วันเวลาปัจจุบัน 17 ก.ย. 2019, 05:47  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 ส.ค. 2019, 09:06 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1771

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


พระมหาจุนทเถระ
ผู้มีส่วนริเริ่มการสังคายนา

:: ศ.(พิเศษ) เสฐียรพงษ์ วรรณปก
=========================

นาม จุนทะ คงไม่ค่อยคุ้นกับผู้ศึกษาพระพุทธศาสนา แต่บทบาทของท่านสำคัญมิใช่น้อย ในฐานะที่เป็นผู้สนิทกับพระอานนท์พุทธอนุชา และเหนืออื่นใดเป็นน้องชายพระอัครสาวก นั่นก็ไม่สำคัญเท่ากับท่านเป็นผู้ช่วยผลักดัน (ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม) ให้มีการทำสังคายนา “ร้อยกรองพุทธวจนะ”

ท่านจุนทะ เป็นบุตรวังคันตพราหมณ์กับนางสารีพราหมณี เป็นน้องชายของอุปติสสะมาณพ (ซึ่งภายหลังคือพระสารีบุตรอัครสาวก) เมื่ออุปติสสะพี่ชายออกบวชและได้เป็นพระอัครสาวก จุนทะได้บวชตามพี่ชายด้วย และได้บรรลุธรรมขั้นสูงสุดแต่อายุยังน้อย

ก่อนที่จะอุปสมบทเป็นภิกษุ มีชื่อเรียกกันทั่วไปว่า มหาจุนทะ บ้าง จุนทะสมณุทเทศ (จุนทะสามเณรโค่ง) บ้าง จุนทะ เฉยๆ บ้าง เข้าใจว่าเป็นรูปเดียวกัน (หรืออาจมีหลาย “จุนทะ” จนสับสนก็เป็นได้)

ท่านมีความสนิทสนมกับพระอานนท์พุทธอนุชา นัยว่าท่านถือพระอานนท์เป็นอาจารย์ด้วย

ครั้งหนึ่ง จุนทะสมณุทเทศได้ทราบข่าวความแตกแยกกันในหมู่สาวกของศาสดามหาวีระ (นิครนถ์นาฏบุตร) โดยบังเอิญ คือ พอศาสดามหาวีระสิ้นชีวิตลงเหล่าสานุศิษย์ก็ถกเถียงกัน ต่างก็อ้างว่าตนได้รับคำสอนมาโดยตรงและถูกต้องที่สุดจากพระศาสดา เถียงกันไม่ยอมลดราวาศอก จนแตกเป็นก๊กเป็นเหล่า ท่านจุนทะจึงนำความไปเล่าให้พระอานนท์ฟัง ทั้งสองท่านจึงจูงมือกันไปเฝ้าพระพุทธองค์ กราบทูลให้ทรงทราบ

พระพุทธองค์ตรัสสอนว่า ศาสดามีหลายประเภท ประเภทไหนดี ไม่ดี ตรัสถึงวิธีสอบสวนพระธรรมวินัย และตรัสทำนองแนะให้ทำสังคายนาพระธรรมวินัยด้วย

“ธรรมที่เราแสดงแล้วด้วยปัญญาอันยิ่ง พึงสังคายนา พึงวิจารณ์ อรรถะกับอรรถะ พยัญชนะกับพยัญชนะ เพื่อให้พรหมจรรย์ดำรงอยู่ได้นาน เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุขแก่คนจำนวนมาก เพื่ออนุเคราะห์ เพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุขแก่คนจำนวนมาก เพื่ออนุเคราะห์ เพื่อประโยชน์เกื้อกูล และความสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย”

เท่ากับบอกใบ้ว่า ให้สังคายนาพระธรรมวินัยเสีย ถ้าอยากให้พระศาสนาดำรงอยู่นาน ศาสดาล่วงลับไปแล้ว สาวกจะได้ไม่แตกแยกกัน ดุจดังสาวกของศาสดามหาวีระ

ตามประวัติไม่ปรากฏว่าพระจุนทะได้ทำพระพุทธดำรัสให้เป็นรูปธรรม คือ ไม่ได้ดำเนินการ “สังคายนา” (ร้อยกรอง) พระธรรมวินัย ตามที่ตรัสแนะ เพราะท่านไม่มีความสามารถเพียงพอ ท่านคงจะได้เล่าเรื่องนี้แก่พระสารีบุตรอัครสาวก พี่ชายท่าน (ถ้าหากท่านพระสารีบุตรไม่ทราบจากกระแสอื่น)

เพราะหลังจากนั้นพระสารีบุตรได้รวบรวมพุทธวจนะ จัดเป็นหมวดหมู่ ตั้งแต่หมวดหนึ่ง หมวดสอง...จนกระทั่งถึงหมวดสิบและหมวดเกินสิบ ตั้งชื่อว่า “สังคีติสูตร” และ “ทสุตตรสูตร”

ครั้งหนึ่ง เมื่อเหล่ามัลลกษัตริย์แห่งเมืองปาวาสร้างอาคารโถง (สัณฐาคาร) เสร็จแล้ว อาราธนาพระพุทธองค์พร้อมภิกษุสงฆ์ไปพำนักเป็นครั้งคราว เพื่อเป็นสิริมงคล กลางดึกคืนนั้น พระพุทธองค์ทรงเห็นว่า สาวกทั้งหลายยังไม่ง่วงนอน ยังมีฉันทะในการฟังธรรมอยู่ จึงรับสั่งให้พระสารีบุตรแสดงธรรมแก่ภิกษุทั้งหลาย

พระสารีบุตรได้แสดงสังคีติสูตรและทสุตตรสูตรแก่ภิกษุทั้งหลาย ทำนอง “เสนอบทความทางวิชาการ” ขอคำรับรองจากคณะสงฆ์ ในที่สุดของการนำเสนอของพระสารีบุตร พระพุทธองค์ประทับอยู่ไม่ไกล ประทานสาธุการว่า ท่านพระสารีบุตรนั้นแสดงได้ถูกต้องแล้ว

นี่คือที่มาของการทำสังคายนาพระธรรมวินัยในเวลาต่อมา

พระสารีบุตรเป็นผู้ริเริ่ม แต่เนื่องจากท่านนิพพานไปก่อนพระพุทธองค์ งานยังไม่สมบูรณ์ดี มาได้พระมหากัสสปะสานต่อ การทำสังคายนาพระธรรมวินัยจึงสำเร็จสมบูรณ์

ทั้งหมดนี้คงต้องพูดว่าพระจุนทะมีส่วนอยู่ด้วย เพราะเป็นผู้นำเรื่องราวไปกราบทูล จนเกิดมีกระแสพุทธดำรัสแนะให้สังคายนาพระธรรมวินัยในเวลาต่อมา

พระจุนทะเคารพพระพี่ชายมาก มักติดตามท่านไปไหนต่อไหนเสมอ ในบั้นปลายชีวิตของพระพี่ชาย ก็ติดตามท่านไปเทศนาโปรดโยมมารดาที่บ้านเกิด เมื่อพระสารีบุตรนิพพานแล้ว ก็ได้นำอัฐิพร้อมบริขารของท่านเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า แสดงความเสียใจและว้าเหว่ใจที่สิ้นพระอัครสาวกไป พระพุทธองค์ตรัสให้ความคิด (แก่พุทธบริษัทอื่นๆ ด้วย) ว่า “สารีบุตรสิ้นไป เธอนำเอาศีลขันธ์ สมาธิขันธ์ ปัญญาขันธ์ และวิมุติขันธ์ ไปด้วยหรือเปล่า ก็เปล่า เพราะฉะนั้นเธอไม่พึงเสียใจ”

สมัยที่พระพุทธองค์ยังไม่มีผู้อุปฐากถาวร ท่านจุนทะก็เป็นผู้หนึ่งที่ถวายการบำรุงพระพุทธองค์เป็นครั้งคราว แม้หลังจากพระอานนท์มารับหน้าที่ประจำแล้ว ท่านจุนทะก็มีโอกาสถวายการดูแลพระพุทธองค์ตามโอกาส ในคราวเสด็จดับขันธปรินิพพาน พระจุนทะก็เฝ้าอยู่อย่างใกล้ชิดรูปหนึ่ง

ท่านมีชีวิตยืนยาว ทำหน้าที่เผยแผ่พระพุทธศาสนาต่อมาหลังพุทธปรินิพพาน ดำรงอยู่พอสมควรแก่เวลา แล้วก็ “ดับสนิท” ไปตามอายุขัย


:b8: คัดมาจาก...หนังสือ พุทธสาวก พุทธสาวิกา
ประมวลประวัติพระเถระพระเถรี อุบาสกอุบาสิกาสมัยพุทธกาล
เรียบเรียงโดยศาสตราจารย์พิเศษ เสฐียรพงษ์ วรรณปก ราชบัณฑิต


=========================

:b45: ภิกษุ ในสมัยพุทธกาล
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=71&t=46461

:b50: :b49: การสังคายนาพระไตรปิฎกฝ่ายเถรวาท
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=26&t=47652


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร