วันเวลาปัจจุบัน 22 ม.ค. 2021, 20:45  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 7 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ก.ค. 2010, 12:53 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ค. 2010, 12:37
โพสต์: 1

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ผม สงสัย อยู่ เกี่ยวกับเรื่องของศีลของพระภิกษุ ที่มีโทษต่างกัน และทราบว่า มีอาบัติหนัก และเบาลงมา เรื่อย ๆ แต่ผมสงสัย เกี่ยวกับ อาบัติปาราชิก 4
1.ฆ่ามนุษย์ให้ตาย
2.เสพเมถุน
3.อวดอุตริมนุสธรรม
4.ถือเอาสิ่งของที่เขาไม่ให้

ผมได้ไปอ่านหนังสือ ศีล 227 แล้ว ไม่เข้าใจ เช่นข้อที่ 2 เสพเมถุน นั้น หมายความว่าอย่างไร เช่น ถ้าหญิงชาย ได้ ใกล้ชิดกัน แล้ว แตะเนื้อต้องตัวกัน แต่ไม่ได้ทำอะไร ต้องอาบัติ สังฆาทิเสฏ
- แล้ว ถ้า ลึกลง เช่น การ ใช้ จูบ ปากสตรี จะอาบัติอะไร
- การใช้มือหรือนิ้ว ล้วงเข้าไปหรือ แหย่ เข้าในของลับของสตรี จะอาบัติอะไร
- การใช้ ปาก สัมผัสกับ ของลับสตรี จะอาบัติอะไร
ซึ่ง ในพระวินัยได้ บอกไว้ แต่ บางอย่างทำให้สงสัย คิดไป บ้าง ก็ มี เหลื่อมล้ำ ไม่มีใครอธิบายได้ ละเอียด จึงใคร่ รบกวน ตอบปัญหาข้อนี้ด้วย


สาธุ...


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ก.ค. 2010, 15:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ค. 2008, 21:56
โพสต์: 3924

ชื่อเล่น: เช่นนั้น
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สิกขาบท ของพระภิกษุ 227 ประการ ได้ถูกบัญญัติขึ้น โดยจุดมุ่งหมายของพระศาสดา ตามพุทโธวาทดังนี้

Quote Tipitaka:
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล เราจักบัญญัติสิกขาบทแก่ภิกษุทั้งหลาย อาศัยอำนาจประโยชน์ ๑๐ ประการ คือ
เพื่อความรับว่าดีแห่งสงฆ์ ๑
เพื่อความสำราญแห่งสงฆ์ ๑
เพื่อข่มบุคคลผู้เก้อยาก ๑
เพื่ออยู่สำราญแห่งภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก ๑
เพื่อป้องกันอาสวะอันจะบังเกิดในปัจจุบัน ๑
เพื่อกำจัดอาสวะอันจักบังเกิดในอนาคต ๑

เพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ๑
เพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ๑
เพื่อความตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรม ๑
เพื่อถือตามพระวินัย ๑

(วินัย คือธรรมในส่วนแห่งการ ละโลภะ ละโทสะ ละโมหะ)

ศีล ข้อเว้นจากอกุศลกรรมบถ 10 ประการ

สิกขาบทของภิกษุ เป็นข้อปฏิบัติของภิกษุ เป็นศีลด้วย เป็นข้อปฏิบัติด้วย

หากมีใจศึกษาในพระวินัย หรือสิกขาบทเกี่ยวกับ เรื่องที่ท่านสงสัย ก็อ่านได้จากพระวินัยปิฏกทั้งหมดทั้งสิ้น
http://www.84000.org/tipitaka/pitaka1/vinai01.php

.....................................................
ธรรมะอันยิ่งใหญ่ ไม่อาจเอื้อนเอ่ย
บัญญัติ เป็นเพียงสิ่งต่ำต้อยแบกรับความยิ่งใหญ่


แก้ไขล่าสุดโดย เช่นนั้น เมื่อ 25 ก.ค. 2010, 15:35, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ก.ค. 2010, 09:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 เม.ย. 2008, 13:18
โพสต์: 1367

ที่อยู่: bangkok

 ข้อมูลส่วนตัว


addminst เขียน:
- แล้ว ถ้า ลึกลง เช่น การ ใช้ จูบ ปากสตรี จะอาบัติอะไร
- การใช้มือหรือนิ้ว ล้วงเข้าไปหรือ แหย่ เข้าในของลับของสตรี จะอาบัติอะไร
- การใช้ ปาก สัมผัสกับ ของลับสตรี จะอาบัติอะไร


ขาดจากความเป็นสงฆ์ครับ

.....................................................
ตั้งสติไว้ มองความจริงตามความเป็นจริง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 ก.ค. 2010, 22:33 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 มิ.ย. 2010, 12:05
โพสต์: 282

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


ใครทำเหตุอะไรไว้ ที่สุดก็ต้องได้รับผลอยู่แล้ว
ทั้งเหตุดีและไม่ดี
กฎแห่งกรรมแสนจะเที่ยงตรง^^

.....................................................
อย่ามัวเสียใจกับเรื่องที่ผ่านมา อย่าปล่อยให้ชราแล้วตายไปเปล่า อย่ามัวแต่ตำหนิตนเองหรือผู้อื่นอยู่ คิดอยู่เสมอว่าจะพัฒนาจิตใจตน และทำประโยชน์ให้ผู้อื่นอย่างไร แล้วเร่งกระทำทันที อย่ามัวรีรอ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 ก.ค. 2010, 23:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 พ.ค. 2010, 03:10
โพสต์: 34

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คำถามนี้ติดเรทอ่ะครับ..เด็กต่ำกว่า 18 ควรแอบดู (ล้อเล่นนะครับ)
อยากรู้แบบละเอียด ต้องหาหนังสือนวโกวาทมาอ่านครับ ในนั้นจะบอกวิธีและขั้นตอนไว้หมด ว่าระยะไหนถึงขั้นปาราชิกครับ มีที่มาที่ไปและกรณีตัวอย่างด้วยนะ (ศีลแต่ละข้อล้วนมีคนทำเกิดขึ้นจริงแล้วในสมัยพุทธกาล มีการตักเตือนห้ามปรามกันแล้ว ไม่ได้อยู่ๆจะมาบัญญัติมาเอง) เท่าที่ผ่านตามาไม่ใช่เฉพาะกับสตรีนะครับ แม้กับสัตว์ก็ปาราชิกเหมือนกัน เรื่องนี้ต้องตีความครับบทบัญญัติมีหมด แต่มีข้อยกเว้นเหมือนกัน ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น ประมาณภิกษุณีโดนข่มขืนไม่มีเจตนาและอารมณ์ร่วม ฯลฯ

แต่ปัจจุบันไม่ต้องถึงขั้นนี้หรอกครับ แค่ทำกรรมทางโลกไม่ดี แม้ไม่ต้องบัญญัติอาบัติปาราชิก กินเหล้าเมายา ทำตัวเป็นตุ๊ดเป็นแต๋ว ก็โดนสึกหมดแล้วครับ


แก้ไขล่าสุดโดย anisa2521 เมื่อ 30 ก.ค. 2010, 23:57, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 31 ก.ค. 2010, 00:02 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12218


 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
ผมมีคำถามที่เกี่ยวกับ พฤติกรรมของพระครับ

ยังมีอีกเยอะ แต่ผมอยากถามผู้ที่เกี่ยวข้องว่า การประพฤติของพระองค์นี้ เหมาะสมกับการครองผ้าเหลือง หรือเปล่าครับ

ช่วยกันตรวจสอบพฤติกรรมของพระองค์นี้ด้วยครับ


ศีล 5 กรรมบท 10 ของตัว..(ผม)..เอง..ยังดูแลไม่ค่อยจะรอดเลย.. :b32: :b32:

227 ของคนอื่น..คงไม่มีเวลาไปดูแลให้ใครหรอก :b12:

คิดนะ..คิดได้..แต่คิดแล้วเกิดมรรคเกิดผล..เกิดกุศลในจิตตนหรือเปล่า??

อ้างคำพูด:
1. พระมีแฟนผิดไหมครับ
2. แฟนของพระ แอบมาหาในเวลาดึกที่วัด แล้วบางครั้งได้ค้างที่ กุฎิ ของพระ ผิดไหมครับ
3. พระใช้โทรศัพท์มือถือ โทรหาแฟนสาวตอนดึกๆ และคุยกันแบบจีบสาว คำพูดที่หนุ่มสาวใช้จีบกันมีความผิดไหมครับ
4. พระแอบเล่นเกมส์ในกุฎิผิดไหมครับ
5. พระแอบซื้อคอนโดให้แฟนมีความผิดไหมครับ แล้วพระเอาเงินมาจากไหน
6. พระซื้อโน๊ตบุคให้แฟนผิดไหมครับ แล้วพระเอาเงินมาจากไหน
7. พระได้กลับไปบ้านค้างบ้านแฟน แต่อ้างไปบ้านญาติ ผิดไหมครับ
8. พระเดินถือกล้องถ่ายรูปให้แฟนสาวในสถานที่ต่างๆ ผิดไหมครับ
9. พระส่งข้อความมือถือส่งหาแฟนสาว ทำนองข้อความว่า ชู้รัก ของพระผิดไหมครับ
10. พระเล่นอินเตอร์เนต แชทคุยกับแฟน ตอนดึก ผิดไหมครับ


หากคนเขาจะลงนรก..แล้วจะทำให้คุณต้องลงไปด้วยกับเขา..เมื่อนั้นค่อยเข้าไปยุ้ง :b6: :b6:

นี้เขายังไม่ลงนรกเลย..ยังตัวเป็น ๆ อยู่เลย..คุณจะรีบลงไปก่อนเขาทำไม :b32: :b32:


แก้ไขล่าสุดโดย กบนอกกะลา เมื่อ 31 ก.ค. 2010, 00:10, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ส.ค. 2010, 22:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2010, 05:27
โพสต์: 49

อายุ: 0
ที่อยู่: www.ccagthailand.com

 ข้อมูลส่วนตัว


ปาราชิก ๔ ( ต้องหมดจากความเป็นพระภิกษุในทันที และเป็นเครื่องกั้นนิพพาน แล้วต้องไป "อเวจีมหานรก" )
ปาราชิก แปลว่า ผู้พ่ายแพ้ คือ พ่ายแพ้ต่ออุดมการณ์ทางพระพุทธศาสนา เป็นความผิดขั้นขาดจากความเป็นพระทันทีไม่ต้องรอให้มีการตัดสินทำความผิดเอง รู้เอง แม้ยังนุ่งห่มอย่างพระคุณค่าของความเป็นพระก็ไม่เกิดขึ้น เหมือนตอไม้ที่ตายแล้ว


อ่านดูดีดี
๑. ภิกษุเสพเมถุน
กับมนุษย์ผู้ชายดี มนุษย์ผู้หญิงก็ดี กระเทยก็ดี กับสัตว์เดรัจฉานก็ดี (ทั้งตัวผู้และตัวเมียและพันทาง) เสพทางทวารเบาก็ดี ทางทวารหนักก็ดี ทางปากก็ดี ถึงอวัยวะเพศนั้นจะมีอะไรมาสวมก็ตาม และแม้มนุษย์และสัตว์เดรัจฉาน จะมีชีวิตหรือตายแล้วก็ตาม หรือภิกษุมีอวัยวะเพศยาวแล้วนำอวัยวะเพศของตนเองเข้าไปในทวารหนักของตนเอง หรือภิกษุมีอวัยวะเพศยาวแล้วนำอวัยวะเพศของตนเองเข้าไปในปากของตนเองก็ดี (เค้าเรียกว่าภิกษุหลังแอ่น) หรือภิกษุยินยอมให้บุรุษเสพเมถุนในทวารหนักของตนก็ดี เข้าไปแม้เพียงเมล็ดงา ต้องอาบัติปาราชิก




สังฆาทิเสส มี ๑๓ ข้อ ( ถือเป็นความผิดหากทำสิ่งใดต่อไปนี้ )
ความผิดขั้นที่ฝึกใจเสียใหม่ด้วยการอยู่ปริวาสกรรมตามมติสงฆ์เพื่อลดทิฐิมานะ ประจานความผิดตัวเองด้วยการกราบไหว้สงฆ์แม้บวชทีหลังและบอกความผิดให้สงฆ์ทราบ


๑. ปล่อยน้ำอสุจิด้วยความจงใจ เว้นไว้แต่ฝัน
๒. เคล้าคลึง จับมือ จับช้องผม ลูบคลำ จับต้องอวัยวะอันใดก็ตามของสตรีเพศ
๓. พูดจาหยาบคาย เกาะแกะสตรีเพศ เกี้ยวพาราสี
๔ .การกล่าวถึงคุณในการบำเรอตนด้วยกาม หรือถอยคำพาดพิงเมถุน
๕. ทำตัวเป็นสื่อรัก (พูดชักสื่อให้ชายหญิงเป็นผัวเมียกัน)บอกความต้องการของอีกฝ่ายให้กับหญิงหรือชาย แม้สามีกับภรรยา หรือแม้แต่หญิงขายบริการ

.....................................................
ธาตุ๔ ขันธ์ ๕ ทวาร ๖


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 7 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 23 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร