วันเวลาปัจจุบัน 18 ก.ค. 2019, 22:40  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 ก.พ. 2012, 19:42 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6998

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


พระโอวาท
สมเด็จพระญาณสังวร
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
เนื่องในวันมาฆบูชา ๒๕๕๕


รูปภาพ


ที่มา... http://www.onab.go.th/

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 ก.พ. 2012, 19:42 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6998

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระโอวาทเนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๕ ความว่า

“วันมาฆบูชาอันเป็นอภิลักขิตกาลที่สำคัญวาระหนึ่งของพระพุทธศาสนา ได้เวียนมาถึงอีกครั้งหนึ่งในวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๕๕ นี้ เมื่ออภิลักขิตกาลเช่นนี้เวียนมาถึง ก็เตือนจิตให้พุทธศาสนิกชนทั้งหลายรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในพระพุทธศาสนาที่เกิดขึ้นในวาระนี้ คือ จาตุรงคสันนิบาต การประชุมที่พร้อมด้วยองค์ ๔ คือ พระอรหันตสาวก ๑,๒๕๐ รูป มาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย พระอรหันตสาวกเหล่านั้นล้วนเป็นเอหิภิกขุ พระพุทธองค์ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ และวันนั้นเป็นวันเพ็ญกลางเดือนมาฆะหรือเดือน ๓ ฉะนั้น เพื่อเป็นการรำลึกถึงวาระสำคัญดังกล่าวแล้ว พุทธศาสนิกชนทั่วไปจึงได้ทำการบูชาเป็นพิเศษขึ้น เรียกว่า มาฆบูชา

วันมาฆบูชา จึงเป็นการบูชาเพื่อน้อมรำลึกถึงคุณพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ที่รวมเรียกว่า พระรัตนตรัย ซึ่งเมื่อเรียกโดยระบุชื่อแล้วดูเหมือนจะเป็นคนละอย่างต่างกัน แต่ว่าโดยสารัตถะหรือความหมายที่แท้จริงแล้ว พระรัตนตรัยนั้นก็รวมเป็นหนึ่งเดียวกันคือพระธรรม ความจริงที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้และพระสงฆ์ได้ทรงรักษาไว้และปฏิบัติสืบต่อกันมานั้นเอง และพระธรรม ความจริงที่พระพุทธองค์ทรงสั่งสอน ที่เรียกรวมว่าพระพุทธศาสนานั้น ก็สรุปลงเป็นหลักสำคัญดังที่พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้ในโอวาทปาติโมกข์ ๓ ข้อ คือ การไม่ทำบาปทั้งปวง การทำกุศลให้ถึงพร้อม และการชำระจิตของตนให้บริสุทธิ์

ฉะนั้น ผู้ที่ระลึกถึงพระพุทธโอวาทนี้อยู่เสมอ จึงเท่ากับระลึกถึงพระรัตนตรัยอยู่เสมอ ผู้ที่มีพระธรรมคำสอนทั้ง ๓ ประการนี้อยู่ในใจ ก็เท่ากับมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์อยู่ในใจ ผู้ที่น้อมนำเอาพระธรรมคำสอนทั้ง ๓ ประการนี้มาปฏิบัติเป็นปกติประจำวัน ก็ได้ชื่อว่าได้ปฏิบัติบูชาพระรัตนตรัย พร้อมทั้งได้ปฏิบัตินับถือพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง

อนึ่ง ในปีพุทธศักราช ๒๕๕๕ นี้ เป็นวาระครบ ๒๖ ศตวรรษแห่งพระพุทธศาสนาที่ประดิษฐานมั่นคงอยู่ในโลก นับว่าเป็นอภิลักขิตกาลที่พิเศษอีกวาระหนึ่ง จึงควรที่พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย จักถือเป็นโอกาสใส่ใจศึกษาและตั้งใจปฏิบัติพระพุทธศาสนากันอย่างจริงจังอีกวาระหนึ่ง เพื่อความดำรงคงอยู่ของพระสัทธรรม อันจะอำนวยสันติภาพและสันติสุขแก่โลก ตลอดไปชั่วกาลนาน ขออำนวยพร”

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร