วันเวลาปัจจุบัน 17 ส.ค. 2019, 19:34  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=7



กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 พ.ย. 2010, 17:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

คิดถึงพระพุทธเจ้า

หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ


วันนี้เป็นวันพระสิ้นเดือนห้า พรุ่งนี้ก็เป็นวันขึ้นค่ำของเดือน
เดือนหกทางจันทรคติตรงกับเดือนพฤษภาคม
อันเป็นเดือนของพวกเราชาวพุทธ
เพราะเป็นเดือนที่มีวันเพ็ญตรงกับวันประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน
ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ชาวเราเรียกกันว่า วันวิสาขบูชา


ชาวโลกที่เคารพในพระพุทธศาสนา ย่อมมีการฉลองวันนี้กันเป็นพิเศษเสมอ
ทุกข์เราได้รับข่าวอันน่าปิติจากที่ต่าง ๆ ทั่วโลก
เขาได้พร้อมใจกันเฉลิมฉลองวันวิสาขะเป็นวันพิเศษเสมอ


วันวิสาขะจึงเป็นวันแห่งความปรีดาปราโมทย์ของหมู่สัตว์
ผู้มีตาเห็นทางแห่งความจริงแล้ว และมีความปกติในความจริงนั้น


พุทธนิคม เชียงใหม่ ได้ประชุมกันทำวิสาขะ เป็นงานพิเศษเสมอมา
ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๙๒ จนกระทั่งบัดนี้ ทุกปีเราได้พยายามหาวิธีปลุกใจ
เร่งเร้าศรัทธาของปวงชาวพุทธ ให้ตื่นจากความหลับใหล
ให้เดินตามแนวทางที่พระพุทธองค์ทรงชี้ไว้ให้ปรากฏผลเป็นที่น่าพอใจ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กหนุ่มสาวทั้งหลายได้ตื่นตัว
และหันมาสนใจในศรัทธาของบิดามารดาของตน


วันนี้เป็นวันพระ ข้าพเจ้ามีเวลาอยู่ในสวนพุทธธรรม
ภายหลังที่ได้จากไปเป็นเวลาหลายเดือน ไปเพื่องานของพระพุทธองค์


ข้าพเจ้ามีความรักเคารพในพระบรมครู
และชอบใจในงานที่ได้ทรงกระทำมาเป็นตัวอย่างแก่เราทั้งหลาย
พระพุทธคำรัสที่ตรัสสอนทุกวรรคทุกตอนซาบซึ้งถึงใจของข้าพเจ้า
ทำให้ข้าพเจ้ามองเห็นความจริงแห่งคำสอนนั้น
ข้าพเจ้าจึงมอบกาย-ใจถวายเป็นพล่แด่พระองค์
และยินดีทำงานตามรอยพระองค์เสมอไป
เพื่อให้สัจจธรรมของะระองค์ได้เข้าถึงใจของหมู่สัตว์ผู้มีโมหะครอบงำ
และเข้าใจทางเดิน นำตนออกจากโมหะนั้นเสีย


ข้าพเจ้าได้ท่องเที่ยวไปทำงานสอนคนมากเท่าใดก็ยิ่งได้กุศลเท่านั้น
กุศลเป็นเครื่องขูดเกลาใจของข้าพเจ้าเองและผู้ฟังทั้งมวลให้สะอาดหมดจด



โลกในสมัยนี้เต็มไปด้วยความชั่วร้าย
ชาวโลกกำลังมัวเมาหลงใหลในบาป และสำคัญว่าตนเป็นผู้ไม่ได้ทำบาป
ตนเป็นทุกข์สำคัญว่าตนเป็นสุข ตัวโง่เง่าแท้ๆ แต่สำคัญว่าตนเป็นคนฉลาดเต็มที่
นี่คือความเข้าใจผิด ความคิดในรูปนี้กำลังแพร่หลายอยู่ในโลก
และเป็นพายุร้ายที่ทำให้บ้านคือความดีต้องพินาศ



พี่น้องทั้งหลาย...จงตื่นขึ้นจากความหลับใหลมัวเมากันเถิด
อย่าหลงผิดต่อไปอีกเลย จงเอียงหูมาทางนี้ แล้วจงตั้งใจสดับฟังข่าวดีกันบ้างเถิด
ข่าวดีที่จะทำท่านให้เป็นไทยทำท่านให้สงบ หายจากความโง่หลงมัวเมา
เป็นข่าวที่ควรฟังไปไหม ท่านผู้ต้องการพ้นทุกข์ ?



เมื่อ ๒,๕๐๐ กว่าปีมาแล้ว เจ้าชายแห่งราชสกุลในเมืองกบิลพัสดุ์ในประเทศเนปาล
เป็นเจ้าชายที่มีรูปสวยสง่าเพียบพร้อมด้วยความดีที่เจ้าชายทั้งหลายจะพึงมีได้
เป็นที่รักของบิดามารดาเป็นที่รักของประชาชนชาวแว่นแคว้น
มีการศึกษาดี อบรมดีทุกอย่าง มีมเหสีที่น่ารักและอยู่กันด้วยความสุข
ตามโลกีย์วิลัยมีลูกน้อยเป็นชาย น่าเอ็นดู
ซึ่งตามปกติก็เป็นเครื่องล่อให้หลงให้เพลิน ให้ติดจนจากไปไม่ได้อยู่แล้ว
มิหนำยังมีความเพลิดเพลินที่เกิดจากสิ่งแวดล้อม
เช่น ปราสาทที่เหมาะแก่ฤดูกาลบริวารสาวสวยที่ชำนาญในการฟ้อนขั
บและทำเพลงให้ชื่นใจ พระกระยาหารและที่นั่งนอนก็ล้วนแต่น่าอภิรมย์ใจทั้งนั้น
ถ้าเป็นเจ้าชายอื่นๆ ก็คงหลงใหลดื่มด่ำอยู่ในรสแห่งโลกีย์
เหมือนนกที่ติดตาข่ายของนายพรานป่าผู้มีใจทมิฬ ไม่สามารถจะจากไปได้แน่ๆ


แต่เจ้าชายผู้เกิดมาเพื่อช่วยโลกให้รอดพ้น หาได้มัวเมาในความสุขอันเกิดจากกามไม่
ทรงคิดอยู่เสมอว่าเป็นกรงทองที่ขังตนให้ติดอยู่ ทำตนให้ตกเป็นทาสของกาม
จนไม่สามารถถอนตัวได้ แม้จะทรงเสพกามบ้างก็เสพด้วยความรู้เท่ารู้ทัน
หาได้เสพด้วยความหลงใหลมัวเมาไม่ จิตของพระองค์ยังคงหาทางออกอยู่เสมอ
ผลที่สุดก็ปรารภถึง ความแก่ ความเจ็บ ความตาย ที่ครอบงำชาวโลกทุกทั่วหน้า
ก็ทรงเบื่อหน่าย ใครจะหนีใหัพ้นจากสิ่งเหล่านี้
จึงตัตสินพระทัยอย่างเด็ดเดี่ยว ออกไปจากวัง และครองชีวิตอย่างนักบวช
แสวงหาความจริงเพื่อความรอดพ้นต่อไป


ถ้าเราศึกษาประวัติศาสตร์ของโลก จะพบว่าในโลกนี้มีราชผู้ครองเมืองนับจำนวนพันๆ
แต่พระราชาเหล่านั้นไม่เคยคิดจะสละโลก เพื่อออกไปป่าแสวงหาความจริงกันเลย
เป็นพระราชาที่ไม่รู้จักพอในกาม มีแล้วก็ทรงแสวงหาเพิ่มเติมอีก
ลุ่มหลงไม่ผู้สร่างในกามารมณ์ เป็นพระราชาที่เป็นทาสมากกว่าเป็นไทยเป็นนกที่ติดบ่วง
และตายในบ่วงทั้งนั้น น้อยนักที่จะหนีไปได้นี่เป็นคติวิสัยของชาวโลกผู้เห็นโลกเป็นสิ่งน่าพอใจ


แต่เจ้าชายของเราเป็นเจ้าชายองค์เดียวที่มีพระทัยเต็ดเดี่ยว
ทิ้งกามสุขออกไปหาสุขที่เกิดจากความวิเวก


โลกในสมัยนี้ต้องการคนเสียสละเยี่ยงนี้ เพราะความเสียสละเป็นทางของความสงบ
ความอยากได้จนเกินพอดีเป็นทางมาของความโกลาหลวุ่นวาย

ปัญหาของโลกที่นักการเมือง นักการทูต นักการทหาร และนักการร้อยแปดคิดสะสางกันอยู่
แต่ยิ่งสางยิ่งยุ่งนั้น เป็นเรื่องเนื่องมาจากการไม่รู้จักเสียสละกันบ้างนั่นเอง
ทุกคนอยากเอาทั้งนั้น เอาไว้มากยิ่งยุ่งมาก เอาออกเสียบ้าง ยุ่งจะลดลงไป


เจ้าชายสิทธัตถะได้ทรงทำพระองค์เป็นตัวอย่างมาแล้ว
แต่ชาวโลกมิได้ดำเนินตาม จึงไม่หายยุ่ง ถ้าเรามาคำนึงถึงพระคุณอันนี้
และดำเนินตามกันบ้างแล้ว ตัวเราจะได้พบกับความสงบเป็นแน่



โลกนี้อยู่ได้ด้วยความเสียสละหรือด้วยความเห็นแก่ตัวถ่ายเดียว?
ปัญหานี้ถ้าเราคิดกันดูแลัวก็จะเห็นว่า ถ้าเห็นแก่ประโยชน์ตน แล้วความยุ่งจะมีมากขึ้น
ในขณะที่คนผู้ไม่มีระเบียบในใจไปซื้อตั๋วขึ้นรถไฟ ต่างคนต่างอยากได้ตั๋วก่อน
จึงแทรกแซงเบียดเสียดกันเป็นงานใหญ่ ทำให้เกิดการทะเลาะวิวาทกันบ้าง
ทำให้งานชักช้าไม่ทันกับเหตุการณ์บ้าง คนดีเขามองแล้วก็นึกว่าช่างป่าเถื่อนจริงๆ
ป่าเถื่อนเพราะไม่มีระเบียบ มีระเบียบแล้วหมดความเป็นป่าเถื่อน
ระเบียบย่อมไม่เกิดแก่หมู่ชนผู้เห็นแก่ตนเป็นใหญ่
ฉะนั้นถ้าเราหวังความดีงามแก่ตนแก่ท่านแล้ว ลดความเห็นแก่ตนเองให้น้อยลงไป
แล้วคิดถึงอกเขาอกเรากันบ้างความสุขในโลกตั้งอยู่บนมูลฐานแห่งการเห็นอกเห็นใจกันเท่านั้น


ก่อนสละโลกออกบวช เจ้าชายไดัพบสิ่งที่ชวนให้คิดมาก ๓ ประการ
คือ คนแก่หง่อม คนเจ็บ คนตาย
ที่เราเรียกขานกันวา “เทวทูต” แปลว่า ผู้มาเตือนใจให้รู้สึกตัว


เทวทูตมีอยู่ทั่วไปแม้ในตัวของเราเอง เพราะชีวิตทุกชีวิตเริ่มต้นด้วยการเกิด
แล้วก็แก่-เจ็บ-ตาย ทั้งนั้น เป็นเรื่องที่หนีไปไม่พ้น และเป็นความจริงที่ทุกคนต้องพบกันเสมอ


ชาวโลกผู้มัวเมาในกาม แม้มองเห็นเทวทูตแล้ว ก็ไม่เคยนำมาคิดมาเตือนใจ
เพราะตาของตนมัวอยู่ด้วยหมอกคือความหลง
เมื่อหลงใหลอยู่ ความจริงจะปรากฏได้อย่างไรกัน


เจ้าชายทรงเห็นคนแก่ แล้วก็นำมาคิดในสองทางคือ
ทรงคิดว่า เขาแก่แล้ว พระองค์จะแก่บ้าง จะหนีอาการอย่างนี้ไปไม่พ้น
ความแก่เป็นสมบัติของชีวิตที่ทุกคนต้องรับไว้ค้วยความไม่เต็มใจ
เมื่อทรงคิดอย่างนี้ก็ทรงเบื่อหน่ายในการที่จะอยู่ในวังเห็นความสุขแบบพรรค์นั้น
เป็นเรื่องไร้ความหมาย คิดว่าน่าจะมีความสุขที่ประเสริฐกว่านี้แน่ๆ จึงได้ออกบวช นี่แง่หนึ่ง


อีกแง่หนึ่ง เจ้าชายทรงมีพระทัยประกอบด้วยความเมตตาต่อสัตว์โลกทั่วไปอยู่แล้ว
มีทางใดที่พอจะช่วยชาวโลกให้พ้นทุกข์ได้ต้องทรงกระทำ
ในความที่พบคนแก่ในรูปนั้นก็ทรงคำนึงว่า


โลกหนอโลก สภาพความเป็นอยู่ของเจ้า ช่างทรมานใจจริงๆ
คนแก่คนนี้เป็นหนึ่งในจำนวนมากที่ต้องถูกทอดทิ้ง โดยขาดผู้เอาใจใส่ดูแล
ทำไมจึงถูกทอดทิ้งเล่า?
เพราะชาวโลกมัวสาละวนแต่จะแสวงหาความสุขส่วนตัว
จนลืมนึกถึงผู้อื่นเพียงขนาดนี้ก็ยังดี ร้ายไปกว่านั้น
เมื่อหาความสุขใส่คนนั้นยังบันทอนความสุขของคนอื่นอีก
นี่เป็นเรื่องที่นาเศร้าใจเหลือเกิน จะทำอย่างไรหนอ
จึงจะมีทางบรรเทาความลำบากของคนแก่ทั้งหลายได้ เราต้องเอาชีวิตเข้าแลกเถิด


จึงทรงสละโลก ออกบวชเพื่อส่วนรวม ให้มีความเห็นอกเห็นใจต่อกัน
ให้มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกัน สันติสุขจะมีได้โดยวิธีนี้เท่านั้น
เมื่อคิดถึงตอนนั้นก็ทำให้เห็นว่า
ความกรุณาเป็นคุณธรรมสำคัญที่นำเจ้าชายให้สละโลก
และช่วยผู้อื่นให้รอดพ้นจากความทุกข์
สมดังคำว่า “ความกรุณาเป็นลักษณะของคนผู้มีใจใหญ่” ดังนี้



ในสมัยนี้ ถ้าหากชาวโลกทั้งหลายจะหันเข้าหาทางของพระ
และบำเพ็ญคุณธรรมข้อนี้ให้เกิดขึ้นในใจ
ดเห็นอกเขาอกเรา จะทำอะไร จะพูดอะไร จะคิดสิ่งใด
ก็ต้องตรองเสียก่อนว่า การทำการพูด การคิดนี้ เป็นไปเพื่ออะไร
ถ้ามีความเห็นแก่ตัวเป็นมูลฐานอยู่แล้ว
ควรใช้สติปัญญายับยั้งความคิดนั้นเสีย
เพราะถ้าปล่อยไว้ก็จะเป็นเหตุให้เกิดความทุกข์แก่ตนด้วย แก่บุคคลอื่นดัวย
โลกกำลังต้องการความรักความเมตตา และความเสียสละต่อกัน
ฉะนั้น ขอชาวโลกทั้งหลายจงหันเข้าหาคุณธรรมข้อนี้กันเถิด



เจ้าชายบวชแล้วเปลี่ยนสภาพจากมกุฎราชกุมาร
มาเป็นคนจนนุ่งผ้าเก่าๆ ขาดๆ นอนกลางดินใต้ต้นไม้
ไม่มีคนใช้คอยบำเรอ อาหารได้จากคนที่เขามีใจเสียสละให้
เป็นอาหารประเภทง่ายๆ กินเพื่ออยู่ มิใช่อยู่เพื่อกิน
ใช้เวลาส่วนมากในการศึกษาค้นคว้าทางใจต่อไป
เป็นการคลำหาทางอันจะไปสู่ความพ้นทุกข์การหาคนเดียวคงลำบาก
เพราะเป็นผู้ใหม่ จึงต้องเดินทางต่อไปเพื่อปรึกษากับครูที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้น



ผลที่สุดก็ได้พบครูผู้สามารถทั้งสอง จึงเล่าเรียนและปฏิบัติจนทำได้ดีเท่าครู
ครูก็ขอให้อยู่ช่วยกันสอนศิษย์ต่อไป แต่หาได้พอพระทัยในตำแหน่งนั้นไม่
เพราะเห็นว่ายังมิใช่ทางพ้นทุกข์อย่างแท้จริง จึงค้นคว้าใหม่ต่อไป


ตอนนี้ควรจะเป็นเยี่ยงอย่างแก่นักศึกษาทั้งหลาย
คืออย่าพอใจในสิ่งที่ตนได้ไว้เท่านั้นในเมื่อยังไม่ถึงจุดหมายที่ตนมุ่งไว้
เพราะการเดินทางไกลเข้าไปพักเสียกลางทาง
โดยนึกว่า พอแล้วก็ไม่มีทางจะถึงได้ ลาภ ยศ สุข เพียงเล็กๆ น้อยๆ
ทำให้คนติดและคิดว่าพอแล้ว จึงไปไม่ถึงจุดหมายที่ตั้งไว้
ฉะนั้น นักศึกษาที่มุ่งเรียนวิชาการ จงทำตนเยี่ยงพระมหาสัตว์เถิด
ท่านจะถึงจุดหมายได้สมความประสงค์



มีพระพุทธภาษิตบทหนึ่งว่า
“เมื่อยังไม่ถึงจุดที่ตั้งไว้ก็อย่าหยุดพักเลย จงเดินต่อไปจนถึงจุดนั้นเถิด”
นี่เป็นคำที่ควรฟังไว้ การตั้งใจทำจริงเป็นคุณธรรมสำคัญที่ทุกคนจะต้องมีไว้
ขาดความจริงใจแล้วงานทุกอย่างเหลวหมด
คนผู้หวังความสำเร็จจึงควรมีความตั้งใจจริงเป็นทุนชั้นสอง
แล้วเดินทางด้วยความเพียรก็จะถึงจุดหมายได้สมใจ


การเสียสละ อันเกิดจากความเมตตากรุณาและตั้งใจศึกษาจริงๆ เพื่อผลอะใรเล่า ?
ตอบว่า เพื่อความบริสุทธิ์ ความบริสุทธิ์ หรือความสะอาด เป็นจุดหมายที่ต้องไปให้ถึง
ชีวิตของชาวโลกย่อมแปดเปื้อนด้วยสิ่งไม่สะอาดมีมากอย่าง
ทั้งที่เป็นส่วนกลาง-หยาบ-ละเอียด คนไม่รู้เท่าทันก็นึกว่าเป็นของดีไปโดยเข้าใจผิด
กิเลสอันเป็นเหตุทำให้ใจขุ่นมัวนั้น เป็นเรื่องควรเอาออกเสียทั้งนั้น ผู้บริสุทธิ์คือผู้ไม่มีกิเลสเลย


พระพุทธเจ้าคือผู้บริสุทธิ์ เรานึกถึงพระองค์ ก็นึกถึงความบริสุทธิ์
และควรน้อมความบริสุทธิ์มาใส่ในตัวเรา
เหมือนเรารู้ว่ากายของเราแปดเปื้อนด้วยสิ่งสกปรก
ก็ควรรีบหาน้ำที่สะอาดมาล้างเสียโดยเร็ว ความสกปรกทางกายล้างด้วยน้ำ
ความสกปรกทางใจล้างด้วยธรรมะของพระพุทธองค์
ถ้านึกด้วยว่าพระพุทธองค์เป็นผู้บริสุทธิ์ ก็ควรที่จะทำตนให้บริสุทธิ์บ้าง


เพราะการถึงพระนั้นต้องถึงด้วยใจ ทำใจให้เป็นพระ ให้เหมือนพระ พระก็มีอยู่ที่ตน


สมัยนี้เราชอบมีพระไว้กับตน แต่หาได้มีพระแท้ติดตนไม่พระภายนอกเป็นเครื่องเตือนใจ
พระภายในคือความบริสุทธิ์เป็นพระแท้
จงนิมนต์พระแท้ๆ มาใส่ตนเถิด ตนจะปลอดภัย



ในวาระสมัยวิสาขบูชา อันเป็นวันประสูติ-ตรัสรู้-ปรินิพพานขององค์บรมครู
เราทั้งหลายควรสำรวมจิตระลึกถึงพระองค์ ไม่กระทำสิ่งที่เป็นความชั่ว
ความเสียหาย แต่คิดในใจก่อนว่า


“เราเป็นคนไทย เรานับถือพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งของเรา
พระองค์มีความกรุณาอันยิ่งใหญ่ มีความบริสุทธิ์ ไม่มีใศรเสมอเหมือน
มีปัญญาความรู้แจ้งเห็นจริงในทางพ้นทุกข์ พระองค์เป็นที่พึ่งอันแท้จริงของชาวโลก
เรายอมเป็นทาสของพระองค์จะประพฤติตนตามที่พระองค์สั่งสอนเราทุกประการ
เพื่อก่อให้เกิดความกรุณา ควานรอบรู้ ความบริสุทธิ์
เราจะไมยอมเป็นทาสของความชั่วร้ายไม่ว่าขนาดไหน
เราจะมีสติสัมปชัญญะในการเป็นอยู่ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป


อโห พุทฺโธ พระพุทธเจ้า เป็นครูของเรา
อโห ธมฺโม พระธรรม เป็นแนวทางแห่งชีวิตของเรา
อโห สงฺโฆ พระสงฆ์ เป็นประทีปนำทางของเรา


เราทั้งหลายจะเดินตามพระสงฆ์ด้วยความตั้งใจ
เราจะนำพระธรรมมาเป็นเส้นทางของชีวิต
เพื่อเดินไป-เดินไปจนกว่าจะพบกับความบริสุทธิ์อันเป็นองค์พระที่เราเรียกร้องหา”


ขอความพ้นทุกข์จงมีแก่ชาวโลกในวันวิสาขะเทอญ



ภิกขุปัญญานันทะ
สวนพุทธธรรม วัดอุโมงค์ ๒๑ เมษายน ๒๔๙๘

แหล่งที่มา... http://www.mindcyber.com
คัดลอกจาก... http://larndham.org/index.php?/topic/40 ... ntry738787

:b48: :b8: :b48:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 พ.ย. 2010, 04:42 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

อนุโมทนาจ๊ะ..น้องลูกโป่ง

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร