วันเวลาปัจจุบัน 22 พ.ย. 2019, 06:48  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=7



กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 ก.ย. 2015, 07:46 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4894

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
วัดอรัญญบรรพต
อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย



การทำครัวทำอาหารนี่เป็นของหนักไม่น้อยเหมือนกันนะให้ช่วยกันน่า
ช่วยกันทั้งแม่ดำแม่ขาว เรามาทำบุญน่ะ เราบวชเป็นชีเป็นขาวก็ดี
บารมีเรายังไม่แก่เราก็ต้องทำความดีหลายอย่างประกอบกันเข้า
จะเอาแต่ภาวนาอย่างเดียวไปไม่รอด
ต้องให้เข้าใจนั่นแหละ

เรียกว่า ในพุทธศาสนานี้พระพุทธเจ้าท่านทรงสอนให้คนเรา “ลงมือกระทำ”
ไม่ใช่เพียงแต่อ้อนวอน อ้อนวอนให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ
มาช่วยเหลือให้ตนมีความสุขความเจริญ..พระพุทธเจ้าไม่ได้ทรงสอนอย่างนั้น
ทรงสอนให้เราลงมือทำ การทำมันก็ต้องทำหลายอย่าง
ไม่ใช่แต่เพียงนั่งภาวนาอย่างเดียว ปากท้องมันหิว ไม่มีอาหารหล่อเลี้ยง
นั่งภาวนาก็ไม่ได้ ร่างกายอันนี้มันเนื่องอยู่ด้วยอาหาร
เพราะฉะนั้นจึงต้องหาอาหารมาหล่อเลี้ยงมัน

มันถึงมีกำลังสามารถนั่งสมาธิภาวนาได้

อันนี้มันก็ยังดีนะ เรายังมีเงินจ่ายค่าเครื่องครัวต่างๆ ได้มาทำยาไส้กันน่ะ
แต่บางแห่งไม่มีเงินพอ อยู่ด้วยกันมากก็ไม่ได้ ไม่มีอาหารจะเลี้ยงกันอย่างนี้นะ
ดังนั้นพวกเราที่อยู่ร่วมกันนะเรามีพร้อมแล้วจึงได้ช่วยกันทำเท่านั้นแหละ
ควรช่วยกันทำช่วยกันคิด คิดให้มันเห็นเหตุเห็นผล


โลกมันหมุนเวียนเปลี่ยนไปไม่คงที่ แม้แต่ครั้งพระพุทธเจ้า
นางภิกษุณีเพื่อนก็เที่ยวบิณฑบาตมาเลี้ยงอัตภาพอันนี้ไป
แต่ในสมัยปัจจุบันนางภิกษุณีหมดไปแล้วบัดนี้มีผู้นุ่งขาวห่มขาว
โกนผมโกนคิ้ว รักษาศีล ๘ เรียกว่า แม่ชี อันนี้เพื่อนก็ไม่นิยมบิณฑบาตกัน
เราจะไปทำอย่างนั้นมันก็ไม่ถูกต้อง เพราะว่าคนส่วนใหญ่ไม่นิยม
เหตุนั้นเมื่อเป็นแม่ชีมาแล้ว ก็จึงต้องทำหน้าที่เป็นแม่ครัว
ช่วยกันทำอาหารเลี้ยงพระบ้าง เลี้ยงตัวเองบ้าง ก็เป็นอย่างนั้นนี่ขอให้เข้าใจเน้อ
เรียกว่า ไม่มีใครที่จะคอยล้างมือเปิบเอาเลยอย่างนี้ไม่มี
แม้พระสงฆ์สามเณรก็ต้องบิณฑบาตตามกิจวัตรเป็นอย่างนั้น
เราเป็นแม่ขีก็ทำหน้าที่ของแม่ชีเกี่ยวกับเรื่องอาหาร เรียกว่าเป็นแม่ครัว
นั่นแหละต่างฝ่ายต่างก็มีงานทำ มารวมกันเข้าก็จึงพอเป็นอยู่ได้


นั่นแหละอย่าไปเข้าใจว่า เรื่องอาหารไม่เป็นเรื่องสำคัญนะ
จะไม่สำคัญยังไงเล่า อัตภาพร่างกายนี้เพียงขาดอาหารหรือน้ำวันหนึ่งนี่
มันก็เปลี่ยนแปลงแล้ว รูปร่างกายนี้นะแปรผันไปแล้ว ทรุดโทรมไปแล้ว
อย่างนี้ที่เราอยู่ได้มานี้ก็เพราะมีอาหารหล่อเลี้ยงอยู่
ที่เราประพฤติพรหมจรรย์ทำความเพียรภาวนาอะไรต่ออะไรได้อยู่
เพราะมีอาหารหล่อเลี้ยงร่างกายนี้ให้มีกำลังพอเป็นไปได้


แม้ท่านที่ได้บรรลุมรรคผลธรรมวิเศษ ท่านก็มีอาหารหล่อเลี้ยงร่างกายนี้
แล้วก็จึงมีกำลังวังชาไปนั่งฟังเทศน์ของพระพุทธเจ้าและพระสงฆ์ทั้งหลาย
มีกำลังเดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนา ไม่เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าง่ายๆ
หมู่นี้นะมันล้วนแต่อาศัยอาหารทั้งนั้นเลย
เป็นเครื่องบำรุงกำลังกายให้ทำกิจวัตรต่างๆ ได้

ดังนั้นแหละขอให้พากันเข้าใจ



:b46: :b46:


:: รวมคำสอน ประวัติและปฏิปทา “หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=43689

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร