วันเวลาปัจจุบัน 27 พ.ย. 2020, 09:58  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=7



กลับไปยังกระทู้  [ 7 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ต.ค. 2020, 08:33 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 2137

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ประวัติปฏิปทาธรรม
หลวงปู่บุญฤทธิ์ ปัณฑิโต “ช้างเผือกผาแด่น”

เขียนบันทึกโดย...ครูบากล้วย - พระวีระศักดิ์ ธีรภัทโท


:b8: :b8: :b8:
รูปภาพ

ก่อนเข้าพรรษาปีพุทธศักราช ๒๔๙๓ หลวงปู่บุญฤทธิ์ ปัณฑิโต ท่านเดินทางด้วยเท้าบุกป่าฝ่าดงข้ามดอยลูกแล้วลูกเล่า เพื่อที่จะขึ้นมาบ้านกะเหรี่ยงผาแด่น อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ เพื่อจะมาฝากตัวเป็นศิษย์องค์ท่านหลวงปู่ชอบ ฐานสโม เพราะขณะนั้นหลวงปู่ชอบพำนักที่สำนักสงฆ์ผาแด่น (ปัจจุบันเป็นวัดป่าผาแด่น จ.เชียงใหม่)

องค์ท่านหลวงปู่ชอบบอก “ก่อนบุญฤทธิ์มาหา เฮานิมิตเห็นช้างเผือกมานอบน้อม พอบุญฤทธิ์มาขอเป็นลูกศิษย์ เฮาพิจารณาวาสนาท่านบุญฤทธิ์ ท่านบุญฤทธิ์เป็นผู้มีวาสนาฮู้เห็นธรรม เฮาเลยฮับเอาท่านบุญฤทธิ์ไว้เป็นลูกศิษย์ เฮาทรมานท่านบุญฤทธิ์ด้วยการปฏิบัติทุกวิถีทาง กรรมฐานลูกขุนนางผู้ดีตีนแดงนี่มันสิอดทนได้ซ่ำใด๋

บุญฤทธิ์ทนต่อการฝึกฝนเฮาได้เบิ่ดทุกอย่าง ด่ากะบ่เถียง บ่ไห่กินข้าวบุญฤทธิ์กะทนได้ เฮาเคี่ยวเข็นบุญฤทธิ์อยู่ผาแด่น ๒ ปีบุญฤทธิ์กะได้ดวงตาธรรมอยู่นั่น ซ้างเผือกผาแด่นบุญฤทธิ์ของเฮานี่ปล่อยไปไสกะบ่หลงป่า บ่หลงทาง”


หลวงปู่ชอบท่านเล่าประวัติหลวงปู่บุญฤทธิ์ให้ฟังว่า หลวงปู่บุญฤทธิ์ท่านเป็นลูกผู้ดีมีตระกูล จบการศึกษาสูง ท่านบอก “ท่านบุญฤทธิ์เป็นลูกศิษย์องค์แรกของเฮาที่มาจากลูกเจ้ามุนขุนนาง ท่านบุญฤทธิ์แบกคัมภีร์มาถามเฮาเรื่องธรรม อ่านอันใด๋มา สงสัยอันใด๋มา กะเอาตำรามาถามเฮา เฮาบอกถามหาเอาสวรรค์วิมานนิพพานอีหยังจากตำรา เฮาบ่แม่นนักอ่าน เฮาเป็นนักทำ

อยากฮู้อีหยังกะให้เรียนเอาในจิตในใจของตนเอง มันถึงจะเกิดปัญญาฮู้ธรรมขึ้นมาได้ อ่านหนังสือมันกะได้แต่สัญญาความจำได้หมายรู้เท่านั้น อ่านไปหลายกะเถียงกับตำรา ถ้าจะมาอยู่ฝึกฝนกับเฮากะให้วางตำราไว้ก่อน อยากฮู้อีหยังกะให้เรียนเอาในจิตในใจของตนเอง เฮาสิสอนให้ บุญฤทธิ์ถึงวางหนังสือลงมือปฏิบัติ”


หลังจากองค์ท่านหลวงปู่ชอบแนะนำอุบายธรรมในการปฏิบัติให้แล้ว หลวงปู่บุญฤทธิ์ท่านก็ลงมือปฏิบัติเดินจงกรมภาวนายันรุ่งยันค่ำ ท่านปฏิบัติไม่ถึงเดือนจิตท่านก็รวมเป็นสมาธิ จากคำถามที่ท่านเคยถามองค์ท่านหลวงปู่ชอบว่าจิตแยกจากขันธ์ห้านั้นเป็นอย่างไร ท่านก็มาทราบด้วยตนเองที่ผาแด่น

หลวงปู่บุญฤทธิ์เล่าเรื่องการปฏิบัติของท่านตอนอยู่กับองค์ท่านหลวงปู่ชอบที่ผาแด่นให้ฟังว่า “ผมอ่านหนังสือมา หนังสือเขาบอกจิตแยกรูปแยกนามออกมาเป็นแบบนี้ เรียนพ่อแม่ครูอาจารย์ท่าน จิตแยกจากขันธ์ห้ามันเป็นแบบที่เขาว่านี้หรือขอรับ ถูกท่านอาจารย์ชอบว่าให้ ถามหาสิแตกอีหยัง เอาพุทโธให้มันได้ในจิตในใจของตนเองเสียก่อนค่อยมาถามเรา

ผมก็ลุยเอาพุทโธ เดินจงกรมภาวนาวันหนึ่งๆ หลายชั่วโมง ยิ่งทำความเพียรมากเท่าไหร่ ใจยิ่งดูดดื่มในความเพียรของตนเอง พอจิตรวมเป็นสมาธิเท่านั้นแหละรู้เลย อ๋อจิตแยกจากขันธ์ห้าแยกรูปแยกนามมันเป็นแบบนี้นี่เอง เกิดปัญญารู้ด้วยตนเองซึ่งต่างจากตำรับตำราที่ตนเองเคยศึกษาเล่าเรียนมา แผนที่กระดาษกับการเดินทางจริงมันต่างกัน เปรียบอย่างหนึ่งเหมือนดูรูปภาพอาหารกับการชิมรสชาติของอาหาร มันต่างกัน”


“พ่อแม่ครูอาจารย์ท่านรู้ว่าผมมีต้นทุนแล้ว ท่านถามเป็นยังไงบุญฤทธิ์รู้แล้วหรือยัง ผมบอกรู้แล้วครับท่านอาจารย์ ผมเล่าเรื่องภายในให้ท่านทราบ ท่านอาจารย์ชอบบอกที่ผมไม่พูดให้ท่านฟังทีแรกนั้นกลัวท่านจะลังเลในเวลาปฏิบัติ

ท่านฟังด้วยกิเลสในใจของท่านก็ฟังด้วย นักภาวนาผู้ฝึกหัดใหม่กิเลสมันจะก้าวขานำหน้าเราก่อนเสมอ เราต้องเอาความเพียร ศรัทธา ขันติ วิริยะ วิ่งนำหน้ามัน

ท่านอาจารย์บอกให้เอาต่ออย่าหยุดแค่นี้ นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่จะยกจิตของตนเองขึ้นสู่วิปัสสนา พ่อแม่ครูอาจารย์ท่านให้กำลังใจ ผมก็ได้ใจลุยปฏิบัติเต็มที่ อดนอนผ่อนอาหารทำความเพียรข้ามวันข้ามคืน ยิ่งทำมากเท่าไหร่ ยิ่งเห็นผลในการปฏิบัติของตนเองมากเท่านั้น

เหมือนเราค้าขายแล้วได้กำไรใจมันก็เพียรสิ ได้ปฏิบัติกับพ่อแม่ครูอาจารย์ชอบแบบตัวต่อตัวผมเลยไปเร็ว ตนเองตั้งต้นธรรมในใจได้ที่ผาแด่นจากการเคี่ยวเข็นของพ่อแม่ครูอาจารย์ชอบทั้งหมด”

องค์ท่านหลวงปู่ชอบ “เฮาเคี่ยวเข็ญบุญฤทธิ์อยู่ผาแด่นอย่างหนัก ท่านบุญฤทธิ์เดิมทีมีทิฐิในชาติตระกูลการศึกษา บ่ยอมใผ๋ง่ายๆ เฮาปราบมานะทิฐิตัวนี้ของท่านบุญฤทธิ์ให้ลงก่อนๆ ที่จะสอนเรื่องการปฏิบัติ บุญฤทธิ์ยอมเฮา จึงละมานะทิฐิตนเองลงได้”


องค์ท่านหลวงปู่ชอบบอกหลวงปู่บุญฤทธิ์ท่านเป็นพระเมืองกรุง ติดในรสชาติอาหารการขบฉันแบบคนเมือง ตอนมาอยู่ผาแด่นใหม่ๆ องค์ท่านใช้วิธีเอาอาหารละอาหารลองใจหลวงปู่บุญฤทธิ์

เวลาบิณฑบาตได้เนื้อได้ปลามาองค์ท่านจะกักไว้ไม่แบ่งให้หลวงปู่บุญฤทธิ์ได้ฉัน แต่ละวันหลวงบุญฤทธิ์ท่านจะฉันตำรากบอนใส่เกลือ หรือไม่ก็ผักจิ้มกับน้ำพริกกระเหรี่ยง พอฉันไปหลายวันท่านก็ท้องเสียถ่ายจนแสบท้องแสบไส้

เรียนถามหลวงปู่บุญฤทธิ์ถึงเรื่องนี้ ท่านบอก “เราก็รู้ว่าท่านอาจารย์ชอบฝึกความอดทนให้เราในเรื่องอาหาร เราไม่ออกปากให้ท่านฟัง อดทนเอาเพราะเราอยากได้ดี ยอมรับว่าตอนไปปฏิบัติกับท่านอาจารย์ชอบใหม่ๆ ตนเองยังติดขัดในเรื่องอาหารเพราะคุ้นเคยแต่อาหารคนเมือง

อยู่กับท่านอาจารย์ชอบ ฉันตำบอนใส่เกลือพอปะแล่มๆ ตำบอนกระเหรี่ยงมันเละเหมือนขี้ควาย ฉันเข้าไปเราถึงกับอาเจียนออกมา ฉันน้ำพริกกระเหรี่ยงนี่ท้องเสียถ่ายท้องอยู่หลายวัน ท่านอาจารย์ชอบบอกไม่ตายหรอกบุญฤทธิ์ ถ้าตายเพราะอาหารพวกนี้พวกกระเหรี่ยงพวกยางเขาตายไปก่อนท่านแล้ว”

หลวงปู่บุญฤทธิ์ถ่ายท้องจนไม่มีแรงเดินบิณฑบาต ท่านนอนซมไข้อยู่ที่พักหลายวัน มีวันหนึ่งลูกตาเสาร์ ชาวกระเหรี่ยงผาแด่นแต่งงาน ตาเสาร์เอาไก่ต้มตัวหนึ่งใส่บาตรให้องค์ท่านหลวงปู่ชอบ องค์ท่านหลวงปู่ชอบบิณฑบาตได้ไก่ต้มตัวนี้มา ท่านยกให้หลวงปู่บุญฤทธิ์ฉันทั้งหมด

องค์ท่านหลวงปู่ชอบบอก บุญฤทธิ์นี่ยาดี ฉันซ่ะจะได้หายป่วยหายไข้ ล้างท้องล้างไส้ตนเอง หลวงปู่บุญฤทธิ์ท่านฉันไก่ต้มที่องค์ท่านหลวงปู่ชอบยกให้ ปรากฏว่าหลังจากนั้นมาท่านจะฉันอาหารประเภทไหนก็ไม่เคยท้องร่วงอีกเลย องค์ท่านหลวงปู่ชอบจึงตั้งฉายาให้หลวงปู่บุญฤทธิ์ตอนอยู่ผาแด่นว่า “บุญฤทธิ์ไก่ต้ม”

เรื่องอาหารอีกเรื่องหนึ่งที่องค์ท่านหลวงปู่ชอบเล่าให้ฟังตอนจำพรรษาอยู่ที่ผาแด่นกับหลวงปู่บุญฤทธิ์


ท่านบอก “บิณฑบาตกับท่านบุญฤทธิ์ พวกยางเอาปิ้งขี่คันคาก (ปิ้งคางคก) ใส่บาตรให้เฮาโตหนึ่ง มื่อนั่นบิณฑบาตบ่ได้อีหยังนอกจากปิ้งขี่คันคากโตเดียว เฮาแบ่งปิ้งขี่คันคากทางขาโต้ย (ส่วนขาหลัง) ไห้ท่านบุญฤทธิ์ คันสิบอกว่าปิ้งขี่คันคากกะย่านท่านบุญฤทธิ์บ่กล้าฉัน เฮาบอกบุญฤทธิ์ เอ้านี่ปิ้งกบบกฉันซ่ะ

ฉันแล้วท่านบุญฤทธิ์ถามเฮา ท่านอาจารย์กบบกนี่มันเหมือนกับกบทั่วไปไหม เฮาบอกอยากเห็นมันเป็นโต๋จั่งใด๋กะไห่ไปเปิดไม่แป้นม่องล้างบาตรเบิ่ง อยู่นั่นมีกบบกอยู่โตหนึ่ง ท่านบุญฤทธิ์เปิดไม่แป้นเห็นขี่คันคาก ฮ้องขึ้นกับม่อง ท่านอาจารย์นี่มันคางคกนี่

เฮาว่า เออ...นั่นแหละกบบกมื่อหลังกะให้จำไว้ ที่ฉันไปแล้วกะปิ้งกบบกโตแบบนี่ล่ะ บุญฤทธิ์เฮ็ดหน่าเซ่เว่ปากบ่ออกตี้เพิ่น ฉันไปแล้วเด้ ฮากออก (อาเจียน) กะบ่ทัน”

เรื่องปิ้งกบบกที่ผาแด่นนี้เป็นเรื่องที่หลวงปู่ชอบท่านเล่าทีไร องค์ท่านจะหัวเราะจนน้ำตาเล็ดทุกครั้ง องค์ท่านจะขำหลวงปู่บุญฤทธิ์เวลาเล่าถึงเรื่องนี้ ลูกศิษย์รุ่นหลังอย่างพวกเราฟังแล้วก็พลอยขำขันไปกับองค์ท่าน

องค์ท่านหลวงปู่ชอบ “บุญฤทธิ์มาอยู่ผาแด่นใหม่ๆ บ่ฮู้จักทาก ทากอยู่ผาแด่นบ่แม่นของค่อยเด้ ใบไม้ไหวแต่ละครั้งชูหัวซาบราบปานถั่วงอก เฮาบอกท่านบุญฤทธิ์ลงไปตักน้ำอยู่ซำบ่อมาให้เฮาสรง ท่านบุญฤทธิ์กลับขึ้นมาถืกทากดูดเลือดตามแขนขาจนดำเบิ่ด

บุญฤทธิ์ถามเฮาอาจารย์อยู่บนดอยแบบนี้ก็มีปลิงเน๊าะ เฮาว่ามันบ่แม่นปลิงเด้บุญฤทธิ์มันเป็นทากกินเลือดคนคือกันกับปลิง ปลิงมันอยู่น้ำ ทากมันอยู่บก ม่องซุ่มๆ หม่อมบุญฤทธิ์เพิ่นจั่งฮู้ว่าทาก มื่อหลังลงไปตักน้ำหม่อมบุญฤทธิ์เพิ่นระวังทากปานหยัง”

คำพูดแต่ละคำที่องค์ท่านหลวงปู่ชอบกล่าวถึงหลวงปู่บุญฤทธิ์นั้น ศิษย์ผู้น้องอย่างพวกเราสัมผัสได้ใน “เมตตา” ของพ่อแม่ครูบาอาจารย์ที่ท่านมีต่อหลวงปู่บุญฤทธิ์ ปัณฑิโต


ท่านบอก “หลังจากอาจารย์ใหญ่มั่นฝากพระศาสนาให้เราสอนคนแทนท่าน บุญฤทธิ์เป็นลูกศิษย์องค์แรกที่เฮาฝึกฝน เฮาบ่ได้ฝึกท่านบุญฤทธิ์ให้มาเป็นพระเฝ้าวัด เฮาฝึกท่านบุญฤทธิ์ให้เป็นซ้างเผือกในพระศาสนา เฮาฝึกท่านบุญฤทธิ์ให้เป็นนาบุญของโลก”


รูปภาพ
ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต

รูปภาพ
หลวงปู่ชอบ ฐานสโม

(มีต่อ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ต.ค. 2020, 08:34 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 2137

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ
หลวงพ่อบัวคำ มหาวีโร

รูปภาพ
ท่านพ่อลี ธัมมธโร

รูปภาพ
หลวงปู่แว่น ธนปาโล


ปีพุทธศักราช ๒๔๙๖ พระคุณเจ้าหลวงปู่ชอบ ฐานสโม ท่านพาหลวงปู่บุญฤทธิ์ ปัณฑิโต หลวงพ่อบัวคำ มหาวีโร จำพรรษากับหลวงปู่แว่น ธนปาโล ที่วัดถ้ำพระสบาย ต.นาครัว อ.แม่ทะ จ.ลำปาง

หลวงปู่บุญฤทธิ์เล่าการปฏิบัติของท่านให้ฟัง ตอนจำพรรษาอยู่ที่วัดถ้ำพระสบาย กับองค์ท่านหลวงปู่ชอบ ฐานสโม

ตอนจำพรรษาอยู่วัดถ้ำพระสบาย หลวงปู่บุญฤทธิ์บอก เราเป็นอะไรก็ไม่รู้ธาตุขันธ์ตนเองแปรปรวน ฉันอะไรไปก็จะเกิดอาการง่วงนอนอย่างผิดปรกติ แต่ไหนแต่ไรท่านบอกเราก็ไม่เคยเป็นแบบนี้ บางครั้งนั่งฟังหลวงปู่ชอบพูดธรรมะให้ฟัง ตนเองเผลอหลับไปก็มี จนถูกหลวงปู่ชอบเอาฝ่ามือตบหัวให้ตื่น

หลวงปู่บุญฤทธิ์บอกวันที่ท่านแก้ธรรมเรื่องนี้ได้ หลังฉันข้าวแล้วท่านเอาบริขารหลวงปู่ชอบไปเก็บในที่พักขององค์ท่าน


หลวงปู่ชอบบอกหลวงปู่บุญฤทธิ์ให้เลือกเอาหน้าผาถ้ำพระสบายตรงไหนสูงที่สุด ให้ขึ้นไปภาวนาอยู่บนนั้น ถ้าเผลอสติหลับเมื่อไหร่ก็ให้ตกลงมาตายเลย เราจะเผาศพให้ท่านเอง

หลวงปู่บุญฤทธิ์ท่านขึ้นไปภาวนาบนหน้าผาถ้ำพระสบาย ท่านเลือกเอาหน้าผาจุดสูงสุดของถ้ำพระสบายเป็นที่นั่งภาวนา...ท่านว่า เราบอกกับตนเอง เห็นไหมหน้าผาข้างล่างมีแต่โขดหิน ถ้าตกลงไปเมื่อไหร่ก็ตายเมื่อนั้น

จากนั้นท่านตั้งสติภาวนาอยู่บนหน้าผา ท่านว่าไม่กี่นาทีจิตท่านพรวดลงฐานสมาธิทันที สติของท่านมั่นคงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พอจิตพักอิ่มตัวเต็มที่แล้ว ท่านบอกเราถอนออกจากอัปปนาสมาธิพิจารณากำหนดดูกายตนเอง...ท่านบอกเรากำหนดพิจารณาหนังบริเวณหน้าอกของตนเอง พอเราจ่อจิตเข้ามาพิจารณาตรงนี้ จิตของเรากระซากหนังออกจากกายทั้งหมด เห็นเนื้อตนเองแดงเถือกดั่งเนื้อสดที่ขายในตลาด...ท่านเดิน “ปัญญา” เข้าพิจารณาใน “กายธรรม” ท่านบอกเราใช้เวลาประมาณสี่-ห้าชั่วโมงพิจารณาเข้าออกในธรรม จิตเราเกิด “ปัญญา” รู้แจ้งเห็นโทษของ “กามคุณ” จิตเกิดปัญญา “ถอนกามคุณ” ออกทั้งหมดจนสิ้นซาก...ท่านบอก พอจิตเราถอนกามคุณออกไปหมดแล้ว จิตเราสว่างไสวอย่างที่ไม่เคยเป็น จิตรวมใหญ่ประกาศแจ้งภูมิตนเอง จากนี้ไปเราไม่ได้เกิดในท้องใครอีกแล้ว


พอเย็นตะวันจวนตกดิน หลวงปู่บุญฤทธิ์บอกเราลงจากหน้าผามาหาพ่อแม่ครูอาจารย์ชอบ ตอนนั้นองค์ท่านหลวงปู่ชอบกำลังเดินจงกรมอยู่บริเวณหน้าถ้ำพระสบาย พอหลวงปู่ชอบเห็นก็หยุดเดินจงกรมถามท่าน เป็นยังไงบุญฤทธิ์...ท่านบอกหลวงปู่ชอบ กระผมสบายแล้วขอรับท่านอาจารย์...หลวงปู่ชอบถามท่าน สบายเป็นยังไง...หลวงปู่บุญฤทธิ์ท่านเล่าความในที่เกิดขึ้นกับท่านตอนภาวนาอยู่บนหน้าผาให้องค์ท่านหลวงปู่ชอบฟังทั้งหมด...หลวงปู่บุญฤทธิ์บอก “ท่านอาจารย์ชอบบอกผม รู้แล้วใช่ไหมบุญฤทธิ์ว่าพระสบายเป็นยังไง ของหยาบมันหมดแล้ว จากนี้ไปให้ท่านจับเงื่อนนามธรรมพิจารณาเข้าออกให้ช่ำชอง ท่านก็จะรู้ว่า พระสบายที่สุดเป็นยังไง ทุกอย่างท่านจะรู้แจ้งแก่ใจตนเอง โดยไม่ต้องแบกความสงสัยไปถามใครอีก”


หลวงปู่บุญฤทธิ์บอก “ตอนพ่อแม่ครูบาอาจารย์ชอบพาผมมาแวะพักที่ถ้ำพระสบาย ผมได้รู้จักกับท่านอาจารย์ลี (ท่านพ่อลี ธัมมธโร) อยู่ที่นี่”

ระหว่างท่านพ่อลีพักอยู่ถ้ำพระสบาย ท่านก็มาดูแลพ่อแม่ครูอาจารย์ชอบร่วมกันกับพวกผม อาจารย์ลีท่านอ่อนอายุพรรษากว่าท่านอาจารย์ชอบหลายปี อาจารย์ลีท่านเป็นสหายธรรมกับท่านอาจารย์แว่น (หลวงปู่แว่น ธนปาโล) อาจารย์ลีท่านเคารพท่านอาจารย์ชอบมาก แต่ละวันอยู่ด้วยกันท่านอาจารย์ลี ท่านอาจารย์แว่นจะพากันมาสรงน้ำ นวดเฟ้น ทายาให้ท่านอาจารย์ชอบเหมือนกับพวกผม

ท่านอาจารย์ลีบอก บุญฤทธิ์ถ้าท่านไม่มีอาจารย์ชอบเป็นอาจารย์ ชีวิตธรรมของท่านจะหาจุดหมายไม่เจอ ผมได้สนทนาธรรมกับท่านอาจารย์ลี รู้สึกเคารพยำเกรงในธรรมของท่าน ผมรู้สึกผูกพันกับท่านอาจารย์ลีมาก วาสนาของผมกับท่านพ่อลีมีด้วยกันเมื่อในอดีต

“เรียนถามพ่อแม่ครูอาจารย์ชอบ ท่านบอก บุญฤทธิ์ท่านเคยเป็นข้าพระบาทพระเจ้าอโศกมาก่อน ท่านจึงเคารพยำเกรงในท่านอาจารย์ลี”

อาจารย์ชอบท่านอธิบายความนัยเรื่องท่านอาจารย์ลีให้ผมทราบเชิงลึก พ่อแม่ครูอาจารย์ชอบบอก อาจารย์ลีท่านคือพระเจ้าอโศกฯ ผู้พิทักษ์รักษาพระศาสนาให้พวกเรา

“ตัวผมก็รู้ตัวเองในเรื่องนี้ แต่อยากให้ท่านอาจารย์ชอบรับรองความรู้ของตนเอง จากนั้นมาผมก็ไม่สงสัยที่มาของท่านพ่อลีเลย”


ที่บ้านกะเหรี่ยงแม่เมืองหลวง อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน หลวงปู่บุญฤทธิ์ท่านก็เคยไป ท่านบอกในบรรดาลูกศิษย์พ่อแม่ครูอาจารย์ชอบ เราเป็นลูกศิษย์องค์แรกที่เข้าไปที่นั่น

เราไปบ้านกะเหรี่ยงแม่เมืองหลวง เมืองปาย ตอนนั้นมันมีบ้านอยู่ประมาณสิบกว่าหลังคาเรือน บ้านกะเหรี่ยงแม่เมืองหลวงนี้ เป็นอีกที่แห่งหนึ่งที่หลวงปู่ชอบท่านเคยเหยียบเท้าก้าวเข้าไปอยู่ตั้งแต่ก่อนสมัยสงครามโลกครั้งที่สองจะปะทุร้อน

บ้านกะเหรี่ยงดอยมะโนรา จ.แม่ฮ่องสอน หลวงปู่บุญฤทธิ์ว่าท่านก็เคยไปอยู่ ท่านว่าที่แห่งนี้ท่านอาจารย์เทสก์ (หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี) ท่านอาจารย์ชอบ ก็เคยไปอยู่พักภาวนา หลวงปู่บุญฤทธิ์ว่าลงจากดอยบ้านกะเหรี่ยงมะโนรา ท่านก็เข้ามาอยู่บ้านใหม่ ชานเมืองแม่ฮ่องสอน ท่านว่าที่นี่แต่ก่อนมันเป็นค่ายที่พักทหารญี่ปุ่น ก่อนจะเข้าไปตีประเทศพม่าเมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง

หลวงปู่บุญฤทธิ์ท่านบอกตอนไปจำพรรษาที่แม่ฮ่องสอน ตอนไปสร้างวัดจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าบ้านใหม่ (วัดป่าสนามบิน) ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ท่านเกิดอาพาธเป็นไข้ป่ามาลาเรียกำเริบหนัก จน “จิตทิ้งขันธ์ห้า” ถ้าพูดภาษาชาวบ้านคือ จิตออกจากร่าง หรือ วิญญาณออกจากร่าง จนตัวตายคืน (ตายแล้วฟื้น) ท่านว่าไข้ป้างไข้ป่ามาลาเรียของเราเป็นประเภทแบบหนาวสั่นเหมือนหัวใจถูกแช่เย็นไว้ในน้ำแข็ง เวลาพิษไข้ป้างไข้ป่ามาลาเรียนี้มันกำเริบเสิบสานขึ้นมา ท่านจะมีอาการหนาวสั่นจากข้างในจนหัวใจเจ้าของจะขาดรอนชีวิต

ท่านว่า ตอนนั้นเราฉันอะไรเข้าไปก็จะอ้วกแตกอ้วกแตนออกมา จนขี้เพี้ยน้ำถุงดีมันแตกเรื่ยคอขมไปหมด ยาอะไรที่มีฉันไปเท่าไหร่ก็เอาพิษไข้ป้างมันไม่อยู่ ไม่หายขาดซักที พอกายาธาตุยาโลกเอาไม่อยู่ ท่านเลยวางธรรมรักษาด้วยใจยากรรมฐาน หลวงปู่บุญฤทธิ์ท่านก็วางลงปลงตายตนเองปล่อยให้กายาธาตุทำหน้าที่ของมันไปในไตรลักษณ์

ท่านบอกเราปล่อยวางขันธ์ห้าของตนเองลง เอาจิตตนเองทรงไว้ในภูมิ แยกรูปแยกนามออกจากกัน ตัดสัญญาอุปาทานสะพานเวทนาออกจากขันธ์ห้าทั้งหมด ให้จิตเป็นจิต ให้กายเป็นกาย

ทั้งสองฝ่ายอย่าร้างแยกทางกันใน “อุปาทาน” อย่างสิ้นเชิง ไม่มีอะไรมาผูกมัดกันให้รำพันอาลัย

หลวงปู่บุญฤทธิ์ “ให้มีสติกำกับจิตของตนเองไว้อย่างเดียว ให้จิตปล่อยวางในธาตุสี่ขันธ์ห้าของตนเองลงไป อย่าเอาใจนี้ไปถือในเวทนา ตัดสะพานอุปาทานออกไปให้หมด มีสติคุมใจให้เป็นจิต พอวางอุปาทานทุกอย่างไปได้หมดแล้ว จิตมันก็จะไม่ยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องกับอะไร”

พอจิตแยกอุปาทานในธาตุขันธ์แล้ว จิตของท่านดีดออกจากขันธ์ห้าทันที จิตทิ้งขันธ์ห้าที่ชาวบ้านเรียกว่า จิตออกจากร่าง หรือ วิญญาณออกจากร่าง จิตออกมายืนดูกายนอนตายเหมือนท่อนฟืนที่ถูกเจ้าของทิ้งขว้างไม่อาลัย จิตเราออกมาดูความตายระหว่างกายกับจิต ขณะนั้นจิตเห็นธรรมอันเป็นไตรลักษณ์ ท่านว่าจิตเรารำพึงธรรมขึ้นมาภายใน “ตายแล้วมันเป็นอย่างนี้นี่หนอ” พอจิตขาดจากฉันทะยินดีในกายแล้ว ธรรมแท้ก็แสดงซากเหม็นเน่าเจ้าของขึ้นมาให้รู้

ท่านบอก “ผมไม่มีอาการสะดุ้งหวาดกลัวอะไรจากการตายของตนเองเลย จิตมันอาจหาญในบุญของตนเองเป็นอย่างมาก”

หลวงปู่บุญฤทธิ์บอกขณะจิตท่านดูร่างกายตายเน่าของตนเองอยู่นั้น มีโยมชาวบ้านใหม่สองคนเดินคุยกันผ่านมาทางกุฏิที่ท่านพัก ท่านเร้นโยมโดยเข้าไปบังในหินก้อนหนึ่งในวัดป่าบ้านใหม่...ท่านบอก

“ก้อนหินไม่เป็นอุปสรรคในการเข้าไปอยู่ของจิตเลย ผมถึงรู้ว่าพวกผีสิงผีแทรกมันเข้าคนได้ยังไง อำนาจจิตฤทธิ์ฌานอภิญญาของท่านผู้ทรงฤทธิ์ทรงคุณที่ทะลุทะลวงเข้าไปในวัตถุมงคลต่างๆ ที่ท่านอธิษฐานจิตนั้นมันเป็นอย่างนี้นี่เอง ผมหายสงสัยในเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี ๒๕๐๖”

หลวงปู่บุญฤทธิ์ “เราจึงเข้าใจในพวกกายทิพย์ ภูตผีเทวดาว่า พวกนี้เขาจะแทรกซึมซ่อนตนอยู่ในสิ่งหยาบเหล่านี้ได้ยังไง”

ท่านพระอาจารย์ธรรม “ช้างเผือกผาแด่น” หลวงปู่บุญฤทธิ์บอก หลังโยมชาวบ้านใหม่สองคนนี้เดินผ่านไป ท่านรำพึงว่าเมื่อเราตายแล้วขอไปกราบลาพ่อแม่ครูบาอาจารย์ที่ตนเองเคยปฏิบัติกับท่านมาก่อน ท่านว่าตอนนั้นเราอยากไปกราบสรีระสังขารของท่านพ่อลี ธัมมธโร ที่วัดอโศการาม จ.สมุทรปราการ ท่านว่าเพียงระลึกรำพึงใจแค่นี้จิตเราก็ลอยลิ่วไปในนภาอากาศจากบ้านใหม่ แม่ฮ่องสอน มาวัดอโศการาม สมุทรปราการ เหมือนลัดนิ้วหมุนมือ

ขณะจิตลอยตนอยู่เหนืออากาศ ท่านมองลงมาดูข้างล่างวัดอโศการาม ท่านว่าเรามองเห็นทุกอย่างอยู่ข้างล่างเหมือนกับเราอยู่บนเครื่องบินแล้วมองลงมาดูข้างล่าง ต่างแต่ตาจิตมันละเอียดกว่าตาเนื้อ ตาเนื้อไม่สามารถมองผ่านสิ่งมุงบัง แต่ตาจิตนั้นมันสามารถมองเห็นผ่านสิ่งที่หลังคาบังตาอยู่


หลวงปู่บุญฤทธิ์ท่านบอก “ผมระลึกถึงท่านอาจารย์ลี กำหนดไปกราบสรีระสังขารของท่านอาจารย์ลี จิตตนเองไปทางอากาศ เราลอยอยู่บนอากาศ มองจากข้างบนลงไปดูที่วิหารเห็นสรีระสังขารของท่านอาจารย์ลีบรรจุไว้ในหีบศพ พอเห็นเช่นนี้จิตเราว่าไม่สมควรที่เราจะมาลอยตนอยู่เหนือสรีระสังขารของพ่อแม่ครูบาอาจารย์ เราจึงน้อมจิตของตนเองลงไปในวิหารเพื่อกราบสรีระสังขารของท่านอาจารย์ลี ตนเองกราบลาสรีระสังขารของท่านเพื่อจะลาละขันธ์ หลังกราบสรีระสังขารของท่านอาจารย์ลีแล้ว จิตเราได้พิจารณาในบุญวาสนาตนเองว่าจะไปข้างหน้า หรือจะมาคืนหลัง ทางข้างหน้าเราก็รู้ที่หมายในจิตตนว่าจะไปทางไหน ทางคืนหลังกายาธาตุของตนเองนั้นยังอบอุ่นในการสร้างบุญบารมี ขณะจิตเรากำลังพิจารณาในเรื่องนี้นั้นอยู่บนอากาศ ก็ได้ยินเสียงท่านอาจารย์ชอบดังขึ้นฟ้า”

“จะรีบไปตายทางไหนบุญฤทธิ์ กลับเดี๋ยวนี้ พอได้ยินเสียงพ่อแม่ครูอาจารย์ชอบว่า จิตเรากำหนดตามรู้ในเสียงนั้นทันที เห็นท่านอาจารย์ชอบอยู่บ้านโคกมน ท่านบอก บุญฤทธิ์กลับไปเป็นเจ้าอาวาสก่อนอย่าพึ่งไปไหน เรานิมนต์ท่านกลับไปเป็นเจ้าอาวาสก่อน สิ้นเสียงท่านอาจารย์ชอบ จิตเราพรวดเดียวกลับคืนครองธาตุขันธ์ปัจจุบันของตนเองทันที”

รูปภาพ
สรีระสังขาร “ท่านพ่อลี ธัมมธโร” หลังท่านได้มรณภาพอย่างสงบ
เมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๐๔ เวลาประมาณ ๐๒.๐๐ น.
ณ กุฏิของท่าน วัดอโศการาม สิริอายุรวมได้ ๕๕ ปี พรรษา ๓๓


รูปภาพ
จากซ้าย : พระโสภณคุณาธาร (หลวงปู่มหาเนียม สุวโจ),
พระวิจิตรธรรมภาณี (หลวงปู่สิงห์ สุขปัญโญ),
พระสุธรรมคณาจารย์ (หลวงปู่แดง ธัมมรักขิโต)
และพระครูญาณวิศิษฏ์ (ท่านพ่อเฟื่อง โชติโก)
บันทึกภาพร่วมกันในงานบำเพ็ญกุศลศพและสวดมนต์อุทิศถวาย
พระสุทธิธรรมรังสีคัมภีรเมธาจารย์ (ท่านพ่อลี ธัมมธโร)
ณ วัดอโศการาม ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

(มีต่อ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ต.ค. 2020, 08:34 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 2137

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ
พระอาจารย์สมบูรณ์ กันตสีโล

รูปภาพ
หลวงพ่อเปรื่อง ฐานังกโร


สมัยอยู่ภูเรือ บ้านบง หลวงปู่บุญฤทธิ์ว่าหน้าฝนจะมีเห็ดป่าเกิดขึ้นในวัดเป็นจำนวนมาก มีพระจากขอนแก่นชื่อ อาจารย์สมบูรณ์ พาเณรมาพักอยู่บ้านบงด้วยกัน อาจารย์สมบูรณ์ ขอนแก่น (คนละองค์กับพระอาจารย์สมบูรณ์ กันตสีโล ชาติตระการ พิษณุโลก) ท่านเห็นเห็ดแตกหัวแทงดินออกมาเยอะ เลยบอกให้โยมไปเก็บเอาเห็ดป่าเหล่านี้มาทำนึ่งแกงถวายเป็นกัปปิยะจังหันพระเณร

หลวงปู่บุญฤทธิ์ท่านว่า พอพระเณรฉันแกงเห็ดกันแล้ว ตกสายมาก็พากันเกิดอาการปวดเกล้าเมาหัวอาเจียนกันออกมา ยาอะไรกินไปก็เอาไม่อยู่ อาการแบบนี้ท่านว่าเกิดขึ้นเฉพาะพระเณรกับโยมที่พากันกินนึ่งแกงเห็ด ผู้กินมากก็ฮากแตกฮากแตน ขี้ร้องท้องไหลกันออกมามาก ผู้กินน้อยก็เกิดอาการปวดหัวมัวเกล้าน้อยกว่า ส่วนหลวงปู่บุญฤทธิ์นั้นท่านบอก เราฉันกับเขาเพียงแค่นิดหน่อย เลยมีอาการแค่ขี้ไหลถ่ายท้องไม่ถึงขั้นฝังดินเป็นซอมบี้ผีดิบเหมือนคนอื่นเขา

เรื่องเมาเห็ดเมาหัวแบบนี้ หลวงปู่บุญฤทธิ์ว่าหลวงปู่ชอบสั่งท่านไว้ที่บ้านบง ถ้าใครกินเห็ดแล้วเกิดอาการเมาแพ้ วิธีแก้หลวงปู่ชอบท่านบอกให้เอาคนนั้นไปนอนฝังดินไว้ให้เหลือแต่คอพอได้หายใจ วิธีรักษาอาการเมาเห็ดแบบธรรมป่ายากรรมฐานนี้ พวกที่เมาเห็ดป่าบ้านบงโยมเขาก็พากันเอาไปขุดฝังหลุมเป็นแบบซอมบี้ผีดิบเหลือโผล่แค่คอพอได้หายใจ ผ่านไปหลายชั่วโมงอาการเมาเห็ดแบบบ่แซบบ่นัวที่ว่านี้ก็ค่อยผ่อนคลายหายไปเอง สูตรรักษาแบบโบราณนี้หลวงปู่ชอบท่านเรียกว่า แม่ธรณีรักษา

หลวงพ่อบุญฤทธิ์ว่าอยู่บ้านบง ท่านอาจารย์ชอบจะพาท่านบัวคำ (หลวงพ่อบัวคำ มหาวีโร อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าสัมมานุสรณ์) เข้ามาเยี่ยมปฏิบัติกับเราปีละสองครั้ง นอกนั้นพ่อแม่ครูอาจารย์ท่านก็จะพาลูกศิษย์ขึ้นไปเที่ยววิเวกทางภาคเหนือ เชียงใหม่-ลำปาง บางปีท่านอาจารย์ชอบก็จะพาลูกศิษย์เที่ยววิเวกอยู่ทางเมืองเลย หรือไม่ก็จะไปหล่มสัก เพชรบูรณ์ เยี่ยมเยียนสอนธรรมอาจารย์เปรื่อง (หลวงพ่อเปรื่อง ฐานังกโร วัดสันติวัฒนา อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์)


อยู่บ้านบง ภูเรือ หลวงปู่บุญฤทธิ์ว่าสบาย ส่วนมากท่านจะอยู่ปฏิบัติเพียงลำพังเป็นเอกาพญาองค์เดียว พ่อแม่ครูอาจารย์ท่านจะไม่ค่อยให้ใครเข้ามารบกวน ยุ่งยิงสุงสิงอะไรกับเรานัก ท่านว่า “พ่อแม่ครูอาจารย์ท่านรู้นิสัยว่าเรามักพักในฌาน อาจารย์ชอบท่านจึงสั่งไม่ให้ใครเข้าไปวุ่นวายอะไรกับเรา”

หลวงปู่บุญฤทธิ์ “อยู่บ้านบง พ่อเสน (นายเสน วงค์ราช) ลูกศิษย์ท่านอาจารย์ชอบ เป็นผู้ดูแลเรา สมัยนั้นพ่อเสนแกเป็นเศรษฐีท้องถิ่น มีรถสองแถววิ่งประจำทางระหว่างบ้านบงกับเมืองเลย มีธุระอะไรในเมืองเลย-โคกมน เราก็จะนั่งรถสองแถวของพ่อเสนไป”

รูปภาพ
หลวงปู่หลุย จันทสาโร

รูปภาพ
หลวงปู่คำดี ปภาโส

รูปภาพ
หลวงปู่ซามา อาจุตฺโต

รูปภาพ
พระอาจารย์เดช เตชวัณโณ


หลวงปู่บุญฤทธิ์ว่าส่วนมากไปเมืองเลย ท่านก็จะไปปฏิบัติกับหลวงปู่หลุย จันทสาโร ที่ภูบ่อบิด หรือไม่ก็ไปพักอยู่กับหลวงปู่คำดี ปภาโส ที่วัดถ้ำผาปู่ ไปปฏิบัติกับหลวงปู่ซามา อาจุตฺโต ที่บ้านไร่ม่วง หรือไม่ก็เข้าไปพักอยู่ปฏิบัติกับองค์ท่านหลวงปู่ชอบ ที่วัดป่าท่าสวย บ้านวังม่วง เอราวัณ ตอนหลังพอองค์หลวงปู่ชอบท่านสร้างวัดป่าสัมมานุสรณ์ บ้านโคกมน ขึ้นมา หลวงปู่บุญฤทธิ์ท่านก็จะมาพักปฏิบัติอยู่กับองค์ท่านหลวงปู่ชอบอยู่ที่นี่

หลวงปู่บุญฤทธิ์ว่า มาหาหลวงปู่หลุยที่ภูบ่อบิด แต่ละครั้งขากลับบ้านบง หลวงปู่หลุยท่านก็จะบอกแม่สำเนียง (คุณนายสำเนียง บับภาวัน) ซื้อยาแก้ไข้แก้ไอ ปลาเค็ม น้ำปูน้ำปลา น้ำตาลชากาแฟ ฝากพ่อเสนบ้านบง เพื่อทำถวายท่าน


ครั้งสุดท้ายอยู่บ้านบง ภูเรือ ปีพุทธศักราช ๒๕๐๙ หลังเสร็จงานทำบุญฉลองศาลาวัดป่าม่วงไข่ ต.สานตม แล้ว หลวงปู่ชอบท่านให้หลวงปู่บุญฤทธิ์กลับขึ้นไปอยู่เชียงใหม่ ที่บ้านกะเหรี่ยงดอยผาแด่นอีกครั้ง การกลับขึ้นไปอยู่ที่เชียงใหม่ครั้งนี้ หลวงปู่บุญฤทธิ์ท่านได้ไปจำพรรษาและบูรณะสำนักสงฆ์ตามรอยธรรมครูบาอาจารย์ที่บ้านผาเด็ง (วัดป่าธรรมิการาม บ้านผาเด็ง ต.ป่าแป๋ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ปัจจุบัน พระอาจารย์เดช เตชวัณโณ พระเหลนชายขององค์ท่านหลวงปู่ชอบ เป็นเจ้าอาวาส)

รูปภาพ
หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม

รูปภาพ
หลวงปู่สาม อกิญจโณ

รูปภาพ
หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร


ภูดอยป่าผาเด็งแห่งนี้ หลวงปู่บุญฤทธิ์ท่านว่า ในอดีตหลวงปู่ชอบท่านเคยไปพักภาวนาอยู่กับหลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม และต่อมาก็มีหลวงปู่สาม อกิญจโณ หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร ตามเข้าไปพักภาวนาอยู่ที่นั่น


ท่านว่าตอนเราจำพรรษาอยู่กับหลวงปู่ชอบที่บ้านกะเหรี่ยงผาแด่น ปีพุทธศักราช ๒๔๙๓ เวลาเดินจงกรมเรามักจะได้ยินเสียงร้องวีดๆ วูดๆ เหมือนหวูดรถไฟดังมาจากทางดอยผาเด็ง ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันเท่าไรนักกับดอยผาแด่น ท่านว่า “เวลาเดินจงกรม เรามักจะได้ยินเสียงดังแบบนี้อยู่หลายครั้ง ก็เลยถามท่านอาจารย์ชอบว่า พ่อแม่ครูอาจารย์เสียงที่กระผมได้ยินวีดๆ วูดๆ นี้มันคือเสียงอะไร ท่านอาจารย์ชอบบอกเสียงพญานาคเขามาอนุโมทนาบุญกับความเพียรของท่าน”

ที่ดอยผาเด็ง หลวงปู่บุญฤทธิ์ว่า ท่านนิมิตเห็นพระผู้สง่างามมีรัศมีอันเปล่งปลั่งองค์หนึ่ง ลักษณะคล้ายกันกับพระพุทธเจ้าประทับนั่งบนทิพย์บัวอาสน์นิพพาน อยู่บนดอยผาเด็ง พอลงจากดอยผาเด็งไปกราบเยี่ยมหลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม ที่วัดป่าแม่แตง (วัดป่าอาจารย์ตื้อ) หลวงปู่บุญฤทธิ์ท่านได้นำนิมิตในเรื่องนี้ไปกราบเรียนให้หลวงปู่ตื้อทราบเพื่อให้องค์ท่านพิจารณา

องค์ท่านหลวงปู่ตื้อบอกหลวงปู่บุญฤทธิ์ “ที่ท่านบุญฤทธิ์เห็นในนิมิตนั้นคือ พระปัจเจกพุทธเจ้า ท่านมานิพพานอยู่บนดอยแห่งนี้ เรื่องนี้เรากับท่านอาจารย์ชอบก็ทราบกันมาก่อนแล้ว”


ลงจากจำพรรษาที่ดอยผาเด็ง หลวงปู่บุญฤทธิ์ท่านกลับมาอยู่บ้านกะเหรี่ยงดอยผาแด่น พอหลวงปู่ชอบท่านส่งพระขึ้นมาพักเปลี่ยนที่บ้านกะเหรี่ยงดอยผาแด่น หลวงปู่บุญฤทธิ์ท่านก็ออกเที่ยววิเวกไปทาง จ.แม่ฮ่องสอน ท่านไปพักอยู่กับชาวไทยใหญ่ บ้านถ้ำลอด อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน

บ้านถ้ำลอด ตอนไปพักอยู่ท่านว่ามันยังไม่ได้เป็นวัดวาถาวรอะไรเหมือนกับในสมัยนี้ ตอนนั้นถ้ำลอด ปางมะผ้า เป็นเพียงที่พักผ่านของพระโยคาวาจรท่านธุดงค์แวะเข้ามาพักภาวนาเท่านั้น ท่านไปที่นี่เพราะตามเส้นรายสายทางเที่ยววิเวกของครูบาอาจารย์หลวงปู่ชอบท่านผ่านไปพักภาวนาก่อนจะเข้าไปเที่ยววิเวกจำพรรษาอยู่ที่ประเทศพม่า ก่อนสมัยสงครามโลกครั้งที่สองจะระอุ


รูปภาพ
:b50: :b49: แถวหน้า จากซ้าย : พระอาจารย์สมัย ธัมมโฆสโก, พระอาจารย์ประสิทธิ์ ฉันทาคโม,
พระอาจารย์ไพโรจน์ วิโรจโน และพระอาจารย์ประสิทธิ์ ปุญญมากโร

:b50: :b49: แถวหลัง จากซ้าย : พระอาจารย์บุญมา ฐิตธัมโม,
พระอาจารย์เดช เตชวัณโณ และพระอาจารย์เจริญ จัตตสัลโล

ในงานทำบุญฉลองศาลา สำนักสงฆ์ป่าเมี่ยงแม่สาย
บ้านแม่สาย ต.โหล่งขอด อ.พร้าว จ.เชียงใหม่
เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๑ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๓

หมายเหตุ : ใต้ฐานพระประธานองค์ใหญ่ในภาพ
พระอาจารย์คำบ่อ ฐิตปัญโญ ได้บรรจุอัฐิของ
พระอาจารย์มหาสุด (ไม่ทราบนามฉายา)
ซึ่งเป็นพระพี่ชายของพระอาจารย์ประสิทธิ์ ฉันทาคโม

(มีต่อ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ต.ค. 2020, 08:34 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 2137

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ต.ค. 2020, 08:34 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 2137

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b44: ประวัติและปฏิปทา “หลวงปู่บุญฤทธิ์ ปัณฑิโต”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=21313

:b44: รวมคำสอน “หลวงปู่บุญฤทธิ์ ปัณฑิโต”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=59298

:b44: ประมวลภาพ “หลวงปู่บุญฤทธิ์ ปณฺฑิโต”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=38&t=36578


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ต.ค. 2020, 23:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 มิ.ย. 2007, 13:49
โพสต์: 748


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:

.....................................................
ทำความดีทุกๆ วัน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 ต.ค. 2020, 08:29 
 
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2012, 15:32
โพสต์: 1899


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 7 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 6 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร