วันเวลาปัจจุบัน 25 ก.พ. 2020, 22:41  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=7



กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 มี.ค. 2010, 05:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7144

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

หิริ-โอตตัปปะ ธรรมะกู้โลก
โดย ศ.(พิเศษ) เสฐียรพงษ์ วรรณปก



“ทำแท้งดับ สลดสาวราชภัฏปี ๑”

พาดหัวใหญ่ น.ส.พ.ข่าวสด เมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา ทำให้ผมสลดใจยิ่งนัก และนี่ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เยาวชนไทยหยิบเอาธรรมะพระพุทธเจ้ามาใช้ไม่ทันกาล

มันทำให้นึกถึงข้อธรรมหนึ่ง ซึ่งเราคุ้นเคยกันดีและผมยกให้เป็น “ธรรมะกู้โลก” เลยนั่นคือ “หิริ-โอตตัปปะ” อันหมายถึง ความละอาย (หิริ) - เกรงกลัว (โอตตัปปะ) ต่อบาป อกุศลกรรมที่กำลังจะทำ หรือได้ทำลงไปแล้วก็ตาม

ความจริงไม่ต้องใส่ใจมากหรอกครับว่าคำไหน แปลว่า ละอาย คำไหนแปลว่า เกรงกลัวต่อบาป เพราะเวลาเราเอามาใช้ มักจะมาพร้อมกันทั้ง ๒ คำนั่นแหละ แยกกันไม่ออก ยกให้เป็น “ธรรมะปาท่องโก๋” อีกคู่หนึ่งเลยก็ว่าได้

ที่ผมยกให้เป็นธรรมะกู้โลก เพราะ “หิริ-โอตตัปปะ” เป็นธรรมะคำไม่โต ขนาดพอดีๆ กับชาวโลกอย่างเราๆ จะเอามาใช้ แต่สรรพคุณของธรรมโอสถข้อนี้กลับกว้างขวาง ทั้งยังส่งผลรวดเร็วใช้ป้องกันก็ได้ ใช้รักษาก็สงัดนัก (แหม...น่าหยิบยืมเอาคำขวัญของลูกอมชนิดหนึ่งมาใช้ที่ว่า เล็กดีรสโต)

อย่างกรณีนี้เยาวชนไทยของเราเมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ โดยเฉพาะสาวๆ ธรรมชาติก็จะรังสรรค์ให้เธอต้องตอบสนองต่อเพศตรงข้าม ร่างกายเริ่มเรียกร้องอยากจะมีแฟน มีเพื่อนชายไว้คบหาสมาคมอะไรทำนองนั้น มันก็พึงทำได้ตามครรลองคลองธรรมโดยให้ระลึกถึงหิริโอตตัปปะไว้เสมอ ดำเนินตามกรอบวัฒนธรรม ไม่ชิงสุกก่อนห่าม

รู้ว่าตัวเรากำลังอยู่ในวัยเรียน ก็ไม่ควรเร่งรีบจะต้องมีแฟนให้มากนัก, แต่หากธรรมชาติรังสรรค์ให้มีแฟน ก็ต้องคุมเกมให้อยู่ไม่ชิงสุกก่อนห่าม, ถ้าครั้นเมื่อจะมีสิ่งใดที่ทำท่าจะเกินเลยไม่ถูกไม่งาม ดูแล้วน่าจะเป็นกรรมดำมากกว่ากรรมขาวก็ให้ใช้ความละอายเกรงกลัวต่อบาปนี้ มาฉุกคิดให้ทันท่วงที มาสกัดคุ้มครองป้องกันในแต่ละจุดๆ ก่อนที่จะถึงสถานการณ์ที่ตีบตัน...เชื่อเหลือเกินว่าเหตุการณ์ที่เศร้าสลด ดังที่เป็นข่าวเหล่านี้ จะไม่มีวันเกิดขึ้น

ดังนั้น หิริ-โอตตัปปะ (ตามพระไตรปิฎก) จึงถูกจัดให้เป็นหนึ่งในธรรมะคุ้มครองโลกเลยทีเดียว (กรณีที่ผมยกให้เป็นธรรมะกู้โลกในนาทีนี้ ก็เพราะโลกเรามันเข้าขั้นวิกฤตแล้วครับ) นอกจากนั้น พระพุทธเจ้ายังให้ความสำคัญ ถือเป็น ๒ ใน ๗ อริยทรัพย์สำหรับพุทธบริษัทเลยนะครับ ทำเป็นเล่นไม่ได้เชียวนะ (อริยทรัพย์ทั้ง ๗ มี ; สัทธา-สีล-หิริ-โอตตัปปะ-พาหุสัจจะ-จาคะ-ปัญญา) ก็เพราะธรรมะปาท่องโก๋คู่นี้ มิใช่แค่เพียงเป็นเครื่องคุ้มกันเราเท่านั้น แต่ยังเป็นทรัพย์สินชนิดพิเศษ (อริยทรัพย์) ที่จะติดตามเราไปเป็นเสมือนเสบียงข้ามภพข้ามชาติได้อีกด้วย

ดังนั้น ใครเขาจะรวยมีเงินเป็น ๗ หมื่นล้าน ก็ช่างเขา อย่างมากพวกเขาก็ใช้ได้แค่ชาติเดียว แต่เราเพียรคิดพิจารณา และกระทำในหิริ-โอตตัปปะให้มากเข้า เราก็จะมีทรัพย์แห่งอริยะทั้ง ๗ ที่มีคุณค่ามหาศาล โดยไม่ต้องลงทุนแม้แต่บาทเดียว ทั้งยังนำติดตัวข้ามการเดินทางที่ยาวไกลในสังสารวัฏได้อีกกว่าเราจะถึงนิพพาน...

ดีกว่ากันตั้งเยอะเลย

รูปภาพ
ศ.(พิเศษ) เสฐียรพงษ์ วรรณปก



หนังสือพิมพ์ข่าวสดรายวัน
คอลัมน์ พุทธศาสนา ทรรศนะและวิจารณ์
โดย ศ.(พิเศษ) เสฐียรพงษ์ วรรณปก

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


แก้ไขล่าสุดโดย สาวิกาน้อย เมื่อ 09 มี.ค. 2010, 07:54, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 มี.ค. 2010, 16:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 มิ.ย. 2009, 07:11
โพสต์: 93

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สาธุ โมทนาด้วยคะ

:b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร