วันเวลาปัจจุบัน 18 ส.ค. 2019, 09:31  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=7



กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 พ.ย. 2014, 14:56 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4865

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ
หลวงพ่อจันทร์เรียน คุณวโร - วัดถ้ำสหายจันทร์นิมิต

รูปภาพ
พระอาจารย์สมศรี อัตตสิริ - วัดป่าเวฬุวนาราม


ประสบการณ์เที่ยววิเวก
พระอาจารย์จันทร์เรียน คุณวโร กับ พระอาจารย์สมศรี อัตตสิริ
สองทายาทธรมขององค์ท่านหลวงปู่ชอบ ฐานสโม


บันทึกโดย ครูบากล้วย - พระวีระศักดิ์ ธีรภัทโท พ.ศ.๒๕๔๔

:b44: :b44:

หลวงพ่อสมศรี อัตตสิริ ท่านเล่าเรื่อง
หลวงปู่จันทร์เรียน คุณวโร พาท่านไปพักภาวนาอยู่ที่
ถ้ำผาคอก ตำบลผางาม อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย
เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๒๐ ครั้งนั้นมีสามเณรเฉลา ศรีบุรินทร์

(พระอาจารย์เฉลา โกสโล วัดป่าสานตม
ตำบลสานตม อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย)

ติดตามไปเที่ยววิเวกด้วย

ท่านบอกตอนไปพักที่ผาคอกนั้นเป็นหน้าแล้ง
หลวงปู่จันทร์เรียนท่านจะพักอยู่บนยอดเขา
หลวงพ่อสมศรีท่านจะพักอยู่กลางเขา ส่วนสามเณรเฉลา
หลวงปู่จันทร์เรียนท่านให้เข้าไปพักอยู่ในถ้ำผาคอก

ท่านบอกผาคอกลักษณะภูเขาคล้ายกับคุกคุมขังนักโทษ
ชาวบ้านท้องถิ่นจึงเรียกภูเขาลูกนี้ว่า “ผาคอก”

คำว่า คอก ภาษาภาคเหนือแปลว่า คุก

ท่านว่าที่บนเขาผาคอกจะมีหมีควายใหญ่ตัวหนึ่งอาศัยอยู่ที่นั่น
คืนแรกที่พวกท่านไปพักหมีควายตัวนี้มันออกมาหากิน
มันเห็นกลดหลวงปู่จันทร์เรียนแขวนอยู่ หมีควายตัวนี้มันคงสงสัยว่าเป็นอะไร
หมีควายมันจึงเดินเข้ามาหาท่านพระอาจารย์จันทร์เรียน
พระอาจารย์จันทร์เรียนท่านนั่งอยู่ในกลด มองดูหมีควายเดินเข้ามาหา
หมีควายตัวนี้เอาจมูกของมันมาดมมุ้งกลดของท่านหลวงปู่จันทร์เรียน
พอมันได้กลิ่นคนมันยิ่งดมไปใหญ่

หลวงปู่จันทร์เรียนท่านนึกขำในกิริยาขี้สงสัยของหมีควายตัวนี้
ท่านเกิดนึกสนุกขึ้นมาอยากจะหยอกล้อ
ท่านหลวงปู่จันทร์เรียนจึงร้องขึ้น...
เฮ้ย มึงมาเฮ็ดอีหยังอยู่นี่ (มึงมาทำอะไรอยู่นี่)
ว่าไม่ว่าเปล่า หลวงปู่จันทร์เรียนท่านกระโดดจะเข้าไปกอดเจ้าหมีตัวนี้
หมีควายมันตกใจที่หลวงปู่จันทร์เรียนจะกอดมัน
มันจึงถอยหนีออกไปตั้งหลักห่างจากหลวงปู่จันทร์เรียนราวสิบกว่าเมตร

หลวงปู่จันทร์เรียนท่านยังไม่หายสนุก ท่านอยากจะกอดคอหมีตัวนี้
ท่านลุกออกจากกลดเดินเข้าไปหาหมี
หมีมันเห็นท่านหลวงปู่จันทร์เรียนเดินเข้าไปหา
หมีมันกลัวท่าน มันจึงรีบเปิดแนบวิ่งหนีขึ้นไปบนยอดเขา

พอตอนเช้าหลวงปู่จันทร์เรียนท่านนำเรื่องนี้มาเล่าให้หลวงพ่อสมศรีฟัง
เป็นเรื่องสนุกสนานก่อนออกไปบิณฑบาต
หลวงปู่จันทร์เรียนท่านบอก อยู่คนเดียวบนเขามันเหงาไม่มีเพื่อน
ท่านจึงอยากจะกอดคอขอเป็นเพื่อนกับหมีตัวนี้
แต่หมีมันไม่ยอมเป็นเพื่อนกับเรา มันจึงวิ่งหนีขึ้นไปบนเขา
หลวงพ่อสมศรีท่านขำเรื่องที่หลวงปู่จันทร์เรียนท่านขอเป็นเพื่อนกับหมี

คืนต่อมาหมีควายตัวนี้มันมาหากินทางที่พักของหลวงพ่อสมศรี
ท่านได้ยินเสียงหมีมันมาพึมพำอยู่ใกล้ที่พักของท่าน
ท่านนึกเกรงหมีตัวนี้ ท่านจึงพาใจของตนเองเข้าที่พักจิต
อยู่ในสมาธิแน่วแน่ราวสองชั่วโมง
พอจิตถอนออกจากสมาธิแล้ว ท่านไม่ได้ยินเสียงของหมีตัวนี้
ท่านออกมาดูนอกกลดก็ไม่พบกับหมีตัวนี้
พบแต่รอยเล็บของมันที่ขีดข่วนดินและต้นไม้รอบๆ ที่พักของท่านเท่านั้น
ท่านจึงกลับเข้ากลดเพื่อนั่งภาวนาของท่านต่อ


จิตท่านสงบอยู่ในสมาธิได้ระยะหนึ่ง
ท่านได้ยินเสียงผู้ชายร้องไห้ขอความช่วยเหลือ
ดังมาจากภายในถ้ำผาคอกที่สามเณรเฉลาพักอยู่
ท่านจึงกำหนดดูที่มาของเสียงผู้ชายที่ร้องไห้
ขอให้ท่านช่วยเหลือเผื่อแผ่บุญให้
เสียงผู้ชายร้องให้ขอความช่วยเหลือนี้
ดังขึ้นมาจากก้นเหวภายในถ้ำผาคอก
ท่านจึงกำหนดแผ่เมตตาให้กับเขา


ปรากฏว่าจิตของท่านไม่สามารถมองเห็นรูปร่างของบุคคลนี้ได้เลย
ได้ยินแต่เสียงของเขาร้องไห้เพ้อรำพันดำมืดอยู่อย่างนั้น

ท่านย้อนจิตเข้ามาพิจารณาดูในเรื่องนี้
ท่านจึงทราบว่า วาสนาของท่านไม่สามารถสงเคราะห์ธรรม
ให้กับจิตวิญญาณของภูตผีตนนี้ได้
เนื่องจากไม่เคยมีวาสนาธรรมสงเคราะห์กันมาก่อนหนึ่ง
และสอง จิตวิญญาณของผู้นี้มีกรรมหนัก
ตอนเป็นมนุษย์อยู่นั้นเป็นผู้มืดบอดในธรรม
กรรมที่ตนเองก่อมาจึงปิดกั้นแสงธรรมไม่ให้ส่องเข้าถึงจิต
เมื่อท่านพิจารณาทราบในเรื่องนี้แล้วท่านจึงวางจิตเป็นอุเบกขาธรรม
หันจิตของตนเองเข้ามาพิจารณาในธรรม
ที่ตนเองกำลังก้าวเดินอยู่ในมรรคคาขณะนั้น


วันต่อมาท่านถามสามเณรเฉลาว่านอนอยู่ในถ้ำ ได้ยินเสียงอะไรแปลกๆ บ้างมั๊ย
สามเณรเฉลาบอกท่านว่า ไม่ได้ยินเสียงอะไรแปลกๆ
ได้ยินแต่เสียงค้างคาวบินพรึ่บๆ ไปมาอยู่ในถ้ำ
หลวงพ่อสมศรีท่านจึงไม่บอกเรื่องนี้ให้สามเณรเฉลาทราบ
เพราะถ้าบอกไปท่านเกรงว่าสามเณรเฉลาจะกลัวผี ไม่กล้าพักคนเดียวอยู่ในถ้ำ
หลวงพ่อสมศรีท่านจึงนำเรื่องนี้มาเล่าให้ท่านหลวงปู่จันทร์เรียนฟัง

หลวงปู่จันทร์เรียนบอกท่านว่า เราเห็นมันตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาอยู่ที่นี่
มันก็ร้องไห้มาขอเมตตาช่วยเหลือกับเราแบบนี้แหละ
เราเองก็ไม่สามารถช่วยอะไรมันได้เพราะไอ้นี่มันบาปหนัก
หลวงปู่จันทร์เรียนท่านบอกหลวงพ่อสมศรีถึงที่มาของชายผู้นี้

หลวงปู่จันทร์เรียนท่านบอก แต่ก่อนชายผู้นี้เป็นคนท้องถิ่นที่นี่
ตอนมีชีวิตอยู่เป็นคนนั้น ชายผู้นี้เป็นผู้ที่มีนิสัยเกเรอันธพาล
ชอบเบียดเบียนระรานคนอื่นให้ได้รับความเดือดร้อน
มันจึงถูกคนอื่นจับมาฆ่าโยนศพทิ้งเหว
กรรมที่มันก่อมาจึงทำให้มันเป็นผีเปรตเฝ้าถ้ำเฝ้าเหวจนเท่าทุกวันนี้

พอท่านหลวงปู่จันทร์เรียนอธิบายที่มาที่ไปของผีเปรตตนนี้
หลวงพ่อสมศรีท่านจึงสิ้นสงสัยในที่มาที่ไปของมัน


หลวงพ่อสมศรีท่านบอก หลวงปู่จันทร์เรียน
ท่านเป็นผู้มีวาสนารู้ละเอียดในเรื่องลึกลับเหมือนกับ
องค์ท่านหลวงปู่ชอบ ฐานสโม ผู้เป็นพ่อแม่ครูบาอาจารย์
เรื่องความรู้ภายในฤทธิ์เดชพิสดารนี้
องค์ท่านหลวงปู่ชอบยกให้ท่านหลวงปู่จันทร์เรียน
เป็นที่หนึ่งในศิษย์ “ทายาทธรรม” ขององค์ท่าน


หลวงปู่จันทร์เรียนพาหลวงพ่อสมศรี และสามเณรเฉลา
พักภาวนาอยู่ที่ผาคอกประมาณสามเดือน
จากนั้นหลวงปู่จันทร์เรียนท่านพาหลวงพ่อสมศรี และสามเณรเฉลา
เดินทางมากราบเยี่ยมหลวงปู่ขาน ฐานวโร วัดป่าบ้านเหล่า
ตำบลบ้านเหล่า อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย พักอยู่ที่นี่ระยะหนึ่ง

พอใกล้จะเข้าพรรษา ปีพุทธศักราช ๒๕๒๐
หลวงปู่จันทร์เรียนท่านพาหลวงพ่อสมศรี และสามเณรเฉลา
มาจำพรรษาที่สำนักสงฆ์บ้านป่าสักน้อย
ตำบลบ้านเหล่า อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย
ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนักกับสำนักขององค์ท่านหลวงปู่ขาน

ปีพุทธศักราช ๒๕๒๐ เป็นปีพรรษาที่ ๑๒ ของหลวงพ่อสมศรี

พอออกพรรษาแล้วหลวงปู่จันทร์เรียนพาหลวงพ่อสมศรี
เดินทางกลับมาหาองค์ท่านหลวงปู่ชอบ ฐานสโม
ที่วัดป่าสัมมานุสรณ์ ตำบลผาน้อย อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย
หลวงพ่อสมศรีท่านอยู่อุปัฏฐากพ่อแม่ครูบาอาจารย์
องค์ท่านหลวงปู่ชอบอยู่นานจนใกล้จะเข้าพรรษา


พอใกล้จะเข้าพรรษาปีพุทธศักราช ๒๕๒๑
หลวงพ่อสมศรีทราบข่าวว่า หลวงพ่อคำแปลง ปุณณชิ
ท่านพักอยู่ที่ถ้ำผาสิงห์ ตำบลผาน้อย อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย
เพียงลำพังองค์เดียว ท่านจึงกราบลาองค์ท่านหลวงปู่ชอบ
เดินทางมาจำพรรษาที่ถ้ำผาสิงห์กับหลวงพ่อคำแปลง ศิษย์ผู้พี่
ปี ๒๕๒๑ หลวงพ่อสมศรีจำพรรษาอยู่ที่ถ้ำผาสิงห์กับหลวงพ่อคำแปลง

ปีนี้ท่านบอกจำพรรษาสององค์กับหลวงพ่อคำแปลง
พากันอาศัยบิณฑบาตที่บ้านโนนสมบูรณ์
ตำบลหนองหญ้าปล้อง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย
การภาวนาของท่าน ท่านบอกภายในนั้นดี
จิตท่านเดินก้าวตามมรรคตามผล
แต่ภายนอกนั้นท่านบอกมีคนบ้าเลขบ้าหวยมารบกวน
จนท่านต้องหลบหนีเข้าไปภาวนาอยู่ในถ้ำลึกๆ
เพราะท่านไม่ชอบพูดคุยกับผู้คนประเภทศรัทธาบ้าหวย


:b47: :b47:

:b45: ประวัติและปฏิปทา “หลวงปู่จันทร์เรียน คุณวโร”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=48722

:b45: ประวัติและปฏิปทา “หลวงพ่อสมศรี อัตตสิริ”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=48908

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 ธ.ค. 2014, 17:14 
 
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2012, 15:32
โพสต์: 1590


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร