วันเวลาปัจจุบัน 19 ก.ย. 2019, 13:16  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=7



กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ก.ค. 2013, 17:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 2114


 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

ยุติธรรม คือเที่ยงตรง หรือ ยุติซึ่งธรรม?

โดย ท่านอาจารย์วศิน อินทสระ
คัดบางส่วนมาจาก...หนังสือคติชีวิต



ความยุติธรรมเป็นสิ่งที่เราแสวงหาและต้องการ
ความยุติธรรมคืออะไร?

อันนี้ตอบยาก "ความยุติธรรมกับความเสมอภาค" ไม่เหมือนกัน

ความยุติธรรมต้องให้คนได้รับสิ่งที่เขาควรจะได้รับ
ถ้าเขาควรได้รับรางวัล ก็ให้รางวัล
ถ้าเขาควรได้รับโทษ ก็ให้ได้รับโทษ
นี่เรียกว่าความยุติธรรม


ความยุติธรรมจริงๆ นั้นคืออะไร?
ส่วนมากใครที่ได้รับผลประโยชน์ คนนั้นก็ว่ายุติธรรม
คนเสียประโยชน์ เขาก็ว่าไม่ยุติธรรม
ถ้าอย่างนั้น ความยุติธรรมจริงๆ คืออะไร?
บอกไปนิดหนึ่งแล้วว่า ในภาคปฏิบัติต้องให้เขาได้รับสิ่งที่ควรได้รับ
ถ้าเขาควรได้รับรางวัล ก็ให้เขารับรางวัล
ถ้าเขาควรได้รับโทษ ต้องให้เขาได้รับโทษ

บางคนบอกว่าความยุติธรรมจริงๆ ไม่มี หรือมี?
แต่ไม่รู้อะไร ความยุติธรรมเป็นสากล เป็นจริงในตัวเอง
หรือว่าไม่เป็นสากล ไม่เป็นจริงในตัวเอง
หรือว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ มันเป็นสิ่งที่แล้วแต่ใครเป็นคนตัดสิน

มนุษย์เราโดยปกติ โดยทั่วไปมีอคติ เข้าข้างตัวเองบ้าง
เข้าข้างพวกพ้องของตัวเองบ้าง ทั้งยังเกลียดชังผู้อื่นและพวกอื่น

อคตินี่แหละทำให้เสียความยุติธรรม
ฉันทาคติ พอใจลำเอียงเพราะพอใจบ้าง
โทสาคติ ลำเอียงเพราะไม่ชอบบ้าง
โมหาคติ ลำเอียงเพราะไม่รู้เรื่องรู้ราว
แต่ก็กระทำไปตามที่ไม่รู้เรื่อง
โมหาคติ ตามตัวแปลว่าลำเอียงเพราะหลง
หลงเข้าใจผิด คือไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ
ไม่รู้เรื่องรู้ราว ไม่รู้มันเป็นอย่างไร?
แล้วก็ทำไปเหมือนกับรู้
ภยาคติ ลำเอียงเพราะความกลัว

ถ้ามีอคติอย่างใดอย่างหนึ่งใน 4 อย่างนี้
ความยุติธรรมหายไป หาได้ยาก

เรื่องที่มนุษย์ตัดสินว่าผิด ถูก ดี หรือชั่ว
แน่นอน คือไม่แน่นอน
หรือว่าไม่แน่นอนเสมอไป เชื่อถือได้หรือเชื่อถือไม่ได้
ความรู้สึกว่าพวกเราหรือพวกเขา
มันจะมาเป็นกำแพงกั้นความยุติธรรม
คือปิดบังดวงปัญญา ทำให้ผู้รู้ทำอะไรอย่างคนโง่
และทำให้ผู้มีอำนาจลงโทษคนที่ไม่ผิด
ทำให้อาจารย์ทำร้ายลูกศิษย์ เช่น อาจารย์ขององคุลิมาล
ยืมมือคนอื่นประทุษร้าย เพราะโมหาคติ และภยาคติของตน
ทำให้อาจารย์ผู้สอนธรรม กลายเป็นผู้ไร้เสียซึ่งความยุติธรรม

ความโง่เขลาเบาปัญญาเพราะอคติ
ตามที่กล่าวนี้ทำให้ผู้ครองนคร กลายเป็นฆาตกร
ตัวอย่างเช่นพระเจ้าปเสนทิโกศล
ในสมัยพุทธกาลวางแผนฆ่าพันธุลเสนาบดี พร้อมด้วยบุตรจำนวนมาก
ผู้ไม่มีความผิดเลยแม้แต่น้อยนี้เรื่องยาว ยกมาพอเห็นตัวอย่าง

ความยุติธรรมตามธรรมชาติ
เป็นสิ่งที่ดีที่สุดหรือว่าเชื่อถือได้ที่สุด
เช่น การประพฤติผิดต่อธรรมชาติของร่างกายภายนอก
ก็ได้รับผลตอบแทนมา เช่น กินของเผ็ดเข้าไป มันก็ร้อนกระเพาะ
กินของเปรี้ยวจัด มันก็แสบกระเพาะ
มันเป็นความยุติธรรมสากล

ความยุติธรรมนี้อยู่ที่ใด?
พูดถึงความยุติธรรมประดิษฐ์นะครับ ก็อยู่ที่คน
ถ้าเป็นความยุติธรรมที่คนตั้งขึ้น มันก็อยู่ที่คน
ถ้ า ค น มี ธ ร ร ม... ค ว า ม ยุ ติ ธ ร ร ม ก็ มี
ถ้ า ค น ไ ม่ มี ธ ร ร ม... ค ว า ม ยุ ติ ธ ร ร ม ก็ ไม่ มี
เราขอความเป็นธรรมจากคนไม่มีธรรม
เขาจะเอาที่ไหนให้ เพราะว่าเขาไม่มีธรรม
เหมือนกับเราไปคั้นเม็ดทรายเพื่อจะเอาน้ำมัน
เม็ดทรายมันไม่มีน้ำมัน เราไปคั้นให้ตาย น้ำมันมันก็ไม่ออกมา
เราไปรีดเขาโคเพื่อจะได้น้ำนมโค ก็เหนื่อยแรงเปล่าเพราะที่เขามันไม่มี

เพราะฉะนั้นความยุติธรรมมันก็อยู่ที่คน ถ้าคนมีธรรม
ฉะนั้น ถ้าเราต้องการความยุติธรรม
เราก็ต้องพยายามฝึกให้คนมีธรรม
ถ้าคนไม่มีธรรม มันก็ไม่ยุติธรรม จะเอาที่ไหนมาให้

ปัญหาหนึ่งว่า ถ้าความยุติธรรมมาเผชิญหน้ากับเมตตากรุณา
ถ้ามันสอดคล้องกันไปได้ ไม่ขัดแย้งกัน
มีความยุติธรรมด้วย ไม่เสียเมตตากรุณาด้วย
ได้เมตตากรุณาด้วย ได้ความยุติธรรมด้วย อย่างนั้นก็ดี ไม่มีปัญหา

แต่ถ้าเกิดขัดแย้งกันขึ้นระหว่างเมตตากรุณากับความยุติธรรม
เราจะเอาอะไรไว้ และทิ้งอะไรไป
เช่น ถ้าเผื่อประพฤติเมตตากรุณา ก็จะเสียความยุติธรรม
ถ้าดำรงอยู่ในความยุติธรรม ก็จะเสียเมตตากรุณา
ต้องยอมขาดเมตตากรุณา จะเอาอะไรไว้ จะทิ้งอะไรไป เช่น

ครูกับนักเรียน ถ้าบอกข้อสอบกับนักเรียนบางคน
เมตตากรุณากับนักเรียนคนนั้น กลัวเขาจะสอบตก
แล้วเขาจะลำบาก ก็บอกข้อสอบเขาไป
หรือตรวจข้อสอบให้เขาได้คะแนนดี ทั้งที่เขาทำไม่ได้
อย่างนี้แม้จะสำรวจใจแล้วว่ามีเมตตากรุณา แต่ว่ามันเสียความยุติธรรม

ท่านผู้รู้ท่านให้เอาอะไรไว้ก่อน เพราะเหตุไร?
ในกรณีที่คุณธรรม 2 อย่าง มาเผชิญหน้ากันและขัดแย้งกัน
จำเป็นต้องทิ้งอย่างหนึ่ง เอาไว้อย่างหนึ่ง


ดูตัวอย่างเปาบุ้นจิ้นเป็นตัวอย่างที่ดี
ท่านต้องดำรงรักษาความยุติธรรมเอาไว้
ดูเหมือนจะขาดเมตตากรุณา แต่ความจริงก็ไม่ใช่อย่างนั้น
ต้องดำรงความยุติธรรมเอาไว้
เพราะว่าความยุติธรรมเป็นหน้าที่โดยตรงของคนทุกคน

เมตตากรุณา เป็นคุณธรรมเหมือนกัน
แต่เมื่อมาพร้อมกันเป็นหน้าที่โดยอ้อม
แต่ถ้าทำได้ เราประพฤติความยุติธรรม โดยไม่ให้เสียความเมตตากรุณา
แต่ถ้าประพฤติความเมตตากรุณา อย่าให้เสียความยุติธรรม
ถ้าให้เสียความยุติธรรมแล้ว มันจะเสียไปหมดหลายอย่าง

ที่จริงเราสามารถจะผดุงความยุติธรรมไว้ได้ด้วยเมตตากรุณานั่นเอง
เช่น เราลงโทษคนเพื่อรักษาความยุติธรรม
แล้วก็เป็นการเมตตากรุณาบุคคลผู้นั้นไปด้วย
เพื่อไม่ให้เขาทำผิดยิ่งไปกว่านั้น อันนี้ขอให้ทำความเข้าใจให้ดี

ทุกคนชอบความยุติธรรม
แต่ว่าน้อยคนนักที่จะดำรงอยู่ในความยุติธรรม
โดยสม่ำเสมอ โดยถูกต้อง เพราะว่าใจมันไม่เป็นธรรม


:b53: :b51: :b53: :b51:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ก.ค. 2013, 07:42 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 มี.ค. 2010, 16:12
โพสต์: 2264

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอโมทนาครับ สาธุ .. :b8:

:b1:

.....................................................
"พุทโธ .. พุทโธ .. พุทโธ"
ภาวนาวันละนิด จิตแจ่มใส


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 8 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร