วันเวลาปัจจุบัน 15 ธ.ค. 2019, 15:14  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=7



กลับไปยังกระทู้  [ 58 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 พ.ค. 2010, 03:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


พระราชธรรมนิเทศ (พระพยอม กัลยาโณ)

รูปภาพ

เกิดวันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2492 ปีฉลู

บิดา นายเปล่ง จั่นเพชร

มารดา นางสำเภา จั่นเพชร

ภูมิลำเนา อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี

การศึกษา

พ.ศ. 2500 เข้ารับการศึกษา ที่โรงเรียนสังวรพิมลไพบูลย์

พ.ศ. 2513 อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ที่วัดสังวรพิมลไพบูลย์

พ.ศ. 2514 จบนักธรรมตรี ที่วัดอัมพวัน จังหวัดนนทบุรี

พ.ศ. 2515 จบนักธรรมโท ที่วัดบางอ้อยช้าง จังหวัดนนทบุรี

พ.ศ 2516 จบนักธรรมเอกที่วัดบางอ้อยช้าง จังหวัด นนทบุรี




ชีวิตในวัย เด็ก

พระพยอมเกิดในครอบครัวที่ยากจน การใช้ชีวิตจึงไม่เหมือนกับเด็กทั่วไป ในวันที่โรงเรียนหยุด หรือ ช่วงเย็นหลังจากเลิกเรียนเด็กชายพยอมจะออกหางานพิเศษรับจ้างดายหญ้าตามร่อง สวน

บางครั้งรับจ้างขึ้นต้นหมาก และเก็บมะพร้าวหล่นด้วยการมีไหวพริบฉลาดเฉลียว ทำให้เด็กชายพยอมคิดวิธีขึ้นต้นหมากวิธีลัด คือ ขึ้นต้นหนึ่งเสร็จแล้ว จะโหนยอดหมากไปอีกต้นหนึ่ง โดยไม่ต้องลงและขึ้นทุกต้น ทำให้ได้รับค่าแรงเพิ่ม ขึ้นกว่าปกติ ที่เด็กวัยเดียวกันทำได้

ในสมัยนั้นจะได้รับค่าจ้างต้นละ 3 - 5 บาท แต่เด็กชายพยอมก็มิได้เกี่ยงงานประการใด เพียงขอให้ได้รับค่าตอบแทนที่ยุติธรรม และให้สิ่งที่ได้มานั้นโดยชอบธรรมงานดายหญ้าบริเวณร่องสวน ที่เด็กชายพยอมรับจ้างนั้น จะได้รับค่าจ้างวันละ 20-30 บาท

ความขยันขันแข็ง ความมีน้ำใจ ทำให้ชาวบ้านรักและสงสาร และมอบงานพิเศษให้ทำอยู่เสมอ




วัยหนุ่ม

พระพยอมไม่เคยใช้ชีวิตวัยหนุ่มเยี่ยงชายหนุ่มทั่วไป ท่านใช้จ่ายทรัพย์ที่หามาโดยสุจริต ด้วยความประหยัด มัธยัสถ์ เพื่อน ๆ ของท่านจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าตามยุคสมัย แต่ท่านยังคงสวม เสื้อยืดกล้าม กางเกงแบบชาวสวน

ทั่วไปส่วนเรื่องเพศตรงข้าม ท่านเป็นที่สนใจแก่ผู้หญิงทั่วไป แต่ท่านก็ยังคงยึดมั่นในการประกอบอาชีพทำมาหากิน โดยไม่ได้ให้ความสนใจแก่ผู้ใดเป็นพิเศษ

พระดีศรี สังคม

วันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2492เด็กชายคนหนึ่งที่ถือกำเนิดจากแม่สำเภา จั่นเพชร แม่ที่ยากจนแต่มีความรักลูกสุดประมาณ จากวันนั้น . . . จนถึง . . . วันนี้ เด็กยากจนนั้น คือ .

. . พระนักเทศน์ผู้มีคุณภาพพระดีศรีสังคม พ่อพระของผู้ยากจน พระผู้ร่ำรวยงาน แต่ยากจนเวลา พระราชธรรมนิเทศ (พระพยอม กัลยาโณ) มูลนิธิสวนแก้ว


ในปี 2529 พระพยอม กัลยาโณ จัดตั้ง มูลนิธิสวนแก้วเพื่อช่วยเหลือ บรรเทาทุกข์ ให้แก่เพื่อนมนุษย์โดยไม่คำนึงถึง เชื้อชาติ ศาสนา และสัญชาติ กิจกรรมของมูลนิธิสวนแก้ว มี 18 โครงการ


ประกาศเกียรติคุณ และรางวัล

พ.ศ. 2528 ■ รางวัลสังข์เงิน สาขาใช้ศิลปะในการเผยแพร่
จาก สมาคมนักประชาสัมพันธ์แห่งประเทศไทย

พ.ศ. 2531 ■ โล่โครงการรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ จากกรุงเทพมหานคร

พ.ศ. 2535 ■ โล่เกียรติคุณบารมี “พระผู้มีคุณต่อแผ่นดินและสังคม” จากสมเด็จพระสังฆราชฯ

■ โล่โครงการรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ จากมูลนิธิหมอชาวบ้าน

พ.ศ. 2536 ■ โล่บุคคลดีเด่นแห่งวงการศึกษาของชาติ สาขาการศึกษานอกระบบ
จากสมาคมศึกษานิเทศแห่งประเทศไทย

■ โล่ผลงานดีเด่นด้านวิชาภาษาไทย จากกรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ

พ.ศ. 2537 ■ ปริญญามหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาพุทธศาสน์
จาก มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

■ ปริญญามหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาพัฒนาสังคม
จาก สถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์ (นิด้า)

พ.ศ. 2538 ■ รางวัลเหรียญอนามัยโลก การรณรงค์เลิกบุหรี่ จากองค์การอนามัยโลก

■ รางวัลมูลนิธิดีเด่นระดับภาค ลำดับที่ 3
จาก สมาคมสันนิบาตมูลนิธิแห่งประเทศไทย

■ รางวัลโล่ผู้สนับสนุนกรมประชาสงเคราะห์ดีเด่น ปี 2538
จากนายบรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรี

■ รางวัลชมเชยที่ 3 การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมสำหรับเอเชียแปซิฟิก (เอสแคป) ประจำปี พ.ศ.2538

พ.ศ. 2539 ■ รางวัลมูลนิธิดีเด่นระดับภาค ลำดับที่ 2
จาก สมาคมสันนิบาตมูลนิธิแห่งประเทศไทย

■ โล่ประกาศเกียรติคุณ “ผู้ร่วมรณรงค์สร้างสรรค์สังคมปลอดบุหรี่”
จากสมเด็จพระเทพรัตนราช สุดาสยามบรมราชกุมารี

พ.ศ. 2540 ■ เกียรติบัตรยกย่องเชิดชูเกียรติในด้าน
“อภิปราย ถ่ายทอดเสียงวิชาการทางพระพุทธศาสนา”
จากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก

■ ประกาศนียบัตรทองคำเชิดชูเกียรติ “พระดีศรีสังคม”
จากสมาคมสื่อมวลชนส่วนภูมิภาค (ประเทศไทย)

■ โล่ประกาศเกียรติคุณ “นักสุขศึกษาดีเด่นแห่งชาติ สาขาสื่อมวลชน” จากกระทรวงสาธารณสุข

พ.ศ. 2541 ■ ได้รับการคัดเลือกเป็น อุทยานการศึกษาในวัดประจำปี 2541
จากกรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ

■ รางวัลมูลนิธิดีเด่นระดับภาคที่ 1 ลำดับที่ 1
จากสมาคมสันนิบาตมูลนิธิแห่งประเทศไทย

■ ปริญญาศึกษาศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาศึกษาศาสตร์
เพื่อพัฒนาชุมชนจากสภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

■ ปริญญานิเทศศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล

พ.ศ. 2542 ■ “เสาเสมาธรรมจักร” ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา

■ รางวัลชมเชย ผู้ประพันธ์หนังสือเรื่อง “เรียนผูกเรียนแก้”
จากคณะกรรมการพัฒนาหนังสือแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ

พ.ศ. 2543 ■ รางวัลมูลนิธิดีเด่นระดับภาคที่ 1 ลำดับที่ 1
จากสมาคมสันนิบาตมูลนิธิแห่งประเทศไทย

■ โล่รางวัล "มหิดลวรานุสรณ์"
จากพระเจ้า วรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีพระวรราชาทินัดดามาตุ

พ.ศ. 2544 ■ โล่เกียรติคุณ “ผู้สนับสนุนงานกรมประชาสงเคราะห์ดีเด่น ประจำปี 2544”
จาก พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

■ โล่รางวัลอาสาสมัครดีเด่นพิเศษ ปี 2544 จากผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี

■ รางวัลมูลนิธิภาคดีเด่น ประจำปี 2543-2544 ลำดับที่ 1
จากสมาคมสันนิบาตมูลนิธิแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

พ.ศ. 2545 ■ โล่รางวัลการสนับสนุนโครงการการจัดการสิ่ง ปฏิกูลตามแนวพระราชดำริ จากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

■ รางวัลมูลนิธิดีเด่นระดับภาคที่ 1 ลำดับที่ 1
จากสมาคมสันนิบาตมูลนิธิแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

■ เกียรติบัตรยกย่องเป็นครูภูมิปัญญาไทย ด้านปรัชญา ศาสนา และประเพณี
จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ

■ โล่รางวัลอาสาสมัครดีเด่น
จากนายอนุรักษ์ จุรีมาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

■ โล่ประกาศเกียรติคุณองค์กรดีเด่นที่ให้การ สนับสนุนคนพิการ
จากรองนายกรัฐมนตรี นายจาตุรนต์ ฉายแสง

พ.ศ. 2546 ■ โล่รางวัล PCD Awards 2002 ด้านบุคคลดีเด่นด้านการจัดการขยะมูลฝอย จากกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

■ ปริญญาพุทธศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาธรรมนิเทศ
จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

■ เกียรติบัตรสาขาการอภิปรายถ่ายทอดเสียง วิชาการทางพระพุทธศาสนา จากสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

■ โล่เกียรติยศผู้มีส่วนร่วมถวายความจงรักภักดี ในการจัดงาน 5 ธันวามหาราชและงาน 12 สิงหาราชินีนาถ
จากทูลกระหม่อม หญิงอุบลรัตน์ราชกัญญาฯ

■ โล่เกียรติยศบุคคลผู้ทำคุณประโยชน์ต่อเยาวชน
จากพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา

■ รางวัลพระภิกษุผู้อุทิศตนในการป้องกันและต่อ ต้านยาเสพติด
จากพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลีพระวรราชาทินัดดา มาตุ


..................................................................


วันก่อน...มีเด็กเขียนจดหมายมาถามอาตมา...ว่า
หลวงพ่อครับ...ช่วยตอบ ปัญหาผมทีเถอะ...
ผมหาทางออกไม่ได้...

พ่อผมรับราชการ...เป็น ครู...
กินเหล้า ทั้งวัน..
พอเมากลับบ้าน...ก็อาละวาด...เตะ แม่...เตะน้อง...ถีบผม...
ทำลายข้าวของในบ้าน...
มีทรัพย์สมบัติ อะไรในบ้าน...ขนไปขาย...กินเหล้าหมด...
ครอบครับผมกำลังเดือดร้อนมาก...

ผมกำลังตัดสินใจอยู่ว่า...
ผมควรจะฆ่าพ่อให้ตาย...เพื่อความ สุขของแม่และน้องๆ...
หรือ...ผมควรจะฆ่าตัวเองตาย...เพื่อให้พ้น ทุกข์...
หลวงพ่อช่วยตอบปัญหาให้ผมด่วนนะครับ...ว่า...

ผมจะฆ่า ใครดี...ระหว่างพ่อ...กับผม
อาตมาอ่านจดหมายฉบับนี้แล้ว...เศร้าใจ จริงๆ...
สังคมบ้านเรา...ทำไมถึงได้เลวร้ายได้ขนาดนี้...

อาตมา รีบตอบจดหมายทันทีเลย...
กลัวจะไม่ทันการณ์...เดี๋ยวเกิดมีใครตายเสีย ก่อน...

หนู...อาตมาได้รับจดหมายของหนูแล้ว...
รู้สึกเห็นใจ เป็นอย่างมาก...
อาตมาเห็นด้วย...ว่าควรมีการตายกันไปขเางหนึ่ง...
เพื่อ คนที่เหลือ...จะได้มีความสุข...

ซึ่งอาตมาต้องยืมมือหนู...ในการฆ่า ครั้งนี้...
ผู้ที่จะต้องตาย...
ไม่ใช่หนู...
และก็ไม่ใช่พ่อ ของหนู...

แต่สิ่งที่หนูจะต้องฆ่า...ในทันทีที่ได้รับจดหมายจาก อาตมาก็คือ...
หนูจะต้องฆ่ากิเลส...
กิเลสที่มันเกาะกินหัวใจ พ่อ...ทำให้พ่อติดเหล้า...
กิเลสที่มันเกาะกินใจหนู...ที่ทำให้หนู เกลียดพ่อ...

ถ้าหนูฆ่ากิเลสทั้งสองตัวนี้ได้แล้ว...
ครอบครัว ของหนู...จะอยู่เป็นสุข...

ตกลงเรื่องนี้...ไม่มีใครตาย...
ลูก...เอา จดหมายพระพยอมให้พ่ออ่าน...
พ่อได้คิด...เลิกเหล้า...

พอพ่อ เลิกเหล้า...ลูก...ก็ไม่เกลียดพ่อ...
ทุกคนมีความสุข...
รวมทั้งพระ ด้วย...

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


แก้ไขล่าสุดโดย ธรรมบุตร เมื่อ 13 พ.ค. 2010, 03:46, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 พ.ค. 2010, 03:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ของแปลก

แท๊กซี่บางคน อาตมานั่งไปด้วยแล้วรำคาญ มันขี้โมโห หงุดหงิดทั้งวัน วันนั้นนั่งจากหมอชิต ไปโรงพยาบาลศิริราช มันด่าคนไปตลอดทาง ไอ้คนนั้นขับไม่ดี ไอ้คนนี้เฮงซวยขับช้า ไอ้บ้านี่ตัดหน้า ไอ้เปรตนี้หยุดไม่เปิดไฟเลี้ยวมันพูดแต่ว่าแปลกจริง.....แปลกจริง...... แปลกจริงทางม้าลายมีไม่ข้าม...แปลกจริง เวลาจะเลี้ยวทำไมไม่เปิดไฟเลี้ยว.. แปลกจริง ที่ห้ามจอดดันทะลึ่งจอดอาตมาทนรำคาญไม่ไหว ใกล้ถึงศิริราชแล้ว อาตมาถามว่าคุณขับรถมากี่ปีแล้ว...หลายปีแล้วครับ ปีหนึ่งๆมีคนมายั่วทำให้โกรธอย่างนี้บ่อยไหมครับ....... บ่อยครับ..วันหนึ่งหลายสิบครั้ง... อาตมาก็เลยบอกว่า มันมีบ่อยๆวันละหลายสิบครั้ง....มันจะแปลกยังไง ของแปลกมันต้องนานๆเกิดครั้งหนึ่ง วันนี้เกิดบ่อยๆยังตวาดอยู่ได้ว่าแปลกจริง...แปลกจริง..อยู่นั่นแหละ มันน่าจะบอกว่า เออ....ธรรมดาจริง..บ่อยจริงมากกว่า

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 พ.ค. 2010, 03:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ช้าไปหน่อย


วันก่อนอาตมาไปเทศน์ในคุก.....อาตมาบอกว่า.. พวกเราที่มาติดอยู่ในคุกเนี่ย...เราไม่ได้ติดคนเดียวนะ.. เราเอาพ่อเอาแม่มาติดด้วย พ่อแม่ต้องลำบากตรากตรำ หาเงินมาซื้อข้าวปลาอาหาร ข้าวของเครื่องใช้และค่ารถค่าเดินทางที่จะมาเยี่ยมเราทุกอาทิตย์... และเรายังทำร้ายจิตใจท่านให้ต้องทุกข์ทรมานตลอดเวลาจนกว่าเราจะพ้นโทษ นักโทษคนหนึ่งมันสำนึกบาป ร้องไห้โฮ อย่างไม่อายใคร ท่านทำไมเพิ่งจะมาเทศน์ตอนนี้ทำไมท่านไม่เทศน์ก่อนที่ผมจะทำชั่ว ไอ้พวกนี้..เวลามันทำชั่วทำอะไรไม่ดี มันโยนให้พระหมด อาตมาเทศน์มาตั้งนานแล้วโยมไปมุดหัวอยู่ที่ไหน ไม่มาฟัง

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 พ.ค. 2010, 03:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


พระไม่ เข้าใจ


วันก่อนเทศน์ให้เด็กอนุบาลฟัง....100 กว่าคนตัวนิดเดียว...แต่พอฟังรู้เรื่องแล้ว.. อาตมาบรรยายธรรม..พร้อมมีภาพสไลด์ประกอบ... เราสอนว่า..คนเราจะประสบความสำเร็จ..มันต้องตั้งใจจริง..ทำอะไรก็ต้องทำ จริงๆ.. ตั้งใจให้แน่วแน่.... เหมือนคนตำน้ำพริก..ตาจ้องดูที่ครก ตำจริงๆ ไม่ใช่ตำเป๊กเดียว..แล้วเอามากิน..ต้องตำบ่อยๆ..หลายๆครั้ง...น้ำพริกถึงจะ อร่อย.. คนเราทำอะไรให้สำเร็จ..มันต้องทำบ่อยๆ ทันใดนั้น เหตุการณ์เหลือเชื่อก็เกิดขึ้น..... เด็กผู้ชายตัวเล็ก ห้าขวบ..มันลุกขึ้นยืน..แล้วพูดว่า พระ..พระ..พระรู้ไหม...ว่าเด็กก็ชอบดูพระพูดบ่อยๆ.. แต่พระอย่าพูดธรรมะเยอะนักซิ.....เด็กมันเซ็งระเบิดเลย.... พระเอารูปให้ดูเยอะๆหน่อย

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 พ.ค. 2010, 03:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


โสเภณีที่รัก


วันหนึ่งมีคนมานิมนต์ให้ไปเทศน์ให้โสเภณีฟัง ตั้งแต่บวชมา..เพิ่งจะเจอครั้งนี้แหละ...มันเทศน์ยากพิลึก พอไปถึงทุกคนมองพระเหมือนตัวประหลาด ...เข้ามาทำไมวะเนี่ย พอนั่งปุ๊บ..มองไปรอบๆ..ไม่มีใครสนใจสักคน.... คิดในใจว่า.. จะเอาสูตรไหนมาเทศน์สู้กับมันดีวะเนี่ย ..... ทำใจดีสู้เสือ..เริ่มต้นคำแรกว่า.... "สวัสดีน้องหญิงผู้มีวาสนาสูง..".... ได้ผลแฮะ...ได้ผลดีเกินคาด ทุกคนหันมามอง ตั้งใจฟังหูผึ่งว่าพระจะพูดอะไรต่อ....ได้โอกาส..พระเลยปล่อยไม้เด็ดเลย สวัสดีน้องหญิงผู้มีวาสนาสูง..ผู้ขายของเก่ากินโดยไม่ต้องลงทุน เมื่อน้องหญิงอยู่ที่บ้าน....คนทั่วไปจะเรียกน้องหญิงอย่างยกย่องว่า.. กุลสตรี...ยกย่องว่าเป็น เพศแม่แต่พอน้องหญิงมาอยู่ในสถานที่อย่างนี้ ความเป็นกุลสตรีความสูงส่งของเพศแม่มันถูกทำลายไป เขาเรียกน้องหญิงว่า...อีตัว.... เวลาเขาจะหาความสุขจากเรือนร่างเธอ.. เขามารับเธอไป..เขาไม่ได้พูดให้เกียรติเธอเลย... แทนที่เขาจะบอกว่า..มาเชิญเธอไป..เขากลับใช้คำว่า..หิ้วไป ใช้คำว่า..หิ้ว...เห็นเราเหมือนเป็ดเหมือนไก่..ไม่ให้เกียรติเราเลย... เราน่าจะกลับไปอยู่บ้าน...ใช้ชีวิตทำมาหากินเหมือนเดิม.. ถึงแม้จะไม่ร่ำรวยแต่เราก็อยู่อย่างมีเกียรติ... ทุกคนนั่งนิ่ง..ทำตาแดงๆ เป็นโอกาสดีของพระแล้วที่จะดึงเธอมาเป็นพวก..จึงสนทนาสอบถามเพื่อผ่อนคลาย บรรยากาศ น้องหญิงหลายคนสักตุ๊กแกไว้ที่ต้นแขน..สักทำไมหรือ.. อ๋อ..เวลาผู้ชายมาใช้บริการ..จะได้จับผู้ชายให้ติด...เพราะตุ๊กแกขามัน เหนียวเกาะแน่น..แกะไม่หลุด โอ..หลักการดี..อาตมาเลยแกล้งหยอกไปว่า... ตุ๊กแกมันเกาะแต่ผู้ชายอย่างเดียวหรือ...มันเกาะเอาซุปเปอร์โกโนเรียมาด้วย หรือเปล่า...... ทุกคนเงียบกริบ รอยยิ้มเริ่มหายไป...บรรยากาศชักไม่น่าลงทุนแล้ว.... อาตมาเลยถามต่อ....อ้าว..แล้วบางคนที่สักขอกับเคียวไว้ที่ต้นแขนล่ะ.... มีความหมายว่าอย่างไรก็เอาไว้เกี่ยวสตางค์จากกระเป๋าคนมาเที่ยวไง....... เออ..คนเรานี่มันโง่ดี..ถ้าสักขอกับเคียวแล้วมันเกี่ยวสตางค์ได้จริง... คนไทยทั้งประเทศไม่ต้องมัวเหนื่อยไปทำมาหากินหรอก...สักขอกับเคียวไห้เต็ม ตัวก็รวยแล้ว

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 พ.ค. 2010, 03:17 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ล้างแค้น...

มือปืนเมืองเพชร...เมาแอ๋เข้ามาหาพระมันชูปืนขึ้น..แล้วเดินเป๋เข้ามา หลวงพี่ก็เลยโดดหลบเข้าข้างเสา เพราะพระก็เสียวเป็นเหมือนกัน... มันบอกว่า..หลวงพี่ต้องเป็นพยานให้ผมด้วย... ไอ้โจ๋มันฆ่าพ่อผมตาย..ผมขอสาบานต่อหน้าพระว่า..ผมจะต้องล้างแค้นให้พ่อผม ให้ได้... ถ้าผมฆ่าไอ้โจ๋ไม่ได้..ชีวิตนี้นอนตาไม่หลับ หลวงพี่โผล่ออกมาจากเสา..แล้วบอกว่า..สาธุ..ขออนุโมทนาบุญกับโยมด้วยที่คิด จะล้างแค้น คนทั้งศาลาหันมามองหน้าพระเป็นตาเดียว... โธ่...ก็มันถือปืนส่ายอยู่อย่างนั้นจะให้พระทำยังไง... น่าจะเห็นใจพระบ้างนะ....อาตมาก็พูดกับมือปืนต่อว่า.... ล้าง..หมายถึง..ทำให้สะอาด การล้างแค้นเป็นเรื่องดี เรามีความแค้น...แสดงว่า..ความแค้นมันมาเปื้อนจิตใจเรา.. การล้างแค้น...คือล้างที่จิตใจของเราให้สะอาด..ให้ความแค้นมันหมดไปจากใจ เรา... การไปยิงเขาตายอีก...เป็นการเพิ่มความแค้น.... ลูกหลานเขาก็ตามจะมายิงมาฆ่าเราอีก..วนเวียนอย่างนี้ไม่จบสิ้น การล้างแค้น..จึงเป็นการอโหสิกรรม..หมดเวรหมดกรรม อาตมาจึงขออนุโมทนาบุญกับโยมด้วย...พูดเสร็จพระก็หลบไปยืนบังเสาไว้ พระไม่กลัวมันหรอก..แต่พระไม่ประมาท

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 พ.ค. 2010, 03:19 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ใส่บาตรวันเกิด

เหล้ากินเข้าไปแล้วก็ขาดสติ...มีเรื่องเล่าว่าวันเกิดของผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง กลางคืนเลี้ยงฉลองร่ำสุรากันเต็มที่..เมาแประ..รุ่งเช้าอยากใส่บาตรทำบุญเอา ฤกษ์ ขณะตักข้าวจะใส่บาตร ด้วยความเมาทำข้าวหก หมาก็วิ่งกรูกันเข้ามาแย่งกันกินข้าว กัดกันเจี๊ยวจ้าวพันแข้งพันขาจนเดินไม่ได้.. ด้วยความโมโห..เงื้อเท้าเตะหมาเต็มแรง...หมามันก็หลบทัน แต่พระหลบไม่ทัน โดนหน้าแข้งเต็มๆ ทั้งๆที่ไม่ได้ร่วมแย่งข้าวด้วยสักหน่อย ขณะใส่บาตร..รู้สึกว่ากับข้าวที่เตรียมไว้ ไม่พอดีกับพระ แกตะโกนเรียกหลานลั่นเลย.... "อีหนู เอาปลาทูมาอีกสององค์ วันนี้พระมาสี่ตัว..." เหล้ามันทำให้คนกิน..ไม่เป็นผู้เป็นคน..พูดผิด..คิดผิด ทำผิดแล้วยังจะกินมันอยู่อีกหรือ........

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 พ.ค. 2010, 03:20 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เทศน์รอบดึก


มีอยู่รายการหนึ่ง เขาจัดงานหารายได้เข้ามัสยิด... นิมนต์พระพยอมมาช่วยเทศน์ดึงคนให้หน่อย..เพราะช่วงที่กำลังดังนี้ เทศน์ทีมีคนฟังเป็นหมื่น..พอประกาศชื่อพระพยอมคนสนใจมาก เขาจัดโปรมแกรมให้พระพูดตอนดึก 5 ทุ่มพระก็อยากพูดเร็วๆ พูดเสร็จจะได้รีบกลับ... เขาบอกว่า..ไม่ได้..ถ้าท่านกลับ..คนก็กลับกันหมด..หอยทอด โรตี.. ไก่ย่าง..ยังขายไม่หมดเลย.. เดี๋ยวท่านรอให้ขาย หอยทอด โรตี ไก่ย่างหมดก่อน..ค่อยขึ้นเทศน์ กรรมของพระ...ไม่ควรดังเลยเรา....

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 พ.ค. 2010, 03:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


หมดทุน


มีชายคนหนึ่งอยู่สุไหงโกลก..ชื่ออาฮัง ค้าขายขาดทุนปีเดียวสามสี่แสนบาท.... ไม่เป็นอันทำมาหากินเลย..พอขาดทุนสี่แสนก็มานั่งทำท่าเหมือนลิงป่วย..... หมดแรง..หมดอาลัยตายอยาก....พูดพร่ำอยู่คำเดียวทั้งวัน...อั๊วขาดทุนหมด แล้ว.. อั๊วขาดทุนหมดแล้ว จนญาติๆระอา...ไม่รู้จะทำอย่างไร เลยหามมาส่งที่วัดสวนโมกข์... อาตมาอยู่สวนโมกข์ได้ 7 ปีพอดี ปรากฏว่า..มันก็มานั่งที่ตรงหินโค้ง... นั่งเป็นทุกข์...นั่งบ่น..อั๊วเจ๊งหมดแล้ว..อั๊วขาด ทุนหมดแล้ว........ อาจารย์พุทธทาสก็เลยเข้าไปถามว่า.... ฮัง...ลื้อขาดทุนแน่หรือ.... แน่ซิครับ...สี่แสนปีเดียวหมดเกลี้ยง..ผมขาดทุนย่อยยับหมดเลย.... คิดให้ดี...ขาดทุนจริงๆนะเหรอ.... จริงซิครับ...อย่ามาถามยั่วโทสะผมนะ...... อาจารย์พุทธทาสก็เลยถามต่อว่า...โยมอาฮัง... ที่ลื้อบ่นขาดทุน..ขาดทุนนี่..ลื้อเกิดมาลื้อมีทุนติดตัวมาเท่าไร....... วันที่ลื้อเกิดมานะอาฮังนั่งคิดอยู่พักหนึ่ง..เอ๊ะ..ใครมันจะไปดึงทุนออกมา จากท้องแม่ได้ในวันเกิดนะ พระนี่ถามอะไรแปลกๆ... อาฮังตอบว่า ..ไม่มี.. อาจารย์พุทธทาสท่านก็ถามต่อ...เดี๋ยวนี้หม้อหุงข้าวลื้อมีไหม... หม้อหุงข้าวมี..เสื้อผัามีใส่ไหม...มี...บ้านมีอยู่ไหม......มี... ถามอะไรต่อมิอะไร..มันก็ตอบว่า..มีๆๆ... อาจารย์พุทธทาสท่านจึงบอกว่า ..อาฮัง...ลื้อไม่ได้ขาดทุนหรอก เพียงแต่กำไรมันลดลงไปนิดหน่อยเท่านั้น.

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 พ.ค. 2010, 03:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ส่วนผสมของเหล้า

วัน หนึ่งไอ้ขี้เมามันเดินเข้ามาหาพระในวัด... มันบอกว่าหลวงพี่ชอบด่าคนกินเหล้า... ว่าโง่ยิ่ง
กว่าหมา... อยากจะทดสอบหลวงพี่หน่อย... ที่หลวงพี่บอกว่าเหล้าไม่ดีนะ... หลวงพี่รู้หรือ
เปล่าว่า... เหล้านะมีส่วนผสมอะไรบ้าง...?

หลวง พ่อก็ตอบไปว่า..เรื่องง่ายๆ... ทำไมพระจะไม่รู้ คนโบราณเขาเล่าว่า... เหล้ามันผสม
ด้วยเลือดสัตว์ 5 ชนิด... คือ...

1. เลือดเสือ... กินเข้าไปแล้วดุมาก...มึงช่วยหามกูไปตีกับมันหน่อย...
2. เลือดงู... ....กินแล้วเดินไม่ตรงทาง...คดไปคดมา...
3. เลือดนก......กินแล้วคุยทั้งวันทั้งคืน...ไม่รู้เอาเรื่องอะไรมาพูด...
4. เลือดหมู..... กินแล้วนอนตรงไหนก็นอนได้...หมาเลียปากก็ไม่รู้สึก...
5. เลือดหมา....กินแล้วเห่าตะพึด...กระทั้งลูกเมียตัวเองมันก็จะกัด...

พูด เสร็จอาตมาก็รีบเดินเข้ากุฏิ...เพราะพระไม่มีประกันชีวิต..

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 พ.ค. 2010, 04:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ข้าวต้มงานศพ
>
>นายจิวเป็นคนจีน ปรึกษากับเพื่อนว่า
>จะ นิมนต์พระพยอมมาเทศน์งานศพพ่อ
>เพื่อนๆบอกว่า ถ้ามึงนิมนต์พระพยอมมาเทศน์
>รับรองข้าวต้มมึงไม่มีใครกินหรอก
>เขา ลือกันว่า..
>ถ้าพระพยอมเทศน์งานศพ ข้าวต้มเหลือทุกงาน
>แกก็ สงสัยว่า ทำไมถึงจะไม่มีคนกินข้าวต้ม
>แต่ในที่สุดก็นิมนต์อาตมาไป
>อาตมา ไม่ทราบเรื่องก็เทศน์ตามปกติว่า...
>คนบ้านนี้ตาย...
>ญาติ พี่น้องทุกคนทุกข์ยากลำบากอยู่แล้ว
>พวกเรายังมารุมกินกันในบ้านคน ตายอีก
>มันเอาเปรียบกันเกินไป ใจดำ ไร้ความเมตตาสงสาร
>การ มางานศพควรมาแสดงความเสียใจ มาให้กำลังใจ
>มาช่วยเหลือไม่ใช่มารุม กินคนตาย
>ปรากฎว่า ข้าวต้มเหลือ ไม่มีคนกิน

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 พ.ค. 2010, 04:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


วัดประหลาด
>
>คนจำนวนมากที่มาวัดสวนแก้วแล้วต้องแปลกใจ
>กุฏิ เจ้าอาวาสหลังเล็กนิดเดียว
>แต่ที่เห็นเด่นเป็นสง่าคือ "ส้วม"
>จึง มีคนมาถามว่า...
>หลวงพี่ ทำไมสร้างส้วมเสียมากมายใหญ่โต
>แต่ กุฎิเจ้าอาวาสหลังเล็กนิดเดียว
>ส้วมมันสำคัญกว่าเจ้าอาวาสนะ โยม.....
>วันนั้นมีคนมาวัด 300 กว่าคน ไม่เห็นมีใครถามว่า ..
>กุ ฎิอาจารย์พยอมอยู่ตรงไหน
>คนเกือบจะทั้ง 300 คน มันถามว่า...ส้วมไปทางไหน
>ขืนสร้างส้วมเล็กกว่ากุฎิ เละแน่...
>คน 300 คน
>มันถล่มแหลกเลยมีหวังเหม็นคลุ้งไปทั้งกุฎิแน่โยม

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 พ.ค. 2010, 04:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


>ไม่เหมาะสม
>
>คุณดำรง พุฒตาล มาสัมภาษณ์
>เอา ประวัติอาตมาไปลงในหนังสือ คู่สร้างคู่สม
>โอย...........คนมันโจมตี กันใหญ่
>บอกว่าพระพยอมทำไม่เหมาะสม
>ไปลงในหนังสือผัวๆ เมียๆ
>ไปยุ่งเกี่ยวกับทางโลกมากเกินไป......
>อาตมาบอก ว่า...คงคนละหน้ากับเรื่องผัวเมียนั่นแหล่ะ
>ยังไงก็ไม่เหมาะสม มันเป็นรื่องของทางโลก
>พระไม่ควรยุ่งเกี่ยว.......
>อาตมา ชักรำคาญ เลยถามว่า...
>อ้าว.....แล้วเวลาที่ญาติโยมแต่งงานกันน่ะ
>เป็น เรื่องของทางโลกไหม?
>ใช่.... แล้วเสือกมานิมนต์พระไปทำไม..?

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 พ.ค. 2010, 04:17 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


>คิดผิด
>
>ไปถ่ายรูปวันแต่งงานมันก็สวยน่ะซิ ....
>พอ อยู่กันไปนานๆ
>สามีดูรูปแล้วหันมาดูตัวจริง มันเริ่มสงสัยว่า
>ไอ้ ตัวที่เดินอยู่ในครัวเนี่ย..
>มันใช่คนที่กูแต่งงานด้วยหรือเปล่า ว้าาาาาา
>แล้วมันก็จะนั่งดูรูปด้วยตาละห้อยทั้งวัน......คิดในใจว่า
>
>ตอนแต่งงานคิดว่าจะได้เทพธิดามาเคียงคู่
>ที่ไหน ได้...พอถึงวันนี้มันกลายเป็นสัตว์ประหลาด
>นอกจากหน้าตาน่าเกลียด แล้ว ยังพูดมาก ขี้บ่นอีก
>พอทะเลาะกันหน้าดำหน้าแดง หันไปดูรูป
>แหม... มึงน่ะสวยแต่เฉพาะวันแต่งงานเท่านั้นแหล่ะ
>ถ้ารู้ว่าแต่งงานนานๆ แล้วหน้าจะเป็นอย่างนี้
>กูไม่แต่งหรอก เก็บความโสดไว้ให้เช่าดีกว่า
>
>สาธุ.....

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 พ.ค. 2010, 04:31 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ความมืดในสีขาว

ความมืดในสีขาว คือ

การมีทัศนวิสัย------ความเห็น------ ความรู้สึก

การยึดมั่น…-------- ถือมั่น-------- ค่านิยม--------…แบบผิดๆ

เช่น บางคนที่ยึดติด โรงเรียนหรือสถาบัน

เขาลือว่า------ เด็กที่นี่เรียนเก่ง ลูกกูจะต้องเข้าให้ได้

ทั้งๆที่เข้าแล้ว----โง่----ก็ช่างมัน ขอ ให้มันเข้าให้ได้

หรือบางคนที่เคี่ยวเข็ญลูกให้เรียนจนประสาทกลับ

จะประสาทก็ไม่ว่า ---ขอให้มันได้รับปริญญา

เหล่านี้ก็เป็น------ความมืดสีขาว

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 58 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 7 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร