วันเวลาปัจจุบัน 23 ส.ค. 2019, 13:23  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 เม.ย. 2010, 11:24 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ย. 2009, 10:41
โพสต์: 4464

อายุ: 0
ที่อยู่: วัฏสงสาร

 ข้อมูลส่วนตัว


เทวดาประเทศเยอรมันมาขอฟังเทศน์ท่าน

นี่ก็เป็นเรื่องที่แปลกอยู่เรื่องหนึ่ง ในบรรดาเรื่องที่เกี่ยวกับเทวดาที่ท่านเคยสงเคราะห์เรื่อยมา เทวดาพวกนี้มาจากประเทศเยอรมัน มาขอฟังเทศน์ท่านขณะที่พักอยู่หมู่บ้านอีก้อ กับพวกมูเซอในเขาลึก โดยเขาแสดงความประสงค์ออกมาเลยว่า อยากฟังเทศน์ชัยชนะคาถา ท่านกำหนดหาบทธรรมที่ตรงกับความต้องการของเขา ธรรมก็ผุดขึ้นมาภายในว่า อกฺโกเธน ชิเน โกธํ เป็นต้น บอกความหมายขึ้นมาพร้อม และแสดงให้พวกเทวดาฟังว่า

ธรรมนี่แลเป็นยอดแห่งธรรมที่ผู้หวังความชนะจะพึงเจริญให้มาก โลกที่มีความร่มเย็นเป็นสุขต่อกันตลอดมาก็เพราะธรรมนี้ เป็นเครื่องปราบปรามความชั่วทั้งหลาย มีความโกรธเป็นต้น ให้เสื่อมสิ้นอำนาจในการทำลายสังคมมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย ทำให้โลกมีความเจริญและสงบสุขโดยทั่วกัน เทวดาควรมีธรรมนี้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวประสานกัน

โลกถ้าขาดชัยชนะธรรมนี้แล้ว อย่างน้อยก็เกิดความไม่สงบสุข มากกว่านั้นก็สังหารทำลายกันให้ฉิบหายย่อยยับโดยถ่ายเดียว โลกจะเอาความโกรธแค้นมาปราบปรามข้าศึกทั้งภายในภายนอก ทั้งใกล้และไกล ทั้งวงแคบและวงกว้าง ด้วยความโกรธแค้น อันเป็นของไม่ดีและเป็นเครื่องทำลายตนและผู้อื่น จึงไม่มีทางสำเร็จได้ตลอดกาล ถ้าขืนปราบด้วยความโกรธแค้นมากขึ้นเพียงไร โลกก็ยิ่งจะเป็นไฟประลัยกัลป์เผาผลาญกันให้ย่อยยับจนไม่มีอะไรเหลืออยู่เพียงนั้น เพราะความโกรธแค้นเป็นไฟอยู่แล้วโดยธรรมชาติ แต่นำไปทำการหุงต้มอะไรไม่สำเร็จ ทางสำเร็จของมันก็คือทำโลกให้วอดวายไปโดยถ่ายเดียวเท่านั้น ผู้ต้องการให้โลกยังคงเป็นโลกที่มีความหมายและน่าอยู่ จึงควรเห็นโทษของความโกรธแค้นอันเป็นเครื่องทำลายนี้ว่าเป็นไฟมหาวินาศ ไม่ควรนำมาใช้ จะเป็นการก่อไฟเผาตนและผู้อื่นให้เป็นไฟไปตาม ๆ กัน

โลกอยู่ได้ด้วยเมตตาคือความเอ็นดูสงสารกันทุกตัวสัตว์ที่มีชีวิตครองตัวอยู่ ไม่พึงเบียดเบียนทำลายกันด้วยความโกรธแค้น หรือด้วยความเห็นแก่ปากแก่ท้อง ซึ่งไม่มีประมาณแห่งความอิ่มพอและไม่มีทางสิ้นสุดแห่งการทำลายกัน พระพุทธเจ้าทรงเห็นโทษของมันด้วยพระปัญญาอันแหลมคมไม่มีทางสงสัย และทรงเห็นคุณในความเมตตาว่า เป็นธรรมอ่อนโยนและสมัครสมานรักใคร่ไมตรีต่อกันระหว่างสัตว์โลกทุกชั้นทุกภูมิ ซึ่งมีความรักสุขเกลียดทุกข์เสมอหน้ากัน จึงประทานไว้เพื่อความมั่นคงแห่งสันติสุขแก่โลกตลอดกาลนาน หากเมตตาธรรมยังมีในใจของสัตว์โลกอยู่ตราบใด โลกยังจะมีหวังความสุขความสมหวังอยู่ตราบนั้น แต่ถ้าเมตตาได้ห่างเหินจากใจของสัตว์โลกกาลใด กาลนั้นแม้สัตว์โลกจะมีความอุดมสมบูรณ์ด้วยเครื่องอุปโภคบริโภคนานาชนิดอย่างพึงพอใจก็ตาม แต่จะไม่มีความสงบสุขตกค้างอยู่ในวงสัตว์โลกนั้น ๆ เลย ส่วนที่ได้รับจะมีแต่ความเดือดร้อนขุ่นเคืองไปทุกหย่อมหญ้า

ดังนั้นเมื่อเราทราบอยู่แก่ใจว่า ธรรมเป็นธรรม และเป็นเครื่องนำความเจริญมาสู่ตน และทราบอยู่ว่าโลกที่เต็มไปด้วยความโหดร้ายทารุณเผาอยู่ในดวงใจ เหมือนไฟลุกโพลงอยู่ด้วยเชื้อ คอยแต่จะสังหารทำลายสิ่งต่าง ๆ ให้ย่อยยับดับสูญลงไปทุกเวลานาทีเช่นนี้ จึงควรเร่งบำเพ็ญตนให้พ้นภัยไปเฉพาะหน้า ซึ่งยังควรแก่วิสัยพอจะทำได้ หากกาลอันควรผ่านไปแล้วจะเสียใจภายหลัง เพราะโลกนี้คือโลกอนิจฺจํ และตั้งอยู่บนร่างกายและจิตใจของคนและสัตว์ไม่เลือกหน้า

นี่เป็นใจความย่อแห่งชัยชนะคาถาที่ท่านแสดงแก่เทวดาที่มาจากประเทศเยอรมันฟัง

พอจบเทศนาเทวดาสาธุการสามครั้ง เสียงสะเทือนไปทั่วโลกธาตุ เสร็จแล้วท่านถามเขาว่า

ทำไมเทวดาอยู่ถึงประเทศเยอรมันซึ่งชาวมนุษย์ถือว่าไกลแสนไกล จึงทราบได้ว่าอาตมาพักอยู่ที่นี่

เขาตอบว่า สำหรับท่านแล้วจะอยู่ที่ไหนเขาก็ทราบกันทั้งนั้น อีกประการหนึ่ง เทวดาในประเทศไทยเคยไปมาหาสู่กับเทวดาในประเทศเยอรมันมิได้ขาด พวกเทวดามิได้ถือว่า ประเทศไทยกับประเทศเยอรมันหรือประเทศใด ๆ อยู่ห่างกันเหมือนที่พวกมนุษย์เข้าใจกัน แต่ถือว่าเป็นประเทศเขตแดนที่พวกเทวดาไปมาหาสู่กันได้สะดวกสบายธรรมดา ๆ เรานี่เอง เพราะมิได้ไปด้วยเท้าหรือด้วยยานพาหนะดังมนุษย์ทั้งหลายไปกัน แต่เทวดาเหาะลอยไปด้วยฤทธิ์ เหมือนกระแสจิตที่ส่งไปในที่ต่าง ๆ เพียงขณะเดียวก็ถึงจุดที่หมาย การไปมาของเทวดาจึงสะดวกกว่าชาวมนุษย์อยู่มาก

ท่านว่าเทวดาประเทศเยอรมันมาฟังเทศน์ท่านเสมอ เช่นเดียวกับรุกขเทวดาซึ่งสถิตอยู่ในที่ต่าง ๆ ของเมืองไทยมาฟังเทศน์ท่านบ่อย ๆ ฉะนั้น

ความเคารพของเทวดาไม่ว่าชั้นบนชั้นล่างมีลักษณะคล้ายคลึงกัน
คือเวลาเขามาเยี่ยมท่านในสถานที่ที่มีพระพักอยู่กับท่าน

เทวดาจะไม่เข้ามาด้านที่มีพระอยู่นั้นเลยหนึ่ง มายามดึกสงัดเวลาพระท่านพักจำวัดหนึ่ง มาถึงแล้วพร้อมกันทำประทักษิณสามรอบหนึ่ง มีความสงบเสงี่ยมโดยทั่วกันหนึ่ง เวลาจะจากไปพร้อมกันทำประทักษิณสามรอบก่อน แล้วค่อย ๆ เดินถอยห่างออกไป พอเห็นว่าพ้นเขตที่พักท่านอันเป็นที่ควรเคารพแล้ว ต่างค่อยเหาะลอยขึ้นบนอากาศเหมือนสำลีฉะนั้นหนึ่ง เทวดาทั้งหลายทำความเคารพท่านโดยอาการอย่างนี้


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 เม.ย. 2010, 11:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ย. 2009, 10:41
โพสต์: 4464

อายุ: 0
ที่อยู่: วัฏสงสาร

 ข้อมูลส่วนตัว


องค์หลวงปู่มั่น...เทศนาโปรดเทวดาประเทศเยอรมัน..และให้โอวาท..


ขอเล่าเรื่องราวแปลกๆ เกี่ยวกับท่านพระอาจารย์ใหญ่มั่น ภูริทัตมหาเถระ บูรพาจารย์แห่งกองทัพธรรมพระป่ากรรมฐาน..ที่อบรมลูกศิษย์ลูกหาให้เป็นพระอริยเจ้ามากที่สุดในบรรดาพระอาจารย์กรรมฐานทั้งหลาย
นั่นคือองค์หลวงปู่มั่น ฉายาภาษามคธ...ภูริทัตโต...หมายถึงพระผู้เป็นที่แจกจ่ายวิชาความรู้.......

บัดนี้ขอเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต เมื่อเทวดาประเทศเยอรมัน..มาขอพบหลวงปู่เพื่อขอให้หลวงปู่เทศนาธรรมให้ฟัง..

โดยได้คัดมาจาก.."หนังสือประวัติหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ..โครงการหนังสือบูรพาจารย์ เล่ม 1 "


เรื่องราวมีดังนี้.....


จัดเป็นเรื่องที่แปลกที่ท่านพระอาจารย์มหาบัว ญาณสัมปันโน ลูกศิษย์ที่ไกล้ชิดหลวงปู่มั่น อีกองค์หนึ่งได้บันทึกไว้โยสรุปมีดังนี้

ช่วงนั้นหลวงปู่มั่น พักอยู่ที่บ้านอีก้อ ทางภาคเหนือ ได้มีเทวดาจากประเทศเยอรมัน มาขอฟังเทศนาจากหลวงปู่มั่น โดยแสดงความประสงค์ว่าอยากฟังเทศนา "ชัยชนะคาถา"

หลวงปู่ได้กำหนดจิตหาบทธรรมที่ตรงกับความต้องการของเทวดาธรรมก็ผุดขึ้นมาภายในว่า " อกฺโกเธน ชิเน โกธํ " ได้บอกความหมายและได้แสดงให้เล่าเทวดาฟังว่า

"ธรรมนี้แล เป็นยอดแห่งธรรมที่ผู้หวังความชนะจะพึงเจริญให้มากโลกที่มีความร่มเย็นเป็นสุขต่อกันตลอดมาก็เพราะพระธรรมนี้ เป็นเครื่องปราบปรามความชั่วทั้งหลาย มีความโกรธเป็นต้น ให้เสื่อมสิ้นอำนาจในการทำลายสังคมมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย ทำให้โลกมีความเจริญและสงบสุขโดยทั่วกัน เทวดาควรมีธรรมนี้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวประสานกัน โลกถ้าขาดชัยชนะนี้แล้วอย่างน้อยก็เกิดความไม่สงบสุขมากกว่านั้นก็สังหารทำลายกันให้ฉิบหายย่อยยับโยถ่ายเดียว..ฯลฯ"

พอจบพระธรรมเทศนา เทวดาก็อนุโมทนาสาธุ 3 ครั้ง เสียงการอนุโมทนาบุญสะเทือนไปทั่วโลกธาตุ

หลวงปู่มั่นได้ถามเทวดาว่า " ทำไมอยู่ถึงประเทศเยอรมันจึงทราบว่าท่านพักอยู่ที่นี่"

เทวดาได้ตอบหลวงปู่มั่นว่า "สำหรับองค์หลวงปู่มั่นแล้ว จะอยู่ที่ไหนเทวดาก็ทราบกันทั้งนั้น นอกจากนี้เทวดาในประเทศไทยก็ไปมาหาสู่เทวดาในประเทศเยอรมันอยู่เสมอๆ การไปมาของเทวดาเหาะลอยไปมาด้วยฤทธิ์ เหมือนกระแสจิตที่ส่งไปถึงที่หมายเพียงชั่วขณะจิตเดียวเท่านั้น..."

หลวงปู่มั่นบอกว่า " เทวดาประเทศเยอรมันได้มาขอฟังเทศน์ท่านเสมอ เช่นเดียวกับเทวดาที่สถิตอยู่ในที่ต่างๆ ในประเทศไทยก็ได้มาฟังเทศน์บ่อย ความเคารพของเทวดาทุกเหล่านี้มีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน คือในขณะเวลาที่เข้ามาเยี่ยมท่านจะไม่เข้ามาในด้านที่มีพระอยู่ จะมายามดึกสงัด มาถึงแล้วก็พากันมาทำประทักษิณา 3 รอบ มีความสงบเสงี่ยมโดยทั่วกันเวลาจะจากไปก็พร้อมใจกันทำประทักษิณา 3 รอบก่อน แล้วค่อยๆ เดินถอยห่างออกไปพอพ้นเขตที่พักท่านแล้ว ต่างก็ค่อยๆ เหาะขึ้นลอยบนนภาอากาศดุจปุยสำลีฉะนั้น.....




ถ้าท่านใดอยากอ่านหาอ่านได้ที่ "ประวัติ ข้อวัตร และปฏิปทา หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต" โครงการหนังสือบูรพาจารย์ เล่ม 1 วัดป่าพระอาจารย์มั่น อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ "



ต้องการหนังสือไว้อ่านกรุณาติดต่อที่
วัดป่าพระอาจารย์มั่น
บ้านแม่กอย ต.เวียง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ 50190
พระอาจารย์วิชิต โสภโณ (เจ้าอาวาส)

หรือ
ผู้เรียบเรียงและจัดพิมพ์
รศ.ดร. ปฐม - รศ.ดร.ภัทรา นิคมานนท์
โทร..0-2379-7139,0 - 1557-6523


แก้ไขล่าสุดโดย หลับอยุ่ เมื่อ 14 เม.ย. 2010, 11:28, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร