วันเวลาปัจจุบัน 09 มี.ค. 2021, 06:29  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=7



กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ธ.ค. 2020, 19:38 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 2196

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ธรรมแท้
วิสัชนาธรรมโดย...หลวงปู่หล้า เขมปตฺโต
วัดบรรพตคีรี (ภูจ้อก้อ) อ.หนองสูง จ.มุกดาหาร


รูปภาพ

:b44: ปุจฉา - ลูกและเพื่อนๆ ลูกทุกคนเข้าใจธรรมะหลวงปู่ และบูชาธรรมเบื้องสูงของหลวงปู่ยิ่งนัก ธรรมะเบื้องสูงนั้นจะหาอ่านหรือฟังได้น้อยมาก ครูบาอาจารย์โดยส่วนใหญ่จะสอนไปในเรื่องการพิจารณาอสุภะกรรมฐานเพื่อถอดถอนกามราคะ หรือการเจริญเมตตาและการพิจารณามรณานุสติเพื่อแก้โทสะ แต่ธรรมะของหลวงปู่จะมุ่งเน้นในเรื่องให้รู้เท่าความเป็นจริงของสังขารและขันธ์ ๕ โดยเฉพาะในเรื่องนามสังขาร เห็นความเกิดดับ ความไม่เที่ยง มิใช่เรา มิใช่สัตว์ ตัวตน บุคคล เราเขาเลย เพียงแต่มีกิเลสพาเราเข้าไปยึดครองเท่านั้น นอกจากหลวงปู่แล้วลูกและเพื่อนๆ ลูกก็มีหลวงพ่อ...ที่เมืองกาญจนบุรีอีกองค์ ที่ลูกไปเสมอแทบทุกอาทิตย์ ได้ฟังธรรมท่านก็เบิกบานเช่นเดียวกับได้อ่านธรรมหลวงปู่ค่ะ

:b44: วิสัชนา - อนึ่งผู้ใคร่ครวญธรรมเป็นผู้เจริญ ผู้ไม่ใคร่ครวญธรรมก็ตรงกันข้าม คำว่าธรรมหมายโดยย่อก็มี ๒ อย่าง โลกุตรธรรมเป็นหัวจักรของธรรมทั้งหลายย่อมดึงดูดไปสู่พระนิพพาน ธรรมแท้ไม่มีมาก ธรรมฝ่ายเกิดฝ่ายดับคือฝ่ายสังขารและกองทุกข์ ซึ่งมีกิเลสผู้หลงเข้าไปยึดถืออีกด้วย ถ้าไม่มีกิเลสเข้าไปยึดถือสิ่งเหล่านั้นก็เกิดดับอยู่ตามธรรมชาติ ไม่ได้มีพิษสงอันใดเลย ส่วนธรรมฝ่ายไม่เกิดไม่ดับคือพระนิพพานก็เป็นจริงอยู่อย่างนั้น หาได้มีเรื่องอันใดไม่

ขอให้เข้าใจว่าคำว่าธรรมเป็นของว่างก็ว่างอยู่ มี ๒ ประเด็น คือ
• ประเด็นฝ่ายเกิดดับ คือว่างอยู่แบบหยาบๆ
• ประเด็นที่ไม่เกิดไม่ดับ ก็ว่างอยู่อย่างละเอียดลึกซึ้งมาก จะไปตีเสมอกันไม่ได้


แม้ถึงจะเป็นอนัตตาอันเป็นฝ่ายคำภาษาบาลีก็ตาม ก็มีความหมายอันเดียวกัน ลึกซึ้งหนึ่ง ไม่ลึกซึ้งหนึ่ง ธรรม ๒ ประเภทนี้ไม่มีท่านผู้ใดไปจองไว้เป็นเจ้าของเลยก็หมดปัญหาที่จะมีกิริยาใดๆ จะสำคัญตัวว่าได้หรือปล่อย ถ้าสำคัญตัวว่าได้หรือปล่อย ก็คล้ายๆ กับว่ามีตนมีตัว มีเรามีเขา มีสัตว์มีบุคคล

ขอให้เข้าใจว่าธรรมทั้งปวงถ้าสำคัญตัวว่าเสวยก็เป็นอันผิดทั้งนั้น ที่ท่านบัญญัติว่าพระบรมศาสดาเสวยวิมุติสุขในคราวที่ตรัสรู้ใหม่ๆ ๗ แห่งๆ ละ ๗ วัน เป็น ๔๙ วันนั้น บัญญัติพระบรมศาสดาเสวยวิมุติสุข แต่ก็จริงตามสมมติ ถ้าว่าตามปรมัตถ์แล้ว พระบรมศาสดาทรงพระสยัมภู องค์ท่านสำคัญตัวว่าเสวยหรือไม่เสวย ก็ไม่มีท่านผู้ใดจะไปยืนยันได้เพราะเป็นพุทธวิสัย

และมีสิ่งที่น่าพิจารณาอยู่ว่า “มีพระอรหันต์เท่านั้นเท่านี้องค์อยู่ในโลก” ถ้าจะพูดในธรรมะชั้นสูงแล้ว “พระอรหันต์อะไรจะมาอยู่ในโลก” เพราะคำว่าโลกก็คือกองนามรูปและกิเลสเราดีๆ นี่เอง เกิดขึ้นแล้วก็แปรปรวนและดับไปหาระหว่างมิได้เท่านั้น แต่ให้เข้าใจว่าสมมติก็จริงตามสมมติ จะเอาไปคัดค้านกับวิมุติไม่ได้ เป็นสมมติสัจจะจริงตามสมมติ ปรมัตถ์เล่าก็เป็นปรมัตถสัจจะ ลึกซึ้งกว่ากันจนมองไม่เห็นและก็ไม่มีที่หมายด้วย

เอ้า !...ธรรม ๒ ประเภท ท่านผู้ใดเป็นเจ้าของเล่า ? และก็ว่างอยู่ตามธรรมชาติใช่หรือไม่ ? เหตุนั้นพระบรมศาสดาจึงยืนยันว่า “เรารู้พระนิพพานตามเป็นจริงของพระนิพพาน แต่เราไม่ติดอยู่ในพระนิพพาน ถ้าเราติดอยู่ในพระนิพพานก็เรียกว่าเราไม่รู้พระนิพพาน ถ้าเราติดอยู่ในสังขาร ก็เรียกว่าเราไม่รู้สังขาร เหตุนั้นวิญญาณปฏิสนธิของเราจึงไม่มี เมื่อวิญญาณปฏิสนธิของเราไม่มีแล้วนามรูปก็ดับไป ณ ที่นั้นเอง ไม่ต้องเรียงปฏิจจสมุปบาทก็ได้ เพราะอวิชชาความโง่ๆ ดับไปแล้ว เพราะเหตุว่าพระสติพระปัญญากลมกลืนกันทันเวลาแข็งแกร่งเหนือไปแล้ว ตรงกับคำว่า นตฺถิ ปญฺญา สมาอาภา แสงสว่างเสมอด้วยปัญญาไม่มี ปญฺญา ย ปริสุชฺฌติ บุคคลจะบริสุทธิ์จะโดยเอกเทศหรือโดยสิ้นเชิง ก็เพราะพระสติพระปัญญากลมกลืนเหนือความหลงไปแล้ว เอส วนฺโต ทุกฺขสฺส เป็นที่สุดแห่งกองทุกข์โดยไม่เหลือ”

มีคำย้ำเข้าไปอีกว่า ถ้าเราไม่มี ของเราไม่มี ขาดตัวแล้ว จะไปทำกิริยาปล่อยหรือวางก็ไม่ถูกทั้งนั้น เราไม่มีกิริยากำ จะไปสำคัญตัวว่าวางทำไม

สิ่งเหล่านี้แหละขอให้ชาวพุทธขบให้แตก จึงจะเหนือเหตุเหนือกรรมเหนือวิบาก จึงจะไม่วนเวียน จึงขอจบย่อเพียงนี้


คัดมาจาก...หนังสือ หลวงปู่หล้า เขมปตฺโต ตอบปัญหาธรรมะ
ฉบับพิมพ์ครั้งที่ ๒๐, เดือนกันยายน ๒๕๕๓
:b8: :b8: :b8:

:b50: ประวัติและปฏิปทา “หลวงปู่หล้า เขมปัตโต”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=44660

:b50: รวมคำสอน “หลวงปู่หล้า เขมปัตโต”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=38521

:b50: สัตตมหาสถาน
สถานที่เสวยวิมุตติสุขที่ยิ่งใหญ่ ๗ แห่ง

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=26&t=39332


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 7 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร