วันเวลาปัจจุบัน 23 ส.ค. 2019, 20:16  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=7



กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ธ.ค. 2012, 21:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4867

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ
วัดดอยแม่ปั๋ง
ต.แม่ปั๋ง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่


รูปภาพ

ให้ตั้งสัจจะ
แสดงแก่พระภิกษุ วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๒๗


:b47: :b47:

การปฏิบัติ เราจะเดินก็ให้ตั้งสัจจะไว้ว่า จะเดินเท่านี้เท่านั้น
หรือเราจะนั่งวันหนึ่งคืนหนึ่ง
หรือถ้าเราสู้ไม่ไหว เราก็เอาแต่พอสมควร ให้ตั้งใจจริงๆ

กำหนดตั้งสัจจะไว้ในจิตในใจ ละความมัวเมาออกให้หมด
คอยกำหนดจิตเข้ามาสู่ภายในให้ใจเบิกบาน
ตั้งความสัจจ์ว่าจะภาวนาเป็นเวลาเท่านั้นเท่านี้
หรือถ้าจะเดินก็ให้กำหนดระวังรักษาจิตใจของเราให้แช่มชื่นเบิกบาน
ไม่ปล่อยใจให้เป็นธรรมเมา รักษาจิตใจให้ตั้งอยู่เฉพาะธรรมโม

อย่าละความเพียรความพยายาม ให้เพียรติดต่อกัน
จะเป็นวันหนึ่งหรือคืนหนึ่งก็ได้ เช่น ตั้งสัจจะว่าจะนั่งตลอดคืนจะไม่นอน
อย่างนี้ ตั้งสัจจะไว้อย่างนี้เป็นการดี ตั้งสัจจะต่อพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
แล้วตั้งใจให้ดี คอยระวังรักษาจิตใจของเรานั้นแหละ ให้ผ่องใสตลอดไป
ให้พยายามรักษาความดี ความหมั่นความขยันของเราไว้
ให้สละความเกียจคร้านออกไปเสีย
ปกติจิตของเรานี้มักจะไหลไปสู่ความเกียจคร้านความลุ่มหลง
เราต้องพยายามหาอุบายมาเตือนตนอยู่เสมอ
ด้วยความเพียรความหมั่น ให้รักษากาย วาจา ใจ
ของเราได้บริสุทธิ์ บริบูรณ์ในสิกขาวินัย
นำความผิดความชั่ว ออกจากกาย จากวาจา จากใจ

การปฏิบัติภาวนาที่จะให้จิตอยู่ในธรรมโม
ต้องพิจารณากลับไปกลับมา
และหาอุบายแยบคายมาตักเตือนจิต ด้วยความเพียรติดต่อกัน


อาศัยความเพียรเป็นไปติดต่อ จึงจะชนะความเกียจคร้านได้
ความมัวเมา ความประมาทอันใดมีก็ให้ละเสียได้ วางเสีย
ทำจิตใจของเราให้ตั้งอยู่ในธรรมโม พิจารณากลับไปกลับมาอยู่อย่างนี้
ต้องอาศัยความเพียร ความหมั่น ความขยัน
ไม่เช่นนั้นจิตมักจะตกไปสู่ความเกียจคร้าน
เราต้องตักเตือนข่มขู่ ชักจูงแนะนำจิตของเราด้วยอุบายแยบคาย
ถ้าจิตใจมันเกียจคร้าน เราต้องหาอุบายมาตักเตือน
ชักจูงแนะนำ ให้มีความอาจหาญ ร่าเริง
ให้เกิดความอุตสาหะขยันหมั่นเพียร ไม่ปล่อยให้จิตนิ่งเฉยเกียจคร้าน
เราต้องละความเกียจคร้าน ความไม่ดีของจิต
ด้วยอบรมภาวนาอย่างนี้ ถ้าเราตักเตือนชี้นำด้วยอุบายอันชอบ
ในที่สุดจิตก็จะฟังเหตุผล เกิดความมุมานะพยายามในความเพียร

เราต้องข่มขู่ตักเตือนบ่อยๆ ในสมัยที่จิตนิ่งเฉยต่อความเพียร
เราคอยประคับประคองจิต
ด้วยอุบายข่มขู่ตักเตือนด้วยอุบายแยบคาย
จิตย่อมจำนนต่อเหตุผล ระวังรักษาสติไว้อย่าให้หลงลืม
ฝึกหัดให้เกิดความรู้ความฉลาดเกิดขึ้นในจิตในใจของตน
จิตของเรา ถ้ามันเกียจคร้านขึ้นมา มันจะให้เรานอนท่าเดียว
ถ้ามันเกิดอย่างนี้ขึ้นมา เราต้องหาอุบายมาข่มขู่ ตักเตือน
อุบายใดที่ยกขึ้นมาชี้แจงแล้วจิตยอมเชื่อฟัง
นั่นแหละคืออุบายที่ควรแก่จิตในลักษณะนั้นและในขณะนั้นๆ
ถ้าราไม่ข่มขู่ชี้โทษโดยอุบายที่ชอบ ใครเขาจะมาตักเตือนเรา
บางครั้งจิตถ้ามันเกียจคร้านขึ้นมา มันจะวางเฉยในอารมณ์ทั้งหมด
ในลักษณะเช่นนี้แหละ เราต้องหาอุบายมาทำให้จิตตื่นให้ได้
เช่น ไหว้พระสวดมนต์ หรือยกธรรมบทใดบทหนึ่งขึ้นมาพิจารณา

ให้ตั้งอยู่ในความหมั่นเพียร ในคุณงามความดีของตน
พยายามเพ่งดูในจิตในใจของเรานี้แหละ
ถ้าไม่อาศัยความขยันหมั่นเพียรไม่ได้
จิตเรานี้มันมักจะไหลไปสู่อารมณ์ต่างๆ เป็นอดีตอนาคตไป
เราต้องหาอุบายมาชี้แจงให้ตั้งอยู่ในปัจจุบันธรรม

จิตยิ่งเกียจคร้าน
ยิ่งต้องพยายามตักเตือนโดยอุบายมากขึ้นให้ทัดเทียมกัน


ถ้าเราไม่หมั่นหาอุบายมาอบรมจิตแล้ว
ส่วนมากจิตมักจะเกิดความเฉื่อยชา วางเฉย
ดังนั้น อุบายจึงเป็นของสำคัญ ยกขึ้นสู่การพิจารณาชี้แจง
ให้จิตอาจหาญ ร่าเริง เห็นแจ้งในจิตในใจของเรา
ถ้าจิตยิ่งเกิดเกียจคร้านเท่าไร
เราก็ต้องเพิ่มความพยามตักเตือนโดยอุบายให้มากขึ้น
ให้เท่าเทียมกันจนเกิดความขยันขันแข็ง เบิกบานผ่องใส

ให้ตั้งอกตั้งใจตั้งสัจจะ ตรงต่อคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
ให้เกิดความอุตสาหะวิริยะ ความพากความเพียรในภาวนาในคุณความดี
ให้ตั้งอยู่ในสิกขาวินัย ในความหมั่นความเพียร
ให้ตั้งความสัจจ์ความเพียรไว้ อย่าเป็นคนเกียจคร้าน
พระพุทธเจ้าสั่งสอนเราให้ตั้งอยู่ในมรรคในผล
ให้พยายามรักษาจิตรักษาใจของเรา อาศัยความองอาจกล้าหาญ
ในความพากความเพียรของเรา อย่าอ่อนแอท้อแท้
เราต้องสู้กับทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้าองอาจกล้าหาญจึงจะผ่านอุปสรรคไปได้


ให้รักษาตา รักษาหู รักษาจมูก รักษากาย รักษาใจ
ของตน ในทุกอิริยาบถ ยืน เดิน นั่ง นอน


:b50: :b50:

:b8: :b8: :b8: คัดมาจาก...หนังสือโอวาทธรรมหลวงปู่แหวน
: พระอริยะแห่งดอยแม่ปั๋ง จังหวัดเชียงใหม่,
พระนาค อตฺถวโร วัดสัมพันธวงศ์ ผู้รวบรวมและเรียงเรียง

(ต่อมาได้รับพระราชทานตั้งสมณศักดิ์เป็น
พระครูธรรมคุณาลังการ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์)


:b44: รวมกระทู้คำสอน “หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=42686

:b44: “ในหลวงรัชกาลที่ ๙” กับ “หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=38&t=42628

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 8 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร