วันเวลาปัจจุบัน 19 ต.ค. 2019, 19:05  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=7



กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 ม.ค. 2010, 15:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

เปลี่ยนโลกด้วยกลยุทธ์สีขาว “ลมตะวันออกกำลังพัดหวน”

ท่าน ว.วชิรเมธี



ในสังคมที่ไร้ที่พึ่งพิงและดูเหมือนจะไร้ทางออก
ทุกภาคส่วนต่างถามหาสังคมแห่งความยั่งยืน
ในงาน Software Park Annual Conference 2009
จึงจัดให้มีการบรรยายพิเศษเรื่อง
กลยุทธ์สีขาวในการสร้างสรรค์สังคมในยุคเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์
โดยท่าน ว.วชิรเมธี (พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี)


พระอาจารย์ ว.วชิรเมธี ได้แบ่งกลยุทธ์สีขาวออกเป็นสามภาค
คือระดับบุคคล ระดับสังคม และระดับประเทศ
ท่านกล่าวว่า กลยุทธ์สีขาว ก็คือ หลักธรรมนั่นเอง
พระอาจารย์ใช้คำว่า "ลมตะวันออกกำลังพัดหวน"
เพราะ หลังจากระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมเต็มรูปแบบพังพาบลงมา
แม้แต่รางวัล โนเบลไพรซ์ ที่ให้กับนักเศรษฐศาสตร์
ล้วนแต่เป็นนักเศรษฐศาสตร์นอกกระแสทั้งนั้น
ไม่ว่าจะเป็นมูฮัมหมัด ยูนุส, อมาตยา เซน หรือแม้แต่พอล ครุกแมน


มันบ่งบอกอะไรมันได้ บอกว่า
"วันนี้แนวคิดของผู้นำโลกได้เปลี่ยนไปแล้ว"


กลยุทธ์สีขาว ในความหมายนี้ ก็คือ มโนธรรม
อะไรก็ตามที่เอาธรรมเป็นตัวตั้ง คุณภาพชีวิตก็จะตามมา
ฉะนั้นกลยุทธ์สีขาว ถ้าจะพูดในสามมิติ คือ คุณภาพชีวิตที่ดี
คุณภาพสังคมต้องน่าอยู่ คุณภาพประเทศต้องมีเกียรติภูมิ



คุณภาพชีวิตที่ดี เกิดขึ้นได้อย่างไร



เป็นที่น่าสังเกตว่า เงินไม่ได้เป็นตัววัดคุณภาพของชีวิต
"หลายคนในโลกนี้มีเงินเดือนสูงมาก สูงกว่านายกรัฐมนตรี
แต่มีคุณภาพชีวิตต่ำมาก มีความสุข ยากมาก แต่มีความทุกข์นี่ง่ายมาก
ใช้เทคโนโลยีสูงมาก แต่สมาธิสั้นมาก"


ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด พระอาจารย์ยกตัวอย่างท่านตีชนัท ฮันห์
ที่เคยเล่าให้ฟังถึงหลังบ้านซีอีโอคนหนึ่งที่บินมาเจริญกรรมฐาน
ผู้ชายคนนั้นชื่อเฟรดเดอร์ริก เป็นซีอีโอระดับสูงของบริษัทข้ามชาติ
ในขณะที่เขาประสบความสำเร็จล้นในฐานะผู้บริหาร
แต่เขาเริ่มลดเวลาที่ใช้ในบ้านลง ถึงวันเกิดลูกก็ โทร.มาอวยพร
วันครบรอบแต่งงานภรรยาเตรียมเค้กเอาไว้
เขาก็บอกว่าอยู่ในห้องประชุม หนักๆ เข้าไม่กลับบ้านเลย


เฟรดเดอร์ริกให้เหตุผลว่า ที่ทำทั้งหมดก็เพื่อภรรยาและลูก
แต่ที่สำคัญก็คือเขาทิ้งบริษัทไม่ได้
ถ้าขาดเขาสามวัน บริษัทไปต่อไม่ได้ถึงสามปี
เฟรดเดอร์ริกไปทำธุรกิจแล้วประสบอุบัติเหตุรถชนประสานงาเสียชีวิตในซากรถ
ภรรยาร้องไห้เสียใจมาก จนผู้บริหารของบริษัทท่านหนึ่งต้องโทร.มาปลอบว่า
คุณไม่ต้องเป็นห่วงนะ ทางเราดูแลทุกอย่าง เรื่องงานไม่ต้องกังวลด้วย
ตอนนี้เราได้ผู้บริหารคนใหม่มาแทนสามี คุณแล้ว


"ยังไม่ทันถึงสามวัน บริษัทโทร.มาบอกว่าเขาหาคนใหม่ได้แล้ว
ภรรยาเศร้าจนไม่รู้จะเศร้าอย่างไร"


นี่คือตัวอย่างของคนในโลกทุนนิยมเขาใช้ชีวิตกันอย่างไร
เงินเดือนสูงมาก แต่คุณภาพชีวิตต่ำมากประสบความสำเร็จในแวดวงธุรกิจ
แต่ล้มเหลวในฐานะที่คุณเป็นมนุษย์


เป็นสภาพชีวิตของมนุษย์ในรูปทุนนิยม เต็มรูปแบบที่มุ่งไปสู่กำไรสูงสุด
จนหลงลืมบางอย่าง ของชีวิตไป นั่นก็คือ "คุณภาพชีวิต"



ประเด็นต่อมาที่พระอาจารย์ได้ขยายความต่อ
ก็คือกลยุทธ์สีขาว ต้องมาจากสังคมที่ดี


ในเมืองไทย ปัญหาสังคมยังถูกละเลยอย่างสม่ำเสมอ
วันดีคืนดีเดินๆ อยู่อาจจะมีคนกินยาบ้า เอาส้อมจิ้มคอก็ได้ แล้วอะไรคือหลักประกัน


ถ้าเราจะเริ่มที่สังคม เราต้องทำอะไรบ้าง



ในการบรรยายพูดถึงกรณีของการสุ่มตัวอย่างที่สำรวจใน 18 จังหวัด
กรณีวัยรุ่นไทยเห็นว่า การคอร์รัปชั่นเป็นเรื่องที่ทำได้ ใครๆ ก็ทำกัน


"ถ้าเด็กเหล่านี้โตเป็นผู้ใหญ่แล้วจะเกิดอะไรขึ้น
ไม่มีอะไรเป็นหลักประกัน ศีลธรรม จริยธรรมมันพัง
ไม่ต้องให้ใครมาตีให้พังหรอก มันพังเอง ประเทศทั้งประเทศพังเอง"


ในขณะที่อเมริกา แม้แต่พระไทยที่ไปอยู่ในแคลิฟอร์เนีย
ตัวแทนจากภาครัฐก็ยังจะต้องเข้ามาดูแลจัดการ
ให้กุฏิสำหรับกรรมฐาน มีความเป็นอยู่ที่ดีพอ


กลยุทธ์สีขาวในสังคม ที่พระอาจารย์ ว.วชิรเมธี อยากเห็น
ก็คือสังคมที่มีความปรารถนาดี
เหมือนกับเวลาที่คนไปดูหลินปิง "สังคมหลินปิง" สังคมที่มีแต่ข่าวดี


ในส่วนของ "คุณภาพของประเทศ" กลยุทธ์สีขาว จะต้องเริ่มที่ผู้นำประเทศไอดอล
ระดับผู้นำทางความคิด ที่แม้วันนี้ก็ยังอยู่ในวังวนระหว่างความเชื่อกับความจริง
พระอาจารย์ได้ยกตัวอย่าง หลายตัวอย่างที่สะท้อนถึงความคิดของ คนระดับผู้นำ


"เพราะเวลามีปัญหา เราก็จะออกแบบรัฐธรรมนูญออกมา
จนกลายเป็นประเทศที่มีรัฐธรรมนูญมากที่สุดในโลก
เราพลาดซ้ำแล้วซ้ำอีก เราก็จะกลับไปแก้ที่เดิม คือที่รัฐธรรมนูญ
เราไม่ได้มาแก้ที่วิธีคิดของประเทศ ประเทศไทยเป็นประเทศที่แปลกมาก
เราอยู่ในยุคโลกาภิวัตน์ ในยุคที่เรา ไม่ต้องการแปลคำว่า "ซอฟต์แวร์" เป็นภาษาไทย
แต่ในวิธีคิด เราอยู่ใน ยุคก่อนประวัติศาสตร์"


"เดือนที่แล้วอ่านข่าวหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง
ดาราสาวคนหนึ่งขับรถไปกองถ่ายแฉลบลงข้างทาง
เธอให้สัมภาษณ์ว่ารอดเพราะหลวงปู่ทวดองค์นี้จริงๆ
อาตมาดูยี่ห้อรถแล้ว อาตมาสงสารเบนซ์นะ
เขาทำของเขามาดีมาก ระบบความปลอดภัย
แต่ยกเครดิตให้หลวงปู่ทวดหมดเลย
แล้วคนขับรถคันนี้เป็นดาราลูกครึ่งด้วยนะ
คุณจะเปลี่ยนวิธีคิดไหม มันสะท้อน วิธีคิดที่มาก่อนประวัติศาสตร์ไหม"


หรืออีกตัวอย่างหนึ่ง
"วันหนึ่งได้ยินผู้ใหญ่คนหนึ่งพูดว่า
ประเทศไทยเรายังไงก็ไม่เข้าตาจนพวกคุณรู้ไหม เพราะอะไร
ผู้สื่อข่าวนั่งงง ผมจะบอกให้ เมืองไทยมีเทวดาดีๆ รักษาเอาไว้แยะ
อาตมานั่งดูข่าวอยู่ แล้วก็คิดว่า
แล้วตอนนี้ ทำไมเทวดาเข้าเกียร์ว่างกันหมดเลย"


คำถามก็คือวิธีคิดที่ไม่เป็นเหตุเป็นผลแบบนี้ ครอบงำทั้งประเทศได้ไง !


สังคมไทยเป็นสังคมที่ชอบ "สะเดาะเคราะห์" แทนการ "คิดวิเคราะห์"
ต่างประเทศเวลามีปัญหาเขาเรียกว่า "วิกฤต" แต่ในไทยเราเรียกว่า "มีเคราะห์"
เราจะออกจากทางตันตรงนี้ไม่ได้ ถ้าเราไม่เปลี่ยนวิธีคิดของคนไทยทั้งประเทศ


วิธีคิดที่เราติดอยู่ ในตอนนี้ก็คือถือมั่นใน "ทิฐิ มานะ" อุดมคติที่ผิด
เมื่อเผยแพร่ออกไป ฆ่าคนได้นับแสนนับล้านคน
อันตรายยิ่งกว่าระเบิดนิวเคลียร์นะ
เพราะรัศมีการทำลายล้างไม่ถูกจำกัด ไปได้ทั่วโลก



กรณีของศรีลังกา ก็เป็นอีกประเทศหนึ่งที่สู้รบมายาวนานถึงสามสิบปี


คำถามของอาตมาคือคุ้มไหมที่จะพิทักษ์อุดมการณ์เพียงอย่างเดียว
แต่คนในประเทศนั้นตายหมด คุณภาพชีวิต สังคมประเทศก็ดี ที่มันเกิดขึ้น
และเป็นไปในเวลานี้ อาตมาคิดว่า ผิดสำแดงอย่างยิ่ง
จำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องกลับมาทบทวนคุณภาพชีวิตสังคม และประเทศ
เพื่อบริหารชีวิต สังคม และประเทศให้เป็นชีวิตที่พึงประสงค์


สังคมที่พึงประสงค์ และประเทศที่พึงประสงค์
จะต้องหยิบยกเอากลยุทธ์ สีขาวมาใช้ นั่นคือธรรมะนำทาง
ถ้าเราเอาวัตถุนิยมล้วนๆ นำทาง เราจะเจอทางตัน
เหมือนที่โลกถูกตบหน้าด้วยวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ในเวลานี้แล้วสะเทือนทั่วทั้งโลก


ในเวลานี้ปัญญาชนทั่วโลกกำลังกลับ หลังหันแล้วแสวงหาหลักคิดใหม่
บางทีอาจจะต้องส่งออกจากประเทศไทย
เพราะประเทศไทยได้สั่งสมเอาภูมิธรรมที่ดีที่สุดแหล่งหนึ่ง
เอาไว้ในประเทศไทยอย่างสมบูรณ์ที่สุด
นั่นก็คือเราเป็นบ้านเมืองที่มีสันติภาพ สยามเมืองยิ้ม
ความอยู่เย็นเป็นสุขที่เราเคยมี ถ้าเรานำกลับมาได้ โลกก็จะเปลี่ยนตามเรา


ทั้งหมดนี้พูดเพราะอยากให้มีความหวัง
เพราะมนุษย์มักเรียนรู้ได้ดีที่สุดจากความล้มเหลว
และมนุษย์ มักจะล้มเหลวได้มากที่สุดจากความสำเร็จ



ที่มา...ประชาชาติธุรกิจ

:b48: :b8: :b48:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร