วันเวลาปัจจุบัน 27 มิ.ย. 2019, 06:53  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=7



กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 ก.ค. 2010, 12:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

สบายแต่ไร้สุข

รินใจ (พระไพศาล วิสาโล)


เป็นข่าวดังไปทั่วโลก เมื่อผลการสำรวจดัชนีความสุขทั่วโลก ชี้ว่า
ประเทศที่มีความสุขมากที่สุดในโลกได้แก่ ประเทศวานูอาตู
ซึ่งเป็นหมู่เกาะเล็ก ๆ ในมหาสมุทรแปซิกฟิกตอนใต้
รองลงมาได้แก่โคลัมเบีย คอสตาริกา โดมินิกัน และปานามา


น่าสังเกตว่า ทั้งหมดที่กล่าวมาล้วนเป็นประเทศเล็ก ๆ
ที่จัดว่าเป็นประเทศ “กำลังพัฒนา” ซึ่งแปลว่าไม่ร่ำรวย แถมยังมีคนจนเป็นจำนวนมาก
ความเป็นอยู่ไม่สะดวกสบายเท่าไรนัก



แล้วประเทศที่ “พัฒนาแล้ว” หรือประเทศที่ร่ำรวย มีอำนาจทางเศรษฐกิจล่ะ ไปอยู่ที่ไหน?


คำตอบคืออยู่ในอันดับที่ค่อนข้างไปทางท้าย คือมีความสุขน้อย
เช่น ญี่ปุ่น อยู่อันดับที่ ๙๕ อังกฤษ อันดับที่ ๑๐๘ ฝรั่งเศส อันดับที่ ๑๒๙
ส่วนประเทศที่รวยที่สุดในโลก คือสหรัฐอเมริกา อยู่อันดับที่ ๑๕๐ !


ผลการสำรวจดังกล่าวซึ่งครอบคลุมถึง ๑๗๘ ประเทศ
ได้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ความร่ำรวยไม่ใช่หลักประกันแห่งความสุข
ความร่ำรวยซื้อความสะดวกสบายได้ก็จริง แต่ความสะดวกสบายหาใช่ความสุขไม่
คนที่มีชีวิตสะดวกสบาย จำนวนไม่น้อย เต็มไปด้วยความทุกข์
เช่น ทุกข์เพราะลูก ทุกข์เพราะทะเลาะกับเพื่อนร่วมงาน หรือทุกข์เพราะยังรวยไม่พอ


ความสะดวกสบายนั้น อย่างมากที่สุดก็ให้ความสุขเพียงชั่วคราว
ใจฟูฟ่องไปได้สักพัก ไม่นานก็จะปรับตัวลดลงมาเหมือนเดิม

ทำนองเดียวกันคนที่ถูกล็อตเตอรี่ แม้แต่รางวัลที่ ๑ ก็ตาม ทีแรกก็จะลิงโลดใจ
แต่ผ่านไปสัก ๖ เดือน หรือ ๑ ปี ความรู้สึกก็จะกลับมาสู่ระดับเดียวกับตอนก่อนได้โชค


ที่สำคัญก็คือ ชีวิตที่สบายเพราะมีสิ่งต่าง ๆ มาอำนวยความสะดวกตลอดเวลานั้น
มักทำให้เรามีนิสัยพึ่งพาสิ่งภายนอก และชอบคาดหวังว่าสิ่งรอบตัวจะต้องเป็นไปตามใจเรา
ถ้าร้อนก็ต้องเปิดแอร์ ถ้าไกลก็ต้องมีรถมาบริการ ถ้าอยากได้อะไรก็ต้องมีคนมาสนอง
ชีวิตแบบนี้ทำให้เราไม่คิดที่จะปรับตัวปรับใจตัวเองเลย จึงเป็นชีวิตที่ทุกข์ง่าย
เพราะในโลกนี้มีอะไรต่ออะไรอีกมากมายที่ไม่สามารถบัญชาให้เป็นไปตามใจเราได้
แม้จะมีเงินมากมายก็ตาม ด้วยเหตุนี้จึงไม่น่าแปลกใจที่คนกรุงเทพ ฯ เป็นทุกข์กันมาก
เพียงเพราะรถติด ทั้ง ๆ ที่อยู่ในรถที่แสนเย็นสบาย


แต่ถ้ารู้จักปรับตัวปรับใจเสียแล้ว ก็จะเป็นสุขได้ง่ายขึ้น ร้อนนักก็ไม่เป็นไร
หนาวนักก็ไม่เดือดร้อน รถติดก็รู้จักรอ คนที่จะทำใจแบบนี้ได้เก่ง
ใช่หรือไม่ว่า ชีวิตของเขาต้องไม่สะดวก สบายมากเกินไป


เงินซื้อได้แต่ความสบาย ส่วนความสุขนั้นต้องทำเอง นอกจากทำที่ใจแล้ว
ความสุขยังเกิดจากการมีมิตร โดยมีน้ำใจและการแบ่งปันเป็นเครื่องสานสัมพันธ์
การได้อยู่ท่ามกลางหมู่มิตรหรือชุมชนที่คุ้นเคยกัน เป็นบ่อเกิดแห่งความสุขอย่างหนึ่ง
สิ่งเหล่านี้เงินซื้อไม่ได้ และมักจะไม่พบในกลุ่มชนที่ร่ำรวย
แต่หาได้ง่ายในประเทศที่ยังไม่ “พัฒนา”มากนัก แน่นอนว่า วานูอาตู เป็นหนึ่งในนั้น



เมื่อเทียบกับประเทศอาเซียนด้วยกัน ก็เห็นได้ชัดว่า
ประเทศที่ร่ำรวยกว่านั้น ประชาชนมีความสุขน้อยกว่า
เช่น สิงคโปร์ อยู่ในอันดับที่ ๑๓๑ ขณะที่ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ ๓๒
แม้กระนั้นคนไทยก็ยังสุขน้อยกว่าคนฟิลิปปินส์ ซึ่งอยู่อันดับที่ ๑๗
และคนอินโดนีเซียซึ่งติดอันดับที่ ๒๓


ชาวฟิลิปปินส์เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของความจริงที่ว่า
ความสบายนั้นเป็นคนละเรื่องกับความสุข
ใครที่ไปฮ่องกงจะรู้ดีว่ามีชาวฟิลิปปินส์ไปทำงานบ้านที่นั่นเป็นจำนวนมาก
ส่วนใหญ่มีชีวิตที่ลำบาก มากกว่าครึ่งไม่มีห้องของตัวเอง
หลายคนต้องนอนในห้องน้ำ ใต้โต๊ะกินข้าว หรือแม้แต่ในตู้เก็บจาน
มิหนำซ้ำยังอาจเป็นที่รองรับอารมณ์ของนายจ้าง ถึงกับถูกทำร้ายร่างกายก็มี


แต่ทุกวันอาทิตย์ ชาวฟิลิปปินส์นับพันคนจะไปชุมนุมพบปะกัน
และเปลี่ยนย่านธุรกิจอันจอแจให้กลายเป็นแหล่งปิคนิค
ผู้คนพากันร้องรำทำเพลงกันอย่างรื่นเริงบันเทิงใจ
แม้แต่ชาวต่างชาติที่เดินผ่านไปผ่านมายังถูกชักชวนให้มาร่วมวงกัน
หลายคนอดประทับใจไม่ได้ในสีหน้าอันยิ้มแย้มแจ่มใสของคนงานฟิลิปปินส์


คนเหล่านี้มีความสุขได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่เกือบทั้งอาทิตย์เจอแต่ความยากลำบาก
คำตอบนั้นอยู่ที่ จิตใจร่าเริง เป็นกันเอง ปล่อยวางง่าย
อีกส่วนหนึ่งเกิดจากการได้มาพบปะสังสันท์กัน นอกจากได้สนุกสนานแล้ว
ยังได้แลกเปลี่ยนสุขทุกข์กัน ทำให้เกิดกำลังใจที่จะสู้กับความลำบาก


สีหน้าที่ร่าเริงของสาวใช้ฟิลิปปินส์นั้น ตรงข้ามกับสีหน้าของนายจ้างฮ่องกง
ทั้ง ๆ ที่มีชีวิตสะดวกสบายกว่าลูกจ้างมาก แต่หาความสุขได้ยาก
อาจเป็นเพราะเขาให้ความสำคัญกับเงินมากเกินไป และต่างคนต่างอยู่ มีเพื่อนไม่มาก
ด้วยเหตุนี้จึงไม่น่าแปลกใจที่ เมื่อมีการสำรวจความเห็นของชาวเอเชียแทบทุกครั้งๆ
ผลสรุปออกมาตรงกันว่า ชาวจีนฮ่องกง มีความสุขน้อยที่สุด
ส่วนคนที่มีความสุขมากที่สุดอันดับต้น ๆ คือชาวฟิลิปปินส์



ความสบายกับความสุขนั้นไม่ใช่สิ่งเดียวกัน แล้วคุณล่ะจะเลือกอะไร?



ที่มา... นิตยสาร : Family
Vol. : กรกฎาคม ๒๕๔๙
คอลัมน์ Last Page : สบายแต่ไร้สุข By : รินใจ
http://www.visalo.org


:b48: :b8: :b48:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 ก.ค. 2010, 23:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

:b8: อนุโมทนา..สาธุ..จร้า..น้องลูกโป่ง :b8:

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร