมีความสุข
ก็อนุโมทนาไปเถอะ ท่านจะเหลือเวลาอยู่กับเรา
อีกสักกี่ปี ไม่ท่านก็เรา ต้องเป็นฝ่ายไปสักวันหนึ่ง
อโหสิให้ท่านเสีย อย่าคลางแคลง คิดแค้น
ถือเสียว่าทดแทนบุญคุณที่ท่านเลี้ยงดูพ่อ
ของลูกเรามาอย่างดี

สิ่งเดียวที่จะทำให้เรามั่นคง เข้มแข็ง รักษาสถาบันครอบครัวไว้ได้
ก็คือ ไม่รู้ ไม่เห็น เรื่องราวใดๆทั้งสิ้น...ถ้าเราจะต้องเสีย
ต่อให้ยื้อแย่งอย่างไรก็ต้องเสีย....ถ้าจะยังคงอยู่ ต่อให้ผลักไส
อย่างไรก็ยังคงอยู่....ทำใจให้สบาย เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นดีกว่า
อย่าเอาไฟมาสุมในอกของเราเองเลย ร้อนเปล่าๆ :b4: :b4:

.....................................................
"มิควรหวังร่มเงาจากก้อนเมฆ"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ธ.ค. 2011, 13:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.พ. 2009, 22:21
โพสต์: 1973


 ข้อมูลส่วนตัว


เราอ่านที่คุณเขียนเรื่องนิสัยของคุณแล้ว เรากับคุณนิสัยคล้ายๆกันค่ะ
แต่นั่นเป็นนิสัยเมื่อประมาณ5-6ปีที่ผ่านมาแล้วน่ะ เราเป็นคนที่ถ้าใครมาทำอะไร
โดยที่เราไม่ผิดเราดับเครื่องชนอย่างเดียว จนแฟนมักจะพูดว่า " เต้นี่นิสัยบ้าๆ "

แต่พอหลังจากที่เราเริ่มฟังบทสวดมนต์(เพลงธรรมะ) นิสัยใจร้อนของเราหยุดไปได้เอง
คุมอารมณ์ของตัวเองได้ โดยที่ตัวเราก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าหายจากนิสัยนั้นได้อย่างไร

ส่วนเรื่องแม่สามีของคุณนั้น ถ้าเทียบกับแม่สามีของเราแล้ว แม่สามีคุณ จิ๊บๆค่ะ
พวกเค้าอยากจะเป่าแตร-ตีระนาด-ตีกลองอะไรกัน คุณก็ให้เค้าเล่นกันไปเถิดค่ะ
ถ้าเค้าเหนื่อยเดี๋ยวพวกเค้าก็หยุดกันไปเอง

คุณไม่ต้องไปเต้นไปรำกับพวกเค้าหรอกค่ะ คุณเหนื่อยเปล่าๆ :b55: :b48:
:b41:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ธ.ค. 2011, 14:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.พ. 2009, 22:21
โพสต์: 1973


 ข้อมูลส่วนตัว


ทีนี้เราจะเล่าเรื่องแม่สามีของเราให้คุณฟังบ้างน่ะ เท่าที่รู้น่ะ่ค่ะแม่ของแฟนเรา
ตอนสาวๆก็เป็นคนใจร้อนไม่ยอมแพ้ใคร เหตุผลของคนอื่นคือผิดเหตุผลตัวเองคือถูก


พอมีอายุนิสัยจะเปลี่ยนจากใจร้อน เป็นใจร้าย อะไรที่ตรงข้าวกับคำว่าดี ทำได้ทุกอย่าง
ทำให้ใครทุกข์นั่นคือความสุขของท่าน พอเริ่มมีสะไภ้
ก็ตั้งให้สะไภ้คือลูกจ้างในบ้าน ที่ไม่ต้องจ่ายเงินเดือน ทำงานทุกอย่างในบ้าน
ให้ลูกสาวกับตัวเอง

กินข้าวต้องกินทีหลัง ที่มีแต่เศษๆผัก สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราเห็นกับตา
เพราะตอนนั้นแฟนพาเราไปเที่ยวที่บ้านเค้า เราก็ถามแฟนเราว่า
" พี่เค้าทนได้ยังไง "
แฟนเราบอกว่า "ไม่รู้จะช่วยได้อย่างไง เพราะพี่ชายของเค้าไม่ช่วยเมียกับลูกเค้าเอง

"
ทีนี้พอถึงตอนที่เราแต่งงานแล้วไปอยู่ในบ้านเค้าสนุกเลยค่ะเรานิสัยเรา
ตอนนั้นยังวัยรุ่นชอบแกล้งคนนิสัยไม่ดี

เค้าสั่งให้เราไปทางขวา เราก็ไปท้างซ้าย ให้แม่แฟนปวดหัวเล่นๆ
เค้าอยากจะตีกลองก้อให้เค้าเต้นเค้าไปเอง เดี๋ยวเค้าก้อเหนื่อยไปเอง

แต่พ่อของแฟนกลับบอกว่าเราเก่ง ตัวคนเดียวไม่มีญาติพี่น้อง แต่ไม่ให้ใครรังแก
จนแม่แฟนเราออกปากว่าเรา ในจำนวนสะไภ้3คน เราเป็นสะไภ้ที่ท่านเกลียดที่สุด
แต่พ่อแฟนเรา กับพวกพี่สาวเค้า บอกว่าสะไภ้3คน เต้เป็นคนที่เก่งที่สุด แล้วก้อชอบสะไภ้คนนี้

แล้วสิ่งที่ท่านเจ็บใจคือ เราให้แฟนเราย้ายออก ถ้าไม่ย้ายเรากลับเมืองไทย
แฟนเราย้าย ท่านก้อบอกว่าสมบัติซักชิ้นท่านจะไม่ให้แฟนเรา

ตอนเราย้ายเราเก็บของออกมายังไม่หมด แพ๊คไว้แล้วแต่ลืม
แม่แฟนกับน้องสาวเค้า เอาของๆเราไปโยนทิ้งถังขยะหมด

แต่แปลก ตอนนั้นเราไม่รู้สึกโกรธท่านเลยน่ะ แต่แฟนเราโกรธท่านมาก
เราถือว่า เรากับท่านไม่ได้อยู่บ้านเดียวกันแล้วคือจบ

แต่แม่แฟนเราสิ กลับยิ่งร้ายมากขึ้น ในอารมณ์มีแต่อาฆาต เพราะไม่เคยแพ้ใคร
พี่สาวแฟนเล่าให้เราฟัง.

แต่ท่านจะรักลูกชายคนโตของเรามาก พอถึงเสาร์-อาทิตย์ ท่านจะให้พ่อแฟนเรามารับไปอยู่กับท่านทุกครั้งที่โรงเรียนปิด.....

แค่นี้ก่อนน่ะเรามีธุระ แล้วเราจะเล่าเรื่องกรรมที่แม่แฟนเราได้รับ
เผื่อว่าคุณหรือใครๆที่ใจร้อน อาจจะไม่กล้า เป็นคนใจร้อนอีกต่อไป :b41: :b45: :b55:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ธ.ค. 2011, 19:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.พ. 2009, 22:21
โพสต์: 1973


 ข้อมูลส่วนตัว


ทำไมเรื่องของคุณกับเราคล้ายๆกันเลยน่ะ แม่แฟนเรากับลูกสาวคนเล็กของเค้าทั้ง2คนนี่
สมัยตอนที่พี่สะไภ้คนโตอยู่ที่บ้านเค้า เวลาแม่แฟนเราโกรธพี่สะไภ้ จะชอบไปเอาเสื้อผ้าของพี่สะไภ้มาเผาจนคนแถวบ้านต้อวสยองกับความร้าย ตรงนี้ก็เป็นไฮไลท์ตอนท่านโดนกรรมทำงานค่ะ
สะไภ้ทุกคนจะโดนท่านเอาของไปทิ้งทั้งนั้นค่ะ แต่เราโดนตอนเราเก็บของมาไม่หมด


ต่อค่ะ


พอเราย้ายออกมาแล้ว เราไม่เคยไปบ้านนั้นอีกเลย จนพอแฟนเราป่วยหนักพ่อ
แฟนเราก็กลัวว่าถ้าท่านไม่แบ่งสมบัติไว้ พวกเราก็จะไม่ได้อะไรเลย ท่านก็ให้บ้านของท่านใส่เป็นชื่อแฟนเราแล้ว ก็สวน

พอแม่แฟนเรารู้ ท่านแทบจะช๊อค เพราะท่านต้องการที่จะให้ลูกชายคนที่2ของท่าน
แต่พ่อแฟนเราไม่ให้ลูกชายคนที่2 เพราะท่านรู้ว่าสะไภ้คนที่2ติดการพนัน
แล้วลูกชายท่านก็กลัวเมีย

ปกติแล้ว สะไภ้คนที่2กับแม่แฟนก็ไม่ถูกกันเหมือนกัน แต่มาเข้ากันได้ตอนพ่อแฟนเราเสีย
พวกเค้าก็ยุให้แม่แฟนเรา ขนของออกจากบ้านทั้งหมด แล้วเค้าเช่าบ้านให้อยู่ติดกับบ้านของเค้า
เราก็แปลกใจ มีบ้านอยู่ดีๆบ้านก็หลังใหญ่ แต่ไปเช่าบ้านคนอื่นอยู่แปลกๆแฮะ


พอไปอยู่ได้ไม่ถึงเดือน พี่ชายแฟนเราก็โทรบอกกับแฟนเราว่า ให้ขายบ้านของพ่อเค้า
แล้วเอาเงินให้เค้า เค้าจะซื้อบ้านหลังที่แม่เค้าเช่าอยู่ เพราะเจ้าของบ้านจะขาย
แฟนเราก็ไม่สนใจ เพราะป๊าสั่งไม่ให้ขาย จนกว่าจะแน่ใจว่า พวกเราไม่ไปอยู่ที่นั่นจริงๆ
ทีนี้พี่สะไภ้คนที่2ของเรา ก็เล่นพิเรนอีก


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ธ.ค. 2011, 19:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.พ. 2009, 22:21
โพสต์: 1973


 ข้อมูลส่วนตัว


ให้แม่แฟนเราย้ายพระ ที่อยู่ในบ้านอีก ก็มีองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม-องค์ต้าแป๊ะกง-องค์ฟ่ะจู่กง
ไม่มีใครรู้ เรื่องที่พวกเค้าทำกันเลย จนเราฝัน

เราฝันว่า องค์ฟ่ะจู่กงมาบอกกับเราว่า ให้เรานำท่านทั้ง3องค์กลับมาอยู่ที่บ้าน
ในฝันเราก็งงๆ เอ๊ะแล้วใครพาท่านไปที่ไหน ท่านถึงให้เราพาท่านกลับบ้าน
พอดีในฝันเรา เห็นมีดาวตกลงมา เราก็พนมมืออธิฐาน องค์ฟ่ะจู่กงท่านก็พูดว่า
" ถ้าเธอพาฉันกลับมาที่บ้านได้ ฉันจะให้เธอสมหวัง ในทุกสิ่งทุกอย่างที่เธออยากได้ "


เราก็พูดกับองค์ฟ่ะจู่กงว่ า " ข้าพเจ้าไม่สามรถช่วยท่านได้จริงๆ ท่านก็รู้ว่า ม่าม๊าเป็นคนอย่างไงข้าพเจ้าช่วยท่านไม่ได้จริงๆ"

ทีนี้องค์ฟ่ะจู่กงก็เปลี่ยนร่างเป็นงูใหญ่สีดำตัวใหญ่มากเลย ชูคอขึ้นมาขนาดท่านเป็นร่างงู
แล้วขดน่ะ ร่างท่านยาวมากๆ ในตาของท่านแดงเหมือนในรูปปั้นที่เราไหว้น่ะค่ะ
ทีนี้เสียงของท่านก็เปลี่ยน คือท่านโกรธแม่แฟน-พี่ชายแฟน-แล้วพี่สะไภ้
ท่านก็พูดว่า " ฉันจะสั่งสอนคน3คนนั้น " (หว่อเย่าเจียวทาเหมินอิซึ)
เราก็ยกมือไหว้ท่าน ขอโทษท่าน ที่เราไม่สามรถช่วยท่านได้แล้วเราก็ตื่น


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ธ.ค. 2011, 20:33 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.พ. 2009, 22:21
โพสต์: 1973


 ข้อมูลส่วนตัว


พอตอนเช้าเราก็เล่าให้แฟนเราฟัง แฟนก็โทรไปถามพี่ชายเค้า พี่ชายเค้าก็บอกว่า
เมียเค้าให้ย้ายพระออกไป แล้วก็ไม่รู้ว่าพาท่านไปไว้ที่ไหน
แฟนเราก็บอกว่าให้พาท่านทั้ง3องค์กลับมา เค้าก็ไม่พูดอะไร

ทีนี้ถึงตอนที่กรรมทำงานแล้วค่ะ

พอหลังจากที่เราฝันผ่านไป3วัน ลูกชายของพี่ชายแฟน หัดขี่มอเตอร์ไซด์ก็ไปโดนรถเก๋งชน
แล้วเหยียบที่ขาจนกระดูกที่ขาแตก ต้องตัดขาออกแล้วก็กลับมาบ้าน


พอหลานแฟนเรากลับบ้าน แม่แฟนเราจู่ๆก็ป่วย เข้าโรงพยาบาลทีนี้กลายเป็นว่า
พูดจาไม่รู้เรื่อง หมอก็เช็คไม่เจอว่ามีโรคอะไร ให้เลือดให้น้ำเกลือก็กลับบ้าน
แต่ตอนนี้ กลายเป็นคนพูดจาไม่รู้เรื่องแล้วน่ะ

พอแม่แฟนเรากลับบ้านที่เค้าเช่าอยู่ พอเห็นหลานคนที่ขาขาดก็กลัว
ไม่กล้าให้หลานที่ขาขาดมาอยู่ด้วย

พอไม่กี่วันพี่สะไภ้ก็ป่วย จู่ท้องก็ป่องขึ้นมา ปวดมากกินอะไรไม่ได้เลย
ไปหาหมอกี่ที่ๆ หมอตรวจไม่เจอโรคอะไร ปวดทรมานประมาณเดือนกว่า
ไปหาหมออีกที หมอบอกว่าเป็นมะเร็งที่กะเพราะระยะสุดท้ายแล้ว
คือไม่มีทางรักษาแล้วให้กลับบ้าน คือโอกาสรอดไม่มีแล้ว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ธ.ค. 2011, 20:37 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.พ. 2009, 22:21
โพสต์: 1973


 ข้อมูลส่วนตัว


ตอนที่เค้าเสียชีวิต ศพเค้าไม่สวยเลย ทั้งปากแล้วก็ตาของเค้าเหมือนคนตกใจ
ตอนนั้น เรานึกถึงองค์ฟ่ะจู่กงแล้ว
เรากลัวจริงๆ กับการที่ใช้อารมณ์ของความโกรธ มาแก้ปัญหา

พอหลังจากพี่สะไภ้เราเสีย แม่แฟนก็มาอยู่กับเรา เราก็ดูแลท่านอย่างดี เปิดสวดมนต์ให้ท่านฟังท่านไม่ชอบ

ทีนี้กรรมที่ท่านชอบเอาของคนที่อยู่ในบ้านของท่านไปทิ้ง มาถึงท่านแล้วค่ะ

เราไม่เคยรู้เรื่องเลย ว่าท่านเอาเสื้อผ้าของท่านเองไปโยนทิ้ง ก็มีอยู่วันหนึ่ง
ท่านเดินออกมา ใส่แต่เสื้อแต่ไม่ใส่กางเกงนุ่งผ้าเช็ดตัว แล้วท่านก็บอกว่าจะออกไปข้างนอก
เราก็ถามว่า " จะออกไปได้อย่างไง สภาพแบบนี้ใส่กางเกงก่อน "

ท่านก็บอก " ไม่มีกางเกง เสื้อผ้าของฉันไม่รู้ไปไหนหมด " พอเราไปดูที่ห้องของท่าน
ไม่มีเสื้อผ้าจริงๆ เราก็งงๆ เราถามท่านท่านก็บอกว่า
"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันเสื้อผ้าฉันมันหายไปไหนหมด"

แค่นี้ก่อนน่ะค่ะ ตอนนี้เราช่วยชีวิตลูกหมาที่อยู่ข้างถนน2ตัว
เราขอตัวไปดูแลเค้าก่อนน่ะ เพราะพวกเค้า2ตัวจะนอนแล้ว
ตอนนี้ที่นี่3ทุ่มครึ่งแล้วค่ะพรุ่งนี้เล่าใหม่ค่ะ :b12:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ธ.ค. 2011, 02:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 พ.ค. 2009, 02:41
โพสต์: 5637

แนวปฏิบัติ: พอง ยุบ
ชื่อเล่น: เจ
อายุ: 0
ที่อยู่: USA

 ข้อมูลส่วนตัว www


ใครจะชั่ว ใครจะชัง ช่างเขา
เราคิดดีทำดี ของเราก็พอ
ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่จะยุติธรรมเท่า "กรรม"

โชคดีปีใหม่นะค่ะ :b12:

.....................................................
"มิควรหวังร่มเงาจากก้อนเมฆ"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ธ.ค. 2011, 12:43 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.พ. 2009, 22:21
โพสต์: 1973


 ข้อมูลส่วนตัว


คุณวันนี้เขียน

อ้างคำพูด:
ดิฉันให้อิสระเขามาหลายปีด้วยความไว้ใจ


การใช้ชีวิตคู่สำหรับในความคิดของเราน่ะค่ะ ไม่ใช่หมายถึงว่าเธอแต่งงานกับฉันแล้ว
เธอจะต้องทำอะไรต้องบอก เธอจะไปที่ไหนจะต้องพาฉันไปด้วย

ชีวิตคู่ไม่ใช่หมายถึง ชีวิตของฉันและเธอจะมีอิสระในชีวิตไม่ได้ ถ้าสำหรับเรา
เราไม่คิดถึงตรงนี้เลยค่ะ เราคิดแค่ว่า

เธอคือเพื่อนที่ดีที่สุดในชีวิต ให้ความช่วยเหลือแก่กัน อย่าดูถูกกัน ฉันแต่งงานกับเธอแล้ว
เธอไม่ให้ฉันทำอะไร เธอจะต้องเลี้ยงดูฉัน ถ้ามีมาก ฉันต้องได้มาก ถ้ามีน้อย
ฉันได้น้อยไม่เป็นอะไร :b12:

คุณเชื่อมั๊ย! เราแต่งงานกับแฟนเรา10กว่าปีแล้ว เราไม่เคยไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเค้าเลยค่ะ
มีสิ่งเดียวคือเงินค่ะ :b15: เพราะสิ่งนี้จำเป็นสำหรับลูก สำหรับเรา
แต่จริงๆแล้ว ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับลูกนี่ เค้าจะเป็นคนจ่ายทั้งหมดอยู่แล้ว

จนถึงปัจุบันลูกๆเริ่มโต เค้าเริ่มคบเพื่อนๆไปดื่มเบียร์บ้างกาแฟบ้าง เราไม่เคยสนใจเลยค่ะ
หรืออาจจะ นิสัยของเราไม่ชอบสนใจเรื่องส่วนตัวของเค้า
เค้าก็เช่นกัน จะมาก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเราไม่ได้

คุณเชื่อมั๊ย!แฟนเราเค้าซื้อตั๋วไปเที่ยวทัวร์กับเพื่อนๆ
เราไม่รู้เรื่องเลย เค้ามาบอกตอนที่เค้าถามถึงกระเป๋าใส่เสื้อผ้า เราก็หยิบกระเป๋าไปให้เค้า
เราก็ไม่ได้ถามคือขี้เกียจถาม เค้าจะไปเที่ยวทัวร์1อาทิตย์
เราฟังก็เฉยๆ เราก็ไม่ถามต่อ แล้วก็ไม่รู้สึกน้อยใจอะไรด้วย

คือเรายึดความรับผิดชอบในครอบครัวเป็นหลักค่ะ เค้าอยากจะใช้ชีวิตอิสระอย่างไรก็ช่าง
แต่อย่าให้เรากับลูกเดือดร้อนแล้วกัน เรายึดหลักของชีวิตคู่แค่นี้ค่ะ
คุณอ่านที่เราเขียน คุณคิดว่าเราเป็นคนงกเงินหรือปล่าวค่ะ :b12: :b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ธ.ค. 2011, 13:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.พ. 2009, 22:21
โพสต์: 1973


 ข้อมูลส่วนตัว


คุยเรื่องแม่แฟนต่อค่ะ

อ้างคำพูด:
เราไม่เคยรู้เรื่องเลย ว่าท่านเอาเสื้อผ้าของท่านเองไปโยนทิ้ง ก็มีอยู่วันหนึ่ง
ท่านเดินออกมา ใส่แต่เสื้อแต่ไม่ใส่กางเกงนุ่งผ้าเช็ดตัว แล้วท่านก็บอกว่าจะออกไปข้างนอก
เราก็ถามว่า " จะออกไปได้อย่างไง สภาพแบบนี้ใส่กางเกงก่อน "

ท่านก็บอก " ไม่มีกางเกง เสื้อผ้าของฉันไม่รู้ไปไหนหมด " พอเราไปดูที่ห้องของท่าน
ไม่มีเสื้อผ้าจริงๆ เราก็งงๆ เราถามท่านท่านก็บอกว่า
"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันเสื้อผ้าฉันมันหายไปไหนหมด"



ทีนี้ลูกเราก็บอกว่า เค้าเห็นย่าเอาเสื้อผ้าไปทิ้งถังขยะหลายครั้งแล้ว
ตอนเราฟังลูกพูด เราขนลุกค่ะ เราคิดว่านี่แม่แฟนเราต้องมาใช้กรรมในชาตินี้จริงๆเหรอ

จากที่เคยเอาเสื้อผ้าของคนที่อาศัยอยู่ในบ้านของท่านไปทิ้ง ตอนนี้ท่านเอาของท่านไปทิ้ง
แล้วก็ยังมีคนแถวบ้านของเรา เล่าให้เราฟังอีก เอาไปโยนทิ้งข้างๆบ้านของพวกเค้าก็มี
พอเราถามท่าน
ท่านบอก " ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเอาไปโยนทิ้งทำไม "

ทีนี้...ลูกสาวของท่านก็ซื้อเสื้อผ้ามาให้ท่านใส่ เราเห็นแล้วตกใจ
เป็นเสื้อยืดมีลายการ์ตูนตรงหน้าอกทุกตัว ส่วนกางเกงก็เป็นกางกางขาสั้น สั้นมากๆค่ะ
คือเด็กวัยรุ่นเค้าใส่กันน่ะค่ะ เราก็ถามเค้าว่านี่หยิบผิดมาหรือปล่าว
ถุงนี้ใช่ของลูกสาวเธอหรือปล่าว

น้องสาวแฟนก็ตอบแบบไม่ค่อยพอใจว่า " ฉันจะให้แม่ฉันใส่แบบนี้ เธอไม่ต้องยุ่ง "
เราก็O.Kจบ ไม่ถามไม่ออกความเห็นอะไรทั้งนั้น
แม่แฟนเราก็ใส่เสื้อผ้าที่น้องสาวแฟนซื้อ ที่เราซื้อให้ท่านไม่ใส่

พอท่านออกไปเดินข้างนอก คนอื่นๆเห็นก้อขำ
เพื่อนๆก็โทรมาถาม " แม่แฟนเธอหยิบเสื้อผ้าผิดมาใส่มาใส่หรือปล่าว "
เราก็บอกไม่ผิดหรอก ลูกสาวเค้าให้แม่เค้าแต่งแบบนี้

ท่านอยู่ที่บ้านเราไม่นานค่ะคือสติของท่านเบลอๆไปแล้ว
จู่ๆลูกสาวของท่านก็มารับไปแต่ไม่ใช่รับเอาแม่ไปเลี้ยงดูน่ะ
พาท่านไปที่บ้านพักคนชรา

เราฟังแล้วเข่าอ่อนค่ะ ท่านรับกรรมจากการที่สมองท่านเสียยังไม่พอ
ลูกสาวของท่านยังมาซ้ำท่านอีก โดยพาท่านไปไว้ที่บ้านพักคนชรา
วันๆหนึ่ง อยู่แค่บนเตียงแคบๆ

ทั้งๆที่ เรากับพี่สาวแฟนจะผลัดกันเลี้ยงดูท่านคนล่ะ1อาทิตย์
แต่ลูกสาวของท่านที่เคยร่วมกับท่าน ทำร้ายจิตใจคนอื่น
กลับหันมาทำร้ายจิตใจของแม่ตัวเอง
คุณอ่านแล้วคุณรู้สึกกลัวหรือปล่าวค่ะ :b41: :b55: :b45:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ธ.ค. 2011, 19:10 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.พ. 2009, 22:21
โพสต์: 1973


 ข้อมูลส่วนตัว


คุณวันนี้เขียน

อ้างคำพูด:
คุณ bbby เล่า ดิฉันกลัวเลยนะคะ ขอโทษ ถามหน่อยนะคะ
ไม่ทราบว่าตอนที่ท่านป่วย อายุเท่าไหร่คะ


ประมาณ70กว่าค่ะ
ท่านไปอยู่บ้านพักคนชราหลายปีแล้วค่ะ พอดีช่วงนั้นเป็นช่วงที่เราเริ่มสนใจธรรมะใหม่ๆ
ก็เลยเข้าใจอะไรได้

แค่คุณอ่านที่เราเขียน คุณยังกลัวถ้าคุณเจอหรือเห็นนี่ ต้องบอกว่าสยองค่ะ
คือท่านสอนลูกท่านมาอย่างนั้น พอผลสุดท้ายลูกท่านก็ทำตามที่ท่านสอน
ผลนั้นก็กลับไปที่ตัวท่าน ท่านก็รับสิ่งนั้นไป

คือเราก็พยายามที่จะช่วยท่านน่ะ คือสงสารแฟน แต่ทำยังไงได้ลูกสาวท่านไม่ยอม
นี่คือคนที่ใช้ความใจร้อนจนเคยชิน จนยั้งอารมณ์ไม่ได้ ชนะจนเคย
ท่านน่าสงสาร

มีอยู่วันหนึ่งน้องสาวแฟนจัดวันเกิด จัดที่ร้านอาหารใหญ่ ตอนแรกเราไม่อยากจะไป
แต่แฟนก็บอกต้องไป เราก็ไป พอไปแล้วอึ้งเลยค่ะ

ในฐานะที่เราก็มีลูก แต่พอถึงลูกวันเกิด ใจของคนที่เป็นลูก
แทนที่จะคิดถึงแม่ลูก กับคิดถึงเพื่อนๆ เลี้ยงอาหารดีๆให้คนอื่น
แต่คนที่เป็นแม่ผู้ให้กำเนิด ก็ต้องกินอาหารที่มีแค่ในถาดหลุม
เราไม่เข้าใจในจิตใจของพวกเค้าเลยน่ากลัวค่ะ :b41: :b48: :b55:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ธ.ค. 2011, 19:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.พ. 2009, 22:21
โพสต์: 1973


 ข้อมูลส่วนตัว


เท่าที่เราอ่านเรื่องของคุณแล้ว เรารู้สึกว่าจริงๆแล้วคุณไม่ได้ต้องการอะไรมาก
แต่เหมือนคุณอยากจะเล่นเกมนี้ไปเรื่อยๆ ให้สะใจเล่นๆ :b12:
คุณต้องระวังสุดท้ายคุณจะเหนื่อย
ทำไมคุณไม่ใช้วิธีนิ่งล่ะค่ะ ไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น

เรามีเรื่องของผู้หญิง ที่สามีมีเมียน้อยเล่าให้คุณฟังค่ะ
ผู้หญิงคนนี้เป็นพยาบาล สามีเป็นข้าราชการตำแหน่งระดับหัวหน้า
มีลูกสาว2คน แล้วจู่ๆสามีก็ไปมีผู้หญิงทำงานประกัน(คือเพื่อนเราเอง)

เพื่อนเราร้ายจริงๆ โทรไปหาเรื่องภรรยาเค้าตลอด แต่เมียของเค้าเฉยอย่างเดียว
ไม่รับรู้ สามีไม่กลับบ้านไม่เคยตาม จากวัน2วันเป็นอาทิตย์ จาก1อาทิตย์เป็น1เดือน
ภรรยาไม่เคยตาม อยู่เงียบๆกับลูกสาว

แต่สามีของเค้าดีมากๆน่ะ เงินเดือนให้ภรรยาเกือบทั้งหมด เหลือไว้ใช้แค่2พันต่อเดือน
ค่าใช้จ่่ายที่เพื่อนเราอยู่กับผู้ชายคนนี้ เพื่อนเราจ่ายเองทั้งหมด

คือเพื่อนเราไปยึดติดกับตำแหน่งของผู้ชายคนนี้ ส่วนผู้ชายชอบเพื่อนเรา คือเอาใจเก่ง
กินเที่ยวเท่าไหร่จ่ายทั้งหมด คือเค้า2คนอยู่แบบเปิดเผยไปเลย อยู่กันหลายปีค่ะ

แต่คนที่ทุกข์ไม่ใช่คนที่เป็นเมียหลวงน่ะ คนที่ทุกข์คือเพื่อนเราเอง
เพราะผู้ชายไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายอะไรทั้งนั้น เงินเดือนให้เมียกับลูกทั้งหมด

เพื่อนเราเวลาโมโห โทรไปด่าเมียเค้า เมียเค้าไม่ตอบโต้ ก็ด่าเมียเค้าแบบหยาบๆให้ผู้ชายฟัง
ผู้ชายโมโหตบตีเพื่อนเรา ผู้ชายบอกว่าเมียเค้าไม่ผิด อย่าไปลามถึงเมียเค้า

ผู้ชายคนนี้ยิ่งอยู่กับเพื่อนเรานาน เค้ายิ่งเห็นค่าเห็นความดีของเมียเค้ามากขึ้น
โทรไปหาโทรไปคุยกับเมียเค้ามากขึ้น จนปัจจุบันนี้เค้าเลิกกับเพื่อนเรา
กลับไปอยู่กับเมียกับลูกๆของเค้า

ผู้หญิงคนที่เป็นพยาบาลคนนี้เก่งจริงๆ คุมอารมณ์ความโกรธของตัวเองไว้ได้
แต่คนที่ร้อนคือเพื่อนของเรา :b41: :b55: :b47:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ธ.ค. 2011, 12:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.พ. 2009, 22:21
โพสต์: 1973


 ข้อมูลส่วนตัว


คุณวันนี้เขียน

อ้างคำพูด:
ดิฉันไม่มีวันเล่นเกมที่ไม่มีทางชนะหรอกค่ะ


คุณพูดคำนี้เหมือนเพื่อนเราคนหนึ่งเลยค่ะ
เราก็เลยถามเค้าว่า จะเล่นไปทำไม เค้าบอกเค้า" ต้องการความสะใจ"
เราก็บอกว่า ถ้าต้องการความสะใจเธอจะเหนื่อยน่ะ เค้าบอก " เค้าไม่เหนื่อยสนุกดี "

เพราะความรักในตัวสามีเค้าเนี่ย เค้าไม่มีแล้วมันหมดไปแล้ว เหลือแต่ความแค้นเท่านั้นเอง
สิ่งที่เค้าทำ คือต้องการสะใจเท่านั้นเอง

แต่เค้าอาจจะแก้ปัญหาโดยไม่ใช้สติหรืออย่างไรไม่ทราบน่ะ พอสุดท้ายเค้าใช้วิธีผูกคอฆ่าตัวตาย
พอแฟนเค้าเปิดประตูเข้าบ้านก็เจอศพพอดี
ช่วงนั้นเราจะโทรคุยกับเค้าบ่อย เศร้าค่ะ :b7: ไม่เล่าต่อดีกว่า


มาคุยเรื่องของคุณต่อดีกว่าค่ะ
คุณวันนี้เคยมีเพื่อน หรือรู้จักผู้หญิงที่ชอบต้องการจะเป็นคนที่2ของชาวบ้านหรือปล่าวค่ะ
จะมีอยู่2แบบน่ะ

แบบที่1 คือไม่รู้ว่าฝ่ายชายมีภรรยาอยู่แล้ว ถ้าผู้หญิงแบบที่1นี่
คนที่เป็นภรรยาจะคุยกับเค้ารู้เรื่อง เค้าจะเป็นฝ่ายถอยถึงแม้จะมีลูก

แบบที่2 รู้......แต่ก็จะเอา พร้อมจะต่อกรทุกรูปแบบไม่ยอมแพ้
แม้จะต้องใช้เงินเพื่อซื้อใจญาติพี่น้องของฝ่ายชาย
แล้วมือที่3ของคุณวันนี้เป็นแบบที่1หรือที่2ค่ะ


ถ้าเป็นแบบที่2นี่ ต้องใช้เวลาค่ะ เพราะพวกหล่อนจะอึดมาก
เสียทั้งตัวเสียทั้งเงิน หล่อนก็ยอมเพียงเพื่อให้ภรรยาของผู้ชายเสียใจเท่านั้นเอง

พิมพ์อะไรออกมาก็พิมพ์มาเถอะค่ะ ปล่อยให้ความสับสนความว้าวุ่น ที่อยู่ในใจมัน
ออกมาเป็นตัวหนังสือก็ดีค่ะ อย่าให้ความว้าวุ่นมันไปเกาะอยู่ที่ใจหรือสมองค่ะ
พิมพ์ออกมาแล้วไม่ต้องไปลบมันหรอกค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ธ.ค. 2011, 20:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.พ. 2009, 22:21
โพสต์: 1973


 ข้อมูลส่วนตัว


สิ่งที่คุณเล่าว่าแม่สามีคุณมีส่วนในมือที่3 เราคิดว่าท่านโดนดึงโดยท่านไม่รู้มากกว่า
เพราะผู้หญิงคนนั้นรู้จักกับแม่สามีคุณ ในฐานะเพื่อนของลูกชาย
แล้วก็เป็นธรรมดาสังคมคนไทย มักจะเรียกแม่ของเพื่อนว่า "แม่" ก็เลยเหมือนสนิท

แล้วผู้หญิงคนนั้นคนนั้น ก็คงจะเอาใจแม่สามีคุณ ก็เลยเหมือนเป็นสมาชิกในบ้านคนหนึ่ง
โดยที่แม่สามีคุณไม่คิดว่า จะเข้ามาเป็นมือที่3ในครอบครัวคุณ

แต่คุณวันนี้ค่ะ เท่าที่อ่านคุณเขียนเรื่องของสามีคุณ เราคิดว่าสามีคุณเค้ายังให้ความเกรงใจ
ความรักคุณอยู่น่ะ ไม่อย่างนั้นเค้าคงจะไม่โกหกคุณ เค้าคงจำเป็นต้องโกหก
เพราะเค้าแคร์คุณไง เพราะเค้ากลัวคุณจะเสียใจ เค้าก็เลยต้องโกหก

คุณลองไปอ่านบางกะทู้ดูค่ะ บางคนผู้ชายบอกเลย เค้าต้องการจะอยู่กับผู้หญิงคนใหม่
ให้ภรรยาหลวงออกจากบ้าน แต่นี่สามีคุณยังโกหกคุณ เพื่อให้คุณสบายใจ
ก็แสดงว่าเค้าแคร์คุณน่ะค่ะ :b41: :b55: :b47:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กระทู้นี้ถูกล็อก คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความ หรือ ตอบกลับในกระทู้นี้  [ 97 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4, 5 ... 7  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร