วันเวลาปัจจุบัน 11 ธ.ค. 2019, 20:23  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=7



กลับไปยังกระทู้  [ 3 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 มิ.ย. 2015, 05:55 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3616


 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

อย่าอยู่ด้วยความหวัง ให้อยู่ด้วยสติปัญญา
---------------------------------

มีอีกคำหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกันอย่างมาก คือ คำว่า hope (ความหวัง) ดูจะเป็นที่ยึดถือมากของฝรั่ง คนไทยไม่ค่อยจะยึดถือในคำว่า hope แต่ฝรั่งก็มาสอนให้คนไทยชอบคำว่า hope มาสอนเด็กๆ ให้มีความหวัง (hope) ระวังให้ดี คำว่า hope มันก็เป็นตัณหาก็ได้ มันเป็นสติปัญญาก็ได้ ถ้า hope ด้วยตัณหา ด้วยอวิชชา มันก็เป็นบ้า เด็กๆ ของเราก็ตายหมดและเป็นบ้าหมด คำว่า hope นี้ต้องระวังว่ามันอยู่ใต้อำนาจของตัณหาหรือมันอยู่ภายใต้อำนาจของสติปัญญา

ในที่สุดเราก็สรุปความได้ว่า ความต้องการด้วยอำนาจของอวิชชานี้เรียกว่าตัณหา แล้วก็เป็นทุกขสมุทัย ทำให้เกิดความทุกข์หรือทุกขสมุทยอริยสัจ คือความต้องการด้วยอวิชชาที่เรียกว่าตัณหา ตัณหาเป็นเหตุให้เกิดทุกข์ เรื่องทุกขอริยสัจมีอย่างนี้


อย่าอยู่ด้วยตัณหา (อวิชชา) ให้อยู่ด้วยปัญญา (วิชชา)
---------------------------------

ดังนั้น ก็ขอให้แบ่งความต้องการให้ดีๆ ว่า ต้องการด้วยอวิชชากับต้องการด้วยวิชชา มันตรงข้ามกัน ต้องการด้วยวิชชาก็ไม่เป็นตัณหา

คำพูดจึงมีขึ้นมาว่า อย่ามีชีวิตอยู่ด้วยตัณหา จงมีชีวิตอยู่ด้วยการปราศจากตัณหา จะเป็นได้ไหม จะทำได้ไหม ไม่ต้องมีปัญหามีแต่สติปัญญาที่ถูกต้อง ซึ่งมิใช่ตัณหา มีชีวิตอยู่ได้ด้วยสติปัญญา อย่ามีชีวิตอยู่ด้วยตัณหา

ในภาษาบาลีเขามีคำกลางๆ ความต้องการที่กลางๆ นั้น เขาเรียกว่า สังกัปปะ ต้องการอย่างนี้มิใช่ตัณหา มันเป็นคำกลางๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็ดี มันมีคำประกอบว่า

สัมมาสังกัปปะ ต้องการอย่างถูกต้อง
มิจฉาสังกัปปะ ต้องการที่ไม่ถูกต้อง


คำว่าต้องการนี้มันมีว่า ถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง ถ้าไม่ถูกต้องก็เป็นตัณหา ถ้าถูกต้องก็เป็นสติปัญญา ในภาษาอังกฤษก็ต้องมีคำๆ นี้ที่ตรงกับสังกัปปะ มันเป็นคำกลางๆ ไปหาดูเถอะ ความต้องการมันเป็นกลางๆ ได้ไหม ถ้าต้องการด้วยอวิชชามันก็เป็นตัณหา ต้องการด้วยสติปัญญามันก็ไม่ใช่ตัณหา ระวังคำว่าต้องการให้ดีๆ


ดับสังขารหมายถึงหยุดการปรุงแต่ง
---------------------------------

ในภาษาคนธรรมดา คนเดินถนน ดับสังขารหมายถึงตาย อย่างนี้ไม่ถูกและก็ผิดอย่างยิ่ง ดับสังขารหมายถึงหยุดการปรุงแต่ง ไม่ต้องตาย ไม่ใช่การตาย ดับสังขารไม่ต้องตาย ไม่ต้องมีการตาย หมายถึงหยุดการปรุงแต่งโดยประการทั้งปวง นั่นแหละคือดับสังขาร หมายถึงการหยุดการปรุงแต่ง ก็ไม่มีความทุกข์ นี่แหละสังขาร คือข้าศึกหรือเป็นตัวที่ทำให้เกิดความทุกข์ ของความหมายที่ 4 ในขันธ์ที่ 5


:b8: ที่มา : หนังสืออริยสัจสำหรับคนสมัยใหม่
โดย ท่านพุทธทาสภิกขุ สวนโมกขพลาราม


:b44: “บุญ” และ “กุศล” ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน (ท่านพุทธทาสภิกขุ)
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=23&t=57012


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 มิ.ย. 2015, 08:27 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ต.ค. 2010, 09:11
โพสต์: 589


 ข้อมูลส่วนตัว


ขอบพระคุณและอนุโมทนาสาธุๆๆค่ะ :b8: :b8: :b8: :b53: :b53: :b53:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ก.ย. 2019, 09:32 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ธ.ค. 2008, 09:34
โพสต์: 1110


 ข้อมูลส่วนตัว


4Aขออนุโมทนาสาธุการค่ะ :b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 3 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 6 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร