วันเวลาปัจจุบัน 23 พ.ย. 2019, 04:04  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 7 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 ม.ค. 2009, 22:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


ต้ น ส า ย พ ร ะ ธุ ด ง ค ก ร ร ม ฐ า น
พระราชสังวรญาณ (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย)
วัดป่าสาลวัน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา


รูปภาพ

นโม ตสสฺภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทธสฺส
นโม ตสสฺ ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทธสฺส
นโม ตสสฺ ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทธสฺส

สติวินโย ติ อิมสฺส ธมฺมปริยายสฺส
อตโถ สาธายสฺสมนฺเตหิ สกฺกจฺจํ โสตพฺโพ ติ


[สำนวนของของเจ้าพระคุณอุบาลีคุณูปมาจารย์ (สิริจนฺโท จันทร์)]

ณ โอกาสต่อไปนี้ จะได้แสดงธรรมเทศนา
พรรณนาศาสนธรรมคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เพื่อเป็นประโยชน์แก่เราพุทธบริษัททั้งหลาย

วันนี้ เราทั้งหลายได้พร้อมกันมาบำเพ็ญกองการกุศล
เพื่ออุทิศถวายพระบูรพาจารย์

“บูรพาจารย์” หมายถึง อาจารย์ผู้เกิดก่อนเรา
ท่านเกิดก่อนเรา ท่านบวชก่อนเรา
ท่านสอนเรามาก่อน จึงได้ชื่อว่า พระบูรพาจารย์


อันดับของพระบูรพาจารย์ในภาคอีสาน
อันดับแรก ท่านอริยกวี (อ่อน)
ได้ไปอุปสมบทในสำนักของ
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔
ซึ่งสมัยนั้นพระองค์ยังทรงอุปสมบทอยู่
ยังไม่ทรงลาผนวชออกมาครองเมือง

รูปภาพ
[พระอริยกวี (อ่อน) : พระอุปัชฌาย์พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต]

รูปภาพ
[พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท) วัดบรมนิวาส]


แล้วท่านผู้นั้นก็ได้ศึกษาพระปริยัติธรรมเรียนรู้พระธรรมวินัย
แล้วก็นำธรรมวินัยซึ่งถอดแบบจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔
ไปประดิษฐานคณะพระธรรมยุตลงที่ วัดสีทอง จังหวัดอุบลราชธานี

เมื่อสิ้นบุญบารมีของ ท่านอริยกวี (อ่อน)
ก็ตกทอดมาถึง ท่านพันธุละ ซึ่งเป็นสหธรรมิกของท่าน

ถัดจากนั้นก็มาถึงยุคของพระเดชพระคุณ
เจ้าพระคุณอุบาลีคุณูปมาจารย์ (สิริจนฺโท จันทร์)

เจ้าพระคุณอุบาลีคุณูปมาจารย์
ท่านบริหารกิจการพระศาสนาทั้งฝ่ายปริยัติและทั้งฝ่ายปฏิบัติ
ภาษากฏหมายเขาว่า คันถธุระ และ วิปัสสนาธุระ
มีหน้าที่จัดการบริหาร ปกครองคณะสงฆ์
ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์

ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นผู้ตรากฏหมายสงฆ์ขึ้นมา
เรียกว่า “พระราชบัญญัติคณะสงฆ์”
และก็จัดการศึกษาพระปริยัติรรม คือ สอนนักธรรม สอนบาลี
สอนทั้งการปฏิบัติธุดงคกรรมฐาน

พระคุณเจ้าพระมหาเถระรูปนี้ เรียกว่า
เป็นพระเถระที่ครบเครื่อง มีทุกอย่าง


ถ้าจะพูดถึงสำนวนโวหารของท่าน
ท่านเป็นผู้ชำนิชำนาญในหลักวิชาการทางศาสนาแล้ว
ยังเป็น กวี แต่งกลอน แต่งโคลง อ่านแล้วฟังซาบซึ้ง

อาตมายังจำได้ คำสอนที่เป็นคำกลอนของท่าน
ท่านว่าเป็นภาษาอิสาน ท่านบอกว่า

“กัมมัฏฐานโกแก้วแถวทำบ่เตื้องต่อ
กัมมัฏฐานพ่อว่อมาขี้ให้หมู่เหม็น
เขาก็ลือมันแล้วกัมมัฏฐานหมูเถื่อน
ได้อาหารอิ่มทั้งนอนมุ้งนั่งธรรม”


(คำแปล : กรรมฐานถ้วยแก้วขาดความสนใจในพระธรรมวินัย
กรรมฐานไปโผล่ตรงนั้นตรงนี้
แล้วไปประพฤติเสียหายให้หมู่เหม็นเบื่อ
คนเขาเล่าลือว่าเป็นกรรมฐานเดินป่าเดินดง
กินแล้วนอนไม่สนใจข้อวัตรปฏิบัติ)


อันนี้ จำติดตาติดใจ บ่ลืมจั๊กเทือ

อีกอันหนึ่งท่านว่า

“อัศจรรย์ปลาไหลลดหลาด
น่าอนาถหนีหน่ายวังตม
ผู้เป็นสมณ์สืบวงศ์บ่มั่ว”


(คำแปล : ปลาไหล ปลาหลด ปลาหลาด
น่าอนาถเบื่อหน่ายโคลนตม
ผู้เป็นสมณะ ไม่ปฏิบัติตามพระธรรมวินัย
ทิ้งจารีตประเพณีต่างๆ หมด)


มาถึงยุค ผู้เป็นสมณ์สืบวงศ์มั่ว แล้วกระมัง

อาตมาไปเยี่ยมไข้ หลวงปู่ฝั้น
ก่อนหน้าที่ท่านจะมรณภาพเพียง ๓ วันเท่านั้น
ท่านกำลังนอนคลุมโปงอยู่
พอไปกราบท่านก็โบกมือห้ามพระไม่ให้รบกวนท่าน
ท่านบอกว่า “เอาลุก เอาลุก เอาลุก” ถึง ๓ ครั้ง

พระขัดไม่ได้ ก็พยุงท่านลุกขึ้นมา
พอท่านลุกขึ้นมาแล้ว ก็มองเห็นมือสั่นๆ ยกขึ้นมาอย่างนี้

“นี่ อะไรครูบาอาจารย์ก็ถ่ายทอดให้หมดแล้ว ทำเก่งด้วย
เสียดายอย่างเดียว มันยังขี้เกียจอยู่เท่านั้น
ต่อไปขยันๆ เข้าหน่อย กรรมฐานในสายนี้
ถ้าหมดรุ่นพวกเธอแล้ว มันจะหมดนะ”


คำพูดของครูบาอาจารย์นี้ย่อมเป็นประกาศิต คำไหนคำนั้น
วันนี้จึงได้คำเตือนของครูบาอาจารย์


มาเล่าให้สู่ท่านทั้งหลายฟัง เผื่อเราจะได้จดจำเอาไว้ว่า

“กรรมฐานในสายนี้ ถ้าหมดรุ่นพวกเธอแล้ว มันจะหมดนะ
จะไม่มีใครสืบต่อ ต่อไปขยันๆ เข้าหน่อย”


รูปภาพ
[หลวงปู่ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร จ.สกลนคร]


อันนี้เป็นตำเตือนของ หลวงปู่ฝั้น
ส่วนในเหตุการณ์ปัจจุบันนี้ จะมีอันเป็นไปอย่างไรนั้น ไม่ค่อยได้สนใจ

เกิดมาเป็นหลวงพ่อ หลวงพี่ ไม่เคยหวั่นวิตกว่า
ใครเขาจะลงนรก กลัวแต่ตัวเองจะลงนรก
เราดูหน้าใครแล้วก็ไม่เหมือนนหน้าพ่อแม่เราสักคน
ใครจะสร้างบาปกรรรมลงนรก เราก็ไม่อัศจรรย์

เราจะสร้างแต่ความดี สร้างแต่ความดี
ถ้าไม่สำเร็จมรรคผลนิพพาน ตายแล้วก็ไปเกิดบนสวรรค์


สมบัติบนสวรรค์เป็นของเราคนเดียวหมด
นางฟ้า นางเทวดา ไม่มีใครแย่ง
อยู่ในเมืองมนุษย์นี้ มันอัปรีย์จัญไร
เพียงแต่เป็นสมภารเข้าก็ยังมีผู้อยากมาแย่ง
ให้ลองคิดดูสญาติโยมทั้งหลาย

เพราะฉะนั้น ได้พูดมาถึงตอนที่ว่า

เจ้าพระคุณอุบาลีคุณูปมาจารย์
เป็นพระเถระที่ทรงคุณ
ทั้งฝ่ายคันธธุระและวิปัสสนาธุระ


เจ้าพระคุณอุบาลีคุณูปมาจารย์ ทำหน้าที่สองทาง
สอนหนังสือธรรมะ สอนนักธรรมสอนบาลี
สอนจนกระทั่งสมถะวิปัสสนากรรมฐาน
เป็นนักปฏิบัติที่ยอดเยี่ยม


ขนาดขึ้นนั่งบนธรรมาสน์
พอขยับตัวขาหักยังนั่งเทศก์เฉย
เอาซิ จนกระทั่งเทศก์จบแล้วไม่ยอมลงธรรมาสน์

“อ้าวพระเดชพระคุณ ทำไมไม่ลงธรรมาสน์เสียที”
“มันจะลงได้อย่างไรเล่า ขาหักแล้ว”


ดูซิ ถ้าเป็นอย่างเราจะว่าอย่างไร ขาหักทั้งขานี่ ไม่ร้องโอ๊ยๆ

นี่แสดงว่าคุณสมบัติความเข้มแข็งของจิตใจของนักต่อสู้
เช่น เจ้าพระคุณอุบาลีคุณูปมาจารย์ นี้ หาได้ยากที่สุดในโลกนี้


(มีต่อ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 ม.ค. 2009, 23:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ
[สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ติสฺสมหาเถระ)]

รูปภาพ
[พระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล วัดเลียบ จ.อุบลราชธานี]

รูปภาพ
[พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต วัดป่าสุทธาวาส จ.สกลนคร]


ท่านผู้นี้แหละ ท่านมีลูกศิษย์สององค์

องค์หนึ่ง คือ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ติสฺสมหาเถระ)

ตอนนี้มาจำแนกสายกัน สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ติสฺสมหาเถระ)
เป็นผู้ทำธุระในฝ่ายคันธุระ


แล้วลูกศิษย์อีกองค์หนึ่ง คือ พระเดชพระคุณหลวงปู่เสาร์ กนตฺสีโล
หลวงปู่เสาร์ กันตฺสีโล นี้ ทำหน้าที่เฉพาะฝ่ายปฏิบัติฝ่ายเดียว


พระธุดงค์ภาคอิสานที่ออกเดินธุดงค์ไปตามหัวเมืองน้อยหัวมืองใหญ่
ตามป่าตามชนบทเป็นองค์แรก เท่าที่รู้มา คือ หลวงปู่เสาร์ กนตฺสีโล

หลังจากที่ท่านอุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์แล้วประมาณ ๖ พรรษา
ก็มาได้ลูกศิษย์องค์สำคัญ คือ พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต
พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต นี่เป็นกำลังสำคัญ


ถ้าจะเปรียบเทียบผู้สอนหนังสือ
หลวงปู่เสาร์ สอนได้เฉพาะแต่ระดับประถมและมัธยม
แต่ หลวงปู่มั่น สอนถึงระดับมหาวิทยาลัย จนถึงปริญญาเอก
ทีแรก หลวงปู่มั่น มาเรียนกรรมฐานกับ หลวงปู่เสาร์

แต่บุญบารมีของหลวงปู่มั่นนั้น
บุญวาสนาของท่านมีปฏิภาณรวดเร็ว
การปฏิบัติธรรมก้าวหน้าได้ดี


แล้วลงผลสุดท้าย
ขั้นสมถะ พระอาจารย์เสาร์สอนพระอาจารย์มั่น
ขั้นวิปัสสนา พระอาจารย์มั่นย้อนกลับมาสอนพระอาจารย์เสาร์
อาจารย์กลับเป็นลูกศิษย์ ลูกศิษย์กลับเป็นอาจารย์


แต่ท่านก็ยังความเคารพต่อกันอย่างสุดซึ้ง
ซึ่งหาความเคารพของพระภิกษุสามเณรปัจจุบันนี้
ที่มีต่อครูบาอาจารย์นั้นจะเปรียบเทียบอย่างท่านไม่ได้เลย

แม้ว่าท่านจะเก่งกว่าอาจารย์ในทางภูมิจิตภูมิธรรม
ท่านก็ไม่เคยลบหลู่ดูหมิ่นอุปัชฌาย์อาจารย์ของท่าน
เคารพปรนนิบัติอยู่จนกระทั่งมรณภาพตายจากกันไป
อันนี้คือจุดเริ่มของพระธุดงคกรรมฐานในสายภาคอิสาน


อยู่มาภายหลัง พอมาได้ลูกศิษย์ คือ พระอาจารย์มั่น เป็นกำลัง
มาภายหลัง พระอาจารย์สิงห์ ขนฺตฺยาคโม หลวงปู่ดูลย์ อตุโล
ไปเรียนหนังสืออยู่ที่ วัดสุทัศน์ จังหวัดอุบลราชธานี

พระอาจารย์มั่น ไปจำพรรษาที่ วัดบูรพา ซึ่งอยู่ในเมืองเดียวกัน
ไม่ทราบว่าเป็น พ.ศ. เท่าใด

ทีนี้ หลวงปู่ดูลย์ อตุโล กับ พระอาจารย์สิงห์ ขนฺตฺยาคโม
เวลาว่างจากการเรียนพระปริยัติธรรมว่างจากการสอนหนังสือ
(เมื่อก่อนนี้ โรงเรียนชั้นประถมนี้อยู่วัด)

พอตกค่ำก็ไปเฝ้าพระอาจารย์มั่น ไปเรียนกรรมฐานกัน
ไปฟังเทศน์ฟังธรรมพระอาจารย์มั่น
ในทางปฏิบัติสมาธิปฏิบัติสมถภาวนา แล้วมาปฏิบัติตาม
เกิดปลงจิตสงบเป็นสมาธิ
มีสภาวะรู้ตื่น เบิกบาน มีปิติ มีความสุข

รูปภาพ
[หลวงปู่ดูลย์ อตุโล วัดบูรพาราม จ.สุรินทร์]

รูปภาพ
[พระอาจารย์สิงห์ ขนฺตฺยาคโม วัดป่าสาลวัน จ.นครราชสีมา]


ทั้งสอนองค์ท่านก็เลยตัดสินใจเลิกเรียนพระปริยัติธรรม
ติดตามพระอาจารย์มั่นไปเป็นลูกศิษย์ เดินธุดงค์ไปทั่งภาคอิสาน
ไม่ทราบว่าเริ่มต้นแต่เมื่อใด


จำได้ว่าเคยไปกราบ พระอาจารย์มั่น
ในงานศพอาจารย์สอน ที่ วัดบ้านหนองดินดำ
ตอนนั้นอาตมาอายุเพียง ๘ ขวบ
แต่ไม่ทราบว่าเป็นปี พ.ศ. เท่าใด
คงจะประมาณ ๒๔๗๑-๒๔๗๒ อยู่ในระยะนี้

ทีนี้ในเมื่อได้ หลวงปู่ดูลย์ และ พระอาจารย์สิงห์ ไปเป็นลูกศิษย์

พระอาจารย์สิงห์ นี่ ถ้าจะเปรียบเทียบก็เหมือนกับว่าเป็นเสนาธิการ
ทหารบก ทหารอากาศ ทหารเรือ
เป็นกำลังในการเผยแผ่พระธรรมวินัยในสายพระธุดงคกรรมฐาน
เริ่มจุดตั้งแต่จังหวัดสกลนคร นครพนม
อุบลราชธานี จังหวัดเลย จนกระทั่งไปถึงเชียงใหม่
จนกระทั่งมีลูกศิษย์ลูกหาตั้งวัดตั้งวากันมากมายก่ายกอง


เมื่อก่อน วัดคณะธรรมยุตในประเทศไทยมีเกือบจะไม่ถึงร้อยวัด
แต่เวลานี้เรามีวัดคณะธรรมยุตมากมาย
ก็เนื่องมากผลงานของพระเถระทั้งหลายที่กล่าวมา


เมื่อสมัยเป็นสามเณร เด็กไปธุดงค์ เดินตามหลังครูบาอาจารย์
ห่มผ้าจีวรดำๆ ไปที่ไหนเพื่อนเขาถุยน้ำลาย

อาจารย์บางองค์ท่านไปธุดงค์
ท่านชอบเอาแม่ขาว แม่ชีเดินตามหลังไปด้วย

ทีนี้ ชาวไร่ชาวนา เขาไม่เคยเห็นพระแบกกลดสะพายบาตร เขาก็ตะโกนถาม

“เจ้ากูเอ๋ย พาลูกพาเมียไปสร้างบ้านสร้างเมืองที่ไหนหนอ”

เขาว่าอย่างนี้

เมื่อก่อนนี้เดินไปที่ไหน ถุยน้ำลาย
แต่มาปัจจุบันนี้ผ้าจีวรดำนี่กลับมีราคา

เสียดายที่อาตมาไม่ได้เอาจีวรผืนที่เคยห่มแล้วโดนเขาด่า
แล้วก็ถุยน้ำลายราด เก็บไว้เป็นอนุสรณ์

เอาละ เอากันเพียงแค่นี้
พูดมากไปเดี๋ยวมันจะออกนอกลู่นอกทาง

ก็เป็นอันว่า เราจะนับอันดับของพระธุดงคกรรมฐาน
ซึ่งเป็นผู้นำในการเดินธุดงค์ในป่าในเข้านี้

อันดับหนึ่ง หลวงปู่เสาร์
อันดับที่สอง หลวงปู่มั่น
อันดับสาม หลวงปู่สิงห์
อันดับสี่ หลวงปู่ขาว หลวงปู่ชอบ หลวงปู่ฝั้น


รูปภาพ
[หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล จ.หนองบัวลำภู]

รูปภาพ
[หลวงปู่ชอบ ฐานสโม วัดป่าสัมมานุสรณ์ (วัดเหนือ) จ.เลย]


ทีนี้ครูบาอาจารย์ท่านว่า
รุ่นของพวกอาตมานี้ เป็นอันดับห้า

แล้วก็ยังเป็นห่วงวิตกอยู่ที่ครูบาจารย์
ท่านทักว่า ต่อไปนี้

“กรรมฐาน ถ้าหมดรุ่นพวกเธอแล้ว มันจะหมด”

อันนี้ขอฝากให้เพื่อนสหธรรมิกและญาติโยมทั้งหลาย เอาไว้พิจารณา

เอาละ วันนี้ เรามาทำบุญอุทิศถวายพระบูรพาจารย์
“บูรพาจารย์” ได้รับทราบแล้วว่าบูรพาจารย์ของเราเป็นนักปฏิบัติกรรมฐาน
ปฏิบัติกรรมฐานนั่นก็คือ นั่งสมาธิภาวนานั่นเอง

ดังนั้นเพื่อเป็นการรรำลึกถึงพระบูรพาจารย์ของเรา
อาตมาจึงขอเชิญท่านทั้งหลายเตรียมนั่งสมาธิ

(พระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา และประชาชนบนศาลา นั่งสมาธิพร้อมกัน)

รูปภาพ
[หลวงพ่อพุธ ฐานิโย วัดป่าสาลวัน จ.นครราชสีมา]


:b8: :b8: :b8:

(ที่มา : “ต้นสายพระธุดงคกรรมฐาน” : การแสดงพระธรรมเทศนาเนื่องในวันบูรพาจารย์
ที่วัดป่าสาลวัน จ.นครราชสีมา วันที่ ๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ ใน ฐานิยปูชา ๒๕๔๐,
พิมพ์ครั้งที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๐, หน้า ๑๑๓-๑๑๙)


:b44: :: รวมคำสอน “หลวงพ่อพุธ ฐานิโย”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=40915

:b44: :: ประวัติและปฏิปทา “หลวงพ่อพุธ ฐานิโย”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=50583

:b44: :: ประมวลภาพ “หลวงพ่อพุธ ฐานิโย” วัดป่าสาลวัน
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=38&t=28489


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 ส.ค. 2011, 06:34 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ต.ค. 2010, 09:11
โพสต์: 589


 ข้อมูลส่วนตัว


:b45: :b45: :b45:
อนุโมทนาสาธุๆค่ะ ขอบพระคุณค่ะ :b8: :b8: :b8:

:b39: ทาน ศีล ภาวนา ภาวนา ภาวนา :b39:
:b41: :b41: :b41:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 มี.ค. 2016, 19:56 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ธ.ค. 2008, 09:34
โพสต์: 1092


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:
ขออนุโมทนาสาธุค่ะ น้อมกราบสาธุพระอริยสงฆ์


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 มิ.ย. 2016, 14:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 2220


 ข้อมูลส่วนตัว


น้อมกราบองค์หลวงพ่อเจ้าค่ะ
:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 พ.ย. 2017, 13:54 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 เม.ย. 2015, 09:43
โพสต์: 544

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขออนุโมทนาสาธุนะครับ
:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ม.ค. 2018, 11:58 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1941

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b39: :b44: ขออนุโมทนา สาธุๆๆ ค่ะ
:b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 7 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร