วันเวลาปัจจุบัน 28 ต.ค. 2020, 07:26  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 19 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 มิ.ย. 2011, 03:08 
 
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 มิ.ย. 2011, 17:12
โพสต์: 8


 ข้อมูลส่วนตัว


s006 มีหลายเรึ่อง เรึ่องล่าสุดก่อนละกัน เมึ่อสองอังคารที่ผ่านมาค่ะไปร่วมสวดมนต์ตอนเย็น วันนั้นนั่งสมาธิได้สงบดีแต่พอพระท่านเทศน์สิเป็นเรึ่องคน พูดทำนองหาว่าท่านนายกไม่ดีพูดเหน็บผู้หญิงคู่แข่ง ชึ่นชมทักษินว่าเก่งว่าดี พูดโยงใยว่าพระพุทธองค์ยกนิ้วดียวนั้นแปลว่าพรรคนี้จะชนะ เราทนฟังอู่พักอยากจะเดินออกตอนนั้นติดว่านั่งในสุดจะไม่ดี ทนจนไม่ไหว ต้องออกก่อนดึกว่า ไม่ไปอีกแล้วนะ วันอังคารที่ผ่านมา ยังพูดอีกว่ามีมาเล๋าอีกเป็นทหารมาบอกเรึ่องคนหายคราที่ชุมนุมกัน ใครกลัวก็ไม่ต้องมาฟ้ง ชื่งเราคิดว่าพระไม่ถูก ที่พูดอย่างนั้น หากใครคิดว่าเราคิดไม่ถูกตอบหน่อยนะ จะได้ไม่กลุ้มใจ อ้ออีกอย่างพระจากวัดเดียวกันนั้นพูดว่ามีทรัพย์เท่าไรด็ทำบุญทั้งหมดแม้เดึอดร้อนหรึอถืงตายก็เป็นบุญไม่บาปเราว่าไม่ถูกนิ เอหรือเราเองคืดผิด เลยไม่ไปร่วมบุญกับทางสายพระวัดนี้อีกดีกว่า แต่ก็ไม่ได้บอกคนจัดนะ ยังโทรมาตามอีก หรึอว่าบอกเหตุจริงว่าทำไมไปดีนะ smiley


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 มิ.ย. 2011, 09:12 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ค. 2009, 09:26
โพสต์: 1517

แนวปฏิบัติ: วิปัสสนาภาวนา
อายุ: 39
ที่อยู่: ลำพูน

 ข้อมูลส่วนตัว


ทำบุญต้องไม่เบียดเบียนตนเองด้วยนะครับ

ในธรรมวินัย พะพุทธองค์อนุญาตให้พระภิกษุสงฆ์พูดได้เรื่องเดียว คือ เรื่องทุกข์ กับการดับทุกข์ ไม่ว่าจะพูดเรื่องอะไรนอกจากนี้ ก็ถือว่าผิด ถือว่าไม่ควรหมดแหละครับ

ศาสนาพุทธตอนนี้เลือนลางมาก แทบจะเรียกว่าเลือนหาย แม้กระทั้งการให้ฆารวาสสวดมนต์ ก็ไม่มีในธรรมวินัย ไม่ถือว่าเป็นพุทธประเพณีด้วยซ้ำไป นอกจากจะเป็นวันสำคัญทางศาสนาที่เราจะร่วมกันกล่าวบทสวดมนต์

การร่ายเวทย์บอกมนต์ กราบใหว้อ้อนวอน มีแต่พวกพราหมณ์เท่านั้นแหละครับที่ทำ

อ้างคำพูด:
อ้ออีกอย่างพระจากวัดเดียวกันนั้นพูดว่ามีทรัพย์เท่าไรด็ทำบุญทั้งหมดแม้เดึอดร้อนหรึอถืงตายก็เป็นบุญไม่บาป

ภิกษุพูดเทียบเคียงขอโน่นขอนี่จากคฤหัสที่ไม่ใช่ญาติ อันที่จริงก็ผิดธรรมวินัย พระพุทธองค์เปรียบได้เป็นถึงมหาโจร

Quote Tipitaka:
[๒๓๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย มหาโจร ๕ จำพวกนี้ มีปรากฏอยู่ในโลก มหาโจร ๕ จำพวก เป็นไฉน

๑. ดูกรภิกษุทั้งหลาย มหาโจรบางคนในโลกนี้ ย่อมปรารถนาอย่างนี้ว่า เมื่อไรหนอเราจักเป็นผู้อันบุรุษร้อยหนึ่ง หรือพันหนึ่งแวดล้อมแล้ว ท่องเที่ยวไปในคามนิคมและราชธานี เบียดเบียนเอง ให้ผู้อื่นเบียดเบียน ตัดเอง ให้ผู้อื่นตัด เผาผลาญเอง ให้ผู้อื่นเผาผลาญ สมัยต่อมา เขาเป็นผู้อันบุรุษร้อยหนึ่ง หรือพันหนึ่ง แวดล้อมแล้วเที่ยวไปในคามนิคมและ ราชธานี เบียดเบียนเอง ให้ผู้อื่นเบียดเบียน ตัดเอง ให้ผู้อื่นตัด เผาผลาญเอง ให้ผู้อื่นเผาผลาญฉันใด

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้เลวทรามบางรูปในธรรมวินัยนี้ ก็ฉันนั้นเหมือนกันแล ย่อมปรารถนาอย่างนี้ว่า เมื่อไรหนอ เราจึงจักเป็นผู้อันภิกษุร้อยหนึ่ง หรือพันหนึ่งแวดล้อมแล้ว เที่ยวจาริกไปในคามนิคมและราชธานี อันคฤหัสถ์และบรรชิต สักการะ เคารพ นับถือ บูชา ยำเกรง ได้จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัย เภสัชบริขาร สมัยต่อมา เธอเป็นผู้ อันภิกษุร้อยหนึ่ง หรือพันหนึ่งแวดล้อมแล้ว เที่ยวจาริกไปในคามนิคมและราชธานี อันคฤหัสถ์ และบรรพชิตสักการะ เคารพ นับถือ บูชา ยำเกรงแล้ว ได้จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขารทั้งหลาย ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นมหาโจรจำพวกที่ ๑ มีปรากฏอยู่ ในโลก

๒. ดูกรภิกษุทั้งหลาย อีกข้อหนึ่ง ภิกษุผู้เลวทรามบางรูปในธรรมวินัยนี้ เล่าเรียนธรรมวินัยอันตถาคตประกาศแล้ว ย่อมยกตนขึ้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นมหาโจรจำพวกที่ ๒ มีปรากฏอยู่ในโลก

๓. ดูกรภิกษุทั้งหลาย อีกข้อหนึ่ง ภิกษุผู้เลวทรามบางรูปในธรรมวินัยนี้ ย่อมตามกำจัด เพื่อนพรหมจารี ผู้หมดจด ผู้ประพฤติพรหมจรรย์อันบริสุทธิ์อยู่ด้วยธรรมอันเป็นข้าศึกแก่ พรหมจรรย์อันหามูลมิได้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นมหาโจรจำพวกที่ ๓ มีปรากฏอยู่ในโลก

๔. ดูกรภิกษุทั้งหลาย อีกข้อหนึ่ง ภิกษุผู้เลวทรามบางรูปในธรรมวินัยนี้ ย่อมสงเคราะห์ เกลี้ยกล่อมคฤหัสถ์ทั้งหลาย ด้วยครุภัณฑ์ ครุบริขาร ของสงฆ์ คือ อาราม พื้นที่อาราม วิหาร พื้นที่วิหาร เตียง ตั่ง ฟูก หมอน หม้อโลหะ อ่างโลหะ กะถางโลหะ กะทะโลหะ มีด ขวาน ผึ่ง จอบ สว่าน เถาวัลย์ ไม้ไผ่ หญ้ามุงกะต่าย หญ้าปล้อง หญ้าสามัญ ดินเหนียว เครื่องไม้ เครื่องดิน ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นมหาโจรจำพวกที่ ๔ มีปรากฏอยู่ในโลก

๕. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้กล่าวอวดอุตตริมนุสสธรรม อันไม่มีอยู่ อันไม่เป็นจริง นี้จัดเป็นยอดมหาโจร ในโลกพร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ในหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณะ พราหมณ์ เทวดา และมนุษย์ ข้อนั้น เพราะเหตุไร เพราะภิกษุนั้น ฉันก้อนข้าวของชาว แว่นแคว้น ด้วยอาการแห่งคนขโมย.

.....................................................
"ธรรมและวินัยอันใด เราแสดงแล้ว บัญญัติแล้วแก่พวกเธอ ธรรมและวินัยอันนั้น จักเป็นศาสดาของพวกเธอ โดยกาลล่วงไปแห่งเรา..."
"... ไม่เที่ยง เกิดดับ ..."


แก้ไขล่าสุดโดย Supareak Mulpong เมื่อ 24 มิ.ย. 2011, 15:37, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 มิ.ย. 2011, 12:37 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ม.ค. 2010, 11:43
โพสต์: 523

แนวปฏิบัติ: ดูปัจจุบันอารมณ์ เจริญมรรค ๘
งานอดิเรก: ปฏิบัติธรรม
สิ่งที่ชื่นชอบ: ประทีปแห่งเอเซีย
ชื่อเล่น: อโศกะ
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


Onion_L
คุณ นามดี54 คิดจะแหย่รังแตนเล่นหรือเปล่า ระวังนะตอนนี้มีพระเส้นก๋วยจั๊บเยอะเสียด้วย
เผลอๆ อาจ............

grin
onion


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 มิ.ย. 2011, 13:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2008, 14:14
โพสต์: 3836

อายุ: 12
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


อย่าพากันอาศัยกระทู้นี้ ต่อยอดไปการเมืองนะครับ

ลงถังอย่างเดียว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 มิ.ย. 2011, 14:47 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 7373

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


rolleyes
นามดี54 เขียน:
s006 มีหลายเรึ่อง เรึ่องล่าสุดก่อนละกัน เมึ่อสองอังคารที่ผ่านมาค่ะไปร่วมสวดมนต์ตอนเย็น วันนั้นนั่งสมาธิได้สงบดีแต่พอพระท่านเทศน์สิเป็นเรึ่องคน พูดทำนองหาว่าท่านนายกไม่ดีพูดเหน็บผู้หญิงคู่แข่ง ชึ่นชมทักษินว่าเก่งว่าดี พูดโยงใยว่าพระพุทธองค์ยกนิ้วดียวนั้นแปลว่าพรรคนี้จะชนะ เราทนฟังอู่พักอยากจะเดินออกตอนนั้นติดว่านั่งในสุดจะไม่ดี ทนจนไม่ไหว ต้องออกก่อนดึกว่า ไม่ไปอีกแล้วนะ วันอังคารที่ผ่านมา ยังพูดอีกว่ามีมาเล๋าอีกเป็นทหารมาบอกเรึ่องคนหายคราที่ชุมนุมกัน ใครกลัวก็ไม่ต้องมาฟ้ง ชื่งเราคิดว่าพระไม่ถูก ที่พูดอย่างนั้น หากใครคิดว่าเราคิดไม่ถูกตอบหน่อยนะ จะได้ไม่กลุ้มใจ อ้ออีกอย่างพระจากวัดเดียวกันนั้นพูดว่ามีทรัพย์เท่าไรด็ทำบุญทั้งหมดแม้เดึอดร้อนหรึอถืงตายก็เป็นบุญไม่บาปเราว่าไม่ถูกนิ เอหรือเราเองคืดผิด เลยไม่ไปร่วมบุญกับทางสายพระวัดนี้อีกดีกว่า แต่ก็ไม่ได้บอกคนจัดนะ ยังโทรมาตามอีก หรึอว่าบอกเหตุจริงว่าทำไมไปดีนะ smiley

...คุณนามดี54คะ...การที่เป็นปุถุชนเนี่ยมันหลีกเลี่ยงการเข้าสังคมได้ยากค่ะ...
...ธรรมค่ะจัดสรรให้จิตแต่ละดวงได้รับสภาพที่ต้องอดทน...จนกว่าจะรู้ว่าเป็นธรรมะ...
...ไม่ใช่ว่าตัวเราจะไปจัดการกับความคิดของคนอื่นได้หรือเปลี่ยนแปลงอะไรได้...
...เพราะความเป็นอนัตตาทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเหตุปัจจัยให้จิตแต่ละดวงสร้างกรรม...
:b12:
...ที่พระท่านพูด...ถ้าท่านยังไม่สิ้นกิเลส...ท่านก็สร้างภพชาติการเกิดให้จิตท่านเองแล้ว...
...เป็นกรรมอกุศลของท่านที่ท่านจะต้องเป็นผู้ไปรับเองเพราะท่านยังเห็นเป็นคนนั้นคนนี้ไปทำอะไร...
...แล้วก็มาตำหนิกล่าวโทษเห็นเป็นอัตตา...ให้สอนจิตเรารู้และเข้าใจว่าอกุศลของเขาไม่ใช่ของเรา...
...แต่ขณะที่ได้ยินได้ฟังเรื่องราวที่คนอื่นเล่าให้เข้าใจธรรมว่าเปลี่ยนไม่ได้...ผู้ทำสร้างภพการเกิดแล้ว...
:b13:
...มนุษย์ในความหมายของพระพุทธศาสนาคือภพภูมิที่อยู่ในโลกของความคิดของจิตแต่ละดวง...
...และจิตแต่ละดวงนี้ท่องเที่ยวดวงเดียวตั้งแต่เกิดจนตาย...ทำอยู่2อย่างคือคิดดีกับคิดไม่ดี...
...แล้วก็เอาไปได้แค่ความคิดที่หมดไปแล้วกลายเป็นกุศลบ้าง อกุศลบ้างหนักเบาทางกายวาจาใจ...
...หมดสภาพคือตายจากร่างนี้ก็กลายเป็นทะเลเรื่องราวของคนชื่อนี้ที่ย้อนกลับมาไม่ได้ไปเกิดใหม่แล้ว...
:b8:
...พระพุทธเจ้าเกิด-ตายนับภพชาติหาได้ไม่ ล้วนแต่ทะเลเรื่องราวต่างๆ เมื่อไม่เข้าใจว่าเป็นธรรมะ...
...เพราะการท่องเที่ยวในความหมายที่พระพุทธเจ้าบอกนั้น...มีแต่จิตที่ไป...ที่เหลือคืนธาตุเดิม...
...สำหรับภพภูมิมนุษย์ที่กำลังดำเนินอยู่นี้...จิตแต่ละดวงเที่ยวแค่ 6 ทางคือตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ...
...ไม่มีคน สัตว บุคคล สิ่งของเคลื่อนไปไหน...มีแต่สภาพธรรมสะดวกลำบากแตกต่างตามกรรมค่ะ...
:b20:
...การจะได้ยินสิ่งที่ดีหรือไม่ดี...ก็ล้วนแล้วแต่กรรมที่จิตแต่ละดวงสะสมมาเพื่อเจอสภาพเสียงต่างๆ...
...เสียงที่น่าพอใจหรือไม่น่าพอใจ...เกิด-ดับแล้ว...แต่เรายังเอามาคิดต่อ...ก็ไม่เข้าใจธรรมขณะนี้...
...เราจะรู้ว่าเป็นธรรมะหรือจะจดจำเป็นเรื่องราวของคนชื่อนั้นชื่อนี้ทำอะไรอยู่ที่ไหนเมื่อไหร่ดี...
...ถ้าจำเป็นเรื่องราวของคน สัตว์ สิ่งของทำอะไรไว้มากมาย...ขณะนั้นไม่เข้าใจว่าเป็นสภาพธรรม...
:b22:
...เวลาไปทำบุญก็เลือกที่ไปแล้วสบายใจ...เพราะการปฏิบัติธรรมคือการปฏิบัติที่ใจให้รู้ขณะนี้มีธรรมะ...
:b12:
:b44: :b44:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 มิ.ย. 2011, 15:10 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 33852

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ยังงี้ต้องถอนพิษ :b14:

rolleyes กรัชกาย อนุโมทนา คับ :b4:

.....................................................
https://dhammachati.blogspot.com/


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 มิ.ย. 2011, 18:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.พ. 2011, 19:56
โพสต์: 1782


 ข้อมูลส่วนตัว


ผู้มีอวิชชาเป็นเครื่องกั้นมีตัณหาเป็นเครื่องผูกย่อมท่อมเที่ยวไป
วิญญาณเป็นปฏิจจสมุปบันธรรม
วิญญาณมิใช่สิงที่ท่องเที่ยวไปในสังสารวัฏ

.....................................................
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมีพระปัญญาเหนือบุคคลใดๆ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 มิ.ย. 2011, 20:20 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


ที่ไหน...ทำให้กลุ้มใจ...ก็อย่าไปง่ายดี..แสดงว่า..ไม่สัปปายะสำหรับเรา... :b32: :b32:

ใครจะคิดยังงัย..พูดยังงัย..ดีไม่ดี...ก็เรื่องของเขา...ปล่อยไป :b12: :b12:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 มิ.ย. 2011, 23:08 
 
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 มิ.ย. 2011, 17:12
โพสต์: 8


 ข้อมูลส่วนตัว


s006 ขอบคุณทุกๆคำที่ ตอบมาค่ะ เกิดปัญญาแจ้งใจเลยค่ะ คงเป็นบุญที่ตั้งใจถือศ๊ล8 วันนี้เพึ่อนโทรมาคุยกันอย่างที่เข๊ยนมานี้ เธอผู้ปฏืบัติมาก่อนก็พูดทำนองเดียวกันนี้เลยค่ะ สาธุๆ แต่ก็บาปไปแล้วค่ะเพราะใจหมองชิมิๆ คงต้องค้นหาต่อไป s004 :b19:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 มิ.ย. 2011, 23:40 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 มิ.ย. 2010, 12:05
โพสต์: 282

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


ถ้ายังไม่มีโอกาสที่จะค้นหา ก็หมั่นสังเกตกายใจเรา ผู้รู้ท่านว่าหากทำอย่างต่อเนื่องก็จะเห็นตามจริงได้

.....................................................
อย่ามัวเสียใจกับเรื่องที่ผ่านมา อย่าปล่อยให้ชราแล้วตายไปเปล่า อย่ามัวแต่ตำหนิตนเองหรือผู้อื่นอยู่ คิดอยู่เสมอว่าจะพัฒนาจิตใจตน และทำประโยชน์ให้ผู้อื่นอย่างไร แล้วเร่งกระทำทันที อย่ามัวรีรอ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 มิ.ย. 2011, 08:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ม.ค. 2010, 11:43
โพสต์: 523

แนวปฏิบัติ: ดูปัจจุบันอารมณ์ เจริญมรรค ๘
งานอดิเรก: ปฏิบัติธรรม
สิ่งที่ชื่นชอบ: ประทีปแห่งเอเซีย
ชื่อเล่น: อโศกะ
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www




41_1718.jpg
41_1718.jpg [ 41.25 KiB | เปิดดู 5875 ครั้ง ]
:b8: อนุโมทนาสาธุกับคุณรสริน ครับ

คำพูดคำนี้ ......
"ล้วนแต่ทะเลเรื่องราวต่างๆ เมื่อไม่เข้าใจว่าเป็นธรรมะ"

น่าจะสงเคราะห์เข้าใน โอฆะทั้ง 4 ข้อใดดีครับ

ทะเลหรือมหาสมุทรแห่งความไม่รู้ (อวิชชาโอฆะ) ดีไหมครับ

เพราะไม่รู้จึง.......เห็นผิด......คิดผิด......ทำผิด......ได้สิ่งที่ผิด.......เป็นคนผิด......พูดและถ่ายทอดแต่สิ่งที่ผิดๆ

:b20:
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 มิ.ย. 2011, 09:06 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 7373

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อนัตตาธรรม เขียน:
:b8: อนุโมทนาสาธุกับคุณรสริน ครับ

คำพูดคำนี้ ......
"ล้วนแต่ทะเลเรื่องราวต่างๆ เมื่อไม่เข้าใจว่าเป็นธรรมะ"

น่าจะสงเคราะห์เข้าใน โอฆะทั้ง 4 ข้อใดดีครับ

ทะเลหรือมหาสมุทรแห่งความไม่รู้ (อวิชชาโอฆะ) ดีไหมครับ

เพราะไม่รู้จึง.......เห็นผิด......คิดผิด......ทำผิด......ได้สิ่งที่ผิด.......เป็นคนผิด......พูดและถ่ายทอดแต่สิ่งที่ผิดๆ

:b20:

:b8:
...ทะเลเรื่องราวเป็นสิ่งที่ปรากฎจริงของจิตแต่ละดวงในสังสารวัฎฎ์ที่ยาวนานไม่สิ้นสุด...
...เพราะความที่ยังมีกิเลสก็จดจำทุกสิ่งเป็นตัวตนและเป็นเราไปทำทุกสิ่งทุกอย่างขณะนี้...
...กำลังศึกษาประวัติของพระพุทธเจ้าทุกภพทุกชาติที่เกิดมาก็เป็นเรื่องราวของชีวิตค่ะ...
...ก็ให้สอนจิตให้รู้ว่าเป็นสภาพธรรมที่ได้เข้าใจว่าเกิดนับชาติไม่ได้หมายความอย่างนี้...
:b20:
:b44: :b44:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 มิ.ย. 2011, 09:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ม.ค. 2011, 09:16
โพสต์: 158

แนวปฏิบัติ: พุธโท
งานอดิเรก: นั่งสมาธิ
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปรัชญา
ชื่อเล่น: T^^T
อายุ: 23
ที่อยู่: ลำปาง

 ข้อมูลส่วนตัว


ผมว่าพระที่ท่านเป็นถึงนักเทศอบรมสั่งสอนประชาชนท่านคงไม่โง่พูดอะไรออกมาแบบนี้หรอมั้ง คุณเจ้าของกระทู้ก็กล่าวหามั่วไม่มีหลักฐาน ระวังจะตกนรกนะ grin grin

.....................................................
ดูก่อu!!!ภิกษุทั้งหลาย!!!คนพาลเขากลัวยากจนจึงไม่รู้จักขวนขวายในการให้ทาน!!!ส่วนบัณฑิตชนเขากลัวยากจนจึงรู้ขวนขวายในการให้ทาน!!!


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 มิ.ย. 2011, 10:03 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ค. 2009, 09:26
โพสต์: 1517

แนวปฏิบัติ: วิปัสสนาภาวนา
อายุ: 39
ที่อยู่: ลำพูน

 ข้อมูลส่วนตัว


เราถูกปลูกฝังมาให้เชื่อพระ เป็นการวางกรอบพระเพณีที่ดีงาม แต่ก็เฉพาะตอนที่มีพระบริสุทธิ์มากๆ เมื่อธรรมวินัยเลือนลาง มีผู้บวชขโมยธรรมมากขึ้น บวชเพราะหวังในลาภสักการะ เพราะเห็นผู้คนเชื่อผ้าเหลือง ยังมีการปล่อยให้บุคคลที่ห้ามบวชมาบวช มันถึงออกมาอย่างที่เห็นกันทุกวันนี้

.....................................................
"ธรรมและวินัยอันใด เราแสดงแล้ว บัญญัติแล้วแก่พวกเธอ ธรรมและวินัยอันนั้น จักเป็นศาสดาของพวกเธอ โดยกาลล่วงไปแห่งเรา..."
"... ไม่เที่ยง เกิดดับ ..."


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 มิ.ย. 2011, 12:29 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 10
สมาชิก ระดับ 10
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 พ.ย. 2008, 12:29
โพสต์: 810

ที่อยู่: กรุงเทพฯ

 ข้อมูลส่วนตัว


กำหนด "เสียงหนอๆ"ซะสิ ตามเสียงที่ฟังแล้วไม่ชอบให้ทัน จะไม่หลงไปตามอำนาจพอใจและความไม่พอใจ :b41:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 19 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 15 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร