วันเวลาปัจจุบัน 22 ส.ค. 2019, 20:51  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=7



กลับไปยังกระทู้  [ 9 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ก.ย. 2009, 13:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

สูตรเศรษฐี ได้แก่ วิธีสร้างความร่ำรวย หรือกำจัดความยากจน
เพื่อให้มีโภคทรัพย์พอจับจ่ายใช้สอยนั้น มีความจำเป็นในการครองเรือนมาก
เพราะความยากจน เป็นที่มาของความทุกข์
หรือเป็นอุปสรรคของความสุขประการหนึ่ง

พระพุทธเจ้าได้ตรัสกะทีฆะชาณุสูตร (๒๓/๒๕๖)
ที่ชาวพุทธเอามาใช้เรียกว่า "หัวใจเศรษฐี"
และเรียกย่อว่า อุ อา กะ สะ มีคำเต็มและความหมายดังนี้

๑. อุ – อุฏฐานสัมปทา คือ ถึงพร้อมด้วยความหมั่น
ได้แก่ ขยันหมั่นเพียรประกอบการงาน หาเลี้ยงชีพในทางสุจริต
หลักเอาเบาสู้ ไม่เกียจคร้านสันหลังยาว เอาแต่นอนแต่เที่ยวเล่น
ไม่ปล่อยเวลาให้ล่วงไปเปล่า เป็นต้น

๒. อา – อารักขสัมปทา คือ ถึงพร้อมด้วยการรักษา
ได้แก่ การรู้จักคุ้มครอง และรักษาโภคทรัพย์
ที่หามาได้ด้วยความหมั่นเพียร โดยชอบธรรม ด้วยความสุจริตนั้น
ไม่ให้เป็นอันตรายสูญหายไป โดยทางไม่สมควรเป็นต้น

๓. กะ – กัลยาณมิตตตา คือ การคบหาคนดีเป็นมิตร
ได้แก่ การรู้จักเลือกคบคนดี ไม่เอาอย่างในทางเสื่อมเสียของเพื่อน
เมื่อเพื่อนชักจูงไปในทางเสื่อมเสีย ก็ไม่ใจอ่อนคล้อยตาม
เป็นตัวของตัวเองในทางที่ถูกต้อง เป็นต้น

๔. สะ – สมชีวิตา คือ การเลี้ยงชีวิตแต่พอดี
ได้แก่ การรู้ประมาณรายรับ และรายจ่ายของตน
ไม่ให้ฝืดเคืองจนลำบาก ไม่จ่ายมากจนเป็นหนี้
ดำเนินตามหลัก "มัชฌิมา"
คือไม่ตึงจนเดือดร้อน และไม่หย่อนจนตกเป็นทาส

ทุกวันนี้ สินค้า "ส่วนเกินของชีวิต" มีมาก
ต้องมีปัญญาประกบความคิดด้วย
ต้องแยกให้ออกด้วยว่า อะไรเป็นสิ่งบำรุง ? อะไรเป็นสิ่งบำเรอ ?
อะไรจำเป็นหรือไม่จำเป็นแก่ชีวิต ? เป็นต้น

ถ้ามีแต่ความคิด มีแต่ความขยันหาเงินเก่ง แต่ขาดปัญญา
ที่จะช่วยวินิจฉัยว่า สิ่งใดควรหรือสิ่งใดไม่ควร ?
ชีวิตนี้ก็จะ "ถมไม่รู้จักเต็ม" หาเงินกันจนตาย ก็ไม่พบความสุข
หรือมีเงินมากมายเท่าไร ก็ไม่พบความสุข !

ผู้ที่รู้จักการครองเรือนที่ถูกต้อง แม้มีรายได้น้อย
มีความรู้น้อยก็มีความสุขได้ ตรงกันข้าม ผู้ที่ครองเรือนไม่เป็น
หรือครองเรือนไม่ถูกต้อง มีความรู้สูงมีเงินมาก
เงินนั่นแหละมันจะกลายเป็น "เพชฌฆาตความสุข" เสียเอง
ดังที่มหาเศรษฐี ต้องกลายเป็นโรคประสาทและฆ่าตัวตายเพราะเงินมามากแล้ว


ที่มา...สู่ความสุข (ท่านธรรมรักษา)


:b48: :b8: :b48:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ก.ย. 2009, 14:46 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ส.ค. 2009, 19:22
โพสต์: 12

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ต้องแยกให้ออกด้วยว่า อะไรเป็นสิ่งบำรุง ? อะไรเป็นสิ่งบำเรอ ?
อะไรจำเป็นหรือไม่จำเป็นแก่ชีวิต ? เป็นต้น

ถ้ามีแต่ความคิด มีแต่ความขยันหาเงินเก่ง แต่ขาดปัญญา
ที่จะช่วยวินิจฉัยว่า สิ่งใดควรหรือสิ่งใดไม่ควร ?
ชีวิตนี้ก็จะ "ถมไม่รู้จักเต็ม" หาเงินกันจนตาย ก็ไม่พบความสุข
หรือมีเงินมากมายเท่าไร ก็ไม่พบความสุข !

ผู้ที่รู้จักการครองเรือนที่ถูกต้อง แม้มีรายได้น้อย
มีความรู้น้อยก็มีความสุขได้ ตรงกันข้าม ผู้ที่ครองเรือนไม่เป็น
หรือครองเรือนไม่ถูกต้อง มีความรู้สูงมีเงินมาก
เงินนั่นแหละมันจะกลายเป็น "เพชฌฆาตความสุข" เสียเอง
ดังที่มหาเศรษฐี ต้องกลายเป็นโรคประสาทและฆ่าตัวตายเพราะเงินมามากแล้ว




ตรงใจเลยค่ะ กำลังหาทางเดินให้ชีวิตตัวเองอยู่


ทุกวันนี้ก็ไม่ทุกข์ไม่สุขอะไร มีแต่ความว่างเปล่าและความเบื่อ ในการดำรงชีพหาเงิน


ครั้นจะหยุดเสีย ก็ยังเสียดาย ยังอยากได้อยากมีให้มากกว่านี้ เป็นห่วงตัวเองตอนแก่


ครั้นจะทำต่อ ใจก็แสนจะเกียจคร้าน บอกตัวเองว่าหาไปทำไมมากมาย ตายไปก็เอาไปไม่ได้


ครึ่งๆกลางๆอยู่อย่างนี้แหละค่ะ จนเบื่อหน่ายตัวเอง :b34:


เพราะตัวเองไม่ได้เป็นมหาเศรษฐีอะไร เพียงแต่ไม่มีหนี้สิน มีปัจจัย4ครบ


และมีรายได้จากการทำงานให้อยู่แบบสบายๆ เท่านั้น


แต่ตอนนี้ใจไม่อยากทำอะไรเลยค่ะ มันอยากมาทางธรรมอย่างเดียว จนฉงนใจตัวเองเลย



อนุโมทนากับบทความดีๆนี้ด้วยค่ะ :b48: :b48: tongue :b48:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ก.ย. 2009, 20:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.พ. 2009, 20:49
โพสต์: 3961

แนวปฏิบัติ: พอง-ยุบ
งานอดิเรก: อ่านหนังสือ
ชื่อเล่น: นนท์
อายุ: 42
ที่อยู่: นครสวรรค์

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:

อนุโมทนาสาธุกับบทความดี ๆ ของคุณลูกโป่งด้วยครับ

:b8: :b8: :b8:

.....................................................
แม้มิได้เป็นสุระแสงอันแรงกล้า ส่องนภาให้สกาวพราวสดใส
ขอเป็นเพียงแสงแห่งดวงไฟ ส่องทางให้มวลชนบนแผ่นดิน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ก.ย. 2009, 13:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 เม.ย. 2009, 15:36
โพสต์: 435

ที่อยู่: malaysia

 ข้อมูลส่วนตัว


ขออนุโมทนาสาธุค่ะ คุณลูกโป่ง และคุณlek767 :b8:
:b48: เงินไม่สำคัญเสมอไป เงินจะสำคัญเมื่อจำเป็นต้องใช้เท่านั้น :b48:
:b48: ธรรมะสวัสดีค่ะ :b48:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ก.ย. 2009, 18:08 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ค. 2009, 08:46
โพสต์: 405

แนวปฏิบัติ: ดูจิต-อานา
ชื่อเล่น: ขวานผ่าซาก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อย่างไงก็อย่าลืมศีล 5 นะครับ

cool

.....................................................
สุ จิ ปุ ลิ...(หัวใจนักปราชญ์)

ปัจจุบันธรรม

โยนิโส มนสิการ
สติ สัมปชัญญะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ก.ย. 2009, 12:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 พ.ค. 2008, 10:19
โพสต์: 246


 ข้อมูลส่วนตัว www


ขอบคุณครับ Onion_L

.....................................................
ธรรมะคือธรรมชาติ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ก.ย. 2009, 11:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 เม.ย. 2009, 06:18
โพสต์: 731

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สิ่งเสพบริโภคทั้งหลายที่เป็นวัตถุนี้ เป็นปัจจัย
คือ เป็นเครื่องเกื้อหนุนเราต้องอาศัยมัน ขาดไม่ได้
แต่มันไม่ใช่จุดหมาย หมายความว่า
มนุษย์เรา ทั้งชีวิตและสังคม มีสิ่งประเสริฐที่จะต้องก้าวขึ้นไปสูงกว่านั้น
ซึ่งเราต้องอาศัยวัตถุต่างๆมาเป็นปัจจัยเกื้อหนุน
เพื่อจะก้าวไปสู่ความดีงามที่สูงขึ้นไป
ไม่ใช่จบแค่วัตถุหรือเอาความพรั่งพร้อม
และได้เสพบริโภควัตถุเป็นจุดหมาย
ข้อที่น่าเป็นห่วงคือ เดี๋ยวนี้สังคมกำลังเข้าสู่แนวคิด
ที่เอาความพรั่งพร้อมทางวัตถุเป็นจุดหมายมุ่ง
ไปเพื่อเสพบริโภคก็ตันเท่านั้น
พอมีสิ่งเสพบริโภคเข้ามามาก ก็จบไม่มีทางไป
ก็ได้แต่ลุ่มหลงมัวเมา แต่ละคนก็คิดว่า
วัตถุเสพเป็นจุดมุ่งหมาย ก็ต้องไปเอาให้มากที่สุด
จึงแย่งชิงเบียดเบียนกัน เอารัดเอาเปรียบกัน
ข่มเหงกันมัวเมาหลงระเริง แล้วก็เสื่อม
เวลานี้เรากำลังเอาเงินทองวัตถุเสพบริโภคเป็นจุดหมาย
สังคมของเราจึงอยู่ในภาวะเสี่ยงภัย ถ้าไม่ใช่ล่มจม รวมความว่าเสียทั้ง ๒ คือ
๑.เราไม่หวังผลจากการกระทำ
เราหวังผลจากการดลบันดาลชอบหวังลาภลอย
นอนคอยโชค รอความช่วยเหลือ
๒.เรามองวัตถุเป็นจุดหมาย
มุ่งจะเสพบริโภคมัวเพลิดเพลินอยู่เดี๋ยวจะกลายเป็นว่า
ลัทธิบริโภคนิยมมาเฟื่องฟูในเมืองไทย

เราต้องมองให้กว้าง คิดให้ไกล
อย่าบริโภคโดยขาดสติ ไร้ปัญญา (โง่)
แค่บริโภคโก๋เก๋ ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย ตื่นไปตามกระแสนิยม
เราควรยึดหลักประหยัด หลักสันโดษ ไม่ได้ห้ามการบริโภค
แต่ให้บริโภคอย่างฉลาด ใช้ปัญญาในการจับจ่ายใช้เงิน
อย่างน้อย ถ้ามองจากแนวคิดของการแข่งขัน
ก็ต้องวางแผนการซื้อให้ได้ประโยชน์
คิดเป็นมูลค่าสูงกว่าที่ผู้ผลิตและส่งมาขายจะได้เงินไปจากเรา

ขอกราบอนุโมทนาบุญ สาธุ.................. tongue


แก้ไขล่าสุดโดย damjao เมื่อ 15 ก.ย. 2009, 11:58, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ก.ย. 2009, 20:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ก.ค. 2009, 10:32
โพสต์: 25

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อนุโมทนาสาธุ....เจริญในธรรมครับ smiley smiley


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ต.ค. 2009, 16:39 
 
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ม.ค. 2009, 20:45
โพสต์: 1095

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


"สิ่งทั้งหลายทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น" :b8:

.....................................................
[รอยยิ้ม...ก็เช่นแสงแดดในฤดูหนาว และลมเย็นในฤดูร้อน..]


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 9 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 5 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร