วันเวลาปัจจุบัน 23 ต.ค. 2019, 07:11  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=7



กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ก.ค. 2011, 15:47 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7094

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ
พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ท่าน ว.วชิรเมธี)


เขาคือ อาจารย์กำพล ทองบุญนุ่ม อดีตครูพลศึกษา วิทยาลัยพลศึกษา จังหวัดอ่างทอง เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า วันหนึ่งขณะครูพละหนุ่มอายุเพิ่งย่าง 25 ปี กำลังกระโจนลงสระน้ำเพื่อสอนว่ายน้ำให้กับนักศึกษาตามปกติอยู่นั้นเอง โดยไม่คาดฝัน พลันศรีษะก็กระแทกเข้ากับพื้นสระอย่างแรงจนแน่นิ่งไป มารู้สึกตัวอีกที พบว่ากระดูกต้นคอข้อที่ห้าหักไปกระทบกับระบบประสาทไขสันหลัง จนกลายเป็นอัมพาต ชาไปทั้งตัว แขน ขา และมืออยู่ในสภาพไม่พร้อมใช้งานตามปกติได้อีกนับแต่บัดนั้น

หลังออกจากโรงพยาบาลอาจารย์กำพลกลายเป็นคนพิการ ต้องทนใช้ชีวิตอยู่บนรถวีลแชร์เกือบตลอด 24 ชั่วโมง ในระหว่างนี้ท่านพยายามยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นให้ได้ แต่ยิ่งพยายามก็ยิ่งดูเหมือนตอกย้ำให้สภาพจิตใจแย่ลงไปอีก เพราะความทุกข์ที่กายและใจแบกรับอยู่นั้นมันหนักหนาเกินกว่าคนธรรมดาๆ คนหนึ่งจะทำได้

ตลอดเวลาที่ทนทุกข์อยู่บนรถเข็น ท่านเฝ้าถามตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าว่า เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปได้อย่างไร ย้ำคิด ย้ำทำ และย้ำทุกข์ ทุกข์ทั้งกาย ทุกข์ทั้งใจ จนบางวันก็ภาวนาขอให้ตัวเองล้มหายตายจากไปเสียเร็วๆ ด้วยซ้ำ... นับแต่วันเกิดอุบัติเหตุจนเวลาล่วงไปกว่า 16 ปี อาจารย์กำพลเพียรหาวิธีดับทุกข์ให้ตัวเองด้วยธรรมะ จากคนที่ไม่เคยอ่านหนังสือธรรมะเลย กลายเป็นคนที่มีหนังสือธรรมะเต็มตู้ แต่ทุกข์นั้นก็ยังไม่หาย กระทั่งวันหนึ่งคุณพ่อของท่านได้นำเทปธรรมะและหนังสือคู่มือปฏิบัติธรรม ตามแนวทางของหลวงพ่อคำเขียน สุวัณโณ มาให้ศึกษา ท่านไม่รอช้า รีบทดลองปฏิบัติตามคู่มือที่ได้มา ซ้ำยังเขียนจดหมายไปขอฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่ออีกต่างหาก

การปฏิบัติธรรมด้วยการเจริญสติของอาจารย์กำพลเป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะต้องนอนปฏิบัติ เนื่องจากร่างกายเคลื่อนไหวไม่ได้ แต่ทั้งๆ ที่นอน "ดูใจ" (เจริญสติ) ของตัวเองอยู่นั่นเอง ผลของการปฏิบัติธรรมกลับก้าวหน้าเกินคาดราวปาฏิหาริย์ กล่าวคือ วันหนึ่งจิตของท่านได้เปลี่ยนคุณภาพใหม่ กลายเป็นจิตที่ไร้ทุกข์ มีแต่สุข และความรู้ตัวตื่นอยู่ตลอดเวลา (สติ) เมื่อได้ปฎิบัติมาได้ถึงขั้นนี้ ความทุกข์ทางกายก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับท่านอีกต่อไป เพราะกายกับใจนั้นแยกกันเป็นคนละส่วนอยู่แล้ว

ท่านสรุปว่า "ความพิการเป็นเรื่องของกาย แต่ใจเราไม่พิการ" นับแต่การฝึกปฎิบัติธรรมปรากฏผลอย่างเป็นรูปธรรม อาจารย์กำพลก็กลายเป็นคนใหม่อย่างสิ้นเชิง นั่นคือไม่เพียงแต่จะกลายเป็นคนที่หมดทุกข์ทางใจและมีใบหน้าเปื้อนยิ้มอยู่ตลอดเวลา ถึงขนาดกล้าประกาศว่า "ผมลาออกจากความทุกข์" เท่านั้น แต่ชีวิตของท่านยังพลิกผันจนกลายมาเป็นครูสอนวิปัสสนากรรมฐานให้กับคนอื่นๆ ซึ่งกายไม่พิการอีกด้วย

อาจารย์กำพล ทองบุญนุ่ม คือแบบอย่างของคนสู้ชีวิตที่ค้นพบโอกาสในวิกฤติได้อย่างงดงาม และสิ่งที่ท่านค้นพบไม่เพียงแต่จะทำให้ท่านพ้นทุกข์เพียงคนเดียวเท่านั้น ทว่ายังมีคนอีกมากมายที่ได้อาศัยท่านเป็นครู แล้วเพียรเจริญรอยตามจนเห็นธรรมท่ามกลางทุกข์ได้อย่างปาฏิหาริย์อีกไม่น้อย

"ในสุขมีทุกข์ ในมืดมีสว่าง และในวิกฤติมีโอกาส"

คำกล่าวนี้ยังคงเป็นความสัตย์ที่ท้าทายให้เราก้าวเข้าไปพิสูจน์อยู่เสมอ ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานสักเพียงใด


รูปภาพ
อาจารย์กำพล ทองบุญนุ่ม


หนังสือธรรมะสบายใจ : ท่าน ว.วชิรเมธี
http://www.kunnadham.com/

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 5 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร


cron