วันเวลาปัจจุบัน 26 พ.ย. 2020, 05:45  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=7



กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 พ.ค. 2012, 08:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7330

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

จิตใสไร้ทุกข์...ปล่อยวางอารมณ์

โดย พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก


ในการดำเนินชีวิต การทำงานต่างๆ โดยเฉพาะเมื่อเราเดินทางไปต่างประเทศ มักพบปัญหามากกว่าอยู่ในประเทศที่ใช้ภาษาเดียวกัน มีวัฒนธรรมเดียวกัน สำหรับอาจารย์เดินทางมาอยู่ต่างประเทศตั้งแต่อายุ ๒๐ อยู่ในที่ต่างภาษาต่างวัฒนธรรม ถ้าไม่ระวังก็จะมีปัญหาได้ บางครั้งก็เป็นเราที่สร้างปัญหาเอง เช่น ถ้าเราเดินทางไปอยู่ในที่ที่มีคนหลายชาติอยู่ด้วยกัน เขาพูดอะไรก็ไม่รู้ ฟังได้คำเดียวว่า Japanese คนญี่ปุ่นก็รู้สึกว่าเขาดูหมิ่นเราทั้งๆ ที่เราก็ไม่เข้าใจ เมื่อคิดว่าเขาน่าจะดูหมิ่นเรา เราก็มีความไม่สบายใจเกิดขึ้น ลักษณะนี้เรามีประสบการณ์บ่อยๆ ซึ่งก็เป็นเพราะเราไปอยู่ในที่ที่มีวัฒนธรรมต่างกัน บางทีก็ใช้ภาษาต่างกัน เราก็ต้องฝึกจิตของเรา ความรู้สึกน้อยใจ กลัว โกรธ ทุกสิ่งทุกอย่างนี้มันเป็นปฏิกูลทางจิตใจ

เราต้องฝึกอย่างนี้ตั้งแต่ต้น ต้องหัดปล่อยวาง ฝึกปล่อยวาง แล้วสุขภาพจิตของเราก็จะดีขึ้น ต้องมีสติสัมปชัญญะ มีความรู้สึกตัวชัดเจน เช่น กำหนดลมหายใจออก เข้า หายใจเข้าลึกๆ สิ่งที่อาจารย์สอนง่ายๆ คือ การหายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ เราทุกคนต้องหายใจตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ ให้ลมหายใจออก ลมหายใจเข้าเป็นที่พึ่งแทนที่จะปล่อยความคิดไปตามอารมณ์ต่างๆ เช่น อารมณ์น้อยใจ เสียใจ วิตกกังวล ถึงเวลาก็หยุดคิด หยุดคิดได้ก็เป็นกำลังใจดี ถ้าหากว่าจะสรุปธรรมะคำสอนของพระพุทธเจ้า ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ไว้ที่คำเดียวก็น่าจะเป็นคำว่า “หยุด” หมายความว่า หากใจเราตั้งมั่นอยู่ในคำคำเดียว จิตใจก็จะหยุดคิดได้ หยุดมโนกรรม วจีกรรม กายกรรม ถึงแม้ก่อนหน้านี้จะมีอารมณ์น้อยใจ เสียใจ กลัว โกรธ เมื่อเราตั้งใจหยุดคิด จิตตั้งมั่นกับลมหายใจออก ลมหายใจเข้า แล้วก็จะปล่อยวางอารมณ์ได้

เราพยายามฝึกก่อนที่จะมีปัญหา ควรฝึกเป็นประจำทุกวันโดยเฉพาะก่อนนอน เราต้องทบทวนดูชีวิตว่าตั้งแต่ตอนเช้ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นกับเรา เราจะรู้สึกได้ในสิ่งที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ เมื่อเราระลึกถึงการกระทำของตัวเองแล้วภูมิใจ สบายใจ ว่าการกระทำนั้นเป็นสิ่งที่ดี วันนี้เราทำงานได้อะไร ทบทวนตั้งแต่เช้าจนถึงก่อนนอน ถ้าเรารู้สึกสบายใจ ภูมิใจ ดีใจ การกระทำนั้นก็เป็นสิ่งที่ดี เมื่อเราระลึกถึงการกระทำของตนเองแล้วเสียใจ ไม่สบายใจ ก็แสดงว่าการกระทำนั้นไม่ดี เราก็ตั้งใจที่จะแก้ไขปรับปรุง แล้วหลังจากนั้นให้ปล่อยวางทุกสิ่งทุกอย่าง โดยเฉพาะเมื่อเราจะนอน ปล่อยวางความรู้สึก ทำความรู้สึกคล้ายกับว่าอดีตไม่มี อนาคตก็ไม่มี ทำจิตใจให้สงบ สบายใจ สุขใจที่สุด หรือเรียกว่าการเจริญเมตตาภาวนา

รูปภาพ


:b8: คัดลอกบางตอนมาจาก
หนังสือ “วัคซีนธรรมะ” โดย พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร