วันเวลาปัจจุบัน 28 ต.ค. 2020, 06:42  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 9 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 07:06 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ก.ย. 2010, 16:27
โพสต์: 46

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อ่านธรรมะแล้วนำไปบอกแม่ แต่บางครั้งเราไปสอนแม่เรื่องธรรมะ แล้วทำให้ท่านรู้สึกโกรธ
เช่นเรื่อ ความตะหนี่ คืออยากให้ท่านใช้เงินอย่างมีความสุข กลัวท่านติดความตะหนี้ก่อนตาย
แต่ท่านรู้สึกโกรธนิดหนึ่ง เราเลยรู้สึกว่า
ใจหนึ่งก็ไม่อย่างเอาธรรมมะไปให้ท่านอีกแล้ว กลัวท่านโกรธแล้วเราจะบาป
ใจหนึ่งเห็นท่านเป็นทุกข์(ท่านมักโกรธ และ ย่ำคิดยำทำ) และเรารู้ดีว่ามีแต่ธรรมะเท่านั้นที่จะ
ช่วยท่านได้

เรียนท่านผู้รู้ เราควรทำอย่างไรดี(ใจหนึ่งของเราก็อย่ากได้บุณ(จากพระอรหัตแต่หลังๆเริ่มรู้สึก
อยากทำให้แม่พ้นทุกข์มากกว่าแล้ว)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 11:19 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 เม.ย. 2010, 08:10
โพสต์: 2812

แนวปฏิบัติ: ขันธ์5ด้วยการสังเกตุ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ และอินทรีย์22
สิ่งที่ชื่นชอบ: พระสุตตันตปิฎก
อายุ: 0
ที่อยู่: ระยอง อุบลราชธานี

 ข้อมูลส่วนตัว


ถ้าแม่ผมยังอยู่ผมคงเริ่มต้นด้วยการให้ธรรมะอย่างง่าย เริ่มที่ตัวเราก่อน
ถือศีล5 ให้แม่เห็นว่าเราไม่ ดื่มของมึนเมา ไม่เที่ยวเจ้าชู้ ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักขโมย ไม่พูดคำหยาบ
นั่งสมาธิให้แม่ได้เห็นก่อน

.....................................................
อย่าท้อถอยต่อการปฏิบัติ อย่าปล่อยให้ความขุ่นเคืองเข้าแทรก สร้างพลังด้วยคำสอนของพระพุทธเจ้า รำลึกและตอบแทนพระคุณมารดา และบิดา มองโลกด้วยใจเป็นกลาง ระลึกเสมอว่าเรายังด้อยปัญญาหากยังไม่ได้ปัญญา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 13:08 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 มิ.ย. 2008, 22:40
โพสต์: 1769

แนวปฏิบัติ: กินแล้วนอนพักผ่อนกายา
งานอดิเรก: ปลุกคน
สิ่งที่ชื่นชอบ: Tripitaka
ชื่อเล่น: สมสีสี
อายุ: 0
ที่อยู่: overseas

 ข้อมูลส่วนตัว


อนุโมทนาความเห็นของท่านstudentครับ. :b8:


อ้างคำพูด:
nares8888:
อ่านธรรมะแล้วนำไปบอกแม่ แต่บางครั้งเราไปสอนแม่เรื่องธรรมะ แล้วทำให้ท่านรู้สึกโกรธ
เช่นเรื่อ ความตะหนี่ คืออยากให้ท่านใช้เงินอย่างมีความสุข กลัวท่านติดความตะหนี้ก่อนตาย
แต่ท่านรู้สึกโกรธนิดหนึ่ง เราเลยรู้สึกว่า
ใจหนึ่งก็ไม่อย่างเอาธรรมมะไปให้ท่านอีกแล้ว กลัวท่านโกรธแล้วเราจะบาป
ใจหนึ่งเห็นท่านเป็นทุกข์(ท่านมักโกรธ และ ย่ำคิดยำทำ) และเรารู้ดีว่ามีแต่ธรรมะเท่านั้นที่จะ
ช่วยท่านได้


สิ่งหนึ่งที่ให้แล้วรับกันได้ยากคือพระธรรมคำสอนที่ถูกต้องของพระพุทธเจ้า
บางที่แม้จะให้เลือกเอาระหว่างตาย กับฟังธรรม ส่วนมากเลือกเอาตายมากกว่า..ข้อนี้เพราะเหตุใด ..

ตอบว่า เพราะไม่มีบุญเก่า๑ เป็นผู้ไม่มีความแยบคายในการคิด๑ เป็นผู้มีมานะทิฏฐิกล้า๑ ...

เมื่อไม่เคยสั่งสมบุญคือไม่ได้สดับพระธรรมมาก่อน จึงไม่ยินดีที่จะฟังธรรม.. ทั้งถูกกิเลสตัณหากลุ้มรุมหนาแน่น จะยินดีชอบใจในพระธรรมที่เป็นเรื่องตรงข้ามกับกิเลสย่อมไม่ใช่ฐานะ .. เพราะขาดความแยบคายในความคิดจึงไม่เห็นสาระในธรรมทั้งหลาย..เมื่อเป็นผู้มีมิจฉาทิฏฐิ ไม่เชื่อเรื่องกรรมจึงคิดว่าสิ่งที่ตนคิดพูดทำอยู่นั้นไม่มีอะไรน่าเสียหาย ย่อมรังเกียจพระธรรมที่สอนเรื่องกรรมและผล เพราะเมื่อตนทำเสียอยู่ก็ไม่อยากยอมรับว่าเป็นเช่นนั้น สู้ทำไม่รู้ไม่ชี้เลยจะดีกว่า ยังตัวมานะที่แก่กล้าตามอายุอีกเล่าย่อมขัดขวางตนเองให้ขาดโอกาสทองที่จะได้สดับสิ่งเป็นอุปการะอันยอดเยี่ยมยิ่งกว่าสิ่งใดในโลก ..

เมื่อเป็นเช่นนี้ ท่านสมควรจะทำอย่างไรเล่า?

ท่านพึงทำการให้ด้วยความแยบคาย.. หากท่านไม่อาจแนะนำด้วยตนเองได้ ก็พึงชวนท่านไปวัด ทำทาน เมื่อเห็นโอกาสอันควรก็พาไปยังสถานที่มีการแสดงธรรม(ที่ไม่ใช่ลัทธิขายบุญด้วยการเอาพุทธศาสนาเข้าล่อ)..ในที่นั้นย่อมมีกลุ่มชนจำนวนมาก แม่อาจสนใจขึ้นมาได้ ทั้งคนแสดงธรรมเป็นผู้ทรงความรู้ ย่อมน่าเชื่อถือกว่าลูกเป็นแน่..นี้อาจจุดประกายสนใจให้แม่ได้ทำบุญคือได้ฟังธรรมบ้าง จะได้มีฐานเพื่อต่อยอดขึ้นไปในสังสารวัฏ..

ปัญหาเรื่องเช่นนี้เกิดมากในหลายครอบครัว ลูกเองอาจหวังดีอยากให้พ่อแม่ได้รับธรรมะ พอเอาไปให้ก็ถูกด่า ลูกก็เกิดโทสะโต้กลับ อย่างนี้พ่อแม่หรือใครเห็นเข้าก็ไม่อาจเชื่อหรือถือเอาสาระอะไรๆได้เพราะลูกยังแสดงกิริยาหยาบทำร้ายความรู้สึกพ่อแม่ขนาดนี้ ยังจะมีหน้ามาสอนธรรม(ตรู)อีกหรือ น่าสมเพชจริง อะไรทำนองนี้ก็เป็นได้

ก็ขอให้พิจารณาดูว่าเป็นอย่างไร จะแก้ไขปรับตรงใหน หากและเมื่อทำด้วยวิธีการอันแสนจะแยบคายแล้ว หาข้อตำหนิไม่ได้สักอย่าง แม่ยังไม่รับอีก ท่านผู้ถามก็ถึงคราวต้องเจริญพรหมวิหารสี่ ข้อสุดท้ายอย่างเต็มที่คือ อุเบกขา ว่าสัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของตนจริงๆ

.....................................................
ศีล ๕ รักษาตนไม่ให้เกิดในอบายภูมิ


แก้ไขล่าสุดโดย -dd- เมื่อ 14 ก.ย. 2010, 13:09, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 14:23 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ก.ย. 2010, 16:27
โพสต์: 46

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอคุณครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 21:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2009, 00:02
โพสต์: 111

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b48: :b48: คุณ nares8888 ให้ข้อมูลมาน้อยมาก ยกตัวอย่างแค่เรื่องความตระหนี่ คุณอยากให้แม่ใช้เงินอย่างมีความสุข ความสุขแบบไหนคะ? เมื่อก่อนดิฉันก็คิดเช่นคุณนี่แหละค่ะ อยากให้ท่านแต่งตัวดีๆ ใช้ชีวิตแบบสบายๆๆ ตามควรแก่ฐานะบ้าง
แต่คุณแม่ของดิฉันไม่ยอมให้เงินกระเด็นแม้แต่บาทเดียวกับเรื่องอบายมุข หรือสิ่งฟุ่มเฟือย ค่าไฟฟ้าก็ประหยัด ใครเปิดไฟทิ้ง แม่ต้องรีบปิด เรื่องแต่งตัวประดับประดาสวยงามไม่มี ที่นอนอันหนานุ่มไม่นอน มีไว้ให้ลูกๆๆ นอน เวลากลับบ้าน เรื่องใดประหยัดได้ ประหยัดให้ถึงที่สุด ลูกคนไหนฟุ่มเฟือยท่านจะบ่นจนหูชา แต่เรื่องทำบุญทำทานไม่เคยประหยัด ทำได้ทุกวัน ท่านเป็นคนมีศีลมีธรรม สิ่งเหล่านี้ที่ทำให้ลูกภูมิใจในตัวท่าน เมื่อก่อนเวลาไปไหนมาไหนกับท่าน ลูกๆ ต้องบอกว่าวันนี้ขอแบบดูดีหน่อยนะ กลัวคนอื่นว่าลูกๆไม่ใส่ใจพ่อแม่ ทั้งที่ลูกๆก็ดูแลพ่อแม่เป็นอย่างดี ข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างซื้อให้ไม่เคยขาด บางอย่างมีมากมายก็เอาไปถวายวัดต่อ เสื้อผ้าเครื่องแต่งตัวซื้อให้ก็จะบ่น บอกว่าแก่แล้วจะแต่งอะไรนักหนา ทุกวันนี้เคยชิน ตามสบายแล้วแต่ท่านก็แล้วกัน แล้วก็ไม่รู้สึกอายใคร เหมือนเมื่อก่อน
มันอยู่ที่ใจเรานี่แหละปรุงแต่งไปเอง


แต่ข้อมูลเกี่ยวกับแม่ของคุณ nares 8888 ไม่ละเอียดมากพอ ก็ไม่รู้จะแนะนำอย่างไร


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 22:06 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4991

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


อนุโมทนาเจ้าของกระทู้


แต่การเผยแพร่ธรรมนั้นเป็นเรื่องแยบคาย เหมือนการสอนคนนั่นแหล่ะ เราต้องรู้จักคนที่เราจะสอนแฃ้วมาดูว่าเราจะสอนเขาได้ด้วยวิธีใด แม่เขาคิดว่าเป็นเขาเป็นผู้ใหญ่กว่าเรา เขาย่อมไม่ชอบถูกเราสั่งสอนแน่ๆ ดังนั้นสอนไปโพล่งๆท่านต้องไม่พอใจแน่อยู่แล้ว

ลองเปลี่ยนเป็นการชักจูง ชักชวนให้ท่านคล้อยตามไปทีละอย่างๆดีกว่า เช่น ชวนแม่ไปบริจาคทาน ชวนท่านไปเลือกซื้อของที่ท่านชอบ เป็นต้น

กับผู้ใหญ่ น่าจะใช้วิธีชักชวนและให้คล้อยตามมากว่าไปบอกหรือไปสอนกันตรงๆ เพราะเขามักจะต่อต้านเนอะ

^_^

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ก.ย. 2010, 05:49 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ก.ย. 2010, 16:27
โพสต์: 46

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอคุณครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ก.ย. 2010, 17:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2008, 14:14
โพสต์: 3836

อายุ: 12
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


ปล่อยวาง เป็นคำตอบสุดท้าย

(สุดท้ายจริงๆนะ ไม่เชื่อลองไล่เรียงดู ..... เมตตา กรุณา มุฑิตา...อุเบกขา
อุเบกขาอยู่สุดท้ายจริงๆนะ ไม่ได้พูดเ่ล่น)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ก.ย. 2010, 18:38 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2010, 07:51
โพสต์: 132

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กว่าพระสารีบุตรจะสอนธรรมให้แก่พระมารดาของท่านได้ก็ใกล้เวลาที่ท่านจะปรินิพพานแล้วครับ


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 9 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 11 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร