วันเวลาปัจจุบัน 21 มิ.ย. 2019, 07:14  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 7 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 มี.ค. 2009, 14:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2004, 19:46
โพสต์: 2306

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ
สังฆทานรูปแบบใหม่ “ชุดธรรมะเพื่อสุขภาพ”


:b44: “สังฆทาน” INTREND !!!!!!
ลบภาพปรากฏการณ์ “ถังเหลือง” เต็มวัด


ภาพ “สังฆทานถังเหลือง” ที่เคยชินตาของบรรดาชาวพุทธที่นิยมทำบุญด้วยการถวายสังฆทานมานานนับหลายสิบปี จนกลายเป็นปรากฏการณ์ถังเหลืองเต็มวัดไปหมดนั้น ในวันนี้เริ่มเลือนหายไปบ้างแล้ว เพราะคนรุ่นใหม่และคนที่เบื่อหน่ายกับสิ่งของที่จำเจ ลุกขึ้นปฏิวัติพร้อมพยายามมองหาของแปลกใหม่ที่เชื่อว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับพระและวัดมากขึ้น ณ วันนี้รูปแบบสังฆทานจึงพลิกโฉมไปแบบไม่มีขีดจำกัด แต่งานนี้กลับสร้างความแฮปปี้ทั้งผู้ถวายและผู้รับ

ย้อนยุคถิ่นสังฆทาน

เมื่อสมัยเมื่อ 50 ปีก่อนนั้น คนกรุงเทพฯ เมื่อจะไปซื้อผ้าต้องไปย่านพาหุรัด ถ้าจะไปซื้อทองต้องไปบ้านหม้อ และถ้าใครจะทำอะไรเกี่ยวกับงานบุญงานบวชจะต้องไป ย่านถนนบำรุงเมือง เพราะถือเป็นแหล่งจำหน่ายสังฆภัณฑ์ตั้งแต่ พระพุทธรูป เครื่องบวช ผ้าไตรจีวร ย่าม บาตร กลด ตาลปัตร ของใช้ในการทำบุญไปจนถึงเครื่องสังฆทาน ตลอดถนนบำรุงเมืองจะแทบทุกร้านค้าที่อยู่ติดถนนจะเปิดร้านขายแต่สังฆภัณฑ์ตลอดสองฟากทาง

นอกจากนี้ยังมีย่านอื่นๆ ซึ่งอาจจะใหญ่ไม่เท่ากับย่านถนนบำรุงเมือง อาทิ สำราญราษฎร์ บางลำพู เป็นต้น ที่เหลือจะเป็นร้านค้าที่อาศัยทำเลตามวัดชื่อดังที่มีคนนิยมมาถวายสังฆทานกันเป็นจำนวนมาก อาทิ วัดสร้อยทอง ย่านนนทบุรี, วัดหลวงพ่อโอภาสี ย่านฝั่งธน, วัดอโศการาม ย่านสมุทรปราการ เป็นต้น

รูปภาพ
สังฆทานแบบเก่าๆ รุ่นบรรจุในถังเหลืองที่เราเห็นจนชินตา


สานิต อิงคภัทรางกูร เจ้าของร้านอิทธิมนต์ ซึ่งจำหน่ายเครื่องสังฆภัณฑ์ด้านถนนดินสอ เล่าว่าเขาเป็นคนที่เกิดในย่านนี้ จึงคุ้นตากับสังฆภัณฑ์มาตั้งแต่เล็ก และมีโอกาสทำงานในร้านค้าแถวนี้จนกลายมาเป็นเจ้าของร้านในที่สุด “เมื่อก่อนคนไม่รู้จักสังฆทานหรอก เพราะคนจะทำบุญถวายของให้พระแต่ละครั้งจะมาจัดชุดไทยทาน ซึ่งเป็นของใช้ประจำวันของพระ อาทิ สบู่ ยาสีฟัน ผงซักฟอก กระดาษชำระ นมข้น โอวัลติน เป็นต้น ของทั้งหมดจะจัดลงถาดแล้วห่อด้วยกระดาษแก้วสีเหลือง”

แต่เมื่อถามถึงการเข้ามาของถังเหลืองที่กลายเป็นรูปแบบมาตรฐานของสังฆทานในยุคใหม่นั้น สานิตกลับไม่แน่ใจว่าเป็นมาอย่างไร แต่ยืนยันว่าสังฆทานถังเหลืองเกิดขึ้นและอยู่ยงมานานหลายสิบปีแล้ว

สังฆทานถังเหลืองในยุคแรกๆ ที่สานิตรับจัดให้ลูกค้านั้นเขาบอกว่ามีตั้งแต่ หอม กระเทียม พริกแห้ง กะปิ น้ำปลา ข้าวสารไปจนถึงของใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น สบู่ ผงซักฟอก ใบชา ไม้ขีดไฟ ยาสามัญประจำบ้าน ผ้าอาบน้ำฝน หรือจีวร เป็นต้น ทั้งหมดนี้จะวางจัดเรียงอยู่ในถังสีเหลืองแบบพูนๆ เพื่อความสวยงามและปิดทับด้วยกระดาษแก้วสีเหลืองอีกชั้นหนึ่ง

“เมื่อก่อนลูกค้ามาให้จัดสังฆทานก็ลำบากใจ เพราะของสดพวกนี้เก็บได้ไม่เกิน 1-2 วัน มันจะมีปัญหาเรื่องความชื้นและขึ้นรา จนตอนหลังก็ต้องเลิกใช้กันไป จะมีก็เพียงไม่กี่คนที่ยังต้องการครบชุดแบบนี้อยู่”

รูปภาพ
ปัจจุบันมีแพ็คเก็จแบบใหม่ๆ ที่สะดวกทั้งคนซื้อ คนขาย และผู้รับ


“สังฆทาน” ติดแบรนด์

แม้ว่าเมื่อก่อนร้านค้าสังฆภัณฑ์ต่างๆ จะรับจัดสังฆทานไปด้วย แต่สินค้าสังฆทานเป็นเพียงสินค้ารองที่เจ้าของร้านต้องมีไว้เพื่อความสะดวกของลูกค้าเท่านั้น และได้กำไรเพียงเล็กน้อย ส่วนมากรายได้หลักยังเป็นสินค้าสังฆภัณฑ์อื่นๆ มากกว่า จนเมื่อ 3-4 ปี ที่เมืองขยายตัวขึ้นพร้อมกับคนยุคใหม่ต้องการความสะดวกสบายมากขึ้น การไปหาซื้อสังฆทานตามย่านเก่าๆ ที่ไม่มีที่จอดรถจึงกลายเป็นภาระขึ้นมา จึงเริ่มมีคนแห่ไปจัดสังฆทานในห้าง โดยเดินช้อปของใช้ในห้างที่มีสินค้าทุกอย่างที่ต้องการ ซึ่งมีคนเห็นช่องทางที่จะปรับการตลาดตามพฤติกรรมของคนยุคใหม่

สมจิต แก่นสาร กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิจิตรพลชัย จำกัด เป็นรายแรกที่นำสังฆทานไปเจาะช่องทางตลาดในห้างสรรพสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้า “วิจิตรพลชัย” กล่าวว่า ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจนี้เห็นว่าการทำสังฆทานเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อสังคมไทยซึ่งเป็นสังคมของชาวพุทธเป็นส่วนใหญ่ จึงเสนอรูปแบบของเครื่องสังฆทานเข้าไปยังห้างเทสโก้โลตัส “ในครั้งแรกทางห้างเทสโก้โลตัสบอกว่าจะจัดชุดสังฆทานขายเอง เราก็บอกว่าไม่เป็นไร แต่ถ้าหากว่าทำไม่ทันและจะให้เราช่วยเหลือก็ยินดี หลังจากนั้นไม่นานก็ได้รับการติดต่อจากผู้บริหารของเทสโก้โลตัส ว่ายินดีจะสั่งซื้อเครื่องสังฆทานของเรา”

สมจิต เล่าว่า เมื่อส่งสังฆทานไปวางขายที่เทสโก้โลตัสแล้ว เพียงสัปดาห์เดียวก็จำหน่ายหมดและทางเทสโก้โลตัสก็สั่งซื้อเรื่อยมา เมื่อโลตัสขยายสาขาเพิ่มขึ้น ยอดขายเครื่องสังฆทานของวิจิตรพลชัยก็เพิ่มขึ้นเป็นลำดับ

สังฆทานภายใต้ยี่ห้อ “วิจิตรพลชัย” ถือได้ว่าเป็นรายแรกที่บุกเบิกตลาดสังฆทานในรูปแบบใหม่ที่ติดตรายี่ห้อ โดยพยายามจะสร้างมิติใหม่ในวงการตลาดนี้โดยให้ลูกค้าเรียกหาสินค้าที่มีตรายี่ห้อเพื่อเป็นการรับประกันคุณภาพสินค้า นอกจากนี้ยังติดรายการสินค้าที่บรรจุอยู่ภายใน และเพิ่มความหลายทั้งรูปแบบทั้งถังเหลืองและกล่องพลาสติก พร้อมตั้งราคาของสินค้าให้หลากหลายเพื่อผู้บริโภคทุกระดับได้เลือกซื้อหา

จากความสำเร็จของการติดแบรนด์ในสังฆทานยุคแรกๆ ทำให้ผู้ค้าหลายรายเริ่มแห่กันจัดสังฆทานขึ้นห้างมากขึ้น ขณะที่ทุกห้างสรรพสินค้าต่างก็เห็นความสำคัญของตลาดนี้จึงเริ่มจัดแผนกสังฆภัณฑ์ขึ้นมา

หลายแบรนด์ที่ผุดขึ้นมาก็ใช้รูปแบบของการตลาดเพื่อสร้างความโดดเด่นให้กับตัวสินค้า ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนรูปแบบแพ็คเกจจากถังเหลือง ให้เป็นภาชนะอื่นๆ อาทิ กล่อง ปิ่นโต บาตรพระ พาน เป็นต้น ไปจนถึงขั้นตัดราคาและทำโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย

รูปภาพ
ใส่พานถวายก็ได้บุญไปอีกแบบ


ปรากฏการณ์ “ถังเหลือง” หมดอายุ

เมื่อมีการแข่งขันสูงทำให้มีคนเข้ามาแข่งกันทำสินค้าในตลาดนี้มากขึ้น จนบางรายนำสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ หรือสินค้าที่ใกล้หมดอายุมาบรรจุในหีบห่อ ทำให้เริ่มมีการพูดเตือนกันแบบปากต่อปากว่าให้ระวังของหมดอายุ ถวายไปแล้วพระจะไม่ได้ใช้ และจะเป็นบาป ส่งผลให้ตลาดสังฆทานเริ่มสะดุด

เคยมีทั้งฆราวาสและพระจำนวนไม่น้อยที่ออกมาโวยวาย และเตือนกันเรื่องของสินค้าหมดอายุ จนกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา เรื่องนี้ทุกฝ่ายพยายามปัดความรับผิดชอบกันหมด ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้าซึ่งยืนยันไม่รับผิดชอบสินค้าเพราะเป็นการฝากขาย ส่วนบริษัทที่จัดสังฆทานก็ปัดว่านำสินค้ามีคุณภาพมาขาย แต่สินค้าอาจจะอยู่บนชั้นขายนานเกินไปจนหมดอายุ หรือบางทีอาจจะไปอยู่กับพระที่รับสังฆทานเป็นจำนวนมากแล้วใช้ไม่ทันจนถึงวันหมดอายุก็เป็นได้

ก่อนที่เรื่องราวจะลุกลามใหญ่โต ‘สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค’ จึงได้งัดประกาศว่าด้วยฉลากเรื่องให้ชุดสังฆทานและชุดไทยธรรมเป็นสินค้าที่ต้องควบคุมฉลากฉบับล่าสุดขึ้นมาใช้ โดยสังฆทานจะต้องมีรายการสินค้าที่ระบุขนาด น้ำหนัก และราคาของแต่ละรายการ รวมไปถึงชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิตและผู้จำหน่าย วันเดือนปีที่บรรจุ หรือวันเดือนปีที่หมดอายุ หรือวันเดือนปีที่ควรบริโภค

นอกจากนี้ในประกาศฯ ยังเตือนเรื่องสินค้า เช่น ใบชา ข้าวสาร สบู่ และผงซักฟอก ที่อาจจะทำปฏิกิริยาต่อกันจนทำให้มีสี กลิ่นและรสเปลี่ยนไป ซึ่งอาจจะเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคได้ ซึ่งควรจะแยกสินค้าเหล่านี้ออกจากกัน

รูปภาพ
หรืออาจจะบรรจุในกระติก
หลังถวายเสร็จทางวัดสามารถนำไปใช้งานต่ออีกได้



สังฆทาน “เวียนเทียน”

นอกจากปัญหาเรื่องสังฆทานถังเหลืองที่มีแต่ของหมดอายุแล้ว เรื่องของ “บริขาร” ที่ถวายมากับสังฆทานนั้นเริ่มจะล้นวัด เพราะความที่ฆราวาสนิยมถวายสังฆทานกันเป็นจำนวนมากนั่นเอง จึงเกิดปรากฏการณ์ถังสีเหลืองที่ใช้บรรจุเครื่องบริขารต่างๆ วางอยู่เต็มวัด จนพระนำไปใช้ไม่ทัน รวมทั้งเครื่องอุปโภคบริโภคกองเรียงรายจนบางวัดเหมือนซุปเปอร์มาร์เก็ตเข้าไปทุกที

มีบางวัดหรือพระบางองค์ที่รับสังฆทานอยู่เป็นประจำจนของล้นวัด ก็จะนำไปมอบให้กับวัดที่กันดารต่างจังหวัดเพื่อเป็นการทำบุญตามความประสงค์ของฆราวาส รวมทั้งระบายของไปด้วย

ขณะที่บางวัดจะใช้วิธีทำ “สังฆทานเวียนเทียน” คือการนำถังสังฆทานที่ฆราวาสถวายแล้วมาให้ญาติโยมนำมาถวายต่อ วัดประเภทนี้จะมีการจัดทำบุญถวายสังฆทานโดยเฉพาะ และจัดคิวถวายเป็นรอบๆ ไป ซึ่งเรื่องนี้กลายเป็นที่ถกเถียงกันในหมู่ผู้ทำบุญว่าถูกต้องเหมาะสมหรือไม่

พระพจนารถ ปภาโส วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ให้ความคิดเห็นในเรื่องนี้ว่า

“จะต้องไปดูก่อนว่าวัดนั้นทำอะไรอยู่บ้าง เช่นบางวัดกำลังสร้างโบสถ์ มีโรงเรียนสอนศาสนา หรือมีกิจกรรมอื่นๆ ของวัด ซึ่งเงินที่ญาติโยมบริจาคซื้อสังฆทานเวียนเทียนนี้จะนำไปใช้ในกิจกรรมเหล่านี้ ก็ดีกว่าซื้อสังฆทานมาถวายแล้วพระใช้ไม่ทันก็จะเหลือเต็มวัดอีก”

ขณะที่ พระนิวาสน์ ภทฺทจารี วัดงาแมง จ.เชียงใหม่ เคยแสดงความคิดเห็นว่า

“อาตมาภาพเห็นว่าการถวายทานแบบนี้มีทั้งดีและไม่ดี ส่วนที่ว่าดีนั้น เพื่อนำเงินที่ได้มาไปช่วยเหลือผู้เดือดร้อนในด้านต่างๆ หรือไปใช้ประโยชน์แก่ส่วนรวมตามความเหมาะสม ญาติโยมจะได้บูชาสังฆทานที่ราคาถูก ส่วนที่ไม่ดี คือ อาจจะเป็นช่องว่างให้พวกที่เห็นแก่ได้ปลอมเข้ามาบวช เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ เช่น กักตุนสังฆทานแล้วนำไปขายให้ร้านค้า นำเงินมาใช้ประโยชน์สำหรับตนเอง”

รูปภาพ
เมย์-มาริสสา มหาวงศ์ตระกูล


ไฮโซ-ดารา ดาหน้าจับธุรกิจทำบุญ

ในช่วงหลังๆ ที่สังฆทานเริ่มกลายเป็นประเด็นที่พูดถึงในวงกว้างทั้งเรื่องคุณภาพและของที่ถวายนั้นมากเกินความต้องการของพระ จึงมีคนลุกขึ้นมาปฏิวัติรูปแบบของสังฆทานเสียใหม่ งานนี้อาจจะต้องใช้เกมเดาใจพระว่ายังขาดเหลืออะไรอยู่บ้าง เพื่อที่ว่าจะถวายสังฆทานทั้งทีจะได้เป็นประโยชน์สูงสุดกับพระที่รับจริงๆ

เมย์-มาริสสา มหาวงศ์ตระกูล สาวไฮโซที่ชอบทำบุญเป็นชีวิตจิตใจก็ประสบปัญหานี้เช่นกัน แต่ด้วยความช่างสังเกตตอนไปวัด จะพยายามมองดูรอบๆ วัดหรือกุฏิพระว่ายังขาดสิ่งใดบ้าง และพยายามไปหาสิ่งที่คิดว่าเป็นความจำเป็นของพระมาถวาย และเมื่อถวายแล้วกลายเป็นความอิ่มเอิบใจทั้งผู้ให้และผู้รับ

เธอจึงปิ๊งไอเดียนี้พร้อมทุ่มเงิน 10 ล้านบาท ตั้งบริษัท ใบโพธิ์ ไทยแลนด์ จำกัด ขึ้นเพื่อจำหน่ายสังฆทานรูปแบบใหม่ภายใต้แบรนด์ “ใบโพธิ์” ซึ่งนอกจากสังฆทานถังเหลืองที่จำเป็นต้องมีแล้ว เมย์ยังมีอัฐบริขารรูปแบบใหม่ไฉไล 3 เซ็ท ซึ่งแต่ละเซ็ทจะตั้งชื่อไว้อย่างระรื่นหู อาทิ ชุดธรรมะเพื่อสุขภาพ ชุดนี้เป็นชุดชงชาที่มีกาน้ำชาพร้อมใบชาใบหม่อนพร้อมชงสะดวกสบาย, ชุดธรรมะเพื่อความบริสุทธิ์เป็นกาต้มน้ำร้อนไฟฟ้า และชุดสุดท้ายที่แทบจะไม่มีใครนึกถึงคือ คือ ชุดธรรมะเพื่อความร่มเย็น ที่ถวายเป็นพัดลมให้แก่พระ

ต้องยกเครดิตในการกล้าลุกขึ้นมาเปลี่ยนโฉมหน้าจากสังฆทานถังเหลืองสู่รูปแบบที่คิดว่าน่าจะโดนใจพระสงฆ์

ส่วน เปิ้ล-นาตาชา คอฟแมน ดารานางแบบสาวสวยก็เป็นอีกคนหนึ่งที่พลิกผันมาจับธุรกิจทำบุญเช่นกัน โดยเปิดร้าน “สาละธรรม” ขึ้น ในคอนเซ็ปท์ชอปปิ้งบุญ คือภายในร้านจะจำหน่ายพระพุทธรูปประดับคริสตัล ในรูปแบบดีลิเวอรี่ที่ส่งให้กับลูกค้าถึงบ้าน

เปิ้ลเล่าว่าลูกค้าส่วนใหญ่จะชอบมองหาสังฆทานแปลกใหม่ไปถวายให้กับวัด ซึ่งเธอก็พยายามเซ็ทชุดแปลกใหม่ขึ้นมาให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า เช่น ชุดปัญญา ซึ่งจัดเป็นเครื่องเขียนและหนังสือธรรมะซึ่งจะขายดี รวมทั้งพระพุทธรูปประจำวันเกิดเป็นต้น

รูปภาพ
เปิ้ล-นาตาชา คอฟแมน
อดีตนางแบบลูกครึ่งที่ผันตัวมาทำธุรกิจทำบุญ



สังฆทานคิกขุ

อภิรมย์ ชำนิบรรณการ เจ้าของร้านยัวร์ฟลอริสต์ เล่าว่า แต่เดิมเปิดกิจการจำหน่ายเทียนหอม แป้งร่ำ น้ำอบไทย จัดดอกไม้สดและดอกไม้ประดิษฐ์ เมื่อเวลาไปทำบุญที่วัดจะจัดสังฆทานด้วยตัวเองไปถวาย ซึ่งสังฆทานของ ‘อภิรมย์ ชำนิบรรณการ’ นั้นไม่เหมือนใคร เพราะเธอจะใช้ของภายในร้านบรรจุในตะกร้าหวายใบเล็กๆ ที่ประดิษฐ์ประดอยด้วยลูกไม้สีสันสวยงามไปถวายวัดอยู่เป็นประจำ ซึ่งเธอบอกว่าพระสงฆ์ทุกองค์ที่รับสังฆทานจากเธอแล้วก็ชอบเช่นกัน เมื่อเริ่มมีคนมาเห็นไอเดียกิ๊บเก๋นี้ จึงตามมาสั่งสังฆทานแบบนี้ที่ร้านของเธอ จนกลายมาเป็นสินค้าประจำร้านไปในที่สุด

อภิรมย์ บอกว่า สังฆทานของเธอนั้นค่อนข้างจะจัดยากจึงต้องสั่งกันล่วงหน้า 3-5 วันเป็นอย่างน้อย เพราะความยากอยู่ที่ตะกร้าหวายที่ต้องใช้เวลาในการตกแต่งลูกไม้และลูกปัดด้วยมือให้ดูงดงาม ส่วนของที่จะบรรจุภายในตะกร้าก็จะต้องทำให้ดูดีอีกเช่นกัน อาทิ ข้าวสารจะใส่ถุงพลาสติกแล้วมีถุงผ้าโปร่งผูกโบว์อย่างสวยงามอีกด้วย ดูไปแล้วเหมือนของขวัญที่นิยมไปมอบให้กันตอนปีใหม่มากกว่าจะเป็นสังฆทาน

รูปภาพ

ด้วยรูปแบบที่สวยงามแปลกตาเช่นนี้ อภิรมย์เปิดเผยว่าชุดสังฆทานของเธอจะจัดในราคาเริ่มตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป ส่วนมากลูกค้าจะนิยมสั่งทำเพื่อถวายพระผู้ใหญ่ ซึ่งทางร้านเคยจัดชุดที่แพงที่สุดในราคาสูงถึงชุดละ 3,500 บาทที่เป็นตะกร้าชุดใหญ่ที่มีช่อดอกไม้โบเก้ติดอยู่ด้านบนด้วย ส่วนชุดที่อลังการกว่านั้นคือมีฆราวาสมาสั่งให้ทำครั้งเดียวถึง 65 ชุดเพื่อจะถวายพระในงานสวดมหาสันติหลวงที่พุทธมณฑล เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 51 ที่ผ่านมา

การแสวงหารูปแบบแปลกใหม่ของสังฆทานคงยังไม่สิ้นสุดอยู่เพียงเท่านี้ แต่เริ่มมีคำถามว่าของอื่นๆ ที่นอกเหนือไปจาก “สังฆทานถังเหลือง” นั้น เป็นเรื่องที่ถูกต้องและจะได้บุญหรือไม่ พระพจนารถ ได้กล่าวว่า “หลักของการถวายสังฆทานนั้นจะเป็นวัตถุอะไรก็ได้ และไม่จำเป็นต้องเป็นสีเหลืองหรอก ขึ้นอยู่กับว่าเมื่อเราถวายไปแล้ว เราสบายใจและเกิดความสุขจากการให้ก็ถือว่าได้บุญกุศลแล้ว”

รูปภาพ

ถวาย “สังฆทาน” ให้ได้บุญสูงสุด

ทุกวันนี้บรรดาพุทธศาสนิกชนทั้งหลายนิยมถวายสังฆทานแก่พระภิกษุสงฆ์ จนสังฆทานกลายเป็นสินค้าอีกประเภทหนึ่งที่กำลังมีนักธุรกิจและนักการตลาดมองเห็นอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงเริ่มมีคนนำ “สังฆทาน” มาเป็นสินค้าแบบพุทธพาณิชย์ที่เย้ายวนใจไม่น้อย

แต่คนอีกเป็นจำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้จักคำว่า “สังฆทาน” อย่างถ่องแท้ว่าถวายอะไรจึงจะได้บุญที่แท้จริงกันแน่

“สังฆทาน” หมายถึง การถวายสิ่งของแก่พระภิกษุสงฆ์ ตั้งแต่ 4 รูปขึ้นไปจึงจะครบองค์ประชุม ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ว่าการถวายสังฆทานแก่พระสงฆ์โดยไม่เจาะจงแล้ว จะได้บุญสูงสุดยิ่งกว่าถวายแก่พระอรหันต์ หรือถวายแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วย ทั้งนี้เพราะพระพุทธเจ้าทรงต้องการให้ชาวพุทธเป็นคนใจกว้างเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่

ดังนั้นเมื่อใครก็ตามที่ได้ถวายสังฆทาน แล้วพระสงฆ์ที่มารับกล่าวคำว่า “อาตมารับแทนสงฆ์” นั่นหมายความว่า พระสงฆ์รูปนั้นๆ ถือเป็นตัวแทนรับแทนคณะสงฆ์ทั้งวัดเพื่อมารับสังฆทาน และจะต้องนำสังฆทานที่ได้รับการถวายนั้นเข้าส่วนกองกลางของวัด เพื่อเป็นประโยชน์แก่พระภิกษุสงฆ์ภายในวัด

รูปภาพ
พุทธศาสนิกชนสามารถถวายเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็น


ในระยะหลังนั้นรูปแบบของ “สังฆทาน” ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากเดิมที่เคยถวายจัตุปัจจัยไทยทาน กลายมาเป็นสิ่งของที่จำเป็นแก่วัดวาอาราม จนกลายเป็นเรื่องถกเถียงกันว่าสังฆทานนั้นจะประกอบไปด้วยอะไรบ้าง

เรื่องนี้ได้รับการอรรถาธิบายจากพระพจนารถ ปภาโส วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กล่าวว่า “ในการหาสังฆทานมาถวายพระภิกษุสงฆ์นั้นจะมีหลัก 3 ประการคือ หนึ่งมีความตั้งใจจริงก่อน สองปัจจัยที่หามานั้นต้องบริสุทธิ์ และสิ่งของเหล่านี้จะต้องไปหามาด้วยตัวเองและถวายด้วยตัวเอง ถ้าทำตามหลักทั้ง 3 ประการก็ถือว่าได้บุญแล้ว”

ส่วนการจัดสังฆทานถวายพระสงฆ์นั้นต้องประกอบด้วยวัตถุทาน 10 อย่าง อาทิ สบู่ ยาสีฟัน แปรงสีฟัน ยาสระผม ใบมีดโกน ผงซักฟอก เครื่องดื่ม ผ้าอาบน้ำฝน และของอื่นๆ

รูปภาพ


:b8: โดย ASTVผู้จัดการรายวัน 23 มีนาคม 2550 09:37 น.

:b44: จัดสังฆทานอย่างไรให้ได้ประโยชน์
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=23&t=19681

:b44: หนังสือที่พระบวชใหม่พึงอ่าน (เสฐียรพงษ์ วรรณปก)
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=23&t=19682

:b44: วินัยสงฆ์-อาบัติ-ปาราชิก-สังฆาทิเสส
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=30&t=22785

.....................................................
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 มี.ค. 2009, 21:12 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 มี.ค. 2009, 20:15
โพสต์: 78


 ข้อมูลส่วนตัว


ดีแล้วค่ะ ถวายของดีดี

จะอิ่มใจดีด้วย :b41:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ก.ค. 2009, 23:58 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ค. 2009, 23:11
โพสต์: 1044

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ไม่ค่อยได้ถวายแบบ intrend เลย ครับ

อนุโมทนาบุญด้วย

แต่เห็นที่ Lotus จะมีให้ซื้อ ตอนเทศกาลงานบุญ

:b8:

.....................................................
ตักบาตรทุกวัน....ได้บุญทุกวัน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ก.ค. 2009, 07:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ก.ค. 2009, 20:12
โพสต์: 791

แนวปฏิบัติ: พุทโธและสัมมาอรหัง
งานอดิเรก: อ่านหนังสือ
สิ่งที่ชื่นชอบ: ใต้ร่มโพธิญาณ
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อนุโมทนาสำหรับบทความดีดีครับ

.....................................................
ข้าพเจ้าขออาราธนาพระบารมี 30 ทัศ ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่เสด็จนิพพานไปแล้ว มากยิ่งกว่าเม็ดกรวดเม็ดทรายในท้องมหาสมุทรทั้ง 4 ด้วยเดชะพระพุทธานุภาพ พระธรรมมานุภาพ พระสังฆานุภาพ พระบารมีพระโพธิสัตว์ พระปัจเจกโพธิสัตว์เจ้า พระอรหันต์ทั้งหลายและพระบารมีขององค์พระสมณะโคดมบรมครู ขอได้ส่งพลังมายังตัวข้าพเจ้า จงดลบันดาลให้ข้าพเจ้าหายจากโรคภัยไข้เจ็บและสรรพเคราะห์ทั้งหลายในกายของข้าพเจ้า จงหายไปสิ้นทั้งหมดขอให้ข้าพเจ้าเป็นผู้ชนะต่ออุปสรรคและมารทั้งหลาย


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ก.ค. 2009, 07:29 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ก.ย. 2007, 17:49
โพสต์: 1721

ที่อยู่: สุโขทัยธานี

 ข้อมูลส่วนตัว


:b6: ......วิวัฒนาการณ์....ฟิ้ว ว ว ว ว. :b41:

ขอบคุณที่นำมาให้ทราบเป็นความรู้อัพเดรส.. :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 ก.ค. 2009, 20:02 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2008, 09:18
โพสต์: 635

อายุ: 0
ที่อยู่: กองทุกข์

 ข้อมูลส่วนตัว www


ดีไซด์เก๋ดีครับ ชอบ :b19:

.....................................................
"ผู้ที่ฝึกจิต ย่อมนำความสุขมาให้"
คิดเท่าไหรก็ไม่รู้ หยุดคิดจึงจะรู้

http://www.luangta.com
รูปภาพ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ก.พ. 2019, 14:19 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1709

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b39: :b44: ขออนุโมทนา สาธุๆๆ ค่ะ
:b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 7 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร