วันเวลาปัจจุบัน 25 ส.ค. 2019, 18:00  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=7



กลับไปยังกระทู้  [ 3 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.พ. 2011, 15:29 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ


เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด
เมื่อเช้าวันที่ ๗ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๓


เด็ดเพื่อนิพพาน

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

ดูไม่มีอะไรวันนี้ ไม่มีไม่เทศน์ไม่พูดอะไรละ
เพราะพูดมาทุกวันๆ จนไม่มีลมจะพูดล่ะ
มีแต่เลิกกันไปเท่านั้นเอง


ปีนี้อ่อนนะ ร่างกายเรารู้สึกอ่อน กำลังอ่อน
ปีนี้รู้ชัด มันรู้สึกว่ามันอ่อนลงๆ
จะไปไหนที่ไหนแต่ละแห่งได้คิดเสียก่อนเดี๋ยวนี้นะ
คิดถึงธาตุขันธ์อะไร แต่ก่อนว่าจะไปปึ๋งเลยๆ
เดี๋ยวนี้จะไปไหนมาไหนได้คิดเสียก่อน
อายุเรามันเท่าไรแล้วนี่ ๙๘ นู่นน่ะ อายุนี่ ๙๘ แล้วนะ
บวชมากี่ปี (บวชมา ๗๖ ปี ถ้าออกพรรษานี้ด้วยก็ ๗๗ แล้วครับ)
๗๗ เหรอ ตั้งแต่บวชมา แน่ะอย่างนั้นละ บวชมานี่ได้เท่าไร
(๗๖ เต็ม ถ้านับออกพรรษาก็ ๗๗ ปี) บวชมาได้ ๗๖ ปี
เราบวชพวกนี้ยังไม่เกิด ยังไม่เกิดเลย
พอบวชแล้วก็เรื่อยเลยนะล่ะ เป็นนิสัยดูดๆ เรื่อยไป
ว่าบวชแล้วก็บวชมาเรื่อยมาเลย


(ผู้กำกับ : ก่อนบวชโยมพ่อบอกว่าจะให้หลวงตาบวช
หลวงตาเฉยๆ ไม่พูดสักคำหนึ่ง)
ทีแรกจะไม่บวช ระลึกได้แล้ว น้ำตาพ่อร่วงนะ
เอาเวลากินข้าวด้วย อยู่ในวงนั่นละ
ลูกกูนี้เลี้ยงมาหลายคน ว่าอย่างนั้น
อยู่ๆ พูดขึ้นมาลอยๆ นะ
ลูกกูเลี้ยงมาหลายคนมองดูคนไหนก็ไม่พอที่จะพึ่งได้
ว่าอย่างนั้น มองเห็นแต่ไอ้บัวนี่ละ ว่าอย่างนั้น
มันเอาอะไรมันทำอะไรจริงทุกอย่าง
กูตายใจได้เลย ว่าอย่างนั้นนะ
แต่เวลาจะให้มันบวชนี่ซิ บวชนี้มันเฉยเลย
เวลากูตายแล้วจะไม่มีใครลากกูขึ้นจากนรกละ
ถ้าไอ้นี้ลากไม่ได้ พอว่าอย่างนั้นน้ำตาพ่อร่วง
อันนี้ก็ดีดผึงเลย เข้าไปคิดสามวันนะ
คิดไม่คิดว่าจะได้บวชนานขนาดนี้ละ
คิดว่าบวชให้พ่อดีใจ เพราะน้ำตาร่วง


ยกเสียก่อนนะ เรื่องอื่นกูไม่มีที่ต้องติมันล่ะไอ้นี่ ว่าอย่างนั้นนะ
เรื่องการเรื่องงานเรื่องอะไรๆ
แต่เวลาจะให้บวชมันเฉยเลยละ
กูตายแล้วไม่มีใครลากกูขึ้นจากนรกล่ะ
ถ้าไอ้นี่ลากกูไม่ได้ ว่าอย่างนั้นเลย มันน้ำตาพัง
เรากระโดดออกเลย เอาไปคิดอยู่สามวัน
กว่าจะลงใจได้คิดถึงสามวัน
ตัดสินใจยกครูบาอาจารย์ทั้งหลายที่ท่านบวช
มาเป็นหลักเป็นเกณฑ์เป็นที่ยึดที่เกาะ
ครูบาอาจารย์ที่บวชหรือใครๆ ก็ตาม
บวชแล้วเขาก็สึกไปได้ สึกไปได้
เรานี่ทำไมบวชไม่ได้ พ่อถึงน้ำตาร่วงเลย
อย่างอื่นเราทำได้ทำไมนี้เราทำไม่ได้
โลกเขาทำได้เราทำได้ อันนี้ทำไมทำไม่ได้
มัดเจ้าของเข้าเลยตกลงใจบวช


พอตกลงใจแล้วก็มาบอกแม่ว่า
เออที่ว่าจะให้บวชจะบวชให้ล่ะ
บวชแล้วอยากสึกเมื่อไรก็สึกนะเราว่า
ใครมาห้ามบวชเท่านั้นปีเท่านี้เดือนไม่ได้ไม่บวช
แม่ก็สาธุ บวชแล้วออกมาจากโบสถ์
คนไปบวชจำนวนมากทั้งอุปัชฌาย์อาจารย์ยังเต็มอยู่นั้น
ไปสึกเสียแม่ก็ไม่ว่า ดูซิน่ะปัญญาของแม่
แม่อยากเห็นผ้าเหลืองเวลาบวช
ใครบวชออกมาแล้วจะไปสึกต่อหน้าคนมากๆ
มันไม่ขายขี้หน้าขนาดไหนละ
รู้แล้วว่าเราไม่ใช่เป็นคนอย่างนั้น ตกลงก็บวช


บวชไปๆ อ่านดูหนังสือไปเกี่ยวกับเรื่องอรรถเรื่องธรรม
เรื่องสวรรค์นิพพานเรื่องนรก ในหนังสือท่านบอก
จิตใจดูดดื่มถึงสวรรค์ บวชนี้ไปสวรรค์
ไปสวรรค์แล้วยังจะลงมาเกิด
ไปพรหมโลก พรหมโลกก็หลายปีกว่าจะได้มาเกิด
แล้วไปไหนจะไม่ต้องกลับมาอีกแล้ว
ไปนิพพาน ว่าอย่างนั้นนะ
บทเวลาจะมัดเจ้าของมันหากเป็นของมันเอง
ถ้าไปนิพพานแล้วไม่ต้องกลับมาเกิดอีก
ผู้ที่ไปนิพพานต้องมีความเพียรหนัก เอาอีกและทีนี้
พอยอมรับกันแล้วเอาหนักก็หนัก ตายก็ตาย
ตายเฉยๆ ไม่ได้ทำความดีมีมากโลกอันนี้
เราตายด้วยการบวชเรียนการประพฤติปฏิบัติธรรม
ทำไมมันจะฉิบหายไปวะ เอาบวช จึงได้บวชนั่นละ


แต่ว่าเรื่องจิตใจเรามันแปลกอยู่ที่ว่ามันหนักแน่น
ถ้าลงตรงไหนแล้วขาดไปเลย ขาดไปเลย
ไม่เหลาะแหละนะ เหลาะแหละนี้ไม่มี
พิจารณาแล้วตรงแน่วพุ่งเลย เป็นอย่างนั้น
ที่บวชนี้ก็ไม่ได้คิดว่าจะอยู่นานขนาดนี้ละ
มันก็ยังอยู่ได้อย่างนี้คิดดูซิ มันหากค่อยบืนของมันไป
พิจารณาไปบืนไปเรื่อยๆ แล้วขึ้นเรื่อยๆ
จนกระทั่งทุกวันนี้ บวชนานเท่าไรกี่ปี
บวชได้ ๗๖ ปี นั่น บวชได้ ๗๖ ปี
มันก็เป็นของมันอย่างนั้นละ
ดีที่ใจมันไม่วอกแวกคลอนแคลน ใจมันหนักแน่น
ถ้าไปทางไหนแล้วหนักแน่นๆ
ถ้าไม่ลงใจเสียก่อนไม่ลั่นคำ ถ้าลงใจแล้วเอาล่ะๆ


นั่นละเหตุที่จะได้บวช พอบวชเข้าไปแล้วพิจารณาไป
พิจารณาไปจิตใจทางบวชดูดดื่มเรื่อยๆ ไป
มันก็เลยหนักไปทางบวช จะเอาให้ถึง
บทเวลามันหนักมากก็คือว่าบวชนี้ปฏิบัติดีแล้วต้องไปสวรรค์
ไปสวรรค์แล้วไปพรหมโลก
มาคำนวณชีวิตจิตใจที่ไปอยู่ในภพนั้นๆ
มันมีแต่เปลี่ยนแปลงๆ ไปที่ไหนไม่ต้องเปลี่ยนแปลง
ไปนิพพานไม่เปลี่ยนแปลง นิพพานเที่ยง
ทีนี้ใจที่มันหักไปนิพพาน เลยตกลงใจเอานิพพาน
ตายก็ตายเป็นก็เป็นก็ซัดกันเลย นั่นล่ะมันถึงอยู่มาจนป่านนี้ละ


สมใจน่ะละ ไม่เคยได้ตำหนิติเตียนเจ้าของ
ตั้งแต่บวชมาสมบูรณ์บริบูรณ์
ศีลธรรมทุกอย่างเรียบร้อยมาโดยลำดับ
ใจหนักแน่น ไม่ค่อยวอกแวกคลอนแคลน
ว่าอะไรก็ตรงแน่วๆ นี่ก็ลงใจทางนี้ก็ตรงแน่วเลย
บวชอยากไปนิพพาน ไปนิพพานความเพียรต้องเด็ด
เด็ดก็เด็ด เด็ดเพื่อนิพพาน
ไม่ได้เด็ดเพื่อนรกอเวจีอะไรนี่นะ
เอาเด็ด เลยบวชเด็ดใส่นิพพานจริงๆ
ก็เป็นเดชะนะล่ะได้สมใจทุกอย่าง
มันก็ขึ้นอยู่กับจิตใจที่เอาจริงเอาจัง
คือ ทำอะไรมันจริง จริงจัง เรื่องว่าอยากสึกเลยไม่มีนะ
บวชแล้วอยากสึกไม่มี มีแต่พิจารณาข้างหน้าบืนเรื่อยๆ
แล้วจุดสุดท้ายว่ามุ่งใส่พระนิพพาน
สุดท้ายมุ่งใส่พระนิพพาน
พอใจลงเรามันก็เอาใหญ่ละหมุนติ้วเลย


พอพูดอย่างนี้เราก็อดไม่ได้ว่าพ่อกับแม่มาทายเรากับพี่ชาย
พี่ชายมันเหมือนอะไรดิ้นดุกดิกๆ อยู่นั้น
ดุกดิกๆ อยู่ในนี้ไม่ค่อยเป็นสุข
แม่นะเป็นคนนั่นเอง มันดุกดิกๆๆ อยู่อย่างนั้นไม่แน่นอน
คนนี้เป็นอย่างนี้ พอบทเราเข้าสู่ครรภ์ต่างกัน
จึงได้เอาลูกสองคนมาเทียบกัน
ลูกคนแรกนั้นมันดุกดิกๆ อยู่อย่างนั้นไม่เป็นสุข
แต่ลูกคนนี้ไม่ดุกดิกว่าอย่างนั้น
คือ ไปอย่างเชื่องอย่างตรงแน่ว
ถ้าเวลามันดิ้นดิ้นจนท้องจะระเบิด
ถ้าเวลาเงียบๆ ไปเลย


พ่อตา นั่นละมาทายให้ลูกสองคนนี้
คนนั้นเป็นอย่างนั้น คนนี้เป็นอย่างไร
พ่อตาทายคนที่สองนี้เป็นคนที่หนักแน่นมาก
ทายแต่ยังไม่เกิด คือเวลามันเป็นอะไรมันเอาจริงเอาจัง
อยู่ในท้องนั่นละ แต่เวลามันดิ้นเหมือนท้องแม่จะระเบิด
บางทีเงียบเหมือนตายแล้ว หายเงียบเลย
พ่อละเป็นคนทาย ลูกคนนี้จะเป็นคนที่หนักแน่นมากนะ
ถ้าเป็นโจรก็มหาโจร ว่าอย่างนั้น
จะให้เจ้าหน้าที่เขาไปจับมันมาติดคุกติดตะราง
หรือว่ามาเป็นนักโทษในตะรางไม่มีเลย
ดีไม่ดีจะไปจับตาย มันจะเอาให้ตาย
ให้จับไอ้นี้มาเข้าคุกไม่ได้ละ ต้องจับตายถึงจะได้ละ
แล้วเป็นความจริงนั่นละ จับตายจริงๆ
เวลาบวชก็จริงด้วยนะ แปลกอยู่นะพ่อแม่ทำนาย


(ผู้กำกับ : ตอนคลอดออกมารกพันคอ ท่านตาบอกว่าสายบาตร)
ให้สิริมงคลให้เลย รกพันคอออกมา รกพันคอเป็นได้
หนึ่งสายโซ่ติดคุกติดตะราง
สองเขาเรียกสายอะไรสะพายปืน
สามสายบาตร พอตกออกมาๆ
บอกว่า สายบาตรๆ ให้ความเป็นมงคลเลย
พอตกออกมารกพันคอบอกว่า สายบาตรๆ
เลยเป็นสายบาตรจริงๆ มันแปลกๆ อยู่
ว่าสายบาตรๆ วันนี้พูดนานพอสมควร เรื่องสายบาตร
สายโซ่ พอตานั่นละทำนายว่านี่สายบาตรๆ
คือ สายโซ่หนึ่ง สายสะพายปืนหนึ่ง
สายบาตร พอตกออกมารกพันคอแล้วสายบาตรๆ เลย
ให้มงคลอันดีงามให้เลย


ตั้งแต่บวชมาล่ะ เราจวนจะตายแล้วออกบ้าง
ค่อยออกบ้าง นี่หมดแล้วนะ
งานของเรานี้หมดแล้วเราพูดตรงๆ
งานแก้กิเลสตัณหาอาสวะอะไรๆ
หรืองานเพื่อบำเพ็ญธรรมให้สูงยิ่งขึ้นไปอย่างไรไม่มี
หมด เรียกว่า หมดงานแล้ว
สิ้นกิเลสเสียอย่างเดียวหมดงาน ไม่มีงาน
อยู่ว่างๆ พูดให้มันชัดเจนเสีย
ทุกวันนี้เราไม่มีงาน เราอยู่ไปอย่างนั้น
คอยตั้งแต่ธาตุขันธ์มันจะพังเท่านั้น
พออันนี้พังแล้วก็ดีดปึ้งเลย
การจะไปไหนมาไหนรู้อยู่กับใจแล้วไม่ไปถามใครละ
มันรู้อยู่ในใจ เรื่องมันเป็นอย่างนั้นละ
บวชง่ายนิดเดียวเวลาจะบวชปั๊บเอาเลยบวชเลย
เอาละนะ พอล่ะๆ


ที่มา... http://www.luangta.com

:b48: :b8: :b48:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.พ. 2011, 17:21 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.พ. 2009, 20:49
โพสต์: 3961

แนวปฏิบัติ: พอง-ยุบ
งานอดิเรก: อ่านหนังสือ
ชื่อเล่น: นนท์
อายุ: 42
ที่อยู่: นครสวรรค์

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:

กราบนมัสการ ท่านหลวงตา

อนุโมทนาสาธุกับคุณลูกโป่งด้วยครับ
tongue tongue tongue


:b8: :b8: :b8:

.....................................................
แม้มิได้เป็นสุระแสงอันแรงกล้า ส่องนภาให้สกาวพราวสดใส
ขอเป็นเพียงแสงแห่งดวงไฟ ส่องทางให้มวลชนบนแผ่นดิน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ก.พ. 2011, 20:35 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


:b20: :b8: :b8: :b8: :b20:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 3 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 5 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร