วันเวลาปัจจุบัน 15 ต.ค. 2019, 06:11  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=7



กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 พ.ค. 2015, 08:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4878

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

พระอาจารย์สุวัจน์ สุวโจ
วัดป่าเขาน้อย
ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์



เป็นนักศึกษา นักอบรมจิตใจของเรา การศึกษาการปฏิบัติต้องอาศัยหลักแห่งความจริง
ที่พระพุทธเจ้าค้นพบเป็นจุดยืน ความจริงนี่เองเป็นอมตธรรมไม่เปลี่ยนแปลง
เราไม่รู้จักความจริงแล้วมันก็ไปเห็นแต่สิ่งที่ไม่จริง สิ่งที่เปลี่ยนแปลง

ได้รับความกระทบกระเทือนใจทุกข์ใจเสียใจน้อยใจเดือดร้อนใจ
เพราะฉะนั้นความจริงมันซ้อนอยู่กับสิ่งที่ไม่จริง ความสุขมันซ้อนอยู่กับทุกข์
เพราะมันเป็นคู่กันแต่ไหนแต่ไรมา เหมือนกับมืดกับสว่าง
เพราะมันมีความทุกข์มันจึงมีความสุข ถ้าความทุกข์ไม่มีแล้วความสุขก็ไม่มี ..ไม่จำเป็นจะต้องมี

ที่เราทั้งหลายต้องการความสุขก็เพื่อให้ดับทุกข์ เพื่อระงับทุกข์ เพื่อบรรเทาทุกข์นี่เอง
ทุกข์ที่มีอยู่ตรงไหนเราก็พยายามหาความสุขเพื่อมาต่อรองกับทุกข์
ให้มันเบาบางเพื่อให้มันสงบระงับไป..ถ้าทุกข์ไม่มีล่ะ ความสุขก็ไม่จำเป็น

เพราะธรรมทั้งหลายเป็นคู่กันอย่างนี้ เพราะฉะนั้นใน "สัจจะ" ความจริง
ที่พระพุทธเจ้าที่พระองค์พบเรื่อง "ทุกข์" ท่านจึงสอนให้รู้ด้วย "ปริญเญยธรรม"
รู้ทั่วถึง รู้รอบคอบ รู้อย่าให้มันมีเศษเหลือ ทุกข์มีประมาณเท่าไร ให้รู้
ว่ากำหนดรู้ทั้งหมดทุกข์ก็เป็นของจริง เป็นสัจจะในส่วนของทุกข์
แต่ทุกข์เหล่านั้นไม่ใช่เป็นของที่ธาตุแท้ สามารถเปลี่ยนแปลงได้
เพราะมันมาจาก "เหตุ" คือ "สมุทัย"


เราเพียงแต่ดูสมุทัยหรือดูเพียงแต่เรียกว่า "ตัณหา" ความอยาก
เราก็ไม่สามารถที่จะคลี่คลายเรื่องเรียกว่าตัณหาให้เข้าใจละเอียดได้
คือ เนื้อหาของตัณหาจัดไว้ กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา
ตัณหาเหล่านั้นล้วนแต่เป็น "อารมณ์ของจิต" คือเรียกว่า "ความทะยานอยาก"
อยากเพราะอะไร เพราะเป็นสิ่งที่มีปัจจัยให้อยาก ให้หิว ให้บกพร่อง ให้แสวงหา
ถ้าเราไม่มีปัญญาเพียงพอ ก็แสวงหาในทางที่ไม่ถูกต้อง เป็นวัฏฏะหมุนวนเวียน
ไม่มีขอบเขตที่จะเพียงพอ ที่จะหยุดได้ ที่จะได้ความปลอดโปร่งของใจได้


ความอยากด้วยอำนาจแห่งความเพลิน ในสิ่งที่ไม่ควรจะเพลิน
ความอยากด้วยอำนาจแห่งความหลงผิดในสิ่งที่ไม่ควรหลงผิด
ด้วยอำนาจแห่ง"ความไม่รู้ความจริง" เพราะฉะนั้น "จิตไม่รู้ความจริง"
เป็นตัวสมุทัยที่สำคัญมาก จึงมาปฏิบัติแก้ไขจิต
ให้รู้พร้อมทั้งสมุทัยไปในตัว เพราะพระพุทธเจ้าท่านชี้ชัดไว้แล้ว "อวิชชา"
ความไม่รู้สัจธรรมความจริงนี้เองเป็นปัจจัยให้เกิดสังขาร



(มีต่อค่ะ)

:b47: :b47:


:b44: ประวัติและปฏิปทา “หลวงปู่สุวัจน์ สุวโจ”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=22212

:b44: รวมคำสอนและประมวลภาพ
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=48833

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร