วันเวลาปัจจุบัน 20 ก.ย. 2019, 00:40  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 204 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4, 5 ... 14  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ส.ค. 2009, 08:21 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2009, 15:01
โพสต์: 408

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ดิฉันอยู่กินกับสามีมาประมาณ 11 ปีเศษ และประสบปัญหาเรื่องสามีนอกใจมาตั้งแต่ปลายปี 47 ตอนเกิดเรื่องแรกๆ ก็รับไม่ได้ โวยวายและพูดจาไม่ดี แต่หลังจากนั้นเริ่มอ่านหนังสือธรรมะก็ทำให้จิตใจเย็นลง ก็พยายามทำใจให้ปล่อยวาง คือ ไม่สนใจ เค้าอยากทำอะไรก็ปล่อยเค้าไป เราเองก็ตั้งหน้าตั้งตาทำดีให้ถึงที่สุด ทำบุญเยอะๆ และแผ่เมตตาให้เค้าทั้ง 2 คน เพื่อหวังว่าสักวันเค้าทั้ง 2 คนจะสำนึกได้ และกลับไปใช้ชีวิตที่ถูกทำนองครองธรรม
ก่อนอื่นดิฉันต้องบอกก่อนว่า ดิฉันจะเจอกับสามีแค่ ศุกร์-อาทิตย์ เพราะหน้าที่การงาน มันก็เลยทำให้ จันทร์-พฤหัส เค้ามีเวลาว่างที่จะไปอยู่กับผู้หญิงอีกคน ซึ่งดิฉันก็รู้สึกได้ตลอด แต่สิ่งที่ดิฉันน้อยใจคือ แม่สามีดิฉันท่านรู้ตลอดว่า ลูกชายเค้าไม่ค่อยอยู่บ้าน จะหายไปสัปดาห์ละ 2-3 วันตลอดไปค้างที่อื่น แต่ท่านก็ทำเป็นไม่สนใจ กลับเอาใจลูกชายมากกว่าเดิม ไม่ดุ ไม่ว่า ไม่ตักเตือน (ท่านอาจจะเห็นเป็นเรื่องครอบครัว ไม่อยากยุ่ง) แต่มันไม่ใช่อย่างนั้น ท่านไม่เคยเห็นใจดิฉันเลย แสดงอาการไม่ชอบหน้ามากกว่า ดิฉันไหว้ท่าน ท่านไม่เคยรับไหว้ เมินหน้าไปทางอื่น หรือทำเป็นไม่สนใจ มันเลยเป็นสิ่งกดดันอีกด้านหนึ่งที่ดิฉันจะอดทนต่อไปอีกไม่ได้
ปัญหาเริ่มหนักขึ้น เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ดิฉันทราบว่า สามีได้ไปขอผู้หญิงคนนี้เรียบร้อยแล้ว และส่งเสียเลี้ยงดู ดิฉันทราบเรื่อง ก็ตัดสินใจที่จะถ้อยห่างโดยไม่ติดต่อกับสามี และไม่ไปบ้านสามีเหมือนที่เป็นมา กลางเดือน ส.ค. สามีได้มาหาดิฉันจะขอให้กลับไปบ้านเค้าเหมือนเดิมและสัญญาว่าต่อไปนี้ ชีวิตดิฉันจะดีขึ้น จะมีความสุขขึ้นและเค้าก็เลิกกับดิฉันไม่ได้เช่นกัน (ซึ่งดิฉันก็รู้อยู่แก่ใจว่าเค้าก็ไม่สามารถเลิกกับผู้หญิงทางโน้นได้เหมือนกัน) เมื่อดิฉันตัดสินใจกลับไปบ้านเค้า ก็รู้สึกถึงได้ความไม่พอใจของแม่สามี คือ ไหว้ท่าน ท่านทำเป็นไม่สนใจ คงจะโกรธที่ดิฉันนึกจะไปก็ไป นึกจะมาก็มา แต่ท่านเองก็ทราบว่าดิฉันมีปัญหาอะไรกับสามี ทำไมท่านไม่เห็นใจดิฉันบ้างเลย ถามว่าดิฉันผิดไหมที่ไม่ได้บอกท่านว่าจะไม่ไปบ้าน แต่ตอนนั้นจิตใจดิฉันห่อเหี่ยว ประกอบกับก่อนหน้านี้ ท่านเองก็ไม่เคยพูดคุยกับดิฉัน และแสดงอาการกระแทกกระทั่นอยู่ตลอดเวลา มันก็เลยทำให้ดิฉันตัดสินใจไม่บอกไม่กล่าวใครเลย เหมือนรู้สึกว่าดิฉันอยู่ตัวคนเดียว จะมีก็เพื่อนที่ทำงานที่ดิฉันอยู่ด้วยและสบายใจ ดิฉันอยากพ้นทุกข์ตรงนี้เหลือเกินค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสามี และแม่สามี


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ส.ค. 2009, 10:42 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.ค. 2009, 16:10
โพสต์: 149

งานอดิเรก: ปลูกต้นไม้
ชื่อเล่น: off
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว



ขออนุญาตนำกระทู้ของคุณkitkit มาให้คุณ
คุณเพชรได้อ่าน



http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=18323

.....................................................
(กัมมุนา วัตตะตี โลโก)
สัตว์โลก ย่อมเป็นไปตามกรรม


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ส.ค. 2009, 10:51 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 เม.ย. 2007, 15:22
โพสต์: 603

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


อย่าสนใจในจริยาของผู้อื่น

คนอื่นไม่ได้ทำให้คุณเสียใจหรอก ใจคุณมันไปกระทบเอง ถ้าเข้าใจตรงนี้จะตัดปัญหาได้คะ

สู้ๆนะคะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ส.ค. 2009, 11:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2009, 15:01
โพสต์: 408

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอขอบพระคุณคุณอ๊อฟมากนะค่ะ ดิฉันได้เข้าไปอ่านแล้วรู้สึกดีมาก อ่านไปน้ำตาคลอไป รู้สึกว่าพี่คนนั้นที่เจอปัญหาค่อนข้างหนักกว่าดิฉันมาก แตกต่างตรงที่สามีดิฉันไม่ได้เอาทรัพย์ที่ดิฉันหาได้ไปให้เมียน้อย แต่เค้าทรัพย์ที่เค้าหาได้เองไปเลี้ยงดูเมียน้อยและครอบครัวเมียน้อยเป็นอย่างดี แต่สำหรับดิฉันดูแลตัวเองไม่เคยได้ค่าเลี้ยงดูจากสามีเลย
ก็อยากจะฝากให้ทุกท่านที่ได้อ่านกระทู้นี้ และมีปัญหาทำนองเดียวกันให้เข้าไปอ่านเว๊ปไซด์ที่คุณอ๊อฟแนะนำนะค่ะ
ขออนุโมทนาบุญค่ะ ดิฉันจะพยายามให้อภัย สามี ,เมียน้อย และแม่สามี เพื่อความสุขในอนาคตของดิฉันค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ส.ค. 2009, 11:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.ค. 2009, 16:10
โพสต์: 149

งานอดิเรก: ปลูกต้นไม้
ชื่อเล่น: off
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ยินดีค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆนะคะคุณเพชร :b4:

.....................................................
(กัมมุนา วัตตะตี โลโก)
สัตว์โลก ย่อมเป็นไปตามกรรม


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ส.ค. 2009, 11:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ส.ค. 2009, 09:11
โพสต์: 23

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เห็นใจค่ะ
ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นวิบาก

การดึงตัวเองออกมาจากสถานการณ์นั้นก็พอจะช่วยให้ความทุกข์คลายลงบ้าง
และไม่เป็นการสานสร้างวิบากใหม่ๆ

ความผิดหวังทุกสิ่งทุกอย่าง ล้วนมีจุดเริ่มต้นมาจากความคาดหวังทั้งสิ้น
อย่าเพิ่งกังวลอนาคตที่ยังมาไม่ถึง และอยาจมกับอดีตที่ผ่านมาแล้วค่ะ
พูดง่ายทำยากนะคะ ความผูกพันเป็นเรื่องลึกซึ้ง แต่ก็อยากให้ลองพยายามดูค่ะ

มีสติเฉพาะหน้า ณ เวลาปัจจุบัน
ไม่นำตัวเข้าไปคลุกคลีกับสถานการณ์
ลดการสานสร้างวิบากใหม่ๆ

ความรักยังคงสวยงามเสมอค่ะ
แต่เมื่อเจือปนด้วยกิเลสตันหา ย่อมมีความต้องการ อยากครอบครอง อยากได้รับการยอมรับ ฯลฯ

ลดความยึดมั่นถือมั่นในตัวเองลง กิเลสตัณหาก็ไม่รู้จะไปเกาะใคร
เมื่อไม่มีเราเสีย ย่อมไม่มีผู้อยากได้ แม้จะได้หรือไม่ได้ ก็ไม่ผิดหวัง

ย้อนกลับไปดูความรักแท้ ที่งดงาม
รักที่หวังอยากให้คนรักมีความสุข
โดยไม่เกี่ยงว่า เราจะได้รับประโยชน์หรือไม่ อย่างไร

หวังใจว่า เวลาจะคลี่คลายให้ทุกอย่างมีคำตอบ
ขออนุโมทนาด้วยที่คุณคิดให้อภัย
อภัยทานเป็นทานที่ยิ่งใหญ่ค่ะ อนุโมทนาสาธุๆๆ

รักษาใจนะคะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ส.ค. 2009, 12:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 เม.ย. 2009, 06:18
โพสต์: 731

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อัพพะยา ปัชฌัง สุขัง โลเก
การไม่เบียดเบียนกันเป็นความสุขในโลก


การไม่เบียดเบียนกัน ก็ต้องมีความรักกัน มีความเมตตากัน
ความรักที่เป็นพื้นฐานของชีวิตนั้น เราจะรักอะไร..?
เราควรจะรักพระพุทธเจ้า รักพระธรรม พระสงฆ์ ให้มาก

ธัมโม หะเว รักขะติ ธัมมะจาริง
ธรรมะย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม


การใช้หลักธรรมะเป็นหลักปฏิบัติในชีวิตประจำวัน
ก็เหมือนเรามีดวงประทีปส่องทาง
ให้เราเดินไม่ผิดทาง เดินได้เรียบร้อยก้าวหน้า
เป็นไปด้วยดี ชีวิตจะไม่ตกตำ เมื่อเจอมรสุมชีวิต
ก็หมั่นศึกษาธรรมะ อ่านฟัง เข้าใกล้ผู้รู้แล้วนำมาปฏิบัติในชีวิตประจำวัน
เราเอาธรรมะนั้นมาเป็นกระจกคอยส่องมองดูตัวเรา
ว่าเราบกพร่องอะไรบ้าง....? เราไม่ดีไม่งามที่ตรงไหน....?
เหมือนกับคนมีกระจกบานน้อยคอยส่องดูหน้าตนบ่อยๆ
เราก็เอากระจกธรรมะมาส่องดูตัวเรา
จะได้ปรับปรุงแก้ไข กระทำให้มันดีมันงามขึ้น
ขอเป็นอีกหนึ่งแรงใจจากเหล่ากัลยาณมิตร..........

ขอกราบอนุโมทนาบุญ สาธุ........ :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ส.ค. 2009, 12:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 มิ.ย. 2009, 09:55
โพสต์: 4062

แนวปฏิบัติ: มรณานุสสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: ตรงปลายจมูก

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: ณ แห่งนี้มีธรรมะ และกัลยาณมิตร :b8:
ตอนมา เราก็มาคนเดียว แล้วตอนไปจะเกี่ยวก้อยใครไป
คิดเสียว่าไม่มีใครเป็นของใคร ปล่อยวางได้ก็เป็นสุข
ขอให้มีความสุขกับการปฏิบัติธรรมค่ะ

.....................................................
~ นิพพานัง ปัจจโยโหตุ ~


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 ส.ค. 2009, 12:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ส.ค. 2009, 12:54
โพสต์: 70

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b4: :b4: ถึงคุณเพชร คุณต้องใจเย็นๆนะค่ะปัญหาเรื่องแม่สามีเป็นปัญหาที่มีมานานแสนนานและก็ไม่มีวันหมดไปได้จากประสพการณ์จริงนะค่ะคุณจะนำไปใช้ก็ได้ค่ะหรือฟังไว้เล่นๆขำๆก็ได้ค่ะไม่ว่ากันดิฉันเจอเหตุการณ์เหมือนคุณเมื่อตอน 10 ปีที่แล้วแม่สามีดิฉันทั้งไม่ไปงานแต่งและยังใช้คำพูดที่ดูถูกด่าทอความรู้สึกทั้งหลายเข้าข้างสามีดิฉัยเจอทุกรูปแบบ ดิฉันอาศัยคำว่าชั่งเขาเราไม่ได้ไปขอเงินเขาใช้ไม่ต้องสนใจต่างคนต่างอยู่ไม่ยุ่งเกียวกันแต่เราก็ไม่ไปทำให้เขาเดือดร้อนหรือมีเรื่องเกี่ยวกับเราเลยดิฉันอยู่เฉยๆเขาด่าเราหรือทำกิริยาอย่างไรเราก็ไม่สนใจเรียกว่าไม่เก็บเอามาคิดไม่เก็บเอามาใส่ใจ นึกในใจชั่งเขา ชั่งเขา เราทำดีไม่รู้ถึงเขาเวลาไปไหนก็จะซื้อของมาฝาก แรกๆ เขาไม่รับแต่พอบ่อย ๆ แต่ไม่บ่อยจนออกนอกหน้า เชื่อไหมค่ะเวลาผ่านมาปัจจุบัน แม่สามีกลับมาดีกับดิฉันค่ะ ลองนำไปปฏิบัติดูนะค่ะอาจจะดีขึ้นนะค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ส.ค. 2009, 07:43 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2009, 15:01
โพสต์: 408

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ได้ให้ข้อคิดนะค่ะ ทุกๆ ข้อคิดและคำแนะนำดิฉันจะนำไปปฏิบัติ ตอนนี้ดิฉันได้กลับไปบ้านสามีตามปกติ คือ ศุกร์,เสาร์,อาทิตย์ แต่ลึกๆ ในใจก็ยังอดคิดไม่ได้ว่า สามีดิฉันได้แอบไปหาผู้หญิงคนนั้นหรือเปล่า เพราะดิฉันจะเจอของที่ใช้ทำอาหาร ที่บ้านผู้หญิงคนนั้นมี (บ้านผู้หญิงคนนั้นเป็นชาวสวน) เพราะสามีดิฉันชอบทำอาหาร และแต่ก่อนก็เคยเอามา (ผู้หญิงคนนั้นเคยบอกดิฉัน) สามีดิฉันเป็นคนใจอ่อนอาจจะเป็นเพราะนิสัยผู้ชายด้วยค่ะ ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ทำงานอะไรเป็นหลักแหล่ง เค้าเจอกันที่ร้านอาหาร ผู้หญิงคนนั้นเป็นเด็กเสริฟ แต่อายุน้อยกว่าประมาณ 10 ปี ปัจจุบันก็ไม่ได้ทำงานอะไร จะคอยเฝ้าสามีดิฉัน คือตามไปทำงานด้วย (สามีทำงานส่วนตัว) และจะขอเงินสามีดิฉันเป็นรายเดือน (ผู้หญิงคนนั้นบอกว่าเค้าก็คือเมียคนหนึ่งที่สามีดิฉันต้องรับผิดชอบ) ดิฉันเคยคิดน้อยใจสามีดิฉัน ที่กลับกันเค้าไม่ได้รับผิดชอบอะไรดิฉันเลย จะพูดอยู่เสมอว่าดิฉันเองก็มีเงินเดือนเยอะอยู่แล้ว ไม่ได้เดือดร้อนอะไร ดิฉันคิดว่าต่อไปนี้จะปล่อยให้เค้า 2 คนใช้ชีวิตตามที่เค้าเลือก จะไม่คิดพยาบาทและจองเวร คิดว่าใครทำอย่างไรก็ต้องได้รับผลกรรมของตนที่ได้กระทำไว้ และดิฉันจะทำหน้าที่ภรรยาให้ดีที่สุด ใช้ชีวิตอย่างมีสติและมีความสุข


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ส.ค. 2009, 14:56 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ส.ค. 2009, 12:54
โพสต์: 70

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b4: :b4: คุณไม่ใช่คนเดียวที่เจอปัญหานี้นะค่ะคุณยังมีเพื่อนที่เจอปัญหาเดียวกับคุณคุณลองเข้าไปอ่านในกระทู้ดิฉันดูผู้หญิงที่ดิฉันเจอหนักกว่าคุณแถมยังมีลูกด้วยกันด้วยอนาคตไม่ต้องเดาเลยว่าเขาจะเลิกกันไหมคุณคิดถูกแล้วที่ไม่สนใจเขาเหมือนกับที่ดิฉันพยายามทำอยู่และต้องทำให้ได้ด้วยค่ะ...
ดิฉันเอาใจช่วยและเป็กำลังใจช่วยให้คุณพบกับความสงบสุขในใจนะค่ะ :b48: :b48: :b48:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 31 ส.ค. 2009, 08:30 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2009, 15:01
โพสต์: 408

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ตอนนี้ปัญหา 2 เรื่องของดิฉัน เริ่มคลี่คลายได้ 1 เรื่องแล้วค่ะ คือ เรื่องแม่สามี อาจจะเป็นเพราะสามีของดิฉันเค้าได้ไปบอกกับแม่ของเค้าว่า ที่ดิฉันไม่ได้ไปบ้านท่านช่วงนั้น เป็นเพราะมีปัญหากันอยู่ (แต่สามีดิฉันคงไม่ได้เล่ารายละเอียดทั้งหมด แค่บอกว่ามีปัญหาเรื่องผู้หญิง) สามีดิฉันเองเค้าก็ไม่อยากให้ดิฉันมีปัญหากับแม่ของเค้า ลึกๆ ในใจเค้าก็สงสารดิฉัน เพราะดิฉันเป็นคนพูดเอาใจไม่เก่ง จะทำงานบ้านอย่างเดียว คือถ้าดิฉันไปบ้านของเค้า งานทุกอย่างดิฉันจะทำคนเดียวทั้งหมด

แต่สำหรับสามีดิฉันกับผู้หญิงคนนั้น ดิฉันคิดว่าคงยังไม่จบง่ายๆ เพราะผู้หญิงคนนั้นต้องพึ่งพาสามีดิฉันอีกเยอะเรื่องเงินทอง บางทีดิฉันก็อดเป็นห่วงสามีดิฉันไม่ได้ว่า จะต้องหมดเงินกับผู้หญิงคนนี้ไปอีกเยอะไหมกว่าตาจะสว่าง ทำงานหามาได้ก็ต้องไปให้ทางโน้นหมด ดิฉันไม่เคยได้เงินกับสามีเลย ค่าใช้จ่ายในบ้าน ดิฉันเป็นคนรับผิดชอบเองทั้งหมด ดิฉันไม่ชอบแบมือขอเงินใคร คิดว่าถ้าอยากจะให้ก็ให้เค้าให้เอง ช่วงในวันธรรมดาที่ดิฉันจะต้องมาทำงาน (ไม่ได้อยู่กับสามี) ดิฉันไม่เคยโทรไปหาสามี ไม่เคยตามว่าเค้าอยู่ไหน ไม่อยากโทรไปเพราะกลัวใจตัวเองเหมือนกันที่จะอดคิดไม่ได้ว่าเค้าอยู่กับใคร? ก็เลยตัดใจไปเลยคือไม่โทรไปหา สามีดิฉันเป็นฝ่ายโทรมาเอง ดิฉันทำถูกหรือเปล่าค่ะ อยากขอความคิดเห็นกับท่านอื่นๆ ค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ก.ย. 2009, 13:59 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ส.ค. 2009, 11:51
โพสต์: 505

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


[ :b53: quote=" ช่วงในวันธรรมดาที่ดิฉันจะต้องมาทำงาน (ไม่ได้อยู่กับสามี) ดิฉันไม่เคยโทรไปหาสามี ไม่เคยตามว่าเค้าอยู่ไหน ไม่อยากโทรไปเพราะกลัวใจตัวเองเหมือนกันที่จะอดคิดไม่ได้ว่าเค้าอยู่กับใคร? ก็เลยตัดใจไปเลยคือไม่โทรไปหา [/quote]

จากข้อความอ้างอิง คุณโชคดีแล้วค่ะที่ทำได้ เพราะฉันก็พยายามทำอย่างคุณอยู่คือไม่อยากรับรู้แต่ก็ยังทำใจไม่ได้ แต่เรื่องเงินควรเอาไว้ก่อนนะคะดีกว่าเขาเอาไปให้คนอื่น ผู้ชายบางคนเสียคนก็เพราะมีเงินเยอะ และมีสภาพความเป็นอยู่ที่สบายมากเกินไป เช่นของฉันเป็นต้น ปัญหาคุณกับฉันต่างกันตรงที่แม่สามีเท่านั้นเอง โชคดีนะคะเอาใจช่วยค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ก.ย. 2009, 07:56 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2009, 15:01
โพสต์: 408

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ดิฉันกลับไปบ้านสามีสัปดาห์นี้ ก็รู้ได้ถึงว่าสามีได้ไปนอนค้างบ้านผู้หญิงคนนั้น สังเกตุจากเสื้อผ้าที่ให้ดิฉันซัก ดิฉันก็ไม่ได้แสดงอาการโมโห หรือกระแนะกระแหนแต่อย่างไร เริ่มรู้สึกว่า กรรมใดใครก่อย่อมต้องได้รับผลของกรรมนั้น แต่คำถามในใจดิฉันมันก็มีมากมายว่า แม่ของผู้หญิงคนนั้นก็รู้ว่า สามีของดิฉันมีลูกมีเมียแล้ว แต่ทำไมยังยกลูกสาวให้ และยอมให้สามีดิฉันไปนอนค้างที่บ้านของเค้า ซึ่งสามีของดิฉันเคยบอกว่า แม่ของผู้หญิงคนนั้นไม่เคยสนับสนุนเลย และต้องการให้ลูกของเค้าเลิกกับสามีของดิฉัน พฤติกรรมอย่างนี้แม่ของผู้หญิงคนนั้นเข้าข่ายร่วมกันทำบาปหรือเปล่าค่ะ?

ผู้หญิงคนนั้น ตอนเกิดเรื่อง ก็พูดกับดิฉันว่า เค้าเลิกกับสามีดิฉันแน่นอน อย่างโน้นอย่างนี้ จะทำให้เจ็บแสบเลย ยุให้ดิฉันเอารถคืน อย่าให้สามีดิฉันไปใช้ เพราะเค้าอาจจะเอาไปรับผู้หญิงคนอื่น ดิฉันก็บอกกับเค้าว่า ดิฉันไม่เคยคิดที่จะเอาสิ่งที่ดิฉันเคยให้สามีคืน คิดเสียว่า รถคนนั้นดิฉันยกให้เค้าเพื่อไปรับ-ส่งลูกที่โรงเรียน ถ้าดิฉันยึดมา เค้าจะใช้อะไร คือประมาณว่าผู้หญิงคนนั้นจะยุให้ดิฉัน ทำอะไรที่รุนแรง และจัดการสามีให้เด็ดขาด เพื่อนๆ ของดิฉันก็เตือนว่า ถ้าไปฟังผู้หญิงคนนี้มากนัก และไม่เชื่อว่าผู้หญิงคนนี้จะหวังดีกับเราจริง ดิฉันก็คิดเช่นนั้น เค้าต้องการให้ดิฉันเป็นนางมารร้าย แล้วเค้าก็เป็นนางฟ้า เพื่อนๆ ของดิฉันก็รู้ว่า ดิฉันกับสามีมีปัญหากัน พวกเค้าก็ไม่เคยแสดงอาการที่ไม่พอใจเลย กลับกันให้เกียรติและนับถือเหมือนเคย แต่สำหรับเพื่อนๆ ของผู้หญิงคนนั้น จะคอยบอกให้ผู้หญิงคนนั้นกอบโกยเงินทองกับสามีของดิฉัน และพูดจาไม่ให้เกียรติ จะพูดว่า "ช่วงนี้เป็นขาขึ้นของ ม.. ให้เอาเงินมันให้หมดตัวเลย" ที่ดิฉันทราบ ก็มาจากปากผู้หญิงคนนั้น เค้าจะบอกว่า เพื่อนเค้าไม่ค่อยชอบสามีของดิฉัน (อาจจะเป็นเพราะว่า ผู้หญิงคนนั้น มักเอาเรื่องไปปรึกษา เพื่อนๆ เค้าก็เลยโมโหแทน)

ดิฉันฟัง ก็ได้แค่ถอนหายใจ เพราะรู้อยู่แก่ใจว่า ถึงจะเอาเรื่องนี้ไปบอกกับสามี เค้าก็ไม่เชื่อ และอาจจะคิดว่าดิฉันใส่ไฟ หรือไม่ก็ มักจะพูดว่า ผู้หญิงคนนั้นเค้ายังเด็ก วุฒิภาวะยังน้อย พูดไปก็ด้วยอารมณ์ คิดว่าวันหนึ่ง ธาตุแท้ของแต่ละคนจะออกมาประจานตัวของมันเอง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 ก.ย. 2009, 02:06 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 พ.ค. 2009, 02:41
โพสต์: 5637

แนวปฏิบัติ: พอง ยุบ
ชื่อเล่น: เจ
อายุ: 0
ที่อยู่: USA

 ข้อมูลส่วนตัว www


คุณเพชร เขียน:
ดิฉันกลับไปบ้านสามีสัปดาห์นี้ ก็รู้ได้ถึงว่าสามีได้ไปนอนค้างบ้านผู้หญิงคนนั้น สังเกตุจากเสื้อผ้าที่ให้ดิฉันซัก ดิฉันก็ไม่ได้แสดงอาการโมโห หรือกระแนะกระแหนแต่อย่างไร เริ่มรู้สึกว่า กรรมใดใครก่อย่อมต้องได้รับผลของกรรมนั้น แต่คำถามในใจดิฉันมันก็มีมากมายว่า แม่ของผู้หญิงคนนั้นก็รู้ว่า สามีของดิฉันมีลูกมีเมียแล้ว แต่ทำไมยังยกลูกสาวให้ และยอมให้สามีดิฉันไปนอนค้างที่บ้านของเค้า ซึ่งสามีของดิฉันเคยบอกว่า แม่ของผู้หญิงคนนั้นไม่เคยสนับสนุนเลย และต้องการให้ลูกของเค้าเลิกกับสามีของดิฉัน พฤติกรรมอย่างนี้แม่ของผู้หญิงคนนั้นเข้าข่ายร่วมกันทำบาปหรือเปล่าค่ะ?



คุณเพชรค่ะ คุณวางตัววางอารมณ์ได้ดีมากค่ะ ขอชื่นชม บางทีการนิ่งเฉยเสียมันก็ดีนะค่ะ
ส่วนคำถามในใจนั้น ปัดมันออกไปให้หมด ไม่ต้องอยากรู้ ไม่ต้องไปอยากเห็นอะไรทั้งนั้น ถึงเวลากลับมา
บ้านก็ทำหน้าที่ของเราไป "กรรม" มันมีจริงค่ะ ไม่ว่าดีหรือชั่ว อย่างไรเสีย ผู้ที่กระทำก็ต้องได้รับ
แม่ของผู้หญิงคนนั้นเขาก็คงมีเหตุผลของเขาที่ต้องยอมให้ลูกสาวประพฤติผิดศิลธรรมอันนี้ มันก็คงเป็น
กรรมร่วมกัน หรือเรียกให้ถูกก็คือ "กรรมจัดสรร" อย่าไปเก็บเรื่องของพวกเขาใส่ในใจเราเลยค่ะ
รู้แล้วเป็นทุกข์ อย่าไปรู้เลยดีกว่า ดูแล้วคุณเป็นคนอดทน ขอให้คุณอดทนต่อสภาพการณ์ตอนนี้
ให้ทุกสิ่งทุกอย่างผ่านพ้นไปโดยเร็วนะค่ะ ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ

เจริญในธรรมค่ะ

:b41: :b41: :b41: :b43: :b41: :b41: :b41:

.....................................................
"มิควรหวังร่มเงาจากก้อนเมฆ"


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 204 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4, 5 ... 14  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร