วันเวลาปัจจุบัน 11 ธ.ค. 2019, 15:37  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=7



กลับไปยังกระทู้  [ 3 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ธ.ค. 2011, 08:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7106

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

สติสัมโพฌงค์

สตินี้มันก็ทันน่ะ คิดขึ้นเรื่องใดมันก็ดับ คิดขึ้นเท่าใดมันก็ดับ ถ้ามีสติพร้อมกับ...ปรุงขึ้น...ดับ ปรุงขึ้น...ดับ เรียกว่า สติพร้อมกัน คิดไปก็หลงไปลืมไป แปลว่าไม่มีสติ ถ้ามีสติแล้ว คิดขึ้นร้ายก็ดี คิดดีก็ดี รู้พร้อมกันนั้นล่ะ สติรู้พร้อมกันดับลงทันทีนั่นล่ะ ฯลฯ

มีสติแล้ว มีปัญญา...เมื่อไม่มีสติมันก็เผลอ เผลอแล้วมันก็หลงไป ครั้นไม่เผลอแล้วมีสติแนบอยู่ทุกเมื่อแล้ว คิดดีก็ดับลง คิดชั่วก็ดับลง พอใจก็ดับลง ไม่พอใจก็ดับลง เอาลงทันทีนั่นล่ะ...มีสติแล้วก็ใช้ได้ ใจเบิกบานขึ้น ปัจจุบันมีสติพร้อมกันกับคิด...คิดผิดก็ดี คิดถูกก็ดี รู้พร้อมกันก็ดับทันที เรียกว่า สติ...สัมมาสติ สติสัมโพฌงค์ ฯลฯ

อุบายก็อาศัย ความเพียรความหมั่นนั่นล่ะ...ตั้งอยู่นั้นล่ะ ตั้งดูมันอยู่นั้นล่ะ...มันปรุงขึ้นรู้ทันที เป็นสติ


(ธรรมเทศนาของหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ เรื่อง “สติ” ในหนังสือหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ของ กฝผ. จัดพิมพ์ หน้า ๑๓๙...คัดมาเป็นช่วงๆ และใช้ภาษาไทยกลางแทนในบางคำที่หลวงปู่พูดภาษาไทยเหนือปนอีสาน)

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ธ.ค. 2011, 08:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7106

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


ปฏิบัติธรรมะ...อย่าเอามาก

ทำเรื่อยๆ สมควรแล้วล่ะ

เอามากเกินไปเป็นธรรมเมาน่ะ ธรรมเมานี่ลำบากน่ะ มันเอาเรื่องมาแต่ดึกดำบรรพ์โน่น เวลามันตั้งขึ้น มันเกิดมาจากไหนไม่รู้มัน

ธรรมเมานี่สำคัญ พอเผลอขึ้นมาแล้ว มันเมาคิดเมานึกไปเสียแล้ว

เอาล่ะน่ะ สมควร

อย่าเอามากมาย เอาทีล่ะน้อย ให้มันรวมเข้า รวมเข้า รวมเข้าเป็นเอกัคคตาได้เป็นดี


(ธรรมเทศนาของหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ เรื่อง “สติ”
ในหนังสือหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ของ กฝผ. จัดพิมพ์ หน้า ๑๖๑)



ใช้ “พุทโธ” เป็นมรรค

ทางที่ถูก...เอา “พุทโธ” เป็นมรรค...

พอมันสงบแล้ว...“พุทโธ” นั้นก็วางเสีย...

พอมันสงบตามสภาพแล้ว...ไม่ต้องบริกรรม...



(ธรรมเทศนาของหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ เรื่อง “สติ”
ในหนังสือหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ของ กฝผ. จัดพิมพ์ หน้า ๑๔๓)

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ธ.ค. 2011, 08:30 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7106

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รู้อยู่ที่เดียว

สติสัมปชัญญะ...สัมมาสติ ก็อันเดียวกันนั่นล่ะ มีหน้าที่กำหนดรู้...

ที่เกิดของธรรม-ที่ดับของธรรม รู้อยู่ที่เดียวนี้ล่ะ...

ละอยู่ที่เดียวนี้ล่ะ วางอยู่ที่เดียวนี้ล่ะ การปรารภความเพียรก็เอาสตินี้ล่ะ...เวลาเกิดความคับขันก็ให้น้อมเข้ามาปฏิบัติอยู่ ให้เพียรเพ่งอยู่จนหายสงสัย...อันนี้สำคัญมาก...เพ่งเข้ามาสู่จิตสู่ใจ อย่าไปเพ่งออกภายนอก...เพ่งจนหายสงสัย...จนไม่มีเกิด ไม่มีดับ...พราหมณาจารย์ผู้มีความเพียรเพ่งอยู่ เพียรเพ่งอยู่จนมันดับไปเอง...แม้เกิดขึ้นแล้ว มันก็ดับไปเอง แต่อย่าเข้าไปยึดถือในอะไรๆ สิ่งที่มันปรุงขึ้นแต่งขึ้น มักจับมันไม่ทัน...

ให้เพ่งจับอยู่เฉพาะในปัจจุบัน...อย่าไปเพ่งอดีต-อนาคต...อดีตเป็นธรรมเมา อนาคตเป็นธรรมเมา...พราหมณาจารย์ผู้มีความเพียรเพ่งอยู่...เพ่งอยู่ภายใน...ต้องเพ่งเข้าสู่ภายใน...สิ่งใดสิ่งหนึ่งเมื่อเกิดขึ้น มันก็ดับไปเอง...อย่าเข้าไปยึดถือสำคัญมั่นหมายว่าเป็นสิ่งนั้น ว่าเป็นสิ่งนี้...เพ่งอยู่จนหายสงสัย...ถ้าหายสงสัยมันก็ได้บรรลุมรรค-ผล-นิพพานเท่านั้นล่ะ...

การเพ่งอย่าให้มันออกไปข้างนอก...ให้เพ่งเข้ามาหาใจ...ให้เข้าสู่ใจ ให้เข้าสู่ ฐิติ ภูตัง...ให้ตั้งอยู่ในธรรม อันไม่ไป ไม่มา ไม่เข้า ไม่ออก...


(ธรรมเทศนาของหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ เรื่อง “ปัจจุบันธรรมเป็นธรรมโม”
ในหนังสือหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ของ กฝผ. จัดพิมพ์ หน้า ๖๗-๖๘)




พึงทำจิตให้ตั้งอยู่ในปัจจุบัน

ตัดอดีต-อนาคตลงให้หมด...

จิตตั้งอยู่ในปัจจุบัน รู้ในปัจจุบัน ละในปัจจุบัน วางในปัจจุบัน แจ้งอยู่ในปัจจุบัน….

ไปเอาอดีต-อนาคต...ไม่ไหว...

ตั้งความสัตย์ลงไปว่า เวลานี้เราจะทำจิตทำใจให้สงบ อย่าไปคิดอดีต-อนาคต...มันผ่านไปแล้ว...เอา ปัจจุบันนี้ล่ะ


(ธรรมเทศนาของหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ
ในหนังสือหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ของ กฝผ. จัดพิมพ์ หน้า ๑๘๐)




รู้แล้ว จะวางเอง

ให้พิจารณากาย พิจารณาใจนี้...

พิจารณาให้รู้แจ้งเป็นจุด แล้วค่อยขยายออกไป...

ครั้นรู้แจ้งเห็นจริงแล้ว มันก็ล่ะวางไปเอง


(ธรรมเทศนาของหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ
ในหนังสือหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ของ กฝผ. จัดพิมพ์ หน้า ๑๕๔)




หลวงปู่แหวนสรรเสริญเทวดา

หลวงปู่แหวนเล่าว่า ในสมัยที่ท่านอาพาธพักย่างไฟอยู่กุฏีโรงไฟนั้น ขณะที่ท่านภาวนาอยู่ได้ปรากฏว่า บนต้นไทรใหญ่นั้นเป็นที่อยู่อาศัยของพวกรุกขเทพ เป็นวิมานที่อยู่ของเขา...เมื่อหลวงปู่เข้าไปอยู่ในกุฏีซึ่งอยู่ภายใต้ต้นไทรใหญ่นั้น พวกรุกขเทพทั้งหลายต้องลงมาอยู่บนพื้นดิน ได้รับความลำบากมาก...เมื่อเห็นความลำบากแก่เขาเช่นนั้น ท่านจึงบอกเขาให้ย้ายที่อยู่เสียใหม่ โดยท่านบอกให้เขาย้ายที่อยู่เข้าไปอยู่ข้างในป่าลึกเข้าไป ซึ่งเขาก็ปฏิบัติตามคำแนะนำโดยเคารพ

ท่านเล่าว่า พวกเทพนั้นไม่ว่าจะเป็นชั้นต่ำชั้นสูง ความเคารพที่มีต่อพระนั้นมีอยู่เสมอกัน เขาจะไม่ยอมล่วงคารวธรรมเป็นอันขาด การเข้า-การออก เวลาเขามา-เขาไป ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย เชื่อฟังหัวหน้า ดูแล้วงามตาชื่นใจ...ไม่เหมือนมนุษย์เรา !!!


(ธรรมเทศนาของหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ
ในหนังสือหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ของ กฝผ. จัดพิมพ์ หน้า ๔๗)




มีต่อ

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 3 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร