วันเวลาปัจจุบัน 10 ธ.ค. 2019, 16:59  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=7



กลับไปยังกระทู้  [ 81 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5, 6  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 มี.ค. 2013, 08:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2004, 19:46
โพสต์: 2306

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

ถึงจุดปลอดภัย

ชีวิตและอัตภาพ ขึ้นอยู่กับความคิดขณะหนึ่งขณะหนึ่ง
จิตคิดหนึ่งครั้ง เราก็เกิดแล้ว จิตดับ เราก็ดับ
ถ้าเรามีสติ ไม้เข้าไปอยู่ในความคิด เราก็ "พ้นเกิด"
คิดมาก...สติน้อย คิดน้อย...สติมาก
ไม่คิดเนี่ย...จิตมันจะว่างๆ มันจะสบาย
ความคิด ถ้าเราไม่ไปปรุงแต่งต่อเติม
เขาจะไม่ยาว จะจบลงง่ายๆ เวลามันเกิดความคิดอะไรขึ้นมา
อย่าไปห้าม อย่าไปกดเอาไว้ ให้เรามี "สติ" รู้เท่าทัน นี่คือ "การดูจิต"
มีสติรู้ทันในความคิด อย่าไปรู้ที่เรื่องราวของเขา มันจะยาว จบลงได้ยาก
ให้รู้ไปที่ "อาการของจิต" รู้ว่า มันคิดขึ้นแล้ว
ถ้าเรารู้เป็น มันจะเห็นการเกิด-ดับ เกิด-ดับ
หลักสังเกต จิตผู้รู้นี้ มันจะรู้เฉยๆ
ส่วนความคิดนี่ มันจะปรุงแต่งสารพัด เรียกว่า "มีสติ-รู้อยู่ในรู้"
ถึงจุดนี้ที่สามารถแยกจิตออกจากอารมณ์ได้นี่ ถือว่าปลอดภัยแล้ว

.....................................................
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 มี.ค. 2013, 08:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2004, 19:46
โพสต์: 2306

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


ใจที่มีสติ

ผู้เจริญสติ
ต้องแบ่งแยกให้ได้ว่า
อะไรคือ สิ่งที่มาให้เรารู้สึกตัว
อะไร คือ สิ่งที่เข้าไปรู้
สิ่งที่เข้าไปรู้ก็คือ การมีสติ
สังเกตว่า เราอยู่กับปัจจุบันหรือเปล่า
ถ้าเราอยู่กับหน้าที่ อยู่ในแดนงานของเรา
อันนั้นเรามีสติ
ใจที่เป็นปกติ
ใจที่ไม่สงสัย
ใจที่อยู่กับปัจจุบัน คือ ใจที่มีสติ

.....................................................
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 มี.ค. 2013, 08:30 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2004, 19:46
โพสต์: 2306

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


เพียง..อาการ ไม่ใช่เรา

เวลาเราเกิดความโลภ ความโกรธ ความหลง
ให้รู้จัก "ต่อรอง" กับกิเลสซะบ้าง
บางทีกิเลสดับเพราะว่า กำลังสติเราดี
บางทีกิเลสก็ดับเพราะว่า กำลังกิเลสมันหมด
เพราะ "ความไม่เที่ยง" ไง กิเลส มันก็ไม่เที่ยง
เราต้องมี "สติ" เป็นบังเกอร์ แล้วก็รู้ให้เท่าทัน
ตัดกำลังกิเลส ตัดอาหารเขาโดยการ "ไม่ทำตาม"
กิเลสมีไว้ให้เอาชนะ ไม่ใช่ให้ทำตาม
ขอให้มีศรัทธา มีความเพียรในการทำอย่างสม่ำเสมอ
จะเกิดความอดทน สมาธิจะเกิดตามมา
ประการสำคัญคือ เราต้องทำให้เป็น ทำให้ถูกต้องด้วย
คือ ทำลงไปที่รูปที่นาม ที่กายที่ใจ
การดูที่ถูกต้อง ให้ดูที่ "อาการ" ดูที่ "ตัวรู้สึก"
ไม่เกี่ยวกับชื่อ ไม่เกี่ยวกับช้าหรือเร็ว
ดู "การตึง การไหว" นี่แหละ คือ "การดูรูป"
ส่วน "การดูนาม" คือ เวลามัน "คิด" ขึ้นมา ให้ "รู้สึก"
จบที่แค่ "รู้สึก" เท่านั้น
ปรมัติธรรม มันไม่มีชื่อ ไม่มีลักษณะ
มีแต่ "อาการ" เท่านั้น

.....................................................
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 มี.ค. 2013, 08:30 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2004, 19:46
โพสต์: 2306

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


ให้จิตทำหน้าที่ไปเอง

ความจริงของจิตเป็นทุกข์
เมื่อเคลื่อนตัวไป "คิด" หน่อยเดียวเท่านั้น ก็ "เป็นทุกข์" แล้ว
การคิดแต่ละครั้งเป็นทุกข์ เคยไหมเวลาใครให้เรามาคิดอะไร
ไม่อยากคิดหรอก ทำไมจึงไม่อยากคิด เพราะเป็นทุกข์
ถ้าคิดแล้วเป็นสุข มันก็อยากคิดเป็นธรรมดา
ฉะนั้นเวลาเราปฏิบัติ อย่าไปกลัวว่าจะไม่รู้อะไร
อย่าไปกลัวว่าเดี๋ยวจะหลง ไม่เป็นไรหรอก เป็นเรื่องธรรมดา
เมื่อ "หลง" ได้ก็กลับมา "รู้" ได้เหมือนกัน
เป็นเรื่องธรรมดาอีกนั่นแหละ
ปล่อยให้จิตทำหน้าที่ของเขาเอง
อย่าไปจัดแจงจัดการให้ได้ดั่งใจเรา
เราดูอยู่ข้างนอก ดูอยู่ห่างๆ ให้จิตทำหน้าที่ไปเอง

.....................................................
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 มี.ค. 2013, 08:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2004, 19:46
โพสต์: 2306

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


ศักราชใหม่..ใจตื่น

จงทำจิตให้ใหม่เสมอทุกขณะ
แม้ไม่มี "เรา" ผู้เป็นคนใหม่
แต่ก็มี "จิต" ดวงใหม่ เสมอ
จิตที่ตื่นจากความหลง
ขอให้มาสนใจปฏิบัติตรงนี้

.....................................................
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 มี.ค. 2013, 08:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2004, 19:46
โพสต์: 2306

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


เรื่องสิ้นทุกข์

กาย กับ จิต มีไว้เพื่อเรียนรู้
ถ้าเราเรียนรู้กาย เรียนรู้จิต
จนรู้แจ้งเห็นจริงตามความเป็นจริงแล้ว
เราจะสิ้นทุกข์ได้ในที่สุด

.....................................................
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 มี.ค. 2013, 08:42 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2004, 19:46
โพสต์: 2306

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


ปัจจุบัน คือ สติ

การปฏิบัติธรรมด้วย "ความรู้สึกตัว" ในชีวิตประจำวัน
ต้องปฏิบัติแบบ ไม่ต้องได้อะไร
และไม่เป็นอะไรกับอะไร นี่แหละจึงจะได้
คำว่า "ไม่เป็นไร" นี่ยิ่งใหญ่นะ
มันทำให้ "ใจตื่น"
คนปฏิบัติธรรมต้องหน้าตาผ่องใส
ไม่ใช่คร่ำเคร่ง เก็บกด
เราปฏิบัติเพื่อ "เห็น" ธรรม
ไม่ใช่ไป "เอา" ธรรม
ดังนั้น ให้ปฏฺิบัติแบบผ่อนคลาย
สบายๆ ทำเล่นๆ แต่ต่อเนื่อง
โดยไม่คาดหวังอะไร
การ "รู้แบบปัจจุบัน" นั่นแหละ คือ "สติ"

ถ้าเรามี "ปัจจุบัน" เมื่อไร แสดงว่า เรามี "สติ"
ปัจจุบัน กับ "ความรู้สึกตัว" เป็นของคู่กัน
ขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไม่ได้ การศึกษาธรรมะ
คือ การศึกษาตัวเอง ของจริง
มีเฉพาะในปัจจุบันเท่านั้นการแสวงหา
ความดับทุกข์ เกิดขึ้นได้ที่ปัจจุบัน
การแสวงหาความสุขที่แท้จริง
ก็เกิดขึ้นได้ที่ปัจจุบันเท่านั้น
คนที่มีปัจจุบันคือ คนที่พบความสุข

.....................................................
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 มี.ค. 2013, 08:44 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2004, 19:46
โพสต์: 2306

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


คล้องพระสติ

พระเครื่อง คล้องไว้ที่ "กาย"
พระสติ คล้องไว้ที่ "ใจ"
คนคล้องพระ ยังไม่มั่นใจว่า จะเป็นคนดีนะ
พระ คือ ผู้มีชีวิตที่ประเสริฐ
สติ คือ แพทย์ทางรอด
เป็นทางเลือก ที่ไม่เป็นอะไรกับอะไร

.....................................................
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 มี.ค. 2013, 08:49 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2004, 19:46
โพสต์: 2306

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


หมดทุกข์ สุขปรากฏ

คนที่ฝึกสตินี่ ทำให้เกิดปัญญา
รู้จักแก้ปัญหาตนเองได้
แล้วก็ยังช่วยแก้ปัญหาผู้อื่นได้ด้วยในบางโอกาส
จะเป็นคนที่มีพลังทางด้านจิตใจ คือพลังสติ

จะเป็นคนมีวิธีการคิดที่ดี ทำให้เราไม่มีความทุกข์
สิ่งที่ทุกคนปรารถนาคือ ความสุข
แต่คนเราจะมีความสุขได้นั้น
ต้องเอาทุกข์ออกจากจิตให้ได้เสียก่อน
แล้วมันจะมีความสุขไปเอง
เหมือนคนที่อาบน้ำสะอาดแล้วถึงไปสวมเสื้อผ้า

.....................................................
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 มี.ค. 2013, 08:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2004, 19:46
โพสต์: 2306

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


เริ่มด้วย..รู้สึกตัว จบด้วย..รู้สึกตัว

คนเราเป็นทุกข์เพราะ ไม่รู้จักตัวเอง
เลยไปยึดมั่นถือมั่น นึกว่ามีตนเอง
ที่จริงเป็นเพียง ธาตุขันธ์ห้า
เราจึงมาฝึกเพื่อให้เห็นความจริงตรงนี้
เมื่อไรรู้แจ้งว่า กายนี้ไม่ใช่เราเมื่อไรละก็
มันจบความทุกข์ทางใจไปได้

คนที่รู้สึกตัว คือ คนที่เข้าถึงแก่นแท้ของชีวิต
คนที่เจริญสติ จนหมดความปรุงแต่งใดๆ จะพบความสุขที่แท้จริง
ความรู้สึกตัว คือ ผลของการปฏิบัติทั้งหมด
ซึ่งเกิดจากการปฏิบัติ มิใช่คิดเอา


สว่างแทนมืด

"ความรู้สึก" เป็นทั้งหมดในพระพุทธศาสนา
เป็น "ธรรมะกำมือเดียว"
รู้.สึก.ตัว. ๓ คำ ทำให้บรรลุธรรมได้ เข้าให้ถึงเถอะ
เพราะความรู้สึกตัว เป็นการแก้ทุกข์ที่ต้นเหตุ
เป็นการทำลายความหลง
"ความรู้สึกตัว" เป็นสิ่งตรงข้ามกับ "ความหลงลืมตัว"
ดังนั้น ไม่ต้องไปขับไล่ความหลง
เพียงสร้างความรู้สึกตัวให้เกิด ความหลงมันหายไปเอง
เมื่อสว่างมา มืดมันก็ไม่มี

.....................................................
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 มี.ค. 2013, 08:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2004, 19:46
โพสต์: 2306

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


ประสบการณ์ทางจิต

การรู้ทันอารมณ์รู้ทันชีวิต
รู้ทันจิตใจของตัวเองและผู้อื่น
เราก็จะไม่ตกเป็นทาสของสิ่งเหล่านั้น
เราต้องมีหลักโดยเป็นเพียง "แค่ดูมัน" เท่านั้นเอง
และเมื่อจิตใจเราสามารถรู้ทันสิ่งเหล่านี้ได้
ก็เท่ากับว่า จิตของเรา "เกิดประสบการณ์"

.....................................................
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 มี.ค. 2013, 08:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2004, 19:46
โพสต์: 2306

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


ทำให้เหมือนคนสิ้นหวัง

ภาษากับตัวปฏิบัตินี่มันต่างกัน
ภาษาเอามาสื่อนามธรรมนี่มันอัตคัตมาก
เรื่องปัญหาของความคิด ไม่ต้องกังวล
ความคิดเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
ให้ต่างฝ่ายต่างอยู่ อย่าไปสนใจ
พอขาดสติเมื่อไร ความคิดก็มาล่อเราไปสนใจ
แนวทางหลวงพ่อเทียนนี่ ไม่ได้ไปห้าม ไปตาม ไปทำ
ให้เพียง "รู้ทัน" เท่านั้นเอง
ถ้าไม่รู้ทันความคิด เราก็ "หลงความคิด" ได้

แค่รู้บ่อยๆ รู้บ่อยๆ เหมือนการพิจารณา
การไปคอยเฝ้าดู เท่ากับไม่มีอิสระในชีวิต
พอคิดแล้วก็ให้ผ่านเลยไป ไปเสียให้พ้นจากตรงนั้น
พอมันหลง มันเผลอ อย่าไปดึงกลับมา ให้รู้เอาใหม่เลย
"ใหม่ ย่อม ต่างเก่า" มันคิดทั้งวันอยู่แล้ว
มันไม่รู้ตอนนี้ ก็รู้อันใหม่ ไม่รู้ชาตินี้ ก็รู้ชาติหน้า
อย่าไปเคร่งเครียด เร่งรัด
ให้ทำสบายๆ ทำเล่นๆ เพลินๆ
ทำเหมือนคนสิ้นหวังก็ได้

.....................................................
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 มี.ค. 2013, 08:59 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2004, 19:46
โพสต์: 2306

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


หนีไม่พ้น

ทุกชีวิตก็ย่อมหนีไม่พ้นความแก่ เจ็บ ตาย
ต้องพลัดพรากจากกัน และต้องเป็นไปตามกรรม
ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็คือความทุกข์ที่ดักรอท่าน
ทั้งในปัจจุบันและอนาคตอยู่แล้ว
ถ้าท่านไม่แสวงหาที่พึ่งคือ ธรรมะแล้ว
เมื่อมีความทุกข์เกิดขึ้นมา
ท่านก็จะกลายเป็นคนอนาถาไร้ที่พึ่งอย่างน่าสงสาร
ฉะนั้น จงทิ้งความขี้เกียจ และเริ่มปฏิบัติธรรมเสียบัดนี้เถิด
ความสุขอันประเสริฐจะบังเกิดขึ้นกับใจเรา

.....................................................
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 มี.ค. 2013, 09:01 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2004, 19:46
โพสต์: 2306

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


ปฏิบัติไปในชีวิตประจำวัน

ในการปฏิบัติธรรมเจริญสติ
ขณะที่เรากำลังได้ยินได้ฟังเรื่องราวต่างๆ
รวมถึงการสนทนาโต้ตอบ
หรือการต้อนรับขับสู้กันไปตามสมมุติหน้าที่
ขอให้มีสติรู้ตัวทั่วพร้อม
และรักษาจิตให้ปกติเป็นกลาง
ไ ม่ ยิ น ดี ยิ น ร้ า ย
อยู่กับปัจจุบันได้เมื่อไรละก็
ถือว่าเป็นการปฏิบัติสติปัฏฐาน ๔
ที่ไม่ต้องอาศัยรูปแบบได้เหมือนกัน

.....................................................
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 มี.ค. 2013, 09:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2004, 19:46
โพสต์: 2306

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


ทุกข์ คือ ดอกไม้ของพระอริยเจ้า

ใครเห็นความทุกข์ ถือว่าเป็นผู้ที่โชคดีในทางธรรม
ความทุกข์เป็นดอกไม้ของพระอริยเจ้า
ความสุขเป็นดอกไม้ของพญามาร
สิ่งที่ดีมีคุณค่านั้นมักจะซ่อนอยู่ในสิ่งที่ไร้ค่า
ถ้าเรามีสติปัญญาเราจะค้นพบได้
เราจะค้นพบความจริงของชีวิตได้จากความทุกข์
ความสุขจะเกิดขึ้นได้นั้น
จะต้องเข้าใจและเรียนรู้จากความทุกข์ทั้งนั้นแหละ
จึงจะเรียกว่า ความสุขที่แท้จริง

.....................................................
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 81 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5, 6  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร