วันเวลาปัจจุบัน 19 ต.ค. 2019, 07:18  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=7



กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 ต.ค. 2015, 16:46 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 2174


 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

ตอน “เตือนสติ”
จากกัณฑ์...คารวะ

:b50: :b49: :b50:

พระธรรมเทศนาพระครูอดิสัยคุณาธาร (หลวงพ่อสีทน สีลธโน)
วัดถ้ำผาปู่ ตำบลนาอ้อ อำเภอเมือง จังหวัดเลย
จากหนังสือ สีลธโนนุสรณ์ พระอาจารย์สีทน สีลธโน
หนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ ๗ เมษายน ๒๕๓๙


ตั้งใจฟังธรรมนิดหน่อย ที่จริงพวกเราอยู่ร่วมกันมากๆ ก็ต้องให้มีธรรมจึงค่อยจะมีความสุข หากว่าเราอยู่ร่วมกันมากๆ หากว่าไม่มีธรรมก็ไม่มีความสุขแหละ อย่างคนที่เขาอยู่ร่วมกันเยอะๆ ที่เขาเกิดความทะเลาะเบาะแว้งซึ่งกันและกันนั้น ก็เนื่องจากเขาอยู่กันอย่างไม่มี “ธรรม”

พระพุทธเจ้าท่านอยู่ด้วยหมู่พระสงฆ์ทั้งหลาย ที่ท่านเสด็จไปที่ไหนก็มีหมู่บริวารพระสงฆ์ทั้งหลายที่ละ ๕๐๐ อะไรเหล่านี้ ที่ท่านไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งกันและกัน ก็ล้วนแล้วแต่ท่านมีธรรมประจำใจทุกท่าน ทุกองค์ที่จะอยู่ร่วมกัน จึงไม่มีอะไรเกิดขึ้น ที่ท่านอยู่กันมากๆ ที่แห่งใดที่ใด หากว่ามีการขัดขวางกัน มีการปีนเกลียวกัน มีการทะเลาะเบาะแว้งกัน ก็เนื่องจากที่นั้นแห่งนั้น ปฏิบัติตัวไม่เป็นธรรม มันก็เลยมีการปีนเกลียวซึ่งกันและกัน จึงมีการทะเลาะเบาะแว้งซึ่งกันและกัน

ธรรมที่จะทำให้พวกเรามีความกลมเกลียวซึ่งกันและกันคือ “สัมมาคารวะ” อันนี้เป็นหลักสำคัญของบรรดาบุคคลผู้ที่อยู่ร่วมกันมากๆ หากว่าเราเคารพคารวะนับถือซึ่งกันและกันแล้ว มันก็ไม่มีอะไรที่จะไปทะเลาะเบาะแว้งกันแหละ เพราะฉะนั้น เราต้องพิจารณาถึงหลักธรรมบ้าง อันนี้ท่านเรียกว่า “ธรรมคารวะ” เป็นการเคารพคารวะในกันและกัน คือ บรรดาภิกษุสามเณรหรือบรรดาพวกแม่ขาวแม่ชี ที่บวชก่อน ก็ถือ “อาวุโส” ที่บวชหลัง ก็ถือว่า “ภันเต”

แต่ “ภันเต” นี้ ก็ต้องเคารพ “อาวุโส” ถึงหากว่าท่านบวชก่อน ๑-๒ วัน หรือชั่วโมงอะไรเหล่านี้ก็ตาม ก็ถือว่าท่านนั้นเป็น “อาวุโส” เราก็ต้องเคารพคารวะ มันจึงค่อยจะ “ไม่เป็นโทษ เป็นอาบัติ” ตามหลักท่านพูด หากว่าเราพูดเราคุย ไม่แสดงความเคารพคารวะ หรือทำอะไรก็ไม่แสดงความเคารพคารวะต่อบรรดาผู้อาวุโส มันก็ “เป็นโทษ เป็นอาบัติโทษ” แก่เรา แล้วก็เป็นกิเลสเป็นมานะทิฐิอีกเสียด้วย ที่มันดองอยู่ในใจพวกเรา ตัวไม่ยอมใครไม่กราบใครไม่ไหว้ใคร ถือว่าตนดีตนรู้ตนฉลาดอะไรเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องของกิเลสทั้งนั้นแหละ มันหลอกลวงให้บรรดาพวกเราถือเนื้อถือตัว ไม่ยอมกราบใครไม่ยอมไหว้ใคร เป็นลักษณะของ “กิเลส” เพราะฉะนั้นบรรดาพวกเราหากมุ่งความสุข ที่เรามาอยู่ร่วมกัน ก็จงมีการเคารพคารวะในกันและกันตาม “อาวุโส”

หากว่าท่านบวชก่อนเรา เราก็ต้องเคารพ นั่นแหละ เคารพคารวะ ควรกราบก็กราบ ควรไหว้ก็ไหว้ ไม่เป็นบาปเป็นกรรม หากว่าเราปฏิบัติอย่างนั้น ไม่เป็นบาปเป็นกรรมแก่เรา หากเราไม่กราบไม่ไหว้ เราไม่แสดงควารมเคารพคารวะ นั่นแหละ มันเป็นบาป

ทีนี้เราจะเอาบาปหรือเอาบุญ เรามาบวช เราจะเอาบาปหรือเอาบุญ ถ้าหากเอาบาป ก็ว่าไปเถอะ ด่าโครตพ่อโครตแม่ของอาวุโสก็ด่าไป อยากว่าอะไรก็ว่าไปตามความคิดความเห็นของกิเลส คนหากว่าจะเอาบาปเอากรรม

อันนี้เราไม่ได้บวชมาเอาบาป เราบวชมาเอาบุญเอากุศล เราก็ต้องสำรวมระมัดระวัง อย่าไปทำตามอำนาจของกิเลส ถ้าเราทำตามอำนาจของกิเลส แล้วจิตใจเราก็เป็นบาปเป็นกรรมแหละ นี่ควรกลัวนะเราอย่าไปนึกว่ามานะทิฐิของเรานี้ ทำเราดิบเราดีเราวิเศษวิโส จะพาเราขึ้นสวรรค์ นิพพาน เราอย่าไปนึกอย่างนั้น เราเข้าใจเสียว่า พวกกิเลสตัณหา มานะทิฐิ เหล่านี้มันจะพาพวกเราไปลงนรกอเวจี ให้เราเข้าใจอย่างนั้น ทำความรู้เอาไว้อย่างนั้น

เพราะฉะนั้น เราอย่าทำตามเขา สมมุติว่ามันไม่พอใจในอาวุโส เราก็ต้องระมัดระวัง ให้เราเข้าใจว่า เรามันคนผิดนี่ เราไม่เคารพคารวะในอาวุโส หากเราไม่พอใจในอาวุโส เราก็หนีเสีย โยกย้ายไปที่อื่นเสีย เราอย่าไปอยู่ในที่นั้น หากว่าเราไม่พอใจในอาวุโส ถ้าเราขืนอยู่ไป เราก็จะเป็นบาปเป็นกรรม เพราะอะไร ก็เพราะว่า เราไปเพ่งเล็ง ไปดูถูกดูหมิ่น เราไม่แสดงความเคารพคารวะในท่าน มันก็จะเป็นบาปเป็นกรรมแก่เรา เราเป็นสัคคาวร มรรควรได้

หากว่าเราไปดูถูกดูหมิ่นผู้อาวุโส หากว่าท่านปฏิบัติเป็นศีลเป็นธรรม ท่านบริสุทธิ์อยู่ ท่านมิได้เป็นอาบัติอากี ขาดจากความเป็นเจ้าเป็นพระ ขาดจากความเป็นแม่ขาวแม่ชี ก็ถือว่าท่านมีคุณธรรมอยู่ หากว่าเราไปประมาทดูถูกล่วงเกิน เราก็จะเป็นโทษ เราก็เป็นกรรมแหละ ให้เราคิดอย่างนั้น ควรกลัวนะเรื่องกรรม เราอย่าไปเอากิเลสเราเป็นนาย อย่าไปเอากิเลสเป็นอาจารย์ กิเลสมันจะพาเราทำบาปทำกรรม เพราะมันไม่ได้กลัวบาป กลัวกรรม

เรื่องของกิเลสทั้งหลาย ที่มันมีในจิตใจของพวกเรา ให้เราระมัดระวังอย่างนั้น ทั้งเป็นบาปเป็นกรรมแล้ว ก็ทั้งหาความสุขมิได้อีก หากเราไม่แสดงความเคารพกันดังกล่าว หากว่าเราอยู่ร่วมกัน อันนี้ครูบาอาจารย์ ท่านก็ไม่ได้สอน ไม่ได้สั่งให้บรรดาพวกเรา ไม่แสดงความเคารพคารวะให้ผู้อาวุโส ท่านก็แสดงหรือสอนให้บรรดาพวกเราเคารพคารวะให้ผู้อาวุโส ท่านก็แสดงหรือสอนให้บรรดาพวกเราเคารพคารวะในผู้อาวุโส ตลอดจนกระทั่งพระและเณร จนกระทั่งแม่ขาวแม่ชี เคารพกันตามลำดับนั่นแหละ

เคารพกันตามลำดับอาวุโส ใครบวชก่อน ใครบวชหลัง ๑-๒ วัน หรือ ๒-๓ ชั่วโมง อะไรเหล่านี้ก็ตาม ก็ให้ถือการนั่งกันตามลำดับ ที่พูดอย่างนี้คือหมายความว่า ให้รู้จักเคารพคารวะในกันและกันนั่นแหละ ถ้าเราเคารพคารวะในกันระหว่างอาวุโสกันแล้ว มันก็เป็นเหตุให้เราสุขกายสบายใจ

เพราะฉะนั้น หากบรรดาบุคคลผู้ใดไม่แสดงความเคารพคารวะในผู้อาวุโสดังกล่าวแล้ว ก็ควรที่จะพยายามแก้ตัว อย่าไปทำให้เป็นบาปอย่างที่พูดมา เป็นบาปเป็นกรรม เป็นสัคคาวร มรรคาวร เราประมาท ครูบาอาจารย์ ท่านให้ความรู้ความฉลาด บรรดาผู้อาวุโสก็ล้วนแล้วแต่ ท่านให้ความรู้ความฉลาดเราทั้งนั้น ให้คติคตังเราทั้งนั้น ที่เราบวชใหม่ๆ เราไม่รู้อะไร ที่รู้นิดรู้หน่อยก็เพราะผู้อาวุโส ถ้าหากเราได้เรียนรู้อะไรกับท่านแล้ว ก็ถือว่าท่านเป็นครูบาอาจารย์เรา เป็นอาวุโสเรา เราก็ต้องแสดงความเคารพคารวะ มันจึงค่อยเป็น “ธรรม”

:b50: :b49: :b50:

:b44: ประวัติและปฏิปทา “หลวงพ่อสีทน สีลธโน”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=21232

:b44: รวมคำสอน “หลวงพ่อสีทน สีลธโน”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=51337

:b44: ประมวลภาพ “หลวงพ่อสีทน สีลธโน” วัดถ้ำผาปู่
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=38&t=50349


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร