วันเวลาปัจจุบัน 26 พ.ย. 2020, 06:19  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=7



กลับไปยังกระทู้  [ 5 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 เม.ย. 2013, 14:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 มี.ค. 2011, 13:32
โพสต์: 245


 ข้อมูลส่วนตัว


ชีวิต คนเรามีเรื่องร้ายๆ หรือสิ่งที่ไม่น่าปรารถนาเกิดขึ้นมากมาย พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า “ชีวิตนี้เป็นทุกข์” ในลักษณะของความแก่ ความเจ็บ ความตายก็ดี จำเป็นต้องอยู่ร่วมกับคนที่ไม่ชอบใจก็ดี การพลัดพรากจากคนที่เรารัก ไม่สมปรารถนาในชีวิต ก็เป็นเหตุการณ์ต่างๆ ที่เป็นเรื่องร้ายๆ สิ่งที่ไม่น่าปรารถนาเกิดขึ้นมากมาย ก็เข้าใจว่านี่คือ “อดีตเป็นเหตุ ปัจจุบันเป็นผล”

เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นทางร่างกายของตัวเองก็ดี มีเหตุการณ์ต่างๆ ในลักษณะเป็นเสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์ต่างๆ อันนี้เรียกว่าเป็น “กรรมเก่า” เช่น พระโมคคัลลานะ ช่วงสุดท้ายของชีวิตถูกโจรห้าร้อยมาทำลายชีวิต เมื่อท่านตรวจดูแล้ว ก็เห็นการกระทำของตนเอง เมื่อประมาณร้อยชาติก่อนได้ประทุษร้ายหรือฆ่าพ่อแม่ เพราะฉะนั้นเมื่อสิ่งร้ายๆ หรือเหตุการณ์ที่ไม่น่าปรารถนาเกิดขึ้น ก็คือ อดีตเป็นเหตุ ปัจจุบันเป็นผลทั้งนั้น

รูปภาพ

เมื่อปัจจุบันเป็นผลก็ต้องถามว่า “ชีวิตคืออะไร” เมื่อสังเกตดูว่าพระองคุลิมาล หรืออหิงสกกุมาร ถึงแม้ว่าจะฆ่าคนไปแล้วถึง 999 คน พระองคุลิมาลก็เข้าใจชีวิต ชีวิตคือปัจจุบันเดี๋ยวนี้ ตั้งมั่นสร้างเหตุที่ดีในปัจจุบัน พระองคุลิมาลก็เอาธรรมะคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า การเจริญอริยมรรคมีองค์ 8 การเจริญไตรสิกขา ศีล สมาธิ ปัญญา ให้เกิดขึ้นพร้อมกันในขณะจิต เป็นการละสังโยชน์ เข้าถึงอริยมรรค จนสำเร็จเป็นพระอรหันต์ได้

เมื่อเราเข้าใจกฎแห่งกรรม เราก็เข้าใจว่าชีวิตคืออะไร ชีวิตคืออะไรก็ตามที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเดี๋ยวนี้ที่เกิดประโยชน์ที่สุด เพื่อความสุขและประโยชน์ ถ้าเรามีปัญญาแล้ว เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่น่าปรารถนา เหตุการณ์ร้ายๆ เราก็ตั้งสติว่า เอ ! เราต้องทำอย่างไรจึงจะผ่านอุปสรรคนี้ได้

สิ่งที่ร้ายๆ เรียกว่าเป็นทุกข์ ทุกข์นี้คือบันไดแห่งการเจริญก้าวหน้า ถ้าเรามีปัญญาแล้ว เราจะเห็นว่าทุกข์นี้ก็เป็นปุ๋ยแห่งชีวิต ทำให้เกิดประโยชน์ ลึกๆ ในใจก็คือรู้สึกขอบคุณ ถ้าจิตใจเราเป็นสัมมาทิฐิหรือหัวใจของโพธิสัตว์แล้ว ไม่ว่าเหตุการณ์อะไรจะเกิดขึ้น เราก็ไม่ท้อถอย ไม่ท้อแท้ ตั้งสติว่าจะต้องสร้างกำลังใจ สร้างบารมี ตั้งสติแล้วก็ค้นหาคุณธรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อผ่านอุปสรรคด้วยดี เมื่อเราทำได้ดี เราก็เพิ่มบารมีและกำลังใจ อันนี้ลึกๆ ในใจของเราก็คือขอบคุณนี่แหละ ขอบคุณที่เราไม่แพ้ เพิ่มกำลัง เพิ่มบารมีให้กับตัวเอง

สำหรับผู้มีปัญญาแล้ว ถึงแม้ว่าเขาจะเจอกับเหตุร้ายๆ ก็ตาม การตั้งมั่นอยู่ในความดี ความถูกต้อง อาศัยคุณธรรมการสะสมบารมี ถ้าทำได้ก็มีดีเพิ่มขึ้น บารมีเพิ่มขึ้น ก็น่าจะขอบคุณ ผู้มีปัญญาควรจะเป็นอย่างนั้น เข้าใจและก็ยอมรับ เข้าใจในกฎแห่งกรรม ถ้ามองในแง่เป็นบวกได้ก็คือ ต้องขอบคุณ...ใจสู้ ขอบคุณ

รูปภาพ

บารมี 10 คือ ความดีที่ประพฤติปฏิบัติอย่างยิ่งยวด เพื่อบรรลุซึ่งจุดหมายอันสูงสุด ได้แก่

1. ทานบารมี หมายถึง การให้ การเสียสละ

2. ศีลบารมี หมายถึง การรักษากาย วาจา ให้อยู่ในหลักความประพฤติที่เป็นแบบแผน

3. เนกขัมบารมี หมายถึง การปลีกตัว ปลีกใจจากกาม

4. ปัญญาบารมี หมายถึง ความเข้าใจสภาวะของสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง

5. วิริยบารมี หมายถึง ความพยายามบากบั่น อุตสาหะ ก้าวหน้าเรื่อยไป ไม่ทอดทิ้งธุระหน้าที่

6. ขันติบารมี หมายถึง ความทนทานของจิตใจ

7. สัจบารมี หมายถึง พูดจริง ทำจริง และจริงใจ

8. อธิษฐานบารมี หมายถึง การตัดสินใจเด็ดเดี่ยว วางจุดหมายแห่งชีวิตของตนไว้แน่นอน และดำเนินตามนั้นแน่วแน่

9. เมตตาบารมี หมายถึง ความปราถนาดี มีไมตรี คิดเกื้อกูลให้ผู้อื่นมีความสุขความเจริญ

10. อุเบกขาบารมี หมายถึง ความวางใจเป็นกลาง เที่ยงธรรม และดำรงอยู่ในธรรม


คัดลอกบางตอนมาจาก...หนังสือ “ธรรมให้สุขใจ”
เรื่องโดย พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก เรียบเรียงโดย ธิดารัตน์ ไตรรัตนกุล

:b39: รวมคำสอน “พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=38514

.....................................................
"องค์ใดพระสัมพุทธ สุวิสุทธสันดาน ตัดมูลเกลศมาร บ มิหม่นมิหมองมัว
หนึ่งในพระทัยท่าน ก็เบิกบานคือดอกบัว ราคี บ พันพัว สุวคนธกำจร"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 เม.ย. 2013, 08:41 
 
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2012, 15:32
โพสต์: 1899


 ข้อมูลส่วนตัว


กราบๆ ขอน้อมรับข้อธรรมของหลวงพ่อมิตซูโอะคะ
ข้อธรรมบทนี้ของหลวงพ่อ ให้ประโยชน์ในการใช้ชีวิตมากเลยคะ :b8:

คนเราเกิดมา...อยากจะได้อยากจะมีแต่ยศ ลาภ สุข สรรเสริญ
แต่เสื่อมยศ เสื่อมลาภ ทุกข์ นินทา ไม่อยากได้ไม่อยากเจอ
ก็ต้องได้รับ ได้เจอ ได้มี อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย สาธุๆ คะ :b9:


แก้ไขล่าสุดโดย sirinpho เมื่อ 21 เม.ย. 2013, 11:19, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 เม.ย. 2013, 14:29 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 มี.ค. 2011, 13:32
โพสต์: 245


 ข้อมูลส่วนตัว


อ้าว! มะอาทิตย์ก่อนคนปลูกต้นไม้กับหลวงพ่อแค่คนเดียวเอง ทำไมตอนนี้มีคนมาปลูกต้นไม้กับหลวงพ่อเยอะจัง s006

.....................................................
"องค์ใดพระสัมพุทธ สุวิสุทธสันดาน ตัดมูลเกลศมาร บ มิหม่นมิหมองมัว
หนึ่งในพระทัยท่าน ก็เบิกบานคือดอกบัว ราคี บ พันพัว สุวคนธกำจร"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 เม.ย. 2013, 11:18 
 
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2012, 15:32
โพสต์: 1899


 ข้อมูลส่วนตัว


หัวหอม เขียน:
อ้าว! มะอาทิตย์ก่อนคนปลูกต้นไม้กับหลวงพ่อแค่คนเดียวเอง ทำไมตอนนี้มีคนมาปลูกต้นไม้กับหลวงพ่อเยอะจัง s006


:b4: หลวงพ่อปลูกต้นไม้องค์เดียว
หรือมีคนมาช่วยปลูกต้นไม้ด้วยอีกหลายคน

ก็ดีทั้งน้านนนค่า :b12: สาธุ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 เม.ย. 2013, 10:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 มี.ค. 2011, 13:32
โพสต์: 245


 ข้อมูลส่วนตัว


เห็นด้วยครับ มาช่วยกันปลูกต้นไม้เยอะๆ เพื่อเป็นการเซฟดิเอิ๊ด :b12: ... (หุหุ)

.....................................................
"องค์ใดพระสัมพุทธ สุวิสุทธสันดาน ตัดมูลเกลศมาร บ มิหม่นมิหมองมัว
หนึ่งในพระทัยท่าน ก็เบิกบานคือดอกบัว ราคี บ พันพัว สุวคนธกำจร"


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 5 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 5 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร