วันเวลาปัจจุบัน 22 ต.ค. 2019, 16:04  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=7



กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 ก.ย. 2015, 07:51 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4885

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี
วัดหินหมากเป้ง
อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย



คำว่า "มาร" ในที่นี้หมายถึง "ความอุปสรรคขัดขวางทุกสิ่งทุกประการ"
เรียกว่า มาร ด้วยกันทั้งนั้น แม้ที่สุดนี่ฆราวาสทำการทำงานนี่ทั่วไปหมด
ถ้าหากว่าขัดข้องต่างๆ อย่างลูกๆ หลานๆ มาเกี่ยวข้องพัวพัน
ในการที่พ่อแม่จะทำงานอะไรต่างๆ มันก็บอกว่า มันเป็นมารนี่เองนี่ นั่นเป็นต้น
ทำงานไม่ได้หมดทุกสิ่งทุกอย่าง กิจการงานทั้งหลายที่ทุกประการ
มันต้องมีมารทั้งนั้น สิ่งที่ขัดข้องนั้นเรียกว่า มาร

"มารในทางพุทธศาสนา" พระพุทธเจ้ารวบรวมไว้มี ๕ อย่าง
คือ กิเลสมาร ๑ ขันธมารหรือกิเลสมาร ๑ เทวปุตตมาร
มัจจุมาร ๑ อภิสังขารมาร ๑ นี่ ๔ อย่าง..มันมี ๕ อย่าง


ขันธมารก็กิเลสในตัวเรานี่แหละ เราไปพูดแต่สิ่งอื่นเป็นมาร
ตัวของเราไม่รู้ตัวเป็นมาร มันเป็นมารอยู่ในตัว
ขันธ์ ๕ คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ
รวมหมดในตัวของเรานี่ทั้งนั้น ไม่มีที่อื่น

ขันธมารนั้นคือว่า ท่านพูดถึงกอง..
แต่ละอย่างๆ เป็นกองเป็นกลุ่มเป็นก้อน เรียกว่า ขันธ์

อย่างกายของเรามีธาตุสี่ ดินน้ำไฟลมก็จริงแหละ
แต่มันรวมเป็นอวัยวะทุกสิ่งทุกส่วน มีหน้าที่ตำแหน่งทุกอย่าง
ปากสำหรับพูด หูสำหรับฟัง ตาสำหรับดู
จมูกสำหรับสูดกลิ่น นั่นหน้าที่ของมันทั้งนั้น
แต่ว่าหน้าที่ของมันแต่ละอย่างๆ นั้นน่ะ
มันทำตามหน้าที่ของมันแล้วแต่มันเป็นมารของเรา
เป็นมารแก่ใจของเรา เราคืออะไร เราได้แก่ใจ
ใจนี่คือตัวเราแท้ อันนี้เป็นแค่เครื่องอาศัย
คำว่ามารนั้นคือ มันเบียดเบียนใจของเรานั้นเอง


จะเดินจะเหินเดินไปเดินมาลุกนั่งทุกประการ
แก่เฒ่าชรามาแล้วก็ชำรุดทรุดโทรมไปไม่คล่องแคล่ว
เมื่อยังหนุ่มยังแน่นก็เป็นเหมือนกันเวลาเจ็บป่วยไม่สบาย
นั้นล่ะเรียกว่า มาร เรียกว่า ขันธมาร เป็นรูปกาย


สำหรับลิ้นสำหรับปากของเราสำหรับฟันของเรา
สำหรับที่จะเคี้ยวอาหาร หน้าที่รับรสชาติ
บางครั้งบางคราวมันก็เจ็บฟัน บางครั้งบางคราวมันก็เจ็บลิ้น
นี่เป็นเหตุไม่ให้เคี้ยวได้ ไม่ให้รับรสชาติได้ เป็นมารทั้งนั้นของพรรค์นั้น
แต่ใจมันไม่มีอะไรหรอก ใจไม่มีลิ้นไม่มีฟัน ไม่มีหูมีตา
ใจเป็นของไม่มีอะไรทั้งหมด มันก็ได้แต่รูป



:b47: :b47:


:: ประวัติ ปฏิปทาและคำสอน “หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=43000

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร