วันเวลาปัจจุบัน 25 พ.ค. 2022, 02:44  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 39 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ก.ย. 2011, 17:19 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ก.ย. 2011, 14:26
โพสต์: 13


 ข้อมูลส่วนตัว


ก่อนอื่นขอเล่ารายละเอียดให้ฟังก่อนนะค่ะ แล้วขอคำติเตือนหรือว่ากล่าวให้ตัวของแอมได้สำนึกบ้าง

แอมได้คบกับผู้ชายที่มีเมียแล้ว ตอนแรกก็เป็นที่ปรึกษากัน แต่แล้วก็ดันไปมีความสัมพันธ์กันเพราะความหวั่นไหวบวกกับการเอาใจใส่และดูแลเป็นอย่างดีของผู้ชาย
ตัวแอมไม่มีใคร และไม่เคยสนใจในตัวผู้ชายง่ายๆ
ตอนแรก คิดว่าแค่เล่นๆ เพราะเราไม่อยากแย่งของใคร (อาจฟังแล้วอยากด่า) แต่มันเป็นเรื่องจริงค่ะ
แต่แล้ว ความที่เรามันสร้างกรรมกับผู้หญิงคนนึง ที่ไปเอาเวลาของสามีเขามา เขาต้องทรมาน
คิดตลอดนะค่ะ ทุกครั้งที่ผู้ชายมาอยู่กับเรา ว่าทางโน้นเขาต้องทรมาน (แต่ก็ยังทำ)
1 ปี ผ่านไป เราก็ยัง สาวและสวยอยู่ ผู้ชายก็เฝ้าตามและมาหาตลอด เราก็ไม่ได้แคร์อะไรมาก (เพราะคิดว่า คบไว้แก้เหงา) และแล้ว เหตุการณ์ ก็เปลี่ยนไป

แอมท้อง! แอมก็บอกว่ามันเป็นเรื่องง่ายที่จะเลี้ยงเด็กนึงคน โดยไม่ต้องมีพ่อ เราก็เลี้ยงเองได้
ตั้งแต่ท้องจนวันคลอด 1 ปี ที่ผ่านมา แอมอยู่บนกองไฟ และ คราบน้ำตา
เฝ้ารอแต่ให้ผู้ชายมาหาและดูแล เค้าก็ดูแล แต่ดูแลแบบไปวันๆ
คำพูดทุกคำพูดที่เค้าพูด มันเจ็บยิ่งกว่า เอามีดมากรีดใจ
เราต้องยอมรับสภาพ ที่เป็นเมียน้อย โดยไม่คิดที่จะเป็น
ทั้งกลางวันและกลางคืน ต้องรอลุ้นว่าคืนนี้ เค้าจะมาช่วยดูลูกมั่ย?
อยากบอกว่ามันทรมานเหลือเกิน และรู้แล้ว ว่าทางโน้นเขาทรมานแค่ไหน
ทุกวันนี้ได้แต่ สวดมนต์ ขออโหสิกรรม

วันนี้แอมตัดสินใจแล้วค่ะ แอมจะไม่รอและอดทนอีกต่อไป
แอมจะเอาลูกไปให้แม่เลี้ยง เริ่มต้นกับชีวิตตัวเองใหม่ จะตั้งหน้าหาเงินเลี้ยงลูกและครอบครัว
แอมพูดว่าจะไปหลายครั้งจนผู้ชายเค้าชินและคิดว่าเราทำไม่ได้
ขนาดว่าเค้ารู้ว่า เราตัวคนเดียวไม่มีใคร ทางบ้านไม่รู้ เค้ายังทำกับเราได้ขนาดนี้

นี้คือผลกรรมที่ผู้หญิงคนนี้ทำเอาไว้ และก็ต้องตกที่ลูก ต้องขาดทั้งพ่อและแม่
ต้องเอาลูกไปให้แม่เลี้ยงที่บ้าน แต่จะให้แม่ขึ้นมาเลี้ยงที่ กทม. ก็ไม่มีใครเห็นด้วย
เค้าบอกว่าสู้ทำงานและหาเงินมาให้แม่เลี้ยงหลานที่บ้านดีกว่า เพราะค่าใช้จ่ายมันน้อยกว่ากัน
แต่แอมก็คิดถึงและสงสารลูก ที่เราจะไม่ได้อยู่ดูเค้าทุกวัน แต่ก็ต้องอดทน เพราะหนทางข้างหน้า
ยังมีค่าใช้จ่ายอีกมากมาย เราหาเงินอยู่คนเดียว

ที่เขียนมานี้ อยากให้พี่ๆน้องๆ ทั้งหลายดูเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีเอาไว้
การที่เราปล่อยใจ ไปกับใครคนนึง ตอนแรกเรานิ่ง เค้าตาม
สุดท้าย เราตาม เค้านิ่ง แต่มันเจ็บมาก

ไม่พร้อมอย่ามีเลยค่ะลูก สงสารเค้า ให้เค้าเกิดมาแล้วก็ต้องลำบาก เพราะความคิดง่ายๆ ของเรา
ว่าเลี้ยงได้ แต่มันไม่ใช่แค่นั้น

ตอนนี้ก็ได้แต่อดทนค่ะ รอวันที่เราแข็งแรงและพร้อมจะไป เพราะตอนนี้ ลูกก็ได้แค่เดือนเดียวเอง
ขนาดเดือนนะค่ะ ผู้ชายยังทำกับเราได้ขนาดนี้ ถ้าต่อๆๆไปจะขนาดไหน

ขอกำลังใจหรือคำติเตือน (หรือด่า) เพื่อให้ผู้หญิงคนนี้ได้สำนึกมากกว่านี้ และให้หลุดพ้นจากที่ตรงนี้ได้เร็วด้วยนะค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ก.ย. 2011, 19:53 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.ย. 2011, 23:14
โพสต์: 10

อายุ: 20

 ข้อมูลส่วนตัว


ความผิดพลาดมันเกิดขึ้นได้เสมอ ไม่ว่าเราจะสำนึกผิดช้าหรือเร็วก็ยังดีกว่าเราไม่สำนึกผิดเลยไม่ใช่หรอค่ะ
เมื่อเกิดเรื่องแบบนี้ถ้าเป็นดิฉัน อย่างแรกดิฉันจะสร้างความเข้มแข็งให้ตัวเองเพราะเราต้องเข้มแข็งเพื่อลูกทำงานเก็บเงินเลี้ยงดูลูกให้ดี ให้ลูกรู้สึกว่าเขาได้รับความอบอุ่นจากตัวคุณเองอย่างเต็มเปี่ยม ฉันเชื่อว่าถ้าคุณสร้างความเข้มแข็งได้ คุณจะเป็นผู้หญิงที่เก่งคนหนึ่งเชียวล่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ก.ย. 2011, 23:37 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ก.ย. 2011, 14:26
โพสต์: 13


 ข้อมูลส่วนตัว


ตอนนี้ แอมก็ได้รับกรรมนั้นอยู่
วันนี้เค้าก็ไม่มาช่วยดูลูก อีกแล้ว
แต่แอมก็พยายามทำใจ และยอมรับกับสิ่งที่เปลี่ยนแปลง
เลิกรอ เลิกหวัง (แม้บ้างครั้ง มันก็มีเผลอคิดบ้างว่าเค้าจะมา แต่ก็พยายามดับมัน)

เมื่อก่อน แอมถามเค้าตลอดว่า ทำไมเมื่อคืนไม่มา ทำไม่ห่วงกัน ทำไมและทำไม อีกมากมาย
คำตอบของเค้าคือ ก็รู้อยู่ว่าเค้าไม่ใช่ตัวคนเดียว
มันกลับกันค่ะ เมื่อก่อน อยู่กับเรา เป็นอาทิตย์ เป็นเดือน โดยไม่ห่วงทางโน้น ทั้งที่เราบอกให้กลับ
แต่ตอนนี้ ต้องกลับบ้านทุกวัน

แอมให้โอกาสเค้า โดยที่แอมไม่รู้ว่าให้ทำไม รอเพื่ออะไร เพราะไม่มีอะไรให้เราได้หวังเลย
เพราะเราพูดแต่แรกแล้ว ว่าจะไม่ทำลายครอบครัวใคร และเค้าก็บอกอยู่แล้วว่าไม่เลิกกับทางโน้น

แอมแค่ขอให้เค้าพูดกับแอม ว่าเราจบกัน ได้ยินจากปากเค้า เพื่อจะได้ตัดใจได้
แต่เค้าก็ไม่พูด และบอกว่าไม่ตัดทางใด มีทั้งสองบ้าน แต่ก็ไม่เคยดูแลเราเลย มีเพื่ออะไร?

พยายามค่ะ ที่จะอดทนให้แข็งแรง ทั้งที่อ่อนแอเหลือเกิน ได้แต่กอดลูกและร้องไห้ไปกับลูกทุกวัน
จากคนที่มีงานที่ดีทำ เป็นผู้หญิงที่สวย และมีแต่ผู้ชายตามจีบ
แต่ตอนนี้ เป็นแค่ผู้หญิงบ้านๆ คนหนึ่ง ที่ทำทุกอย่างให้เค้าเห็นใจ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ก.ย. 2011, 00:38 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ม.ค. 2010, 03:39
โพสต์: 55

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


You are wasting your life thinking of him.

You are not the first and the last who make this kind of mistake.

What matter now is how you pick up yourself up. LOVE yourself and your child.


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ก.ย. 2011, 14:01 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.ย. 2011, 23:14
โพสต์: 10

อายุ: 20

 ข้อมูลส่วนตัว


ถ้าคุณแอมรู้สึกไม่สบายใจ ก็เข้ามาเล่าเรื่องราว ความรู้สึกกับทุกๆคน หรืออาจจะเข้าไปอ่านเรื่องราวของคนอื่นแล้วแชร์ประสบการณ์กัน มันจะช่วยให้เราเปิดกว้างรับแนวความคิดใหม่ๆเข้ามาและการที่เราเห็นใจผู้อื่นและผู้อื่นเห็นใจเรา จะช่วยให้เรามีกำลังใจที่ดีขึ้น ดิฉันขอแนะนำบทสวดมนต์ที่คอยเตือนสติเราเมื่อกิเลสเกิด ดิฉันสวดอยู่ได้ผลดีทีเดียวคะ


อุปกิเลส 16
อุปกิเลส เครื่องเศร้าหมองใจ
1. อะภิชฌาวิสะมะโลโภ
ความโลภเพ่งเล็งอยากได้ของเขา
2. โทโส
ความประทุษร้ายเขา
3. โกโธ
ความโกรธเคืองเขา
4. อุปะนาโห
ความผูกเวรหมายมั่นกัน
5. มักโข
ความลบหลู่ดูถูกเขา
6. ปะลาโส
ความยกตัวขึ้นเทียมเขา
7. อิสสา
ความริษยาเขา
8. มัจฉะริยัง
ความตระหนี่เหนียวแน่นเกียจกัน,หวงเข้าหวงของ และ วิชาความรู้ที่อยู่อาศัย
9. มายา
ความเป็นคนเจ้าเล่ห์เจ้ากล
10.สาเถยยัง
ความโอ้อวดตัวให้ยิ่งกว่าคุณที่มีอยู่
11.ถัมโภ
ความแข็งกระด้างดื้อดึง,เมื่อเขาสั่งสอนว่ากล่าวโดยธรรมโดยชอบ
12.สารัมโภ
ความปรารภไม่ยอมตาม,หาเหตุผลมาอ้างทุ่มเถียงต่างๆ
เมื่อขณะเขาว่ากล่าวโดยธรรมโดยชอบ

13.มาโน
ความเย่อหยิ่ง ถือเรา ถือเขา ถือตัว ถือตน
14.อะติมาโน
ความดูถูกล่วงเกินผู้อื่น
15.มะโท
ความเมาหลงในร่างกาย ที่ทรุดโทรมด้วยความชรา มีอยู่ทุกๆ วันมาสำคัญว่ายัง หนุ่มยังสาวอยู่ประมาทไป, และเมาหลงในร่างกายที่ป่วยไข้อยู่เป็นนิจ, ต้องกินยา คือ ข้าวน้ำ ทุกเช้าค่ำ,มาสำคัญว่าไม่มีโรค เป็นสุขสบาย ประมาทไป, และเมาหลงในชีวิตที่เป็นของไม่เที่ยง,พลันดับไปดังประทีปจุดไว้ในที่แจ้งฉะนั้น,มาสำคัญว่ายังไม่ตายประมาทไป
16.ปะมาโท
ความเมามัวทั่วไป,อารมณ์อันใดที่น่ารัก ก็ไปหลงรัก อารมณ์เหล่านั้น, อารมณ์อันใดที่น่าชัง ก็ไปหลงชิงชังโกรธต่ออารมณ์เหล่านั้น


บรรจบเป็นอุปกิเลสเครื่องเศร้าหมองใจ 16 ข้อ จิตเศร้าหมองด้วยอุปกิเลส ข้อใดข้อหนึ่งดังว่ามานี้แล้ว, จิตนั้นล้วนเป็นบาปเป็นอกุศลหมดทั้งสิ้น


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ก.ย. 2011, 14:12 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.ย. 2011, 23:14
โพสต์: 10

อายุ: 20

 ข้อมูลส่วนตัว


ต่อจากนี้ไปถ้าเราตั้งใจที่จะทำกรรมใหม่ของเราให้ดี เราก็มั่นใจได้เลยว่าถึงผลกรรมดีจะส่งผลช้าหน่อยแต่เราก็อุ่นใจที่จะไม่มีเรื่องแย่ๆเกิดขึ้นกับเราอีก
เพราะศรัทธา กับความตั้งใจจริงที่จะยึดหลักธรรมคำสอนจะทำให้คุณพ้นผ่านวันคืนที่แสนเจ็บปวดและมีอนาคตที่สวยงามได้ค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ก.ย. 2011, 16:37 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ย. 2009, 10:42
โพสต์: 454

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เป็นกำลังใจให้นะคะ... ขอให้เป็นแม่ที่ดีของลูกค่ะ

พิม


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ก.ย. 2011, 20:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 พ.ค. 2009, 02:41
โพสต์: 5636

แนวปฏิบัติ: พอง ยุบ
ชื่อเล่น: เจ
อายุ: 0
ที่อยู่: USA

 ข้อมูลส่วนตัว www


เล่นกับไฟ....ไฟก็ไหม้เป็นธรรมดา
ผิดแล้วรู้ว่าผิด ยังพอจะแก้ไขให้ดีได้ ใช้อดีตที่ผ่านมา
เป็นบทเรียนสอน และเตือนตัวเองในการตัดสินใจครั้งต่อไป
ที่ได้รับในวันนี้คือผลของอดึต ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
เพื่อผลของอนาคต ตั้งใจเลี้ยงลูกให้ดีนะค่ะ
ยึดเขาเป็นหลัก...เราจะได้ไม่เคว้งคว้าง
เป็นกำลังใจให้ค่ะ :b4: :b4:

.....................................................
"มิควรหวังร่มเงาจากก้อนเมฆ"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ก.ย. 2011, 22:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 มี.ค. 2010, 21:44
โพสต์: 942

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b34:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ก.ย. 2011, 14:55 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.ย. 2011, 22:16
โพสต์: 23

แนวปฏิบัติ: ทุกแบบที่พระพุทธเจ้าตรัสสอน
งานอดิเรก: ศึกษาธรรมะ
สิ่งที่ชื่นชอบ: มีหลายเล่ม
อายุ: 22
ที่อยู่: ประเทศไทย

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอเล่าเรื่องราวของญาติดิฉันให้ฟังนะคะ ท่านมีศักดิ์เป็นน้าของดิฉันเอง

น้าของดิฉันแต่งงานกับผู้ชายคนหนึ่งหลังจากที่คบกับมานับ 10 ปี ทั้งๆ ที่เขามีลูกติดเพราะภรรยาคนก่อนทนเขาไม่ได้ เนื่องจากสามีคนนี้ชอบทำร้ายร่างกายผู้หญิง แถมเจ้าชู้มาก ไปนอนนอกบ้านตลอด น้าต้องนอนอยู่แฟลตเล็กๆ คนเดียวแทบทุกคืน แต่น้าก็ให้อภัย คอยดูแลเอาใจใส่อย่างดี เพราะเค้ารักสามีคนนี้มาก มากจนลืมรักตัวเองไปเลยก็ว่าได้ สุดท้ายพอแต่งงานไปได้ประมาณ 5 ปี (ยังไม่มีลูกด้วยกัน) ผู้ชายคนนั้นเค้าไปมีผู้หญิงอื่นอย่างออกหน้าออกตา น้าดิฉันเลยทนไม่ไหวแล้ว เหมือนที่เคยทนมามันเหมือนฟางเส้นสุดท้าย น้าเลยตัดสินใจเก็บของออกมาอยู่ที่อื่น แม้เค้าจะได้ชื่อว่าเป็นภรรยาและรักสามีคนนี้มาก แต่เค้าเลือกที่จะไม่ทำร้ายตัวเองอีกต่อไป แต่หลังจากที่เก็บของออกจากแฟลตสามีมาแล้ว น้าก็พบว่าตัวเองท้อง!!!

คุณคิดว่า น้าฉันจะทำอย่างไรคะ ในเมื่อเค้าก็ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาตามกฎหมาย?
เค้าควรจะกลับไปหาสามี บอกให้เลิกกับผู้หญิงคนนั้น แล้วรับผิดชอบลูกในท้อง ใช่ไหมคะ
แต่เปล่าเลย เค้าบอกว่า เค้าเจ็บมามากพอแล้ว ให้มันจบเถอะ ลูกคนเดียวเค้าเลี้ยงได้ เค้าเคยรักผู้ชายคนนี้มาก แต่ความรักของเค้าเปลี่ยนผู้ชายคนนี้ไม่ได้เลย ความรักนี้ไม่เคยทำให้เค้ามีความสุขเลย ตอนนี้ถึงเวลาที่เค้าจะรักตัวเองและรักลูกแล้ว โดยที่เค้าไม่คิดจะเรียกร้องอะไรจากอดีตสามีเลยแม้แต่อย่างเดียว ถ้าลูกถามเค้าก็บอกลูกว่า พ่อหนูตายไปแล้วนะลูก เพื่อไม่ให้ลูกมีปมด้อยว่าไม่มีพ่อ นี่ขนาดเค้าเป็นภรรยาตามกฎหมายนะคะ เค้ายังตัดใจจากผู้ชายที่เค้ารักได้ เพราะเค้ารู้ว่าอยู่ไปก็ทรมาน

คุณแอมคะ แม้ว่าในอดีตคุณเคยทำให้คนอื่นเจ็บปวดจนตัวเองต้องมาเจ็บปวดเองในวันนี้ มันไม่ได้หมายความว่า คุณจะเริ่มต้นใหม่ไม่ได้ หากคุณเลือกที่จะเริ่มต้นใหม่ จงมีชีวิตเป็นของคุณเองอย่าไปผูกกับใคร รักตัวเองและรักลูกของคุณ ดูแลลูกของคุณให้ดี ให้เค้าโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดี เพราะนั่นก็เป็นหน้าที่ของคุณนะคะ ลูกเป็นผลจากการกระทำในอดีตของคุณ เค้าจึงเป็นความรับผิดชอบของคุณ แต่ความรับผิดชอบไม่ใช่ภาระนะคะ ดังนั้นลูกจึงไม่ใช่ภาระของคุณ ในเมื่อเขาไม่รับผิดชอบและเขาก็มีภรรยาอยู่แล้ว คุณจึงไม่มีสิทธิและไม่มีหน้าที่เรียกร้องให้เขากลับมาช่วยคุณ

ความรักที่คุณมีให้เขามากเท่าไร จงทุ่มเทไปให้ลูกของคุณเถอะนะคะ รักลูกไม่ต้องไปแย่งใครรักนะ แต่ถ้ารักเขาคุณต้องไปแย่งภรรยาเขามา มันควรหรือ ถ้าบาปกรรมนี้ไม่ส่งผลกับคุณแต่ไปส่งผลกับลูกคุณ คุณจะรับได้ไหมถ้าในอนาคตลูกคุณต้องทนทุกข์ทรมาน

ถ้าไม่อยากทำบาปอีกต่อไป หยุดเรียกร้องรอคอยให้เขากลับมาเถอะนะคะ เพราะ..
หากเขากลับมาหาคุณแล้วเลิกกับภรรยาเขา คุณทำบาปกับภรรยาเขา
หากเขากลับมาหาคุณแต่ยังไม่เลิกกับภรรยาเขา คุณทำบาปกับตัวเอง กับภรรยาเขา กับลูกของคุณ
หากเขาไม่กลับมาแต่คุณก็ยังคาดหวัง คุณทำบาปกับตัวเอง กับลูกของคุณ

สุดท้าย มนุษย์ (มนะ-อุษยะ) แปลว่า "ผู้มีใจสูง" เพราะมนุษย์รู้จักผิดชอบชั่วดี มีหิริโอตตัปปะ
ดิฉันเชื่อว่า คุณเป็นมนุษย์ค่ะ :b45: :b39:


แก้ไขล่าสุดโดย นิรวาเณสี เมื่อ 15 ก.ย. 2011, 18:39, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ก.ย. 2011, 15:01 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.ย. 2011, 22:16
โพสต์: 23

แนวปฏิบัติ: ทุกแบบที่พระพุทธเจ้าตรัสสอน
งานอดิเรก: ศึกษาธรรมะ
สิ่งที่ชื่นชอบ: มีหลายเล่ม
อายุ: 22
ที่อยู่: ประเทศไทย

 ข้อมูลส่วนตัว


ฝากไว้อีกนิดนะคะ สำหรับหิริโอตตัปปะ :b20: :b41: :b46:


หิริ คือ ความละอายต่อบาป ถึงไม่มีใครรู้แต่นึกกินแหนงแคลงใจ ไม่สบายใจ เป็นความรู้สึกรังเกียจ เห็นบาปเป็นของสกปรก จะทำให้ใจของเราเศร้าหมอง จึงไม่ยอมทำบาป

โอตตัปปะ คือ ความเกรงกลัวต่อบาป เป็นความรู้สึกกลัว กลัวว่าเมื่อทำไปแล้วบาปอาจจะส่งผลเป็นความทุกข์ทรมานแก่เรา จึงไม่ยอมทำบาป

สมมติ ว่าเราเห็นเหล็กชิ้นหนึ่งเปื้อนอุจจาระอยู่ เราไม่อยากจับต้องรังเกียจว่าอุจจาระมาเปื้อนมือเรา ความรู้สึกนี้เปรียบได้กับหิริ คือความละอายต่อบาป สมมุติว่าเราเห็นเหล็กท่อนหนึ่งเผาไฟอยู่จนร้อนแดง เรามีความรู้สึกกลัวไม่กล้าจับต้อง เพราะเกรงว่าความร้อนจะลวกเผาไหม้มือเรา ความรู้สึกนี้เปรียบได้กับโอตตัปปะ คือ ความเกรงกลัวต่อผลของบาป

“สัตบุรุษผู้สงบระงับ ประกอบด้วยหิริโอตตัปปะ ตั้งมั่นอยู่ในธรรมขาว ท่านเรียกว่า ผู้มีธรรมของเทวดาในโลก” (ขุ.ชา.เอก. ๒๗/๖/๓)




เหตุที่ทำให้เกิดหิริ

๑. คำนึงถึงความเป็นคน หรือชาติตระกูล “เรา นี่มีบุญอุตส่าห์ได้เกิดเป็นคนแล้ว ทำไมจึงจะมาฆ่าสัตว์ ทำไมต้องมาขโมยเขากิน นั่นมันเรื่องของสัตว์เดียรัจฉาน ทำไมต้องมาแย่งเมีย ไม่ใช่หมูหมากาไก่ในฤดูผสมพันธุ์นี่ เรานี่มันชาติคน เป็นมนุษย์สูงกว่าสัตว์ทั้งหลายอยู่แล้ว” พอคำนึงถึงชาติตระกูล หิริก็เกิดขึ้น

๒. คำนึงถึงอายุ “โธ่ เอ๋ย เราก็แก่ปานนี้แล้ว จะมานั่งเกี้ยวเด็กสาวๆ คราวลูกคราวหลานอยู่ได้อย่างไร โธ่เอ๋ย เราก็แก่ปานนี้แล้วจะมานั่งขโมยของเด็กรุ่นลูกรุ่นหลานได้อย่างไร” พอคำนึงถึงวัย หิริก็เกิดขึ้น

๓. คำนึงถึงความดีที่เคยทำ “ดูซิ เรามีความองอาจกล้าหาญ ทำความดีมาก็มากแล้ว ทำไมจะต้องมาทำความชั่วเสียตอนนี้ล่ะ ไม่เอาละ ไม่ยอมทำความชั่วละ” พอคำนึงถึงความดีเก่าก่อน หิริก็เกิดขึ้น

๔. คำนึงถึงความเป็นพหูสูต “ดูซิ เราก็มีความรู้ขนาดนี้แล้ว รู้ว่าอะไรดี อะไรชั่ว รู้ว่าอะไรควรทำ รู้สารพัดจะรู้แล้วจะมาทำความชั่วได้อย่างไร” พอคำนึงถึงความเป็นพหูสูต หิริก็เกิดขึ้น

๕. คำนึงถึงพระศาสดา “เรา เองก็ลูกพระพุทธเจ้า พระองค์ทรงเหนื่อยยาก ตรัสรู้ธรรมแล้วทรงสั่งสอนอบรมพวกเราต่อๆ กันมา เราจะละเลยคำสอนของพระองค์ ไปทำความชั่วได้อย่างไร” พอคำนึงถึงพระศาสดา หิริก็เกิดขึ้น

๖. คำนึงถึงครูอาจารย์ สถานศึกษา “ฮึ เราก็ศิษย์มีครูเหมือนกัน ครูอาจารย์สู้อบรมสั่งสอนมา ชื่อเสียงสถาบันของเราก็โด่งดังเป็นที่ยกย่องสรรเสริญแล้วเราจะมาทำชั่วได้ อย่างไร” พอคำนึงถึงครูอาจารย์ สำนักเรียน หิริก็เกิดขึ้น



เหตุที่ทำให้เกิดโอตตัปปะ

๑. กลัวคนอื่นติ “นี่ถ้าเราขืนไปขโมยของเขาเข้า คนอื่นรู้คงเอาไปพูดกันทั่ว ชื่อเสียงที่เราอุตส่าห์สร้างมาอย่างดี คงพังพินาศหมดคราวนี้เอง”เมื่อกลัวว่าคนอื่นเขาจะติเอา โอตตัปปะก็เกิดขึ้น จึงไม่ยอมทำบาป

๒. กลัวการลงโทษ “อย่าดีกว่า ขืนไปฆ่าเขาเข้า บาปกรรมตามทัน ตำรวจจับได้ มีหวังติดคุกตลอดชีวิตแน่” เมื่อกลัวว่าบาปจะส่งผลให้ถูกลงโทษ โอตตัปปะก็เกิดขึ้น จึงไม่ยอมทำบาป

๓. กลัวการเกิดในทุคติ “ไม่เอาละ ขืนไปขโมยของเขาอีกหน่อย ต้องไปเกิดเป็นสัตว์นรก เป็นเปรต เป็นอสุรกายไม่ทำดีกว่า” เมื่อกลัวว่าจะต้องไปเกิดในทุคติ โอตตัปปะก็เกิดขึ้น จึงไม่ยอมทำบาป





ที่มา: ที่ระลึกงานฉลองอายุครบ ๗๒ ปี พระครูพิพัฒน์ปทุมสร หน้า๔๒๓-๔๒๔ :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ก.ย. 2011, 16:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ย. 2009, 10:42
โพสต์: 454

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


พี่ทักทายหายไปไหนมาคะ.....


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ก.ย. 2011, 17:03 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2009, 15:01
โพสต์: 408

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อ่านเรื่องราวของคุณแอมแล้ว ไม่ได้รู้สึกว่าอยากจะซ้ำเติมอะไร
แต่กลับกันรู้สึกว่าคุณแอมไม่ได้ตั้งใจจะทำบาป แต่ด้วยเหตุการณ์พาไป
แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นมาแล้ว ล้วนจะกลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้
ซึ่งจะมีแต่วันนี้และวันพรุ่งนี้เท่านั้น ที่เราจะเลือกทำในสิ่งที่ดีได้

อย่างไรก็ตามขอให้คุณแอมผ่านพ้นวิบากกรรมต่างๆ ไปด้วยดีนะค่ะ

เป็นกำลังใจให้ค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ก.ย. 2011, 20:56 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 พ.ค. 2009, 02:41
โพสต์: 5636

แนวปฏิบัติ: พอง ยุบ
ชื่อเล่น: เจ
อายุ: 0
ที่อยู่: USA

 ข้อมูลส่วนตัว www


พิมพลอย เขียน:
พี่ทักทายหายไปไหนมาคะ.....

ล่องๆ ลอยๆ อยู่แถวๆนี้แหละค่ะหนูพิม

ตอนนี้กำลังฝึกวิชา "ล่องหน" อยู่ :b32: :b32:

.....................................................
"มิควรหวังร่มเงาจากก้อนเมฆ"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ก.ย. 2011, 22:08 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ก.ย. 2011, 14:26
โพสต์: 13


 ข้อมูลส่วนตัว


ขอขอบคุณทุกข้อความที่ส่งเข้ามา และให้ข้อคิดมากมาย แอมรู้ค่ะ ว่าใน ณ ที่นี้ ไม่ได้มีใครเกลียดหรือโกรธแอม แต่ที่ส่งมาให้ เป็นการเตือนสติ และให้ข้อคิดในสิ่งที่ ซึ่งแอมก็เฝ้าดูและอ่านทุกข้อความ
และอ่านหัวข้ออื่นๆ ที่มี เพื่อศึกษาและเอามาสอนตัวเอง

ตอนนี้ แอมก็เริ่มที่จะทำใจได้แล้ว พยายามไม่รอคอยเค้า และไม่ตั้งความหวังว่าคืนนี้เค้าต้องมาหรือไม่?
สวดมนต์ และดูแลลูกน้อยๆ คนเดียวในห้องเล็กๆ
ประสบการณ์เป็นแม่สอนทุกอย่างค่ะ

แอมพยายามลืมสิ่งที่ไม่ดี และจำแต่สิ่งที่ดี
แอมคบเค้า ไม่ใช่ว่า แอมก็ได้นึกถึงคนที่บ้านเค้านะค่ะ ว่ามันเจ็บปวดแค่ไหน
การคบของแอม คือ ไม่มีตัวตน ไม่ก้าวกาย แต่ตอนมาหาแอม เวลาทางโน้นเค้าหายบวกความเจ็บปวด
เหมือนที่แอมต้องเป็นตอนนี้

แต่สิ่งที่แอมพยายามปิดปกไม่อยากให้ทางโน้นได้รู้ ว่าเค้ามีลูกกับผู้หญิงคนอื่น เค้าก็ได้รู้แล้วค่ะ
และก็รู้ว่า เค้าต้องเสียใจแค่ไหน ที่สามีเค้าทำกับเค้าแบบนี้
แอมไม่อยากได้บาปและเวรกรรมมากกว่านี้ เพราะแอมคิดตลอดว่าจะไม่ทำลายครอบครัวใคร
สิ่งที่เราทุกให้มันเกิดขึ้น เราจะแก้ไขมันด้วยตัวเอง

ตอนนี้แอมก็หาทางออกให้ตัวเองอยู่
โดยการบอกแม่ที่บ้านและขอให้แม่มาอยู่กับแอมที่ กทม แอมจะหาบ้านเช่าและไปจากห้องนี้ สิ้นเดือนนี้
จะผิดถูก คนเป็นแม่ให้อภัยลูกได้เสมอ และทำให้แอมได้เห็นว่า ไม่มีใครรักเราเท่ากับ คนเป็นพ่อ แม่ และครอบครัวของเรา

แอมเป็นคนที่แม่ตั้งความหวังไว้สูง เป็นลูกที่แม่ภาคภูมิใจ เลี้ยงดูครอบครัว และทำตัวไม่เที่ยวเตร่ เหมือนเพื่อนรุ่นเดียวกัน มีแต่ทำงานและทำงาน และแอมก็ภาคภูมิใจในตัวเองเสมอ

แต่ทำไมครั้งนี้ แอมถึงได้ทำตัวเลวได้ขนาดนี้ เอาสามีเค้ามาอยู่กับเรา มีลูกกับสามีคนอื่น
กินเหล้าหรือเที่ยวมั่ว ยังไม่เลวเท่านี้เลย

แต่แม่ไม่ได้ว่าเราเลย ซ้ำยังบอกว่า ในเมื่อผิดแล้วก็ต้องแก้ไข เลิกกับเค้าให้ได้ อย่าไปยอมเป็นน้อยเค้า
หลานคนเดียวแม่เลี้ยงได้ เนี้ยแหละคำพูดของแม่ ถึงแม้น้ำเสียงของแม่นั้นจะผิดหวังมาก แต่ก็ไม่ได้ซ้ำเติมเราเลย

ตอนนี้ ก็ได้เป็นทั้งลูกและแม่คนแล้ว และต้องมีภาระที่ต้องดูแลอีกมากมาย
ตอนเกิดปัญหา แอมเฝ้าถามผู้ชายตลอด ว่าพี่จะเอาอย่างไงกับหนู
แต่ผู้ชายก็ตอบอะไรเราไม่ได้เลย ไม่เหมือนตอนเป็นที่ปรึกษาให้กับเราเหมือนเมื่อก่อนเลย

แอมคบเค้า มีแต่แอมเสียเปรียบและก็เสียเปรียบ มีแต่ให้กับให้ และคิดเสมอว่า เรามีมากกว่าเค้า เค้าแย่กว่าเรา ไม่เคยเสียดายที่ให้เค้าเลย บ้างครั้งยังให้เงินเค้าไปเลี้ยงดูครอบครัวเค้าเลย
ทั้งที่แอมมีอายุ น้อยกว่าเค้าต้อง 10 กว่าปี
เค้าไม่ได้หล่อ หรือดูดีอะไรเลย มีแต่คำพูดและการดูแลใส่ใจ ที่ทำให้เราได้หลงและรักเค้าซะมากมาย

ขนาดทุกวันนี้ ยังไม่เคยโทษเค้าเลย มีแต่โทษตัวเอง


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 39 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร