วันเวลาปัจจุบัน 19 ต.ค. 2019, 10:14  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=7



กลับไปยังกระทู้  [ 10 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ก.พ. 2012, 21:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.ย. 2010, 09:07
โพสต์: 762

แนวปฏิบัติ: อานาปาฯ
งานอดิเรก: ศึกษาพุทธธรรม
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม
ชื่อเล่น: ปลีกวิเวก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

หน้าที่ของลูกที่พึงปฏิบัติต่อพ่อและแม่
พระธรรมเทศนาโดย พระธรรมเมธาภรณ์ (ระแบบ ฐิตญาโณ)
วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร



:b50: กัลยาณมิตร มิตรแท้ มิตรที่ดี สังเกตจาก
๑.ต้องเป็นมิตรที่มีอุปการะคุณ
๒.ต้องเป็นมิตรร่วมสุขร่วมทุกข์กัน
๓.ต้องเป็นมิตรที่คอยแนะนำตักเตือนในสิ่งที่เป็นประโยชน์
๔.ต้องเป็นมิตรที่มีลักษณะที่รักใคร่จริงใจต่อกัน

:b50: มิตรแท้ แม้ว่าจะหาได้ยากจริง แต่ลูกทุกคนจะหามิตรแท้ได้จากผู้ที่เป็นแม่พ่อ
แม่พ่อผู้ให้กำเนิดลูกมา แม่พ่อผู้นี้แหละจะเป็นมิตรแท้ของลูก ให้ความรัก ความเมตตา
ความอบอุ่น ความรักใคร่ และความจริงใจต่อลูกของแม่พ่อทุกคน

:b50: ในทางพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงคุณธรรมสำหรับคนดีไว้ในที่ต่างๆ
บรรดาคุณธรรมเหล่านั้นมักจะสอดแทรกการบำรุงมารดาบิดาของบุตรธิดาอยู่เสมอเช่นในมงคลสูตร
ก็ได้เน้นหนักให้บุคคลอุปัฏฐากบำรุงเลี้ยงดูมารดาบิดาของตน อันเป็นบทบัญญัติของสัตบุรุษ
คือนักปราชญ์ในอดีตก่อนสมัยที่พระพุทธเจ้าจะเกิดขึ้นมาในโลก ก็มีข้อกำหนดว่า
การอุปัฏฐากบำรุงมารดาบิดา.....เป็นบทบัญญัติของสัตบุรุษ คือคนดีทั้งหลาย

:b50: คุณธรรมที่จะทำคนให้เป็นเทวดา ขณะที่เป็นมนุษย์ จนถึงตายไปแล้วบังเกิดในสุคติโลกสวรรค์
พระพุทธเจ้าทรงแสดงคุณธรรมเอาไว้ว่า การอุปัฏฐากบำรุงเลี้ยงดูมารดาบิดา...
เป็นมงคลที่ประเสริฐที่สุด....


:b50: ยิ่งไปกว่านั้น พระพุทธเจ้ายังได้ปฏิบัติพระองค์ให้เป็นตัวอย่างแก่บุคคลทั้งหลาย เพื่อให้คนดีทั้งหลายได้ถือเป็นแบบอย่างในการแสดงออกซึ่งความกตัญญูกตเวทีต่อมารดาบิดาของตน แต่ถ้าเรามอง
อีกนัยหนึ่งจะเห็นว่า ความผูกพันระหว่างพ่อแม่ลูกนั้น ไม่อาจแยกออกจากกันได้

:b50: ปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมครอบครัวนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือปัญหาเยาวชน เรามีความวิตกกังวลกันมาก และปรารภกันอยู่เสมอผู้ใหญ่ได้มีการประชุมสัมมนา วิพากษ์วิจารณ์กันด้วย
ประการต่างๆ มักจะมีการตำหนิท้วงติงพฤติกรรมของเยาวชนทั้งหลาย ส่วนมากแล้วจะพูดกันในแง่ลบ
เคยมองถึงความจริงข้อนี้กันบ้างไหมว่า ความบกพร่องต่างๆที่เกิดแก่เยาวชนนั้น มีจำนวนไม่น้อย ที่ไม่ได้เกิดเพราะเด็กเพียงอย่างเดียวแต่เกิดขึ้นเพราะสภาพแวดล้อม สิ่งแวดล้อม บุคคลแวดล้อม โดยเฉพาะ
ผู้ที่เป็นพ่อแม่ ที่สำคัญอย่างยิ่งคือ แม่ เพราะเป็นผู้ที่ใกล้ชิดกับลูกของตนมากที่สุด เป็นไปได้ไหม ที่ส่วนหนึ่งเกิดจากการไม่ดูแล ไม่เอาใจใส่ไม่รับผิดชอบของผู้เป็นพ่อแม่ ทำให้จิตใจของเด็กเกิดสภาพว้าเหว่
โดดเดี่ยว เดียวดาย ขาดความรัก ขาดความอบอุ่น จนดิ้นรนเพื่อแสวงหาความรัก ความอบอุ่น ความปลอดภัย เพลิดเพลินบันเทิงใจนอกบ้าน ไปมั่วสุมไปเกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอกเข้า ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง
ที่ดีก็ดีไป ที่ไม่ดีก็นำปัญหามาสู่พ่อแม่ และครอบครัวของตน

:b50: หลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ในกรณีที่เป็นหน้าที่ระหว่างบุคคลทั้งสองฝ่าย จะไม่ทรงสอนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่จะทรงสอนทั้งสองฝ่าย

.....................................................
วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน โส เสฏฺโฐ เทวมานุสเส
ผู้ถึงพร้อมด้วยความรู้คู่ความดี คือผู้ที่ประเสริฐสุดในหมู่มนุษย์และเทวดา
วรรคทอง วรรคธรรม โดยท่าน ว.วชิรเมธี


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ก.พ. 2012, 09:43 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.ย. 2010, 09:07
โพสต์: 762

แนวปฏิบัติ: อานาปาฯ
งานอดิเรก: ศึกษาพุทธธรรม
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม
ชื่อเล่น: ปลีกวิเวก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ผู้เป็นพ่อแม่ เรียกว่า บุพการีชน ผู้ทำอุปการะคุณก่อน
ผู้เป็นลูก เรียกว่า กตัญญูกตเวทีบุคคล ผู้รู้อุปการะคุณที่ท่านทำแล้วกระทำตอบแทน


ฉะนั้น พ่อแม่จะต้องมีการตรวจสอบถึงหน้าที่ของความเป็นพ่อแม่ว่าได้ทุ่มเทชีวิตจิตวิญญาณของความเป็นพ่อแม่ลงไป ในการอภิบาลเลี้ยงดูรักษาลูกของตนหรือไม่ โดยเฉพาะหน้าที่ที่แม่จะพีงมีพึงทำต่อลูกของตนด้วย

การห้ามปราม ชี้แจง แนะนำ สั่งสอน ไม่ให้ทำความชั่ว พ่อแม่ได้รับผิดชอบในส่วนนี้ไหม เพราะปัญหา
ของเยาวชนเป็นอันมากในปัจจุบันบางทีลูกผู้ดีมีเงิน แม้มีการเป็นอยู่อย่างสะดวกสบาย แต่กลับสร้างปัญหานานาประการ เป็นไปได้ไหมที่พฤติกรรมของเด็กเหล่านั้นเกิดขึ้นจากการไม่ดูแลเอาใจใส่ของพ่อแม่ จนทำให้เกิดคำว่า ลูกบังเกิดเกล้าขึ้นในสังคม ลูกต้องการอะไร อยากได้อะไร ทำอะไร เป็นถูกใจ
พ่อแม่ไปหมดได้รับการยกย่องชมเชยจากพ่อแม่ไปหมด ใครจะห้ามปรามตักเตือนว่ากล่าวอย่างไร พ่อแม่ก็จะออกปกป้องรับหน้าแทน

ถ้าหากเป็นเช่นนั้น แสดงให้เห็นว่า พ่อแม่ได้ละเลยภารกิจในการอบรมสั่งสอนห้ามปรามลูก บางครั้งมี
ตัวอย่างบุคคลให้พบเห็นกัน ที่เรียกว่าสอนลูกให้เป็นคนเลว สอนลูกให้เป็นโจรก็มี

.....................................................
วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน โส เสฏฺโฐ เทวมานุสเส
ผู้ถึงพร้อมด้วยความรู้คู่ความดี คือผู้ที่ประเสริฐสุดในหมู่มนุษย์และเทวดา
วรรคทอง วรรคธรรม โดยท่าน ว.วชิรเมธี


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ก.พ. 2012, 21:32 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.ย. 2010, 09:07
โพสต์: 762

แนวปฏิบัติ: อานาปาฯ
งานอดิเรก: ศึกษาพุทธธรรม
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม
ชื่อเล่น: ปลีกวิเวก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b50: การอบรมสั่งสอนให้ประพฤติกระทำความดี การอบรมสั่งสอนในเรื่องความดีนั้น นับเป็นภาระหน้าที่ของพ่อแม่ในการจะอบรมสั่งสอนชี้แจงให้ลูกเกิดความเข้าใจ ตามปกติแล้วพ่อแม่เองก็รู้สึกตนไม่ถนัดและบางครั้งนับว่ายากพอสมควรในการที่จะอบรมสั่งสอนลูกให้เป็นคนดีมีสัมมาคารวะต่อพ่อแม่ การฝึกอบรมเยาวชนจึงไม่ใช่หน้าที่ของใคร กลุ่มคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ

ปัญหาบางอย่างเช่น การเคารพนับถือบุคคลที่ควรแก่การเคารพนับถือ การสอนเด็กให้มีความเคารพต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ พระควรมีส่วนช่วยสั่งสอนในเรื่องนี้ การสั่งสอนให้เด็กมีความเคารพต่อพระภิกษุสงฆ์สามเณร เป็นหน้าที่ของพ่อแม่กับครูที่จะช่วยกันสั่งสอน การสั่งสอนเด็กให้มีความเคารพนับถือต่อครูอาจารย์ ผู้ใหญ่ เป็นหน้าที่ของพระกับพ่อแม่ ช่วยกันสั่งสอน จะทำให้คำสั่งสอนมีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น
เพราะว่าไม่ได้เป็นการสอนเพื่อตัวเอง

จากการสังเกตพบว่า พ่อแม่มักจะตามใจลูกเกรงใจลูก เรื่องที่ ว่ากล่าวตักเตือนก็ไม่รีบทำ จนกลายเป็นการสร้างปัญหาความเดือดร้อน แก่ครอบครัว เยาวชนนับเป็นสมาชิกในสังคม เมื่อสร้างปัญหาในครอบครัวก็จะสร้างปัญหาแก่สังคม จนถึงแก่ชาติบ้านเมืองในที่สุด

พ่อแม่ที่เลี้ยงลูกรักลูกจนเกินไป เกรงใจจนเกินไป เมื่อลูกโตขึ้นจะกลายเป็นคนเอาแต่ใจตัวเอง เจ้าอารมณ์ ปรับตัวเข้ากับคนอื่นได้ยากและชอบนิยมในวัตถุสิ่งของที่แพงๆ เป็นคนฟุ้งเฟ้อหรูหรา

พ่อแม่ที่เลี้ยงลูกประเภทห่วงใยรักลูกมากจนเกินไป จะไปไหนก็เอาไปด้วย ติดสอยห้อยตามไปกับแม่ตลอดเวลา วันเวลาผ่านไป ลูกจะค่อยๆกลายเป็นคนอ่อนแอ จิตใจอ่อนแอ ไม่ก็เป็นหญิงในร่างชาย
หรือชายในร่างหญิง ซึ่งมีให้พอเห็นกันมากในสังคมปัจจุบัน

พ่อแม่ที่เลี้ยงลูกแบบใกล้ชิด ให้ความรักความอบอุ่นให้คำแนะนำสั่งสอนที่ถูกที่ควร พยายามอธิบายให้เหตุผล และสอนลูกด้วยการเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกดู เมื่อลูกโตขึ้นสิ่งเหล่านั้นจะเป็นพื้นฐานสร้างจิตใจ
ของลูกให้เข้มแข็งและมั่นคง.....
จึงมีคำกล่าวว่า "เลี้ยงลูกอย่างถูกวิธี" คือ "ทำดีให้ลูกดู"

การจัดการศึกษาสนับสนุนส่งเสริม
ด้านการศึกษา พ่อแม่ควรจัดให้ลูกมีการศึกษาเล่าเรียนที่เหมาะที่ควร

(มีต่อ)

.....................................................
วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน โส เสฏฺโฐ เทวมานุสเส
ผู้ถึงพร้อมด้วยความรู้คู่ความดี คือผู้ที่ประเสริฐสุดในหมู่มนุษย์และเทวดา
วรรคทอง วรรคธรรม โดยท่าน ว.วชิรเมธี


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 มี.ค. 2012, 21:35 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.ย. 2010, 09:07
โพสต์: 762

แนวปฏิบัติ: อานาปาฯ
งานอดิเรก: ศึกษาพุทธธรรม
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม
ชื่อเล่น: ปลีกวิเวก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


พ่อแม่ได้ทุ่มเทชีวิตจิตใจลงไปหรือไม่ หรือปล่อยให้ศึกษาไปตามบุญตามกรรม พ่อแม่ได้คอยสอดส่องดูแลสอบถามการเล่าเรียนของลูกหรือไม่ หรือว่าไม่เคยถามไถ่ห่วงใยการศึกษาของลูกเลย

พ่อแม่ที่เป็นนักสังคมสงเคราะห์ มักเพลิดเพลินกับการสงเคราะห์เด็กๆข้างนอก จนลืมสงเคราะห์ลูกของตนเอง ปัญหาข้างนอกอาจช่วยให้ลดน้อยลง แต่ปัญหาภายในครอบครัวของตนกลับเพิ่มขึ้น ดังตัวอย่างที่ได้พูดได้คุยกันเสมอ แต่พ่อแม่ประเภทนี้มักไม่สามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้

:b50: การจัดแจงให้ลูกแต่งงานมีครอบครัว การสร้างครอบครัวใหม่ของลูก พ่อแม่ควรให้เป็น
ไปตามความสมัครใจของลูก ไม่ใช่เกิดจากการบีบบังคับของพ่อแม่ ตามความประสงค์ของพ่อแม่
การบีบบังคับให้ลูกเป็นไปตามความประสงค์ของพ่อแม่ เป็นการฝืนความคิด ความรู้สึกของลูก
พ่อแม่ต้องให้ความอิสระแก่ลูก เพราะไม่เช่นนั้นจะเป็นการทำร้ายจิตใจลูก

.....................................................
วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน โส เสฏฺโฐ เทวมานุสเส
ผู้ถึงพร้อมด้วยความรู้คู่ความดี คือผู้ที่ประเสริฐสุดในหมู่มนุษย์และเทวดา
วรรคทอง วรรคธรรม โดยท่าน ว.วชิรเมธี


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 มี.ค. 2012, 21:59 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.ย. 2010, 09:07
โพสต์: 762

แนวปฏิบัติ: อานาปาฯ
งานอดิเรก: ศึกษาพุทธธรรม
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม
ชื่อเล่น: ปลีกวิเวก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


การศึกษาเล่าเรียน ก็มีลักษณะเช่นเดียวกัน พ่อแม่อยากให้ลูกเรียน ลูกทำตามความประสงค์
ของพ่อแม่ โดยไม่มองสิ่งที่ลูกอยากจะเรียนตามความรัก ชอบ พอใจ และตามความถนัดของลูก เพราะ
คนเรามีความถนัด ความสามารถไม่เหมือนกัน วิชาความรู้ความสามารถนั้นจะเป็นเครื่องมือในการ
ประกอบอาชีพของลูก เป็นสิ่งที่ติดตัวลูก ไม่ใช่ติดตัวพ่อแม่ พ่อแม่ควรให้ลูกตัดสินใจเลือกเส้นทางของเขาเอง หน้าที่ของพ่อแม่คือ ให้กำลังใจ ให้การสนับสนุน ให้คำปรึกษา ให้ความรัก ความอบอุ่น ห่วงใย
เป็นขวัญเป็นกำลังใจให้แก่ลูก

การมอบทรัพย์สมบัติที่เป็นมรดก ก็เช่นเดียวกัน คนส่วนใหญ่เข้าใจจะมุ่งไปที่ทรัพย์สมบัติที่เป็นแก้วแหวนเงินทอง บ้าน รถ ที่ดิน เป็นต้น พระพุทธศาสนาสอนเอาไว้ว่า ทรัพย์สมบัติภายนอกนั้นมีค่าน้อย แต่สิ่งที่มีค่ามากกว่านี้คือ อวัยวะ ร่างกาย ชีวิต ที่มีอาการ ๓๒ ประการตลอดถึงสติปัญญา ความรู้
ความสามารถที่ลูกได้รับจากพ่อแม่ และลูกทุกคนมีสิทธิได้รับเท่าเทียมกัน

(มีต่อ)

.....................................................
วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน โส เสฏฺโฐ เทวมานุสเส
ผู้ถึงพร้อมด้วยความรู้คู่ความดี คือผู้ที่ประเสริฐสุดในหมู่มนุษย์และเทวดา
วรรคทอง วรรคธรรม โดยท่าน ว.วชิรเมธี


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 มี.ค. 2012, 20:46 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.ย. 2010, 09:07
โพสต์: 762

แนวปฏิบัติ: อานาปาฯ
งานอดิเรก: ศึกษาพุทธธรรม
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม
ชื่อเล่น: ปลีกวิเวก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b50: พระพุทธเจ้าสอนไว้ว่า ปัญญาประเสริฐกว่าทรัพย์ ปัญญาเป็นสมบัติที่ล้ำค่า
คนที่เสื่อมจากทรัพย์สมบัติภายนอก เป็นต้นว่า พ่อแม่ ครูอาจารย์ญาติมิตร แก้วแหวนเงินทอง
ถือว่าเป็นความเสื่อมเพียงเล็กน้อย แต่คนที่เสื่อมจากปัญญา ถือได้ว่าเป็นความเสื่อมอันยิ่งใหญ่
เพราะปัญญาเป็นที่มาของสิ่งทั้งหลายทั้งปวง หากคนเราไม่มีปัญญาแล้ว แม้มีสิ่งอื่นก็ไม่แน่ว่าเรา
จะสามารถรักษาได้ตลอดไป

:b49: ดังนั้น พ่อแม่ควรเลี้ยงดูลูกด้วยการให้ทรัพย์สมบัติภายใน อันเป็นมรดกที่ล้ำค่าที่จะติดตัวลูก
ไปตราบเท่าชีวิตจะหาไม่ ไม่ใช่มุ่งไปที่ทรัพย์สมบัติภายนอกอย่างเดียว


พ่อแม่ควรพิจารณาทบทวนบทบาทหน้าที่ของตนเอง อย่างที่พระพุทธเจ้าสอนไว้ว่า ให้พิจารณาตนด้วยตน ตักเตือนตนด้วยตน ตัดสินตนด้วยตน ตรวจสอบตนด้วยตน แล้วให้แก้ไขปรับปรุงเปลี่ยนแปลง
ตนเองด้วยตนเองอย่างที่ท่านเอาภาษิตเหล่านี้เรียบเรียงเป็นคำสอนได้ว่า...

ตนเตือนตนของตนให้พ้นผิด ตนเตือนจิตตนได้ใครจะเหมือน
ตนเตือนตนไม่ได้ใครจะเตือน อย่าแชเชือนเตือนตนให้พ้นภัย


ลูกทั้งหลาย ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะอะไรก็ตาม จะใหญ่โตมาจากไหนอย่างไรก็ตาม แท้ที่จริงแล้วความยิ่งใหญ่ทั้งหลายเหล่านั้นเป็นผลสืบเนื่องมาจากพ่อแม่ ข้อนี้ท่านได้ประพันธ์เป็นคำกลอนไว้ ชวนให้มองเห็นว่าความยิ่งใหญ่ในโลกนี้ แม้แต่พระเจ้าจักพรรดิ์ หรือแม้แต่พระพุทธเจ้าเอง ล้วนแล้วแต่เกิดมาจากมารดาว่า
แม้ลูกลุกผาดแผลงแรงจากอาสน์
ด้วยอำนาจกำแหงแรงยิ่งกว่า
อันมือไกวเปลไซร์แต่ไรมา
คือหัตถา ครองพิภพจบสากล


แสดงให้เห็นว่า ความยิ่งใหญ่ทั้งหลาย ความมั่งคั่งร่ำรวย ความรู้ความสามารถต่างๆ ล้วนได้มาจากพ่อแม่

:b50: พ่อท่านเรียกว่า ชนก แปลว่า ชายผู้ยังบุตรให้เกิด
แม่ท่านเรียกว่า ชนนี แปลว่า แม่ผู้ให้กำเนิด

ท่านผู้เป็นลูกทั้งหลาย ควรหยุดคิดพิจารณาทบทวนสิ่งต่างๆ ที่ตนได้อยู่ มีอยู่ เป็นอยู่ ในปัจจุบัน
แม้แต่เลือดเนื้อต่างๆก็เป็นตัวตนขึ้นมาได้ลองสืบสาวถึงที่มาอันแท้จริงว่า มาจาก
ไหน
? ก็จะเห็นความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงระหว่างตัวเองกับพ่อแม่ ที่ไม่สามารถจะแยกออกจากกันได้ และลูกควรพิจารณาทบทวนถึงสถานะของตนดูสิว่า เราเป็นลูกประเภทใด
พระพุทธศาสนาได้แสดงประเภทของลูกไว้ ๓ ประเภทด้วยกันคือ
๑.อภิชาตบุตร บุตรที่ดียิ่งกว่าพ่อแม่ เลิศกว่าพ่อแม่ ลูกเชิดชูสกุล
๒.อนุชาตบุตร บุตรที่เสมอเท่าเทียมพ่อแม่ ลูกรักษาตระกูล
๓.อวชาตบุตร บุตรที่ต่ำและทรามกว่าพ่อแม่ ลูกประเภทผลาญตระกูล

(มีต่อ)

.....................................................
วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน โส เสฏฺโฐ เทวมานุสเส
ผู้ถึงพร้อมด้วยความรู้คู่ความดี คือผู้ที่ประเสริฐสุดในหมู่มนุษย์และเทวดา
วรรคทอง วรรคธรรม โดยท่าน ว.วชิรเมธี


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 มี.ค. 2012, 20:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.ย. 2010, 09:07
โพสต์: 762

แนวปฏิบัติ: อานาปาฯ
งานอดิเรก: ศึกษาพุทธธรรม
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม
ชื่อเล่น: ปลีกวิเวก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b47: ครอบครัว คือสถาบันย่อยในสังคม ในชาติบ้านเมือง ดังนั้นความเป็นลูกประเภทใดก็ตามจะมีผล
กระทบต่อวงศ์ตระกูลที่ตนเป็นสมาชิกอยู่
กระทบต่อสังคมที่ตนเป็นสมาชิกอยู่
กระทบต่อชาติบ้านเมืองที่ตนเป็นราษฏรอยู่
กระทบต่อศาสนาที่ตนเป็นศาสนิกอยู่


:b50: ทำอย่างไร จะมีจุดเริ่มต้นที่ไม่ให้กระทบสังคมที่ตนเป็นสมาชิกอยู่นั้นคือ ลูกควรเพียรพยายาม
ที่จะเป็นลูกดำรงวงศ์สกุลที่เรียกอนุชาตบุตรเป็นอย่างน้อย หมายรวมถึงผู้หญิงผู้ชาย ไม่ได้เจาะจงว่า
ลูกผู้ชายเท่านั้นยิ่งลูกผู้หญิงแล้วยิ่งสำคัญมาก เพราะการกระทำของลูกผู้หญิงบางอย่างอาจจะล้างผลาญชื่อเสียงเกียรติภูมิของครอบครัว วงศ์ตระกูล ให้ตกต่ำไปได้ จึงเป็นเรื่องที่ควรระมัดระวังอย่างมาก จากนั้นให้ใช้ความเพียรพยายามฝ่าฟันอุปสรรคอันตรายต่างๆในชีวิต เพื่อยกสถานะของตนให้เป็นลูกประเภทเชิดชูสกุล คือ อภิชาตบุตร

ลูกประเภทที่เชิดชูสกุล เชิดชูครอบครัวได้ อย่างคำกลอนที่ท่านว่า
มีลูกดีเป็นศรีสง่า ญาติวงศ์พงศาพลอยผ่องใส

การเป็นอภิชาตบุตรนั้น เป็นผลดีต่อวงศ์ตระกูล สังคมประเทศชาติและพระศาสนา มีตัวอย่างบุคคลต่างๆ เป็นอันมากที่ทำความดีระดับต่างๆ ความดีแต่ละอย่างนั้น เชิดชูสังคมจากจุดเล็กๆไปหาจุดใหญ่อยู่เสมอ

การเป็นลูกที่ดีตามหลักของพระพุทธศาสนานั้น อยู่ที่พื้นฐานอันกอปรด้วยกตัญญูกตเวที รู้บุญคุณของพ่อแม่ แล้วเพียรพยายามที่จะตอบแทน คือ

๑.ท่านเลี้ยงเรามาแล้วเลี้ยงท่านตอบแทน
คำว่า เลี้ยงดูเรามักมองกันที่การทำนุบำรุงรักษาเลี้ยงดูในด้านร่างกาย
ละเลยในด้านจิตใจ จิตใจมีความสำคัญมากกว่า จะทำอย่างไรให้พ่อแม่สบายใจ สุขใจ ปลื้มใจ ดีใจ
และชื่นใจต่อการกระทำของลูกการเลี้ยงดูพ่อแม่จึงไม่ได้เจาะจงว่า จะต้องมีทรัพย์สินเงินทองเสียก่อน
จึงจะเลี้ยงดูพ่อแม่ได้ การที่ลูกเป็นคนดี มีความรู้ดี มีความคิดดี มีความสามารถดี มีความประพฤติดี จนเป็นที่ยอมรับนับถือยกย่องของบุคคลทั้งหลาย ลูกจะเป็นประดุจน้ำทิพย์ชโลมใจของพ่อแม่ให้รู้สึกปลาบปลื้มใจ รู้สึกดีใจ สุขใจ สบายใจ แน่นอนเมื่อท่านแก่เฒ่าชราลง ต้องดูแลเอาใจใส่ทั้งส่วนร่างกายและจิตใจ อย่างที่ท่านแสดงถึงเจตนารมณ์ของแม่ไว้ว่า.......

เมื่อแก่เฒ่าหวังเจ้าเฝ้ารับใช้ เมื่อป่วยไข้หวังเจ้าเฝ้ารักษา
เมื่อยามจะต้องตายวายชีวา หวังลูกลูกช่วยปิดตาเมื่อสิ้นใจ


ถ้าลูกทำได้เช่นนี้ ย่อมเป็นการแสดงถึงความเป็นคนดีของลูกเด่นชัดมากยิ่งขึ้น

.....................................................
วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน โส เสฏฺโฐ เทวมานุสเส
ผู้ถึงพร้อมด้วยความรู้คู่ความดี คือผู้ที่ประเสริฐสุดในหมู่มนุษย์และเทวดา
วรรคทอง วรรคธรรม โดยท่าน ว.วชิรเมธี


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 มี.ค. 2012, 21:01 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.ย. 2010, 09:07
โพสต์: 762

แนวปฏิบัติ: อานาปาฯ
งานอดิเรก: ศึกษาพุทธธรรม
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม
ชื่อเล่น: ปลีกวิเวก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


๒.ช่วยเหลือกิจการงานของพ่อแม่
การช่วยเหลือ คือช่วยเหลือทำงานตามที่พ่อแม่สั่งให้ทำ เป็นการแบ่งเบาภารกิจ ไม่ให้พ่อแม่ต้องทำงานหนักเกินไป เคยพบสถิติที่มีการสอบถามความคิดเห็นของเด็กที่มีต่อคนแก่ ถามว่า
.....เมื่อเห็นเขาว่าคนชราหรือคนแก่นั้น ควรจะปฏิบัติตนอย่างไร?
เด็กตอบว่า....
ต้องการให้คนแก่ดูแลเอาใจใส่ หุงหาอาหาร ซักรีดผ้าให้ เพราะว่าเขามีเรื่องที่จะต้องเรียน จะต้องทำงานมาก คนแก่ว่างๆ ควรมาประคบประหงมเขา มาดูแลเอาใจใส่เขา ถ้าเด็กเรามีความคิดอย่างนี้มากๆ คงจะ
รักษาชาติบ้านเมืองเอาไว้ไม่ได้แน่

การช่วยเหลือในกิจการงานจะต้องทำด้วยจิตสำนึก มีความเคารพรับผิดชอบ ไม่ใช่ทำตนเป็นคนประเภท
ตะปูต้องคอยฆ้อนอยู่เสมอ ถ้าใครไม่ใช้ฆ้อนทุบลงก็ขึ้นสนิม หมดสภาพความเป็นตะปู มนุษย์นั้นมีความคิดมีความรู้สึก มีความเคลื่อนไหว เห็นว่าอะไรควรช่วยเหลือแบ่งเบาภารกิจของพ่อแม่ ก็ช่วยเหลือแบ่งเบาภารกิจเหล่านั้น ไม่จำเป็นต้องรอให้ท่านใช้ทุกกรณีไป บางทีอาจจะเสนอตนบอกท่านว่า พ่อครับแม่ครับ ผมพอช่วยอะไรได้บ้าง แล้วช่วยท่านทำ

.....................................................
วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน โส เสฏฺโฐ เทวมานุสเส
ผู้ถึงพร้อมด้วยความรู้คู่ความดี คือผู้ที่ประเสริฐสุดในหมู่มนุษย์และเทวดา
วรรคทอง วรรคธรรม โดยท่าน ว.วชิรเมธี


แก้ไขล่าสุดโดย ปลีกวิเวก เมื่อ 15 มี.ค. 2012, 08:16, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 มี.ค. 2012, 21:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.ย. 2010, 09:07
โพสต์: 762

แนวปฏิบัติ: อานาปาฯ
งานอดิเรก: ศึกษาพุทธธรรม
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม
ชื่อเล่น: ปลีกวิเวก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


๓.ดำรงรักษาวงศ์ตระกูล
ตระกูลนั้นมีความเกี่ยวข้องผูกพันกันมาเป็นเวลานาน มาถึงสมัยเราต้องพยายามช่วยกันรักษาให้ได้อย่างน้อยที่สุดอย่าให้มีปัญหา มีความเดือดร้อน

ถ้าสามารถจะเชิดชูสกุลให้เด่นได้ก็จะเป็นการดีมาก แม้ยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไป สภาพสังคมเปลี่ยนแปลงไปคนในสังคมเพิ่มขึ้น ลูกที่ดีต้องรู้จักพัฒนา ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงตนเอง ให้ทันโลก ทันเหตุการณ์
พร้อมที่เผชิญปัญหาต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น คนยุคใหม่จะต้องมีความรอบรู้ มีความเฉลียวฉลาด มีความสามารถ และมีคุณธรรมดีกว่าคนยุคก่อนจึงจะสามารถดำรงวงศ์ตระกูลได้ และนำพาชาติบ้านเมืองประเทศให้เจริญก้าวหน้าไปได้

๔.ประพฤติตนให้เหมาะสมแก่การเป็นทายาทของครอบครัว
การเป็นทายาทของครอบครัว ไม่ได้หมายถึงการรับมรดก แต่หมายถึง ทำอย่างไรจะทำให้พ่อแม่ไว้วางใจ
สบายใจ ที่มักพูดกันว่านอนตายตาหลับ แม้ท่านจะตายไปแต่ลูกก็สามารถดำรงวงศ์สกุล รักษาทรัพย์มรดกต่างๆของสกุลไว้ได้ และมรดกที่รักษานั้น รวมไปถึงคุณงามความดี ขนบธรรมเนียม ประเพณี
จารีตต่างๆ ของสกุล ที่สืบทอดมาเป็นเวลานานไว้ด้วยดี

(มีต่อ)

.....................................................
วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน โส เสฏฺโฐ เทวมานุสเส
ผู้ถึงพร้อมด้วยความรู้คู่ความดี คือผู้ที่ประเสริฐสุดในหมู่มนุษย์และเทวดา
วรรคทอง วรรคธรรม โดยท่าน ว.วชิรเมธี


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 มี.ค. 2012, 22:00 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.ย. 2010, 09:07
โพสต์: 762

แนวปฏิบัติ: อานาปาฯ
งานอดิเรก: ศึกษาพุทธธรรม
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม
ชื่อเล่น: ปลีกวิเวก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


๕.ทำบุญอุทิศส่วนกุศลส่งไปให้ท่าน เมื่อท่านตายจากไป

การทำบุญอุทิศส่วนบุญส่วนกุศล เป็นหลักสำคัญในทางพระพุทธศาสนาอีกประการหนึ่ง ที่พระพุทธเจ้า
ทรงตรัสสอนเอาไว้และชาวพุทธยึดถือปฏิบัติกันมาจนถึงปัจจุบัน แม้ในครั้งพุทธกาลก็มีการทำบุญอุทิศ
ให้กับผู้ตายเช่นกัน

มีหลักฐานปรากฏในพระสูตรชื่อ ชาณุสโสนีสูตร ติโรกุฏฏกสูตรว่ามีพราหมณ์คนหนึ่งชื่อ ชาณุสโสนี
เข้าไปทูลถามปัญหากับพระพุทธเจ้าว่า....
"ข้าพระองค์เป็นพราหมณ์ เคยทำบุญให้ทานหลายอย่าง ทุกครั้งที่ทำบุญจะอุทิศว่า ขอส่วนบุญส่วนกุศลเหล่านี้จงสำเร็จแก่ญาติสายโลหิตทั้งหลายของข้าพเจ้า ผู้ตายไปแล้ว ญาติเหล่านั้นจะได้รับหรือไม่
ถ้าได้รับจะได้รับอย่างไร" พระพุทธเจ้าตรัสตอบว่า..."ผู้ตายจะได้รับหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัย
เพราะคนเราเมื่อครั้งมีชีวิตอยู่ ได้ทำกรรมเอาไว้ไม่เหมือนกัน อย่างไรก็ตาม ผลบุญจะสำเร็จแก่ผู้ตาย
หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับองค์ประกอบ ๓ ประการคือ
๑.ผู้ตายไปเกิดในโลกของเปรต อยู่ในภาวะที่จะรับรู้อนุโมทนาได้
๒.ญาติพี่น้อง ลูก หลาน หรือผู้ทำบุญอุทิศไปให้ ต้องเจาะจงลงไป
๓.ผู้รับทานนั้นต้องเป็นผู้มีศีลบริสุทธิ์

ถ้าลูกทุกคนเข้าใจหลักการนี้ กล่าวได้ว่า เป็นการทำบุญอุทิศให้แก่ผู้ตาย แก่พ่อแม่ อย่างถูกสมบูรณ์
ตามหลักพระพุทธศาสนา แต่ถึงอย่างไรก็ตาม พระพุทธเจ้าทรงตรัสยืนยันไว้ว่า...
:b50: ทายกผู้ชอบทำบุญทำกุศลเป็นปกติ จะได้รับผลและอานิสงส์ ๕ ประการ ดังต่อไปนี้คือ
๑.เป็นที่รักของคนหมู่มาก
๒.เป็นที่คบหาของคนดี
๓.มีชื่อเสียงเกียรติยศปรากฏไปไกล
๔.ไม่หลงทำกาลกิริยา คือมีสติดีขณะจะดับจิต
๕.ตายไปแล้วจะบังเกิดในสุคติโลกสวรรค์


อานิสงส์ ๕ ประการของการรักษาศีล มีดังนี้...คือ...
๑.เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยโภคะสมบัติ
๒.มีชื่อเสียงดี
๓.องอาจกล้าหาญในสมาคมต่างๆ
๔.จะไม่หลงตาย คือตายอย่างมีสติกำกับจิต
๕.ตายไปแล้วจักบังเกิดในสุคติโลกสวรรค์



:b47: รวมคำสอน “พระธรรมเมธาภรณ์ (ระแบบ ฐิตญาโณ)”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=47886

.....................................................
วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน โส เสฏฺโฐ เทวมานุสเส
ผู้ถึงพร้อมด้วยความรู้คู่ความดี คือผู้ที่ประเสริฐสุดในหมู่มนุษย์และเทวดา
วรรคทอง วรรคธรรม โดยท่าน ว.วชิรเมธี


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 10 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร