วันเวลาปัจจุบัน 15 ต.ค. 2019, 23:03  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=7



กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 มี.ค. 2013, 09:06 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2004, 19:46
โพสต์: 2306

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

ความตาย ที่ไม่มีผู้ตาย
อาจารย์กำพล ทองบุญนุ่ม



ท่านพุทธทาสภิกขุ
ได้รจนาบทกลอนอันไพเราะเกี่ยวกับความตายว่า

ความเอ๋ย ความตาย สิ้นชื่อหาย
เพราะไม่มี ความดีเหลือ
คือตายเน่า ตามหนอน เป็นบ่อนเบือ
น่าเหม็นเบื่อ ตายเช่นนี้ ดีอะไร
ถ้าตัวตาย ไว้ลาย ให้โลกเห็น
ก็เหมือนเป็น อยู่คู่หล้า อย่าสงสัย
ตายแต่เปลือก เยื่อในอยู่ คู่โลกไป
เป็นประโยน์ แก่ใครๆ ไม่สิ้นเอย


ชีวิตและความตายเป็นของคู่กัน
ทุกครั้งที่ชีวิตเกิดขึ้น เรายังมองไม่เห็นความตายหรอก
แต่ที่จริง ความตายมันก็ซ่อนอยู่ในตรงนั้นเอง
เรามักจะคิดว่า เรายังอายุน้อยอยู่
เราคงจะอยู่ถึงแปดสิบ ไปจนถึงร้อยปี
เราลืมไปว่า ขณะที่เราหายใจเข้า
ในช่วงหยุด ก่อนที่จะหายใจออก
ขณะนั้น เหมือนกับเราไม่มีชีวิตหรอก
นี้ยังไม่รวมเรื่องจิตใจนะ
เวลาขาดสติ แม้แต่ชั่วแวบเดียว
ก็เหมือนกับเราไม่มีชีวิตนะ
เมื่อขาดสติ เราก็ไม่มีความรู้ตัวว่า มันมีตัวเราอยู่
เมื่อมีสติ เราถึงจะรู้ว่า มีตัวเราอยู่
ดังนั้นเรานี่มีชีวิตอยู่เพียงทีละขณะ ทีละขณะ

คนรอบตัวเรานี่ ตายแม้กระทั่งยังอยู่ในท้องก็มี
ยังไม่ทันได้เกิดมาเลย บางทีตายตั้งแต่ยังเป็นทารก วัยเด็ก วัยรุ่น
วัยทำงาน วัยชรา มันมีโอกาสที่จะตายได้ ทุกวัน ทุกวัย
มันจึงเป็นอุทธาหรณ์เตือนใจว่า เราไม่ควรประมาท
ที่ศาลาวัดสิบเอ็ดศาลา เต็มทุกศาลา ต้องเผาวันละ ๓ ศพ
แล้วผู้ที่ตายนี่ ก็มีทุกวัย
เราไม่ควรประมาท คิดว่า เรายังอายุน้อยอยู่
เรายังมีความสุขอยู่ เรายังไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ
เรายังไม่แก่ เรายังไม่ตายหรอก
เราก็เลยไม่เคยระลึกถึงความตาย
มัวแต่ไปมุ่งอยู่แต่กับสิ่งภายนอก
ลืมมาจัดการกับสิ่งภายใน คือ กายใจเราเอง
ถ้าเรามาศึกษาเรื่องธรรมะ เรื่องเกี่ยวกับชีวิตนี่
เราจะเข้าใจเรื่องความตายได้ดีมาก


การหันมาเจริญสตินี่ จะช่วยให้เราหันมาดูตัวเองมากขึ้น
เราจะรู้ว่า เรานี่พร้อมที่จะตายได้เสมอๆ ทุกขณะ ทุกนาที
คนเราโดยทั่วไป กลัวความตาย ไม่อยากพูดถึง
ไม่อยากนึกถึง และไม่อยากไปเห็น
อันนี้เป็นการตัดโอกาสของเราไปเลย
ทำไมเราไม่เผชิญหน้ากับความเป็นจริง
ถ้าเรากลัวเจ็บ แล้วเราจะไม่เจ็บหรือ ?
ถ้าเรากลัวความตาย แล้ววันหนึ่งเราจะไม่ตายหรือ ?
การสบตากับความตาย
ทำให้เราเข้าใกล้ความจริง
เห็นว่า ที่จริงใครเล่าที่ป่วย ใครเล่าที่ตาย ?
ให้เราเผชิญหน้าเข้าไป เมื่อเรายังมีความพร้อม
ยังมีทุกข์ไม่มาก เราก็ควรเตรียมตัวเสียแต่เนิ่นๆ
ลดละเลิก อบายมุข การใช้ชีวิตที่เบียดเบียนตนเอง เบียดเบียนคนอื่น
หันมาทำประโยชน์ให้กับสังคม ให้กับคนอื่นบ้าง
การเป็นผู้ให้จะทำให้ใจเรามีความสุข ให้ทาน ให้โอกาสคนอื่น
ฝึกเป็นคนมีศีล ๕ เป็นนิตย์ จะช่วยเป็นฐานจิตฐานใจให้เรา

การเจริญสติในชีวิตประจำวันนี่ ทิ้งไม่ได้เลย
สิ่งนี้จะช่วยให้เราใช้ชีวิตอย่างไม่ค่อยผิดพลาด
แม้จะพลาด สติก็จะเตือนแล้วก็สามารถแก้ไขได้ทันท่วงที
ยิ่งเวลาเราเผชิญหน้ากับความเจ็บไข้ได้ป่วย
ก็จะไม่เป็นทุกข์มาก ไม่ไปยึดเอาความเจ็บป่วยมาเป็นเรา
สติในช่วงสุดท้าย เพียงแค่ ๕ นาที ๑๐ นาที ทำให้เกิดปัญญา
จะช่วยให้เราปล่อยวางได้ ไม่ให้จิตใจวุ่นวายไปกับความตาย
เราควรฝึกปล่อยวางไว้เสียตั้งแต่วันนี้
อย่าไปปล่อยเอาตอนจะตาย
เพราะตอนนั้นจิตมันอาจไม่มีกำลังพอ
จิตที่หลุดพ้นแล้วก็จะสามารถปล่อยวางได้ถึงขนาด
ไม่มีคนเจ็บ ไม่มีคนป่วย ไม่มีคนตาย
มีแต่ "ความตาย ที่ไม่มีคนตาย"


:b8: fb.วัดป่าสุคะโต. ธรรมชาติที่พักใจ
https://www.facebook.com/surinrukid

.....................................................
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร