วันเวลาปัจจุบัน 23 ต.ค. 2020, 04:07  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=7



กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 มี.ค. 2011, 15:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ส.ค. 2010, 13:16
โพสต์: 279

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ความสุขแท้ไม่ได้หายไปไหน

เรื่องโดย ร.ศ.นพ.ธวัชชัย กฤษณะประกรกิจ


“แม้มนุษย์สามารถเดินทางไปถึงดวงจันทร์ แต่ก็ยังไม่สามารถพาใจตนเองให้ถึงความสุขได้”

ความสุขเป็นยอดของปรารถนาในชีวิตผู้คน เป็นสิ่งทรงพลัง ที่ผลักดันให้เราทำทุกอย่างในชีวิตได้อย่างไม่น่าเชื่อ ทุกการกระทำก็เพื่อความสุขมิใช่หรือ เพราะสิ่งนี้สิ่งเดียวที่เป็นคำตอบสุดท้าย

นักวิทยาศาสตร์พบว่าในสมองของคนเรามีศูนย์ความสุข ชื่อว่า นิวเคลียส แอคคัมเบนส์ (nucleus accunbens) เวลาที่มีไฟฟ้ามากระตุ้นที่ศูนย์นี้ เราจะรู้สึกเป็นสุข เคลิบเคลิ้มได้เลยทีเดียว หรือคนที่ใช้สารเสพติดก็พบว่ามีการหลั่งสารเคมีที่สมองตำแหน่งนี้ ทำให้เกิดความสุขได้เช่นกัน แต่การที่จะได้ความสุขด้วยวิธีลัดแบบการกระตุ้นสมองหรือใช้ยาเสพติดนั้น คงไม่ใช่สิ่งที่พวกเราจะนำมาใช้ในชีวิต มันยังเป็นความสุขที่หยาบและจะก่อให้เกิดผลเสียตามมาอีกมากมาย

เรามาเรียนรู้วิธีหาความสุขแท้ที่ยั่งยืนกันจะดีกว่าไหม

เริ่มต้นสังเกตจากชีวิตประจำวันตั้งแต่ตื่นนอนกันเลย ว่ามีอะไรที่ทำให้ท่านมีความสุขได้บ้าง บางท่านอาจบอกว่ากาแฟดีๆ สักแก้ว เสิร์ฟพร้อมขนมครัวซองต์ แต่บางท่านอาจคิดถึงแค่ข้าวเหนียวหมูปิ้งที่ร้านปากซอยก็สุขแล้ว ถ้าวันนี้รถไม่ติดก็จะมีความสุข และถ้าหัวหน้าพูดดีด้วย ไม่ตำหนิเหมือนที่แล้วมา ฉันคงสุขแบบลิงโลดใจได้ทีเดียว พอช่วงเที่ยงวันก็ขอให้อากาศไม่ร้อนอบอ้าว ขอทำงานในห้องที่มีแอร์เย็นๆ คงมีความสุขมากเลย และพอตอนเย็นกลับบ้านก็ขอให้ลูกๆ ไม่ดื้อกวนใจ ทำการบ้านให้เรียบร้อย สามีกลับบ้านตรงเวลา ได้ดูละครเกาหลีเรื่องโปรด และได้นอนหนุนตักคนที่เรารัก คงมีความสุขน่าดู

แต่เดี๋ยวก่อน ปัญหาได้เกิดขึ้นแล้วครับ เพราะวันนี้กาแฟในครัวหมด ข้าวเหนียวหมูปิ้งปากซอยก็ไม่มาขาย วันนี้เป็นวันจันทร์ที่มีการซ่อมสะพาน ทำให้รถติดมากๆ และไม่รู้ว่าหัวหน้าไปกินยาผิดขวดมาหรือเปล่า ถึงได้หงุดหงิดแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย คงเป็นเพราะโลกร้อนถึงทำให้อุณหภูมิตอนเที่ยงสูงขึ้นถึง 43 องศา ขนาดนี้น่าจะเรียกว่าร้อนตับสุกมากกว่า แล้วทำไมลูก ๆถึงได้ชอบแย่งช่องทีวีกัน จนทะเลาะเสียงดังลั่นบ้านอยู่เรื่อย ทั้งๆที่การบ้านก็ยังไม่เสร็จ สามีก็ไม่ยอมกลับมาช่วยดูแลลูกสักที ไม่รู้ว่าเถลไถลที่ไหน ตอนนี้อย่าว่าแต่ดูละครเลย ไหนจะอาหารมื้อเย็นและโครงการที่ต้องรีบทำส่งเจ้านาย ก็ยังไม่เสร็จ วันนี้ทั้งวันจึงไม่มีความสุขเลย

ถึงตรงนี้ ผมต้องขอแบ่งประเภทความสุขออกเป็น 2 แบบ คือ ความสุขที่ต้องมีเงื่อนไข (conditioned happiness) และความสุขที่ไม่ต้องมีเงื่อนไข (unconditioned happiness) ความสุขที่ต้องมีเงื่อนไขก็คือ สิ่งที่กล่าวมาในตอนต้นทั้งหมด ซึ่งจะเห็นว่าเราต้องได้รับสิ่งต่างๆ ตามความคาดหวัง ตรงกับเงื่อนไขหรือข้อแม้ที่เรากำหนดเสียก่อน จึงจะมีความสุขได้ ความสุขแบบนี้ จึงเป็นความสุขแบบจำกัด ความสุขที่ต้องรอคอย และเจือด้วยความกังวลอยู่ลึกๆ ตลอดเวลาว่าสิ่งต่างๆ จะไม่เป็นดังที่หวังไว้

ความสุขแบบไม่ต้องมีเงื่อนไข คือความสุขแท้

ความสุขเป็นเรื่องของความรู้สึกล้วนๆ นะครับ มันอยู่ที่ใจเราเองไม่ต้องไปหาที่ไหน ท่านเป็นคนเดียวในโลกนี้ ที่ทราบอย่างแท้จริงว่ากำลังมีความสุขหรือไม่ ดังนั้นท่านจึงเป็นผู้ที่จะต้องรับผิดชอบต่อความสุขของตัวเอง หากความสุขหายไป ย่อมหมายความว่าท่านนั่นเองที่เป็นคนทอดทิ้งความสุขในใจไป ไม่ใช่เกิดจากลูก สามี ภรรยา หัวหน้างาน รถติด ดินฟ้าอากาศ ทั้งหมดนี้เป็นเพียงสิ่งที่เราชอบกล่าวอ้างหรือกล่าวโทษ เพราะยังไม่รู้จักแหล่งของความสุขแท้ที่เราทุกคนมีอยู่แล้วในใจ และมีได้ตลอดเวลา

เราสามารถเห็นความสุขแบบไม่มีเงื่อนไขได้ในรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของทารก รอยยิ้มที่สุขสงบของพระพุทธเจ้า หรือยิ้มแบบพระสังกัจจายน์ที่ชาวจีนเคารพ ซึ่งเราเองก็สามารถมีได้เช่นเดียวกัน เริ่มจากการตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่า “ฉันเลือกที่จะมีความสุข” สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องยากหรือลึกลับอะไรเลย มันเป็นเรื่องง่ายดายมากเหมือนกับการพลิกฝ่ามือ และใกล้ตัวที่สุดจนท่านอาจมองข้ามไป ใช้เวลาชั่วแวบเดียวไม่ถึงวินาทีที่จะสร้างความรู้สึกดีๆ คือความสุขขึ้นมาในใจ โดยไม่ต้องรอคอยใคร ที่ไหน เมื่อไร เป็นความสุขที่ไม่ต้องมีเหตุผล เพราะความสุขชนิดนี้ คือคุณภาพของจิตใจที่ก้าวข้ามเหตุผลแล้วนั่นเอง จึงเป็นความสุขแท้ที่ยั่งยืน เป็นการแสดงออกของพลังชีวิต ที่เราทุกคนต่างมีติดตัวมาแต่กำเนิดด้วยกันทุกคน

มาหาความสุขแท้กันเถอะ

อาจจะเริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการให้รอยยิ้มน้อยๆ เป็นตัวแทนของความสุข ดั่งดอกไม้บานในใจ ทุกเช้าที่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา ดำเนินชีวิตให้ผ่อนคลายลง โดยลดความคาดหวังกดดันตนเองและผู้อื่น เวลาขับรถก็ยิ้มอย่างแจ่มใส เพื่อเติมความสุขใจให้กับรถที่ติดยาวอยู่ข้างหน้า หากพบใครว่าร้ายหรือตำหนิ ก็จงตอบรับคำตำหนินั้นด้วยรอยยิ้ม พร้อมทั้งคำขอบคุณจากใจ และจงยิ้มทักทายโชคร้ายทั้งมวลในชีวิต ด้วยความสุขในใจ ฝึกดำรงใจให้มีสมาธิเสมอๆ เพื่อจะได้พบปีตีสุขและความสุขสงบภายในตัวท่านเอง

สัมผัสกับความรักที่หัวใจในยามแผ่เมตตา ทำให้รู้สึกอิ่มเอิบใจและความสุขนี้จะฉายออกทางแววตาและรอยยิ้ม จนกลายเป็นธรรมชาติใหม่ของตัวท่าน ไม่มีใครสามารถมาห้ามท่านไม่ให้มีความสุขได้ และจะไม่มีคำว่าทำไม่ได้ เพราะการคิดว่าทำไม่ได้นั่นเอง ที่เป็นเงื่อนไขความคิดแบบเดิมๆ ซึ่งชอบมาหลอกให้ใจท่านจมอยู่กับความทุกข์ซ้ำแล้วซ้ำอีก

ทุกครั้งที่เติมความสุขที่ละเอียดอ่อนลงในจิตใจ ท่านกำลังมอบความรักความอ่อนโยนต่อตนเอง และท่านกำลังเป็นมิตรกับสรรพชีวิตเพราะกระแสแห่งความสุขนั้นเกิดจากพลังชีวิตภายในตัวเรา ซึ่งก็คือพลังเดียวกับพลังงานที่หนุนเนื่องจักรวาลทั้งหมด เท่ากับว่าชีวิตท่านได้ประสานเป็นหนึ่งเดียวกับกระแสแห่งความสุข ที่หล่อเลี้ยงจักรวาลและทุกชีวิตอยู่ตลอดเวลานั่นเอง

ความสุขแท้จึงไม่ได้หายไปไหนเลย เห็นด้วยไหมครับ ความสุขเป็นทั้งความหมายและจุดประสงค์ของการมีชีวิต และเป็นที่หมายปลายทางของการได้เกิดมาเป็นมนุษย์


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 7 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร