วันเวลาปัจจุบัน 20 พ.ย. 2019, 13:29  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=7



กลับไปยังกระทู้  [ 3 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ม.ค. 2011, 14:02 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

ถอนพิษความทรงจำอันเจ็บปวด

พระไพศาล วิสาโล


ในชีวิตของเราย่อมมีเหตุการณ์มากมายที่ยากจะลืมเลือนได้
จะวิเศษเพียงใดหากเหตุการณ์เหล่านั้นล้วนเป็นเรื่องที่หวานชื่นระรื่นใจ
แต่ความจริงก็คือ มันมักเป็นเรื่องราวที่ขมขื่น หนาวเหน็บและเจ็บปวด
นึกทีไรความเศร้าโศก โกรธแค้น หรือรู้สึกผิดก็เกาะกุมใจ
ครั้งแล้วครั้งเล่าที่อยากกำจัดมันออกไปจากความทรงจำ
แต่ยิ่งพยายามกำจัด มันก็ยิ่งประทับแน่น
ยิ่งผลักไสมันให้ไกล มันก็ยิ่งโผล่หน้ามาหลอกหลอน


จะว่าชะตากรรมชอบเล่นตลกกับเราก็ได้
แต่อันที่จริงแล้วตัวการมิใช่อะไรอื่นเลย
หากเป็นธรรมชาติของใจเราเอง
สิ่งใดที่เราเกลียดหรือรู้สึกเป็นปฏิปักษ์ มันจะมีแรงดึงดูดต่อใจของเรา
สังเกตไหมเวลาเราโกรธเกลียดใคร เราจะนึกถึงคนๆ นั้นบ่อยๆ
เศร้าโศกเสียใจเรื่องอะไร มันก็จะยิ่งผุดโผล่ขึ้นมาในใจ
แต่นั่นยังไม่เท่าไร ปัญหาจะเกิดขึ้นเมื่อเราพยายามผลักไสหรือกำจัดมัน
มันยิ่งตามมารบกวนจิตใจบ่อยขึ้น แม้กระทั่งในยามหลับ

ที่ออสเตรเลียเคยมีการทดลองกับนักศึกษาจำนวน ๑๐๐ คน
โดยให้แต่ละคนเลือกความนึกคิดมาหนึ่งเรื่องที่เขาไม่ชอบแต่มักปรากฏในจิตใจ
จากนั้นก็ให้นักศึกษาครึ่งหนึ่งกดข่มความคิดนั้นก่อนนอน ๕ นาที
เมื่อตื่นขึ้นมาให้ทุกคนรีบเขียนบันทึกเกี่ยวกับความฝันในคืนนั้นทันที
การวิเคราะห์พบว่า นักศึกษากลุ่มหลังนี้
ฝันถึงความคิดดังกล่าวมากกว่ากลุ่มที่ไม่ได้กดข่มมัน

การทดลองนี้ยืนยันว่า
ยิ่งอยากกำจัดความคิดหรือความทรงจำอย่างใดอย่างหนึ่ง
มันยิ่งตามมารบกวนทั้งในยามตื่นและหลับ

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ?

การค้นพบทางด้านประสาทวิทยาอาจให้คำตอบในเรื่องนี้ได้
เมื่อประสบเหตุการณ์ที่ทำให้เรารู้สึกเจ็บปวด โกรธแค้น หรือเศร้าโศก
ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนความเครียด ซึ่งไปกระตุ้นให้อามิกดาลา
(สมองส่วนที่ทำงานเกี่ยวกับอารมณ์)
สั่งการให้มีการบันทึกความจำเกี่ยวกับเหตุการณ์นั้น
ฮอร์โมนดังกล่าวหลั่งออกมามากเท่าไร
ความจำในเรื่องนั้นๆ ก็จะยิ่งฝังลึกโดยมีอารมณ์ความรู้สึกเข้าไปย้ำ

อารมณ์ความรู้สึกที่เกิดจากเหตุการณ์เหล่านั้น
จึงเป็นตัวการสำคัญที่ตอกย้ำความทรงจำให้ประทับแน่นมากขึ้น
ยิ่งเจ็บปวดมากเท่าไร ก็ยิ่งลืมเลือนได้ยาก
แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ตรงนี้เท่านั้น
ตอนที่หวนระลึกถึงเหตุการณ์นั้นอีก แล้วเราเกิดความรู้สึกเจ็บปวดตามมา
แถมยังพยายามจะไปกำจัดมัน ความเครียดที่เกิดจากกระบวนการดังกล่าว
ยิ่งทำให้ความทรงจำนั้นฝังลึกมากขึ้น


ดังนั้น ถ้าไม่อยากให้มันฝังลึกมากไปกว่านี้
อย่างแรกที่ต้องทำก็คือ อย่าไปรู้สึกเป็นปฏิปักษ์กับความทรงจำดังกล่าว
เมื่อเหตุการณ์ใดๆ ผุดโผล่ขึ้นมาในใจ อย่าไปหงุดหงิดหรือโกรธเกลียดมัน
ปล่อยมันไป ไม่ต้องสนใจมัน รวมทั้งไม่ต้องอยากไปกำจัดมันด้วย
เพราะถ้าเราหงุดหงิดใส่มัน โกรธเกลียดมัน หรืออยากกำจัดมันเมื่อไร
ฮอร์โมนความเครียดจะหลั่งออกมาและทำให้ความทรงจำในเรื่องนั้นฝังลึกขึ้น

เราไม่อาจเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์ในอดีตได้
แต่เราสามารถเปลี่ยนแปลงท่าทีหรือความรู้สึกต่อเหตุการณ์ที่ผ่านมาได้
แทนที่จะพยายามปฏิเสธมัน
หรือผลักไสกดข่มความทรงจำเกี่ยวกับเหตุการณ์เหล่านั้น
เราลองหันมายอมรับมันหรือวางใจเป็นกลางกับมัน
ใหม่ๆ อาจทำได้ยาก แต่เราสามารถฝึกใจได้ด้วยการนั่งนิ่งๆ ทำใจให้สงบ
แล้วค่อยๆ นึกถึงเหตุการณ์นั้น เมื่อความรู้สึกเจ็บปวดเกิดขึ้น
ก็ให้รับรู้เฉยๆ โดยไม่พยายามกดข่มหรือปฏิเสธมัน
เปิดใจต้อนรับเสมือนเป็นเพื่อนสนิทของเรา
หากอยากร้องไห้ ก็ขอให้ร้องไห้ออกมา
หากมีเพื่อนหรือประจักษ์พยานรับรู้ด้วย ก็ยิ่งดี
การที่เรากล้าเปิดเผยเรื่องราวเหล่านี้ให้เขาฟัง
แสดงว่า เราทำใจยอมรับมันได้มากขึ้นแล้ว

เมื่อใดก็ตามที่เราวางใจเป็นกลาง สงบ ไม่หวั่นไหวกับเหตุการณ์ในอดีต
เหตุการณ์เหล่านั้นก็ไม่อาจโบยตีหรือหลอกหลอนเราได้อีกต่อไป
มันอาจจะไม่เลือนรางในเร็ววัน แต่ก็จะรบกวนจิตใจเราน้อยลง
ถึงจะมาปรากฏในมโนสำนึกอีก แต่ก็ไร้พิษสง ไม่ทำให้เราเจ็บปวดอีก
แต่เดิมที่เคยเป็นเสมือนแผลเรื้อรัง ที่แตะต้องเมื่อไร ก็เจ็บเมื่อนั้น
บัดนี้แผลได้สมานสนิท แม้จะเป็นแผลเป็น
แต่ก็แตะต้องได้โดยไม่รู้สึกเจ็บปวดอีกต่อไป


ความทรงจำเกี่ยวกับความผิดหวัง พลัดพราก สูญเสียในอดีตนั้น
ไม่จำเป็นต้องพ่วงมากับความรู้สึกเจ็บปวด โกรธแค้น เศร้าโศกเสมอไป
และมันมิใช่สิ่งเลวร้ายไปเสียหมด
แต่ยังสามารถเป็นต้นทุนที่เพิ่มประสบการณ์ชีวิต
ทำให้เราเข้มแข็งและมีปัญญามากขึ้น
ใช่หรือไม่ว่านี้คือ หัวใจสู่ชีวิตที่สงบเย็นและเป็นสุข



ที่มา..นิตยสารIMAGE กรกฎาคม ๒๕๕๒

http://www.visalo.org

:b48: :b8: :b48:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ม.ค. 2011, 18:56 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4894

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: ความทรงจำทำให้เรายึดติดมากๆ เลยทั้งเรื่องดีเรื่องไม่ดี ต้องคอยระลึกให้ตัวอยู่กับปัจุบันทุกขณะ ก็ดีขึ้นเยอะ พอคิดว่า จะดีจะร้าย...ก็ผ่านไปแล้วทั้งนั้น ก็ค่อยยังชั่ว

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ม.ค. 2011, 20:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ธ.ค. 2010, 08:25
โพสต์: 326


 ข้อมูลส่วนตัว


:b40: :b42: :b45: :b35: tongue tongue ka :b45: :b45: :b45:

.....................................................
สุดปลายฟ้า... เชื่อมั่นและสัทธาในพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ ผู้รู้แจ้ง เห็นจริง ยึดถือพระองค์เป็นสรณะ อย่างไม่มีสิ่งใดเหนือกว่า


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 3 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร