วันเวลาปัจจุบัน 24 ก.พ. 2019, 05:53  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=7



กลับไปยังกระทู้  [ 7 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.ค. 2010, 17:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

คำถามที่ตอบได้เอง !!
พระอาจารย์อารยะวังโส


:b8: ปุจฉา

กราบนมัสการท่านอารยะ

ขออนุญาตเรียนถามเรื่องกัลยาณมิตรเจ้าค่ะ
เราจะหากัลยาณมิตรทางธรรมที่แนะนำธรรมะได้อย่างไร
เราควรจะปวารณาตัวเองอย่างไร
บางทีเราก็ไม่แน่ใจว่าท่านผู้นั้นจะยอมรับสั่งสอนเราหรือไม่
บางครั้งเหมือนคนหลงทางเจ้าค่ะ


กราบขอบพระคุณเจ้าค่ะ
วรารัตน์


:b42: วิสัชนา

ฉบับนี้ขอตอบจดหมายของโยมวรารัตน์ที่ปุจฉาเข้ามายัง “ธรรมส่องโลก”
อาจจะล่าช้าไปบ้างต้องขออภัย !!!


จากพระพุทธภาษิตที่ว่า
“กัมมุนา วัตตะตี โลโก – สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม”


ก่อนจะวิสัชนาโดยตรงขอพูดคุยเป็นปกิณกธรรม
ว่าด้วยเรื่องของกรรมเพื่อปรับพื้นฐานจิตใจให้แน่วแน่มั่นคงในความจริงอันเป็นสัจธรรม
ซึ่งพระพุทธองค์ได้ทรงมีพระดำรัสไว้ตามพระคาถาที่ยกขึ้นมา
อันสัตว์ผู้มุ่งเข้าสู่เขตแดนพระพุทธศาสนา
จะต้องยอมรับความจริงปักใจเชื่อลงไปในเรื่องของกรรมวิบาก และกิเลส
ซึ่งอันเป็นเครื่องอาศัยของสัตว์ที่โคจรอยู่ในสังสารวัฏ


การทำความเข้าใจในเรื่องกรรมอันจำแนกสัตว์ให้ทรามและประณีตแตกต่างกันไป
เพื่อจะได้ย้อนกลับมาทำความเข้าใจกับตนเองในฐานะที่เป็นสัตว์ในสงสารจำพวกหนึ่ง
เพื่อให้แลเห็นความจริงว่าเราท่านทั้งหลายต่างเกิดมาด้วยวาสนาที่ดีมีบุญ
กุศลได้ฐานะมนุษย์ อันจัดอยู่ในกลุ่มสัตว์ประเสริฐได้อย่างเต็มภาคภูมิ
เพื่อความเข้าใจที่ดีในตนเองต่อความเป็นผู้มีบุญวาสนาไม่อาภัพ
บุคคลที่สามารถนำพาให้เข้าสู่กระแสธรรม
สร้างสรรค์คุณงามความดีเสริมฐานะต่อยอดไปสู่เบื้องหน้า
อันมีจุดมุ่งหมายเพื่อความสิ้นทุกข์ หรือเพื่อดับทุกข์ให้สิ้นได้
หรือเพื่อทำให้ถึงที่สุดแห่งความสิ้นทุกข์
อันเป็นประโยชน์สุดที่เราทั้งหลายปรารถนาเป็นไปตามคติธรรมในพระพุทธศาสนา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.ค. 2010, 17:23 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


ที่ชี้แจงแสดงให้เห็นประโยชน์ขั้นสูงสุด
เพื่อให้รู้เข้าใจในความเหมาะควรที่จะมุ่งหมายไปให้ถึง
ไม่หลงยึดติดเพียงแค่ประโยชน์ในปัจจุบัน
หรือประโยชน์ขั้นลูบๆ คลำๆ ไม่เที่ยงแท้หนอ แม้ในเบื้องหน้า !!
ความเข้าใจที่ดีดังกล่าวต่อสถานภาพที่ได้มาของเราในฐานะความเป็นมนุษย์
อันเป็นสมบัติแห่งกองกรรมกองเวรที่เราก่อร่างสร้างมากับมือ
จึงต้องมารับผลให้ฐานะผู้เป็นเจ้าของผลการกระทำนั้นๆ
อันเป็นไปตามหลักความเป็นธรรมดา
ดังพระพุทธวจนะที่กล่าวรับรองในกรณีดังกล่าวไว้ว่า...


ยาทิสํ วปเต พีชํ ตาทิสํ ลภเต ผลํ

กลฺยาณการี กลฺยาณํ ปาปการี จ ปาปกํ.


แปลความว่า บุคคลหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้รับผลเช่นนั้น
ผู้ทำกรรมดี ย่อมได้รับผลดี ผู้ทำกรรมชั่ว ย่อมได้รับผลชั่ว


ซึ่งเป็นสัจธรรมอันเป็นไปตามกฎแห่งความจริงที่มีอยู่ในธรรมชาติ
ซึ่งควรน้อมเข้ามาคิดพิจารณาให้เป็นคุณต่อตัวเรา
เพื่อนำไปสู่ความปักใจเชื่อในการกระทำความดี
สร้างบารมีให้มาก ประกอบการกุศลให้ยิ่ง
เพื่อก้าวไปให้ถึงที่สุด อันอริยชนพึงปรารถนา!!


ด้วยความเข้าใจในกฎความจริงที่มีอยู่ในธรรมชาติที่จัดอยู่ในรูป “กรรมนิยาม”
ที่บอกกล่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์ในการกระทำและผลที่เกิดจากการกระทำ
ที่สอดคล้องสมกันดังที่ว่า ทำกรรมดี มีผลดี ทำกรรมชั่ว มีผลชั่ว
ผู้กระทำย่อมต้องได้รับผลจากการกระทำนั้นๆ !!
ซึ่งจะนำไปสู่การเข้าใจในความจริงที่จะนำประโยชน์มาสู่ตน
เมื่อรู้จักใช้ส่วนที่เป็นคุณ และรู้จักละเว้นส่วนที่เป็นโทษ
ดังพระพุทธวจนะที่กล่าวไว้ว่า
“การไม่ทำบาปทั้งปวง การทำกุศลให้ถึงพร้อม และการทำจิตให้บริสุทธิ์
นี่เป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย”



จากที่กล่าวมาโดยสรุปย่อพอเข้าใจ
ในเรื่องของความจริงที่มีปรากฏมีอยู่ในธรรมชาติในรูป “กรรมนิยาม” นั้น
เพื่อจะได้แนะนำให้สาธุชนรู้จักใช้ประโยชน์ตนเองในทางสร้างสรรค์
จากการอ้างอิง “กรรมนิยาม” ดังกล่าว
ทั้งนี้ด้วยเราทั้งหลายยังเป็นสัตว์ที่ต้องอาศัยกรรม
เพื่อเข้าใจในความจริงดังกล่าว
อันปรากฏเป็นบรรทัดฐานในคำสั่งสอนของพระพุทธศาสนา
ซึ่งเป็นลักษณะ “กรรมคติ” ก็จะได้มุ่งออกมาจากความทุกข์ ความมีโรคมีภัย
ด้วยการกระทำแต่กรรมดี เพื่อหวังผลจากการกระทำความดีนั้นๆ
ซึ่งจะให้คุณอย่างเต็มกำลัง เมื่อ ถูกดี ถึงดี และพร้อมดี หรือพอดี
สามารถตรวจสอบและรู้ได้ด้วยตนเอง และสามารถเปิดเผยให้ผู้อื่นเข้ามาดูได้
เพื่อประโยชน์แห่งตนเองและผู้อื่น


การเข้าใจประโยชน์ในเรื่องของ “กรรมนิยาม”
ที่ปรากฏเป็นคติธรรมคำสอนอยู่ในพระพุทธศาสนาของเรา
สามารถช่วยให้เรารู้จักใช้ประโยชน์จากฐานะที่ได้มาความพร้อมที่มี
เพื่อสร้างสรรค์ความดีให้เกิดขึ้นด้วยการกระทำของเรา
โดยการเห็นชอบตามทำนองคลองธรรมในความจริงที่ปรากฏ
เป็นผลมาจากการทำความดี หรือความชั่วนั้น
ซึ่งจัดอยู่ในรูป บาปบุญ อันนำมาซึ่งคุณหรือโทษ
ซึ่งเป็นผลเกิดขึ้นมาจากกรรมนำคืนสู่ผู้เป็นเจ้าของดังคำกล่าวที่ว่า
“ผู้ใดกระทำสิ่งใดๆ ก็ต้องรับผลจากการกระทำนั้น
อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงไปได้เลย” ดังพระพุทธภาษิตที่ว่า

“บุคคลที่ทำกรรมชั่วไว้แล้ว จะหนีไปในอากาศ

หนีไปท่ามกลางมหาสมุทร หนีไปสู่ซอกเขา

แม้ว่าจะอยู่ในผืนแผ่นดินใด ก็ไม่พ้นจากกรรมชั่วได้”


“กรรมคติ” จึงเป็นหลักการเรียนรู้ในศาสนาของพระพุทธเจ้า
เพื่อนำไปสู่ความเข้าใจในความจริงของธรรมชาติ
และย้อนกลับมาเข้าใจตัวเราอันเป็นส่วนหนึ่งในธรรมชาติ
เพื่อยอมรับในความจริงที่ปรากฏมีอยู่ว่า
“มันเป็นเช่นนี้เอง...ไม่เปลี่ยนไปจากนี้ และไม่แปรเป็นอย่างอื่น”


การนำมาสู่ความเข้าใจในเรื่องของกรรมนั้น
เพื่อประโยชน์ที่จะนำไปสู่กระบวนการคิดค้นวิจัยในสรรพปัญหา
อันเป็นเงื่อนไขมาแต่กรรมที่กล่าวอยู่ใน “เหตุปัจจัย”
และผูกความหมายแสดงอำนาจของกรรมวิบาก ไว้ว่า
“เมื่อเหตุปัจจัยยังมีอยู่ สิ่งทั้งหลายก็ยังมีอยู่
เมื่อเหตุปัจจัยสูญสิ้นไป สิ่งทั้งหลายเหล่านั้น ก็ย่อมสูญสิ้นไป”



หลวงปู่มั่นกล่าวไว้ว่า “เรื่องกรรมเป็นของลึกลับ และมีอำนาจมาก
ไม่มีผู้ใดหนีกฎแห่งกรรมได้เลย
ถ้าเราสามารถรู้เห็น กรรมดีกรรมชั่ว ที่ตนและผู้อื่นทำขึ้น
เหมือนเห็นวัตถุต่างๆ จะไม่กล้าทำบาป แต่จะกระตือรือร้นทำแต่ความดี
ซึ่งเป็นของเย็นเหมือนน้ำ ความเดือดร้อนในโลกก็จะลดน้อยลง
เพราะต่างก็รักษาตัวกลัวบาปอันตราย”


หลวงปู่มั่นได้แสดงธรรมเทศนาเรื่องกรรมไว้อีกตอนหนึ่ง
ที่ควรแก่การพิจารณาอย่างยิ่งว่า “เราเกิดมาเป็นมนุษย์มีความสูงศักดิ์มาก
อย่านำเรื่องของสัตว์มาประพฤติ มนุษย์เราจะต่ำลงกว่าสัตว์
และเลวกว่าสัตว์อีกมากมาย อย่าพากันทำ ให้พากันละบาป บำเพ็ญบุญ
ทำแต่ความดี อย่าให้เสียชีวิตเปล่าที่มีวาสนาเกิดมาเป็นมนุษย์...”



อาตมาได้นำเรื่องกรรมมาแจกแจงโดยย่อเพื่อเชิญชวนสาธุชนทำปัญญา
จะได้รู้แจ้งในความจริงของโลกใบนี้ ว่าจะสุข จะทุกข์
ไม่ว่าต่อตนเอง หรือภาครวมของสังคม
ก็ล้วนแล้วแต่เป็นผลมาจากการกระทำของเรา หรือพวกเราเอง
ในพระพุทธศาสนาจึงได้วางหลักการเรียนรู้ปฏิบัติ
เพื่อนำไปสู่การพัฒนาความคิด
ยกระดับจิตใจให้เข้าสู่ฐานะความบริสุทธิ์เพื่อเข้าสู่ “วิมุตติธรรม”
ตามหลักปฏิบัติในพระพุทธศาสนาบนเส้นทางสายกลาง
หรือมัชฌิมาปฏิปทา อันมีองค์ธรรม ๘ ประการ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.ค. 2010, 17:32 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


บนเส้นทางดังกล่าว ซึ่งจะนำไปสู่ส่วนสุดคือ ความสิ้นทุกข์
เมื่อเข้าสู่ “ธรรมวิมุตติ” ด้วยญาณทัสสนะวิสุทธิ
ที่เกิดขึ้นได้จากการพึ่งตนหรือมีตนเป็นที่พึ่ง มีตนเป็นเกาะ
โดยประพฤติตามธรรมสมควรแก่ธรรม
อันพระพุทธองค์ตรัสไว้ดีแล้วดังที่กล่าวว่า
“มีธรรมเป็นที่พึ่ง มีธรรมเป็นสรณะ”



ด้วยความเข้าใจใน “กรรมนิยาม” ตามที่กล่าวมาโดยย่อ
เพื่อแสดงให้เห็นคุณประโยชน์จากการเข้าใจความจริงดังกล่าว
จึงนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ให้สูงขึ้น
และสามารถเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติไปสู่ความเป็นอริยบุคคลได้
ทั้งนี้จะต้องได้รับการศึกษาแนะนำการปฏิบัติตน
ฝึกฝนอบรมตนให้ถูกต้องตั้งแต่ระดับศีลธรรมหรือวินัยข้อวัตรในเบื้องต้น
จนถึงระดับสูงสุดอันเป็นอริยวินัย หรือเข้าสู่อริยกันตศีล
ซึ่งเป็นศีลที่พระอริยเจ้าทั้งหลายสรรเสริญ


แต่การจะนำมาซึ่งความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง
เพื่อการประพฤติปฏิบัติที่ถูกตามพระธรรมวินัยนั้น
สาธุชนจะต้องเข้าหาบัณฑิตหรือแสวงหากัลยาณมิตร
เพื่อแนะนำ ชักจูง ชี้แจง ช่วยบอกช่องทางที่ไปสู่ความเจริญปัญญาแห่งเรา
เป็นผู้คอยเปิดความคิด คอยปิดภัยมาร
ด้วยการดำเนินวิถีชีวิตให้ดูได้อย่างเป็นแบบฉบับครบถ้วน
ในสมบัติความเป็นผู้น่ารัก (ปิโย) น่าเคารพ (ครุ) น่าเจริญใจ (ภาวนีโย)
รู้จักชี้แจงแสดงเหตุผลให้แจ่มแจ้ง (วัตตา)
พร้อมที่จะรับฟังคำปรึกษาซักถามทนต่อถ้อยคำ (วจนักขโม)
สามารถแถลงเรื่องล้ำลึกได้ (คัมภีรัญจะ กะถังกัตตา)
และไม่ชักนำไปในทางเสื่อม (โนจัฏฐาเน นิโยชะเย)


เมื่อเข้าใจคุณสมบัติของความเป็นกัลยาณมิตรแล้ว
ก็พึงตรวจสอบบุคคลที่เราควรคบหา
เพื่อจะได้เสวนากับบัณฑิตหรือผู้รู้อย่างแท้จริง
อันจะให้คำแนะนำที่เป็นคุณประโยชน์ต่อตัวเราทั้งในปัจจุบันและเบื้องหน้า

หากจะถามว่า จะหาได้อย่างไร... จะหาได้ที่ไหน...
และเมื่อพบแล้ว... จะปวารณาตนอย่างไร...
ท่านผู้นั้นจะยอมรับเราหรือไม่...
ก็ขอให้สาธุชนโปรดย้อนกลับไปอ่านวิสัชนาธรรมตั้งแต่ต้น
ซึ่งอาตมาได้แจกแจงให้เห็นความจริงในเรื่องของกรรม
ตามที่กล่าววิสัชนาธรรมว่า “กัมมุนา วัตตะตี โลโก (สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม)”


ขอเจริญพร
พระอาจารย์อารยะวังโส


ที่มา...Post Today

พระอาจารย์อารยะวังโส
วัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย
ถนน ลำพูน-ป่าซาง บ้านสันต้นธง
ต.ต้นธง อ.เมือง จ.ลำพูน 51000


:b48: :b8: :b48:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.ค. 2010, 17:46 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

:b8: อนุโมทนา..สาธุ..จร้า..น้องลูกโป่ง :b8:

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.ค. 2010, 18:46 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6910

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


:b8: :b8: :b8: :b8: :b8: :b8: :b8: :b8: :b8:

ขออนุโมทนาสาธุการด้วยค่ะ ลูกโป่ง

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.ค. 2010, 19:56 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


:b8: ขออนุโมทนาสาธุการด้วยค่ะ คุณลูกโป่ง :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.พ. 2019, 17:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 1828


 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss
:b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 7 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร