วันเวลาปัจจุบัน 24 ส.ค. 2019, 03:20  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=7



กลับไปยังกระทู้  [ 3 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ม.ค. 2016, 10:17 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4868

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

หลวงปู่จันทร์ศรี จันททีโป
วัดโพธิสมภรณ์
อ.เมือง จ.อุดรธานี



“พุทโธ” ก็แปลว่า “รู้” รู้จักบาป รู้จักบุญ รู้จักคุณ
รู้จักโทษ รู้จักทราม รู้จักละความชั่ว รู้จักทำความดีให้เกิดมีขึ้น
รู้จักชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ผ่องใสสะอาด


พุทโธก็แปลว่า รู้ รู้ว่า รู้บาป บาปไม่ดี เป็นทุกข์
คือ “อกุสลาธมฺมา” น่ะเป็นฝ่ายบาป
อกุสลาธมฺมา ก็ได้แก่ ความโลภ ความโกรธ ความหลง
อวิชชาตัณหาที่มันพาเราทุกข์ยากนั่นตัวอกุสลาธมฺมา

ส่วน “กุสลาธมฺมา” ก็ได้แก่สติปัญญานั่นแหละ
มีศีล สมาธิ ปัญญา ทาน ศีล ภาวนา มีสติ มีปัญญา มีศรัทธา
ความเชื่อความเลื่อมใสในคุณพระรัตนตรัย
ว่าพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ นี้แหละเป็นของประเสริฐเลิศแท้
เป็นนิยานิกธรรมแท้ คือ พระพุทธเจ้าเพิ่นสอนให้ละกิเลส
แล้วให้ทำคุณงามความดี สร้างบุญสร้างกุศล

คือให้ทาน รักษาศีล ภาวนา กำหนดอานาปานสติ
ลมเข้าพุทโธ ลมออกพุทโธให้จิตตั้งมั่นแน่วแน่
ปล่อยวางซึ่งสัญญาอารมณ์ต่างๆ ภายนอก เรื่องดีเรื่องชั่ว
เรื่องอดีต อนาคต เรื่องของตนและคนอื่น ละหมด
ให้กำหนดรู้ปัจจุบัน ปัจจุบันคือ ลม นั่นน่ะ

ตัวสติ คือ ลมนี่น่ะ ลม คือ ตัวปัจจุบันธรรม
ตัวธรรมน่ะก็คือ ลม น่ะแหละ ทีนี้ใจของเรามันไม่อยู่ในลมน่ะ
มันไม่ตั้งอยู่ในลม มันเถลไถลไปไหนก็ไม่รู้
ถ้าใจอยู่ในพุทโธ ลมเป็นหนึ่ง
เป็นเอกัคคตารมณ์น่ะเย็นสบาย เป็นสุข


นี่ ตัวพระธรรมก็คือ ทาน ศีล ภาวนา
ศีล สมาธิ ปัญญา ใจอยู่ศีล อยู่ในธรรม
ใจมั่นอยู่ในสมาธิ ก็อยู่ในธรรม ใจมีปัญญา

ละสิ่งที่ไม่ดีในหัวใจของเรา มีปัญญารู้เท่าทันกิเลส
คือ ความโลภมันเกิดขึ้น ความโกรธมันเกิดขึ้น
ก็รู้จักดับมัน รู้จักละมัน รู้จักปล่อยรู้จักวาง
ก็เรียกว่า หมั่นละ หมั่นอาศัยความอดทน
เมื่อสิ่งใดที่มันไม่ดีล่ะก็มีปัญญาหรือมีสัญญามรรคข่มมันไว้
ข่มมันไว้ ข่มมันได้ อดทนเอา ข่มมันไว้ด้วย
ไม่ให้มันไป มันโกรธขึ้นมาก็อดเอา ทนเอา
โกรธก็ให้โกรธอยู่ในหัวใจไม่ให้ไปฆ่าไปตีไปด่าว่าร้ายคนอื่น
โกรธอยู่ในหัวใจของเราคนเดียว มันเป็นทุกข์อยู่คนเดียวเดี๋ยวก็ดับ

นี่เพิ่นว่า คือ มันมีปัญญา มีสติ มีสมาธิ มีปัญญา
รู้ทันกิเลสเกิดขึ้น ความโลภเกิดขึ้นก็รู้
ความโกรธเกิดขึ้นก็รู้ ความหลงเกิดขึ้นก็รู้
รู้แล้วก็รู้ก็ละด้วย อันนี้เพิ่นว่า แปลว่า “ผู้มีกุสลาธมฺมา”
“ผู้สวดกุสลาธมฺมา”
กุสลาธมฺมา แปลว่า มีปัญญา
ผู้มีปัญญานั่นล่ะละความโลภ ความโกรธ ความหลง
ให้เบาบางห่างออกจากใจได้ ผู้มีปัญญานั้นให้ทานได้
ผู้มีปัญญารักษาศีลได้ ผู้มีปัญญาน่ะสร้างบุญสร้างกุศล
ไหว้พระสวดมนต์นั่งสมาธิภาวนา ใจสงบตั้งมั่นเป็นสมาธิได้



:b44: :b44:


ส่วนหนึ่งจากพระธรรมเทศนาหัวข้อ
“คุณธรรมเทวดา”



:: ประวัติปฏิปทาและคำสอน “หลวงปู่จันทร์ศรี จันททีโป”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?t=38762

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 ม.ค. 2016, 20:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 2080


 ข้อมูลส่วนตัว


น้อมกราบองค์หลวงปู่เจ้าค่ะ
:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 มิ.ย. 2017, 07:34 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1738

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b39: :b44: ขออนุโมทนา สาธุๆๆ ค่ะ
:b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 3 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 8 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร