วันเวลาปัจจุบัน 15 ต.ค. 2019, 23:30  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=7



กลับไปยังกระทู้  [ 5 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 เม.ย. 2010, 12:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ


ตามหาความสุขในยุควิกฤติ

คุยกับพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี พระนักคิดนักเขียนชื่อดัง


เมื่อเราไปซื้อเครื่องสำอาง เครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ
หรือแม้แต่อาหารสำเร็จรูป เรามักได้คู่มือการใช้ติดตัวมาด้วย
มันทำให้เราสามารถใช้สิ่งนั้นได้อย่างถูกวิธีและคุ้มค่า


แต่การดำเนินชีวิตเป็นของประหลาด ไม่มีฉลากหรือคู่มือการใช้แนบมาด้วย
การใช้ชีวิตจึงมักขึ้นอยู่กับการลองผิดลองถูก เรียนรู้ไปเรื่อยๆ
จนกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า ประสบการณ์หรือความชำนาญ
ซึ่งกว่าจะได้นั้นหลายคนต้องผ่านความทุกข์หลายรสชาติ
ในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป


บทสัมภาษณ์ พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี พระนักคิดนักเขียนชื่อดังต่อไปนี้
ไม่มีคำตอบสำเร็จรูป แต่อาจช่วยสะกิดใจให้ใครหลายๆ คน
ที่กำลังเดินหลงทางอยู่ในสังคมแห่งความทุกข์
หลุดพ้นจากปัญหาต่างๆ ด้วยธรรมะที่ง่ายและเป็นสุข
เพียงแค่ลองหยิบนำไปใช้


:b39: ตามหาความสุขในใจ

อย่างที่รู้ๆ กันว่า คนส่วนใหญ่ยังใส่ใจความสุขทางวัตถุมากกว่าทางจิตใจ
ซึ่งการที่คนมีความสุขกับวัตถุมากกว่านั้นแสดงว่า
บ้านเมืองนั้นๆ ยังไม่พัฒนา
ถ้าผู้คนพัฒนาแล้ว มีการศึกษาแล้ว ผู้คนก็จะมีความสุขทางปัญญา


สำหรับความสุขทางวัตถุนั้นก็คือ ความสุขทางกามารมณ์
ที่มาจากจากตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ ได้รับการเติมเต็ม
เป็นความสุขแค่เพียงภายนอก ชั่วครู่ชั่วยาม
แต่ความสุขที่แท้จริงมันมีความหมายลึกซึ้งมากกว่านั้น
เช่น ความสุขจากการใช้ปัญญาศึกษาค้นคว้าหาความรู้
ในสิ่งที่ตัวเองอยากรู้และเป็นประโยชน์ ก็เป็นความสุข
หรือความสุขจากการมุ่งมั่นภาวนาที่จะพัฒนาตัวเองไปสู่การช่วยเหลือผู้อื่น
หรืออุทิศตนเพื่อรับใช้มนุษยชาติ


อาตมาจึงแนะนำให้ญาติโยมทุกท่าน
เรียนรู้หาความสุขมากกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้
ถ้าเราเปลี่ยนกระบวนทัศน์หรือความคิดของคนให้รู้ว่า
ความสุขมีพัฒนาการหลายขั้นตอน
คนส่วนใหญ่ก็จะมีแนวทางในการแสวงหาวามสุขที่สูงขึ้นโดยอัตโนมัติ
แต่น่าเสียดายที่ว่าระบบการศึกษาไทยไม่ได้สอนให้คนรู้จักการมีความสุข
การศึกษาไทย สอนให้คนเรียนรู้การทำมาหากิน
เพราะฉะนั้นเมื่อทำมาหากินไม่เป็น ก็จะกลายเป็นการทำมาหากรรม
มันเลยเกิดความยุ่งเหยิงวุ่นวาย
ไม่รู้จักความสุขหรือตามหาความสุขที่แท้จริงไม่เจอสักที


อาตมาคิดว่า ถ้าอยากให้ทุกคนมีความสุข
และหาความสุขของในภาวะสังคมแบบนี้เจอ
ก็ต้องทำการเรียนการสอนสองบทบาท



:b48: ระดับแรกคือ สอนให้เด็กและเยาวชนได้ปริญญาสองใบ
คือปริญญาวิชาชีพ ทำมาหากินสุจริตเป็น และปริญญาวิชาชีวิต

ทำให้เขาเรียนรู้ที่จะอยู่ท่ามกลางความทุกข์ได้อย่างมีความสุข
ซึ่งจะช่วยให้เขาสามารถบริหารจัดการกิเลสได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ถ้าเขาได้ปริญญาสองใบจะกลายเป็นคนที่มีคุณภาพ
เขาก็จะรู้เองว่า ชีวิตไม่ได้จบแค่การครอบครองวัตถุ
แต่มีอะไรที่สูงกว่านั้นอีกมากมาย
อยู่กับวัตถุน้อยลง แต่ความสุขในหัวใจมากขึ้น


:b48: ระดับสอง คือการเรียนรู้หลักธรรมทางพุทธศาสนา
พุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งการศึกษา
หลักการศึกษาเราเรียกว่าไตรสิกขา คือการศึกษา 3 ด้าน
ศีล คือพฤติกรรม สมาธิ คือจิตใจ และ ปัญญาคือความรู้
ความเข้าใจต่อโลกอย่างถ่องแท้
ฉะนั้นกระบวนการต่างๆ ในพุทธศาสนาจึงเป็นกระบวนการของการศึกษาทั้งหมด
ถ้าคุณอยากจะเปลี่ยนแปลงตัวเองหรือเปลี่ยนแปลงอะไร
พุทธศาสนาจะช่วยคุณได้อย่างดีที่สุดและลึกที่สุด
ไม่ต้องไปหาความสุขที่ไหน เพราะความสุขได้เข้าไปอยู่ในจิตใจของคุณแล้ว


:b39: หลักธรรมคลายทุกข์ในใจ


อาตมาอยากบอกว่า ความทุกข์เป็นอนิจจัง เกิดขึ้นได้ก็ดับลงได้
คนจำนวนมากเวลาความทุกข์เกิดขึ้นชอบคิดว่าตัวเองสิ้นหวังๆ
ทั้งที่จริงแล้ว หารู้ไม่ว่าความทุกข์มันจะเกิดขึ้นมาพักหนึ่งก็จะดับลงไปเอง
ไม่ต้องไปนั่งทุกข์หรือดับชีวิตตัวเองหรอก
ถ้าทุกคนเข้าใจว่าความทุกข์ต่างๆ
มันเป็นอนิจจัง คือเกิดขึ้น ดำรงอยู่ และดับไป
เราก็จะไม่มานั่งจมกับทุกข์และเรียนรู้ที่จะสู้ต่อไป
โยมต้องคิดว่าเกิดมาเราก็มาตัวเปล่า
ต่อให้เราเหลือเสื้อผ้า 1 ชุดตอนตาย
เราก็ยังเหลือกำไรอยู่ดี อย่าไปกลัวเลยกับความทุกข์


แต่ ให้มองว่าความทุกข์คือ ฤดูกาลของชีวิต
คนฉลาดเวลาหน้าฝน หน้าร้อน หน้าหนาว เข้ามา
จะไม่ย้ายตัวเองหนีฤดูกาล
แต่เรียนรู้ที่จะอยู่ท่ามกลางฤดูกาลของชีวิต
ด้วยการปรับตัวอย่างเท่าทัน รอบคอบ และมีสติ


จงเรียนรู้และรับมือกับความทุกข์ไปเถอะ
เพราะทุกๆ ครั้งที่เราเผชิญวิกฤติแล้ว แล้วเราเป็นฝ่ายชนะ
เราก็จะมีประสบการณ์มาเป็นของแถมเสมอ
สุดท้ายเราก็จะเป็นผู้ที่อยู่กับวิกฤติอย่างมีความสุข
และจะขอบคุณวิกฤติต่างๆ ที่ผ่านมาเข้ามา
เพราะได้รู้ว่าวิกฤตินั่นแหละ
สอนให้เราเรียนรู้ที่จะหยัดยืนอย่างสง่างามในโลกใบนี้



พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า ผู้เผชิญชีวิตด้วยปัญญานับว่าเป็นผู้ประเสริฐที่สุด
การดำเนินชีวิตด้วยปัญญาคือ มีชีวิตที่ดีที่สุด
คนทุกรุ่นควรดำเนินชีวิตด้วยปัญญา
ถ้าเราดำเนินชีวิตด้วยปัญญา เราจะมีชีวิตที่ดีที่สุด
แต่คนส่วนใหญ่ดำเนินชีวิตด้วยโลภ วิ่งไปหาเงิน วิ่งไปหาความโกรธ
วิ่งไปหาความอิจฉาริษยา แก่งแย่งชิงดี ทำลายกันเอง
เสียเวลาในชีวิตแสวงหาวัตถุมากมาย
ก่อนที่จะค้นพบความจริงค้นภายหลังว่า
ทรัพย์สินที่หาเอาไว้ ตายไปก็เอาไปไม่ได้สักอย่าง
คนยุคนี้จึงไม่มีความสุข
เพราะตลอดชีวิตดำเนินชีวิตภายใต้การบงการของความโลภ โกรธ หลง



ซึ่งทางออกที่ดีที่สุดคือ เราต้องหันมาดำเนินชีวิตอย่างมีปัญญา
รู้ว่าความโลภไร้ขีดจำกัด ถ้าเราตามความโลภไป เราจะตายเสียก่อน
ความโกรธนั้นนำมาซึ่งความรุนแรง
ถ้าเราโกรธเสมอๆ วันหนึ่งเราจะก่อความวินาศให้กับตัวเองและคนอื่น
เพราะทุกครั้งที่ไฟจะไหม้อะไรก็ตาม ไฟจะไหม้ตัวเองก่อนเสมอ
ถ้ารู้ว่าความหลงเป็นส่งที่ไม่ดี เราก็รีบถอนตัวเองออกมาดำเนินชีวิตด้วยปัญญา


ถ้าเรามีปัญหาก็เปรียบเสมือนเรามีตาที่สาม
ต่างจากคนทั่วไปที่มีเพียง 2 ตา ที่ดำเนินชีวิตรอดบ้างไม่รอดบ้าง
สุขบ้าง ทุกข์บ้าง แต่ถ้าเรามีตาที่สามคือปัญญา
ตานั้นแหละ จะทำหน้าที่พาเราไปพบแต่สิ่งที่ดีในชีวิต



ที่มา: มามี่พีเดีย
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 เม.ย. 2010, 13:43 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.พ. 2009, 20:49
โพสต์: 3961

แนวปฏิบัติ: พอง-ยุบ
งานอดิเรก: อ่านหนังสือ
ชื่อเล่น: นนท์
อายุ: 42
ที่อยู่: นครสวรรค์

 ข้อมูลส่วนตัว


:b48: :b48: :b8: :b48: :b48:

อนุโมทนาสาธุด้วยครับคุณลูกโป่ง

:b41: :b41: :b41: :b8: :b41: :b41: :b41:

.....................................................
แม้มิได้เป็นสุระแสงอันแรงกล้า ส่องนภาให้สกาวพราวสดใส
ขอเป็นเพียงแสงแห่งดวงไฟ ส่องทางให้มวลชนบนแผ่นดิน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 เม.ย. 2010, 14:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7094

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


tongue :b20: ขออนุโมทนาสาธุการด้วยจ้า ท่านลูกโป่ง :b20: smiley
ท่าน ว.วชิรเมธี แสดงธรรมได้ชัดเจนแจ่มแจ้งค่ะ :b8: :b8: :b8:

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 เม.ย. 2010, 14:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: สาธุ..สาธุ..จร้า..น้องสาวที่รักกับบทความดีๆจ๊ะ จากท่านว.นะจ๊ะ :b8:
:b48: :b48: :b48: :b48: :b48: :b48: :b48: :b48: :b48: :b48: :b48: :b48:

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


แก้ไขล่าสุดโดย สาวิกาน้อย เมื่อ 28 เม.ย. 2010, 07:47, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 ต.ค. 2010, 09:55 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 พ.ย. 2009, 15:09
โพสต์: 122

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขออนุโมทนาครับ


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 5 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร