วันเวลาปัจจุบัน 18 ต.ค. 2019, 21:08  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ธ.ค. 2016, 05:37 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4883

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
วัดอรัญญบรรพต
อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย

เมื่อชีวิตนี้ไม่ยั่งยืนแล้ว สมบัติข้าวของก็ไม่ยั่งยืนเหมือนกัน ต่างก็จะต้องได้พลัดพรากจากกันไป เพราะฉะนั้นเมื่อเวลายังมีชีวิตอยู่ ข้าวของเงินทองก็ยังมีอยู่อย่างนี้ไม่ควรจะปล่อยให้โอกาสอันนี้ล่วงเลยไปเสียเปล่า ควรจะจัดสรรเงินทองข้าวของเหล่านี้ให้เกิดเป็นประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่น และให้เป็นประโยชน์ในปัจจุบันด้วย เป็นประโยชน์ในภายภาคหน้าด้วย

เมื่อดำริได้อย่างนี้แล้วมันก็ทำจำแนกแจกจ่ายเงินทองข้าวของนั้นให้เกิดเป็นประโยชน์ดังที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ใน “คิหิปฏิบัติ” นั้นแหละ ก็เมื่อแสวงหาทรัพย์สมบัติได้มาทางที่ชอบแล้ว

(๑) เลี้ยงตัว มารดา บิดา บุตร ภรรยา บ่าวไพร่ ให้เป็นสุข

(๒) เลี้ยงเพื่อนฝูงให้เป็นสุข

(๓) เก็บไว้สำหรับบำบัดอันตรายที่เกิดแต่เหตุต่างๆ

(๔) ทำพลี ๕ อย่าง

(ก.) ญาติพลี สงเคราะห์ญาติ
(ข.) อติถิพลี ต้อนรับแขก
(ค.) บุพพเปตพลี ทำบุญอุทิศให้ผู้ตาย
(ง.) ราชพลี ถวายเป็นหลวง มีเสียภาษีอากร เป็นต้น
(จ.) เทวตาพลี ทำบุญอุทิศให้แด่เทวดา ก็คงจะได้แก่มารดาบิดาผู้มีพระคุณอันเลิศนี้แหละสมมติเหมือนอย่างเทวบุตรเทวดา

(๕) บริจาคในสมณะ พราหมณ์ ผู้ประพฤติชอบ


นี่พระพุทธเจ้าทรงแนะนำสั่งสอนพุทธบริษัทผู้ครองเรือนทั้งหลายไว้ดังนี้ ดังนั้นเมื่อผู้ใดเป็นชาวพุทธมีความเคารพนับถือในพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ว่าเป็นที่พึ่งอันประเสริฐจริงๆแล้วก็สมควรที่จะปฏิบัติตามศาสนธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้านี้ให้เต็มความสามารถ เพราะว่าทรัพย์สมบัติเมื่อแสวงหาได้มาแล้วเก็บไว้เฉยๆไม่คิดใช้ให้เกิดเป็นประโยชน์ก็อย่างว่านั้นแหละ นอกจากจะไม่เป็นประโยชน์แล้วยังเป็นเหตุให้ใจผูกพันอยู่อีกด้วย ใจยึดมั่นถือมั่นว่าของเรา ของเรา เสียดายอาลัยมันอยู่อย่างนั้น ถ้าเป็นอย่างนั้นถ้าละไม่ได้แล้ว ตายลงไปก็ต้องไปเกิดเป็นสัตว์อย่างใดอย่างหนึ่งเฝ้าขุมทรัพย์อยู่อย่างนั้นแหละ

เพราะว่าคนตระหนี่ถี่เหนียวอย่างนั้นมักจะลอบลักเอาสมบัติเหล่านี้ไปฝังไว้ในที่ใดที่หนึ่งไม่ให้ใครรู้เลย อย่างนั้นท่านเรียกว่าเอาไปเก็บไว้โดยไม่ให้ลูกให้หลาน ไม่ให้ลูกให้เมียให้พี่น้องรู้จักเลยอย่างนี้ก็มีนะบางคนน่ะ เช่นนั้นน่ะเมื่อตายแล้วจิตวิญญาณก็ไปเกิดเป็นสัตว์อย่างใดอย่างหนึ่งเฝ้าอยู่นั้นแหละ เช่น เป็นงูอย่างที่ท่านกล่าวไว้นั่นน่ะ อันนี้แหละคนเราเมื่อดำเนินชีวิตไปโดยไม่เป็นทางสายกลางแล้วมันก็ชอบแต่ที่จะข้องอยู่ในโลกนี้แหละจิตใจอันนี้นะ พึงพากันพิจารณาให้ดี การที่กล่าวมาเมื่อตะกี้นี้แสดงว่าจิตใจมันเอียงไปทางรักมากเป็นอย่างนั้น มันจึงเป็นเหตุให้จิตใจเกาะข้องอยู่ในโลกอันนี้


:b44: :b44:

ส่วนหนึ่งจากพระธรรมเทศนาหัวข้อ
ข้อปฏิบัติธรรมสายกลาง (๓ กรกฎาคม ๒๕๓๑)


◇◆ ประวัติ ปฏิปทาและคำสอน “หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ” ◆◇
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=43689

:b44: ชวนอ่านธรรมเทศนาเต็มกัณฑ์เทศน์ของ
“พระสุธรรมคณาจารย์ (หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)”

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=75&t=53080

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร