วันเวลาปัจจุบัน 17 ก.ค. 2019, 13:53  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 ก.ค. 2016, 22:30 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6988

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

โอกาสใดก็ตามที่พระสงฆ์ครูบาอาจารย์ฝ่ายกรรมฐาน
เดินทางเข้ามาในพระนคร และมาพำนัก ณ วัดบวรนิเวศวิหาร
ท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ จะโปรดให้จัดถวายความสะดวก
แก่ท่านเหล่านั้นด้วยความปีติ พร้อมทั้งถือโอกาสอาราธนาท่านเหล่านั้น
ให้แสดงธรรมในแนวของการปฏิบัติกรรมฐานแก่อุบาสกอุบาสิกา
ด้วยเมื่อโอกาสอำนวย นอกจากนั้นก็จะโปรดให้ศิษย์จัดบริขารต่างๆ
ถวายท่านเหล่านั้นด้วยความกระตือรือร้น โดยรับสั่งว่า


“โอกาสดี ! ได้ทำบุญกับพระปฏิบัติ”


พระอาจารย์ฝ่ายกรรมฐานที่ได้มาพำนักที่วัดบวรนิเวศวิหาร
บ่อยกว่าท่านอื่นๆ คือ พระธรรมวิสุทธิมงคล
หรือ “หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน”
ทุกครั้งที่ท่านเข้ามา ท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ โปรดให้จัด
พระตำหนักคอยท่าปราโมช ถวายเป็นที่พัก

ด้วยเป็นโอกาสให้ได้ทรงเสวนาธรรมด้านการปฏิบัติกรรมฐาน
กับหลวงตามหาบัวอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องเป็นเวลายาวนาน
ในขณะเดียวกัน ท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ เองก็ได้เสด็จไปประทับ
เจริญภาวนาที่วัดป่าบ้านตาดหลายครั้งด้วย
มีอยู่คราวหนึ่งได้ทรงปรารภถึงหลวงตามหาบัว
กับผู้ที่เป็นศิษย์ใกล้ชิดพระองค์ว่า

“ท่านอาจารย์มหาบัวนี่ท่านมีอะไรอยู่นะ
เวลาสนทนาธรรมกันอยู่ พอนึกว่าวันนี้ท่าจะดึกแล้ว
ท่านจะลุกขึ้นกราบลาไปพักทันที สังเกตมาหลายครั้งแล้ว”


:b8: จาก : หนังสือบวรธรรมบพิตร ฉบับพระประวัติ


หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน ได้เคยปรารภถึง
เจ้าพระคุณสมเด็จฯ เมื่อครั้งทรงมาภาวนาอยู่ที่วัดป่าบ้านตาดว่า


“สมเด็จพระสังฆราชนี้
แต่ก่อนท่านเคยมาภาวนาอยู่ที่นี่ (วัดป่าบ้านตาด)
ท่านมาแต่ละทีๆ เป็นอาทิตย์ๆ ท่านมาที่นี่เสมอ
เวลามีโอกาสอันดีท่านก็สนทนาธรรมกับเราเฉพาะสองต่อสอง
ท่านมาบ่อยแหละแต่ก่อน

เวลาคุยธรรมะนี้ท่านเอาจริงเอาจังมาก
เฉพาะกับเราคุยกันสองต่อสอง
ท่านหนักในทางจิตตภาวนาอานาปานสติ
ท่านอยู่เงียบๆ นะ ท่านจะมาแต่ตอนเช้ามาบิณฑบาต
ท่านบิณฑบาตหน้าศาลานี้แล้วก็มาฉันที่นี่แล้วไปเงียบเลย
เช้าวันหลังจะมาพบกันใหม่ ท่านก็ภาวนาเต็มที่ของท่าน”


:b8: จาก : หนังสือบวรธรรมบพิตร ฉบับพระประวัติ


หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน ได้เคยกล่าวถึง
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ไว้ว่า

“ท่านไม่ได้ใช้วาจาเลยนะ ไม่พูดเลย
มีแต่เราพูดเล็กน้อย พอให้ท่านทราบเท่านั้น แล้วก็ไม่อยู่นาน
เวลาสำคัญๆ ท่านคุยธรรมะเรื่องภายในสำคัญๆ อยู่มาก
เฉพาะสองต่อสอง เรื่องสำคัญท่านจะถาม คุยกันธรรมดา
ว่าท่านพูดน้อยท่านก็ไม่ได้พูดน้อย
เวลาคุยกันเฉพาะสองต่อสองคุยกันธรรมดาเลยนะ
เวลาออกสังคมท่านพูดน้อยมาก

เวลาคุยกันสองต่องสองนี้คุยกันธรรมดาเลย
มีอะไรท่านก็รับสั่งถามมา เราก็ตอบไปๆ
ท่านถามข้ออรรถข้อธรรมข้อใด พูดกันธรรมดา
แต่เวลาสิ่งสำคัญๆ ท่านมักจะถามเฉพาะสองต่อสอง
อยู่วัดบวรฯ ก็ดี อยู่วัดป่าบ้านตาดก็ดี
แต่ท่านรู้สึกว่าอาการของท่านเพียบกว่าเรามากนะ
ทั้งๆ ที่อายุเท่ากัน เราแก่กว่าท่านดูเหมือนสามเดือน
เวลาบวชท่านก็แก่กว่าเราสามเดือน ไล่เลี่ยกัน
แต่ดูท่านรู้สึกจะเพียบกว่าเรามากอาการทุกอย่าง”


นอกจากนี้แล้ว หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน
องค์ท่านยังได้กล่าวถึงเจ้าประคุณสมเด็จฯ
ในคราวที่มาเข้าเฝ้าถวายสักการะและเยี่ยมพระอาการประชวร
ณ ตึกวชิรญาณ-สามัคคีพยาบาร ชั้น ๖ (ชั้นพระมหากรุณาธิคุณ)
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๔๘ ไว้ว่า

“เราสนิทกับท่านมานานเท่าไหร่แล้ว อยู่วัดบวรฯ มาด้วยกัน
ท่านเคยไปเป็นพระภาวนาอยู่ที่วัดป่าบ้านตาด
หลายครั้ง ครั้งละเป็นอาทิตย์
และตั้งแต่ท่านเป็นสมเด็จพระสังฆราชแล้ว
เราก็ไม่ค่อยได้มาเข้าเฝ้าท่าน
เพราะรู้สึกว่าท่านมีภาระหนักมากเป็นพิเศษ
เราจึงไม่กล้ามารบกวนท่าน
วันนี้เมื่อได้มา ท่านก็ทรงไม่อยากให้กลับ
ชี้ให้เรานั่งที่เก้าอี้ คือเมื่อเรากราบที่ตักท่าน แล้วจะกลับ
ท่านยังทรงชี้ให้นั่งที่เก้าอี้เสียก่อน”


:b8: จาก : เว็บไซต์ http://www.luangta.com


องค์หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน นี้
มีความสนิทสนมกับทางวัดบวรนิเวศวิหารเป็นอย่างดี
หลายครั้งที่องค์หลวงตาลงมากรุงเทพฯ นั้น
มักลงมาพักที่วัดบวรนิเวศวิหาร ดังความที่ปรากฏใน
หนังสือ “ญาณสัมปันนธัมมานุสรณ์”
ความตอนหนึ่งว่า


..เราไปพักวัดบวรฯ แรกๆ ก็ไปพักกุฏิท่าน (ตำหนักคอยท่าปราโมช)
ท่านนิมนต์ให้พักกุฏิท่านให้อยู่ชั้นบนเลย
ท่านนิมนต์เราขึ้นชั้นบน เราไม่ขึ้น เราบอกท่านจะพักอยู่ข้างล่าง
จากนั้นเลยขอท่านพักกับเจ้าคุณยนต์
(พระธรรมมงคลวุฒาจารย์ บุญยนต์ ปุญฺญาคโม) นี่แหละ
แต่ก่อนท่านให้พักกับท่านทั้งนั้นแหละ พักกุฏิท่านพักกุฏิหลังนี้
ท่านให้เลือกเอาตามชอบใจสองหลังนี้
ครั้นต่อมาเราก็เลยไปพักอยู่กับกุฏิเจ้าคุณยนต์
เวลาสำคัญๆ ท่านจะพูดกับเราโดยเฉพาะ
ปรึกษาปรารภอะไรลึกลับซับซ้อนแปลกๆ ต่างๆ ท่านจะปรึกษาโดยเฉพาะๆ

โห เวลาคุยธรรมะนี้ท่านเอาจริงเอาจังมาก
เฉพาะกับเราคุยกันสองต่อสอง
เรื่องจิตตภาวนาท่านสนพระทัยทางด้านอานาปานสติ
ท่านก็ภาวนาเต็มที่ของท่าน
เวลาคุยกันโดยเฉพาะก็คุยธรรมะจิตตภาวนาล้วนๆ
ท่านก็ทราบเรื่องราวทราบได้ดี ทราบจนวิถีจิตวิถีธรรม
การพิจารณาอะไรๆ เพื่อจะเป็นแนวทางให้ท่านพิจารณาต่อไป
ความหมายว่างั้น สอนสังฆราชต้องสอนอย่างนั้นซิ
ต้องหาอุบายวิธีพูดสอนไปในตัว ท่านสนพระทัยมากการภาวนา
เวลามีปัญหาสำคัญๆ ท่านจะปรึกษากับเรา
ท่านไม่ให้ใครมายุ่ง ปรึกษาธรรมะธัมโมอะไรต่ออะไร
ท่านทำอานาปานสติ คุยกันสนุกดีนะสองต่อสอง..

..เดี๋ยวนี้ไม่รู้จักกับใครเลยวัดบวรฯ พระที่เฒ่าที่แก่ก็ล่วงไปหมดแล้วแหละ
ดูมองไม่เห็นใครนะ ผู้ใหญ่ๆ ที่เป็นเพื่อนฝูงกันแต่ก่อนปรากฏว่าล่วงลับไปหมดแล้ว
คงยังเหลือแต่พระหนุ่มน้อยที่ได้สมณศักดิ์สูงขึ้นไปเป็นเป็นขั้นเป็นภูมิไป
ส่วนพระที่เคยเป็นเพื่อนเป็นฝูงกันแต่ก่อนดูเหมือนหมดแล้วนะ วัดบวรฯ หมด
พอดีเราก็เลยมาอยู่ที่นี่ (สวนแสงธรรม) สุดท้ายเรียกว่าหมดจริงๆ ก็ไม่ผิด
ยังเหลือแต่สมเด็จฯ กับเจ้าคุณยนต์ นอกนั้นไม่มองเห็นองค์ไหนนะ..


:b8: จาก : หนังสือญาณสัมปันนธัมมานุสรณ์
เรียบเรียงจากเทศนาธรรมของท่านอาจารย์พระมหาบัว ญาณสัมปันโน
เป็นหนังสืออนุสรณ์เนื่องในงานพระราชทานเพลิงถวายแด่พระสรีระสังขาร
พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน)

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร