วันเวลาปัจจุบัน 22 พ.ค. 2019, 21:36  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 3 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 พ.ค. 2016, 08:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4838

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
วัดอรัญญบรรพต
อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย


หนีมาบวชก็เพื่อจะหลีกเลี่ยงการงาน หึ จะไปคิดอย่างนั้น โอ้..มันเป็นความคิดที่ต่ำมากแบบนั้นน่ะ เป็นความคิดของคนสิ้นคิด คนไม่มีทางไป ถ้าผู้ใดคิดอย่างนั้นแล้วเข้ามาบวช ผู้นั้นเหลวไหลจริง บวชเข้ามาแล้วไม่หมั่นไม่ขยันในหน้าที่ข้อปฏิบัติต่างๆ แต่ถ้าคิดอย่างนั้นแล้วมาบวช บวชแล้วได้รับคำตักเตือนแล้วตั้งใจเข้มแข็งเข้าไป ปฏิบัติตามธรรมตามวินัยจริงๆ อย่างนี้ก็ดีขึ้น เพราะว่าจิตใจของปุถุชนนี่น่ะมันสามารถเปลี่ยนแปลงได้ เพราะมันยังไม่รู้อริยสัจธรรม ธรรมของจริงยังไม่บังเกิดขึ้นในใจ

เพราะฉะนั้นแหละ พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติสิกกขาบทไว้ สิกขาบทที่ทรงบัญญัตินั้นเป็นโทษหนักบ้างเบาบ้าง เอ้า โทษเบานั้นแก้ไขได้ การแก้ไขก็ไม่ยากอะไร เมื่อรู้ว่าตนเผลอล่วงสิกขาบทใดสิกขาบทหนึ่งแล้วก็ไปขอแสดงกับเพื่อนภิกษุรูปใดรูปหนึ่งเสีย อย่างนี้โทษนั้นก็หมดไป ไม่ใช่ยุ่งยากอะไร แต่ว่า ถ้ารู้แล้วขืนทำ อาบัตินี้ไม่ตกนะจะบอกให้ มีแต่ว่าเผลอเท่านั้นแหละโดยไม่ได้ตั้งใจไม่ได้เจตนาแต่มันเผลอไป รู้ตัวแล้วว่าตนล่วงสิกขาบทนั้นเช่นนี้ก็รีบไปแสดงกับเพื่อนเสีย เช่นนี้แล้วโทษมันก็ระงับไป อันนี้เรียกว่า “อาบัติเบา” นะ

“อาบัติหนัก” ประเภทต้นก็อยู่กรรมอยู่ปริวาส ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๑๓ ข้อ ข้อใดข้อหนึ่งอย่างนี้ก็ต้องแจ้งต่อสงฆ์ เมื่อหากว่าเก็บ เมื่อเก็บไว้ คือ ต้องอาบัติสังฆาทิเสสข้อใดข้อหนึ่งแล้วล่วงเลยไปถึงหกเจ็ดวันเบาะ สิบวัน จึงค่อยมาแจ้งต่อสงฆ์ เช่นนี้ก็ต้องอยู่ปริวาสไปถึงเจ็ดวันหรือสิบวันนั้นแล้วจึงขออัพภาน* จึงขออยู่มานัตต์หกราตรี อย่างนี้นะ แต่ถ้าต้องอาบัติสังฆาทิเสสในวันนั้น แจ้งต่อสงฆ์ในวันนั้นแล้วก็ขออยู่มานัตต์เพียงหกราตรีเท่านั้นแล้วก็ขออัพภานต่อสงฆ์ โทษนั้นก็หมดไปพ้นไป

ถ้าต้องอาบัติหนักเช่น “อาบัติปาราชิก” อย่างนี้ ถ้าผู้ใดต้องแล้วรู้ตัวแล้วก็มาสึกไปเลย สึกก็ไม่ต้องลำบากอะไรหรอก เอาผ้าดำมานุ่งเสียเลย เพราะมันขาดจากความเป็นภิกษุแล้ว ก็ต้องให้เข้าใจอย่างนี้อันวินัย นั้นน่ะ เพราะฉะนั้นอย่าไปเจตนาแกล้งล่วง ให้ตั้งใจสำรวมระวังเสมอไป

เรียกว่า วินัยมันก็อยู่ที่สตินั้นเองนะอยู่ที่สติ ถ้าขาดสติสัมปชัญญะแล้ว วินัยก็เหลวไหล รักษาไม่ได้ ดังนั้นก็ต้องเรียนรู้ด้วย เรียนรู้ท่องจำให้ได้ในสิกขาบทน้อยใหญ่ทั้งหลาย เมื่อเรียนรู้ท่องจำได้แล้วบาดนิก็อาศัยสติสัมปชัญญะ ก่อนจะทำอะไรพูดอะไรก็ระลึกเสียก่อนว่ามันไม่สิกขาบทวินัยข้อไหนเลย อย่างนี้ก็จึงค่อยทำค่อยพูดไป เช่นนี้แหละท่านจึงเรียก สติวินัย สติวินโย ทาตพฺโพ พึงทำสติวินัยให้แจ้ง เพิ่นว่า นั่นแหละ ดังนั้น สิกขาบทน้อยใหญ่ทั้งหลายเหล่านั้นที่เราจะไม่ล่วงได้ก็เพราะอาศัยสติระลึกได้เท่านั้นแหละ ถ้าสติระลึกไม่ได้แล้วมันอาจล่วงได้ เมื่อใดก็ได้ อย่างนี้นะ ดังนั้นให้พากันใส่ใจเรื่องสติให้มากเลย


:b44:

*อัพภาน “การเรียกเข้า” การรับกลับเข้าหมู่,
เป็นขั้นตอนสุดท้ายแห่งวุฏฐานวิธี
คือ ระเบียบปฏิบัติในการออกจากครุกาบัติขั้นสังฆาทิเสส
ได้แก่ การที่สงฆ์สวดระงับอาบัติ รับภิกษุผู้ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
และได้ทำโทษตนเองตามวิธีที่กำหนดเสร็จแล้ว ให้กลับคืนเป็นผู้บริสุทธิ์
วิธีปฏิบัติ คือ ถ้าต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วไม่ได้ปิดไว้
พึงประพฤติมานัตสิ้น ๖ ราตรีแล้ว ขออัพภานกะสงฆ์วีสติวรรค
สงฆ์สวดอัพภานแล้ว ชื่อว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จากอาบัติ,
แต่ถ้าภิกษุผู้ต้องปกปิดอาบัติไว้ล่วงวันเท่าใด
ต้องประพฤติวัตรเรียกว่า อยู่ปริวาส
ชดใช้ครบจำนวนวันเท่านั้นก่อน จึงประพฤติมานัตเพิ่มอีก ๖ ราตรี
แล้วจึงขออัพภานกะสงฆ์วีสติวรรค เมื่อสงฆ์อัพภานแล้ว
อาบัติสังฆาทิเสสที่ต้อง ชื่อว่า เป็นอันระงับ

จาก “พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์”
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต)



:b45: :b45:


ส่วนหนึ่งจากพระธรรมเทศนาหัวข้อ
“ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว”



:: ประวัติ ปฏิปทาและคำสอน “หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=43689

:b47: วินัยสงฆ์-อาบัติ-ปาราชิก-สังฆาทิเสส
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=30&t=22785

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ส.ค. 2016, 11:31 
 
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2012, 15:32
โพสต์: 1535


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 31 ม.ค. 2018, 07:35 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 1929


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 3 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร