วันเวลาปัจจุบัน 15 พ.ย. 2019, 22:10  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ก.ค. 2012, 20:53 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 ต.ค. 2008, 13:20
โพสต์: 821


 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

กราบขออนุญาตพ่อแม่ครูบาอาจารย์ นำบทความมาเผยแผ่ เป็นธรรมทานครับ

ลักษณะเสียงของท่าน (พระอาจารย์มั่น) ขณะเทศน์อบรมพระเณรนั้น จะทุ้มก็ไม่ใช่
จะแหลมก็ไม่เชิงอยู่ในระหว่างกลางทุ้มกับแหลมเสียงดังฟังชัดเสียงกังวาน
เสียงชัดเจนไม่มีแหบไม่มีเครือ ชั่วโมงแรกนะไม่เท่าไรธรรมดาๆ 1 ชั่วโมงผ่านไป
เสียงจะดังขึ้น 2 ชั่วโมงผ่านไปเสียงจะดังขึ้นอีก ถ้าติดต่อกัน 3-4 ชั่วโมงแล้ว
เหมือนกับติดไมค์ ปกติท่านจะเทศน์ 2 ชั่วโมง เทศน์กรณีพิเศษ เช่น เดือน 3 เพ็ญ
เดือน6เพ็ญ วันเข้าพรรษา ออกพรรษา อย่างน้อยก็ประมาณ 4 ชั่วโมงถึง 6 ชั่วโมง
พระอาจารย์เทสก์เคยเล่าให้ฟังว่า สมัยท่านพระอาจารย์มั่นอยู่ที่เชียงใหม่
เทศน์ที่วัดเจดีย์หลวง เทศน์ตั้งแต่ 1 ทุ่มถึง 11 นาฬิกาวันใหม่ ลงจากธรรมาสน์
ท่านจึงจะมานั่งฉันจังหันนั่นเป็นกี่ชั่วโมง ตื่นเช้าขึ้นมาท่านยังเทศน์อยู่เสียงมันดังทีนี้พวก
ข้าราชการแม่บ้านหิ้วตะกร้าไปตลาดตอนเช้า พอได้ยินเสียงท่านเทศน์คิดว่าพระ
ทะเลาะกันพากันเข้าไปก็เห็นท่านพระอาจารย์มั่นเทศน์ เลยอยู่ฟังเทศน์ลืมว่าจะไป
ตลาดและต้องกลับไปทำกับข้าวให้ลูกผัวกิน ฝ่ายลูกผัวตามมาเห็นอยู่ที่วัดเจดีย์
หลวงกำลังฟังเทศน์อยู่ก็เลยบอกว่าจะไปจ่ายตลาดเองแล้วก็จะเลยไปทำงานผู้ที่จะ
ไปขายของก็เหมือนกัน ผ่านมาพอได้ยินเสียงคิดว่าพระทะเลาะกัน ก็พากันเข้าไป
ไม่ต้องขายของวางตะกร้าแล้วก็ฟังเทศน์ต่อจนกระทั่งท่านเทศน์จบจึงไป
พระอาจารย์เทสก์พูดให้ฟังอย่างนี้

ท่านเทศน์นานที่สุด คือ เทศน์ปีสุดท้าย เป็นวันมาฆบูชา หลังจากเวียนเทียนเสร็จ
แล้ว ท่านก็เริ่มเทศน์ มีชาวบ้านหนองผือมานั่งฟังอยู่ข้างล่าง มีทั้งผู้หญิงผู้ชาย
ลูกเล็กเด็กแดงอุ้มนอนอยู่ที่ตัก เด็กก็ไม่ร้อง ปรากฏว่ามีคนอุ้มเด็กกลับไปแค่ 3 คน
นอกนั้นอยู่จนรุ่ง ถึงจะกลับบ้าน ท่านฯ เทศน์อยู่ ตั้งแต่ 1ทุ่มจนถึงเช้า อันนี้เป็นความจำของผู้เล่า

ท่านพูดว่า เราจะเทศน์แล้วแหละ เทศน์ซ้ำเฒ่านะ ต่อจากนี้ไปจะไม่ได้
เทศน์นานอย่างนี้อีกแล้ว รู้สึกว่าจะเป็นวันเพ็ญเดือน 3 พอตกเดือน 5 ท่านก็เริ่ม
ป่วย มีอาการไอ และป่วยมาเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงเดือนอ้าย เป็นเวลา 9 เดือน
(ท่านพระอาจารย์มั่นมรณภาพเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2492 )

ปกติท่านจะเทศน์ตามเหตุการณ์ในพุทธประวัติ ที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรม
พระยาวชิรญาณวโรรสทรงรจนา ถ้าเพ็ญเดือน 6 จะปรารภถึงเรื่องประสูติ ตรัสรู้
และปรินิพพาน ถ้าเพ็ญเดือน3 จะปรารภเรื่อง การแสดงโอวาทปาฏิโมกข์แก่พระ
สงฆ์ 1,250 รูป ที่พระเวฬุวัน ตลอดคืนจนสว่าง
ทำไมจะมากมายก่ายกองขนาดนั้น ก็เพราะท่านไม่ได้เล่าเป็นวิชาการ ท่านเล่าให้
ละเอียดไปกว่านั้นอีก เรื่องก็เลยยืดยาวไป เวลาท่านเทศน์จะลืมตา หมากไม่เคี้ยว
บุหรี่ไม่สูบ น้ำไม่ดื่ม ท่านจะเทศน์อย่างเดียว พระเณรก็ลุกหนีไม่ได้ ไม่มี
ใครลุกหนีเลย ไปปัสสาวะก็ไม่ไป จะไอจะจามก็ไม่มี จะบ้วนน้ำลายก็ไม่มี จะนิ่งเงียบจนเทศน์จบ

ที่มา http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=14754


โอวาทธรรมหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

"....มรรคผล ไม่ได้ขึ้นอยู่กับนิกาย

แต่มรรคผลขึ้นอยู่กับการปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ตามธรรมวินัย
ที่พระพุทธเจ้าได้ทรงแนะนำสั่งสอนไว้แล้ว

ละ....ในสิ่งที่ควรละ

เว้น.....ในสิ่งที่ควรเว้น

เจริญ.....ในสิ่งที่ควรเจริญ

นั่นแหละคือทางดำเนินไปสู่มรรค ผล นิพพาน...."


(จาก หนังสือ หลวงปู่แหวน สุจิณโณ พิมพ์โดย กฟผ.)
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=17411


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ก.ค. 2012, 15:49 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4967


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร