วันเวลาปัจจุบัน 25 ต.ค. 2020, 12:56  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=7



กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ส.ค. 2009, 08:24 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 มิ.ย. 2005, 10:56
โพสต์: 265


 ข้อมูลส่วนตัว


ทานเกื้อหนุนศีล ศีลเกื้อหนุนภาวนา

กล่าวถึงเรื่องการทำบุญให้ทานพอมาเป็นความรู้ สำหรับผู้ที่ใส่ใจในทางธรรมมากกว่าทางโลก ส่วนผู้ที่ใส่ใจทางโลกมากกว่าทางธรรมก็จะคิดตรงกันข้าม แต่เราจะมาพูดถึงทางธรรมกันว่าการให้ทานควรให้ให้เป็นอย่างไร อย่าให้ทานแล้วเอากิเลส (ความโลภ) มาเป็นของแถมเก็บไว้ในใจ คือทำทานอย่าหวังผลในทางโลกนั่นเอง การหวังผลต่างๆในทางโลกจะทำให้เป็นผู้ที่หนีกิเลสความโลภได้ยาก

แต่บางคนก็อธิษฐานหวังผลในทางธรรมก็มีมากมาย เช่นบางคนเขาทำบุญให้ทานแล้วอธิษฐานขอให้เป็นไปเพื่อสู่การพ้นทุกข์ เป็นต้น ความเป็นจริงแล้วการให้ทานแต่เพียงอย่างเดียวมิได้ทำให้ถึงการพ้นทุกข์ได้ การจะพ้นทุกข์ได้นั้นต้องเจริญวิปัสสนากรรมฐาน ส่วนการอธิษฐานจิตเพื่อเป็นไปในทางธรรมนั้นก็อาจเปรียบเหมือนการร่างแบบแปลนพิมพ์เขียวเพื่อสร้างบ้าน หรือการวางเตรียมแผนงานก่อนทำการงานใดๆก็ว่าได้ ซึ่งอาจเป็นเหตุปัจจัยให้ได้มีโอกาสได้ปฏิบัติธรรมเจริญวิปัสสนากรรมฐานกันต่อๆไปเพื่อสู่การพ้นทุกข์ตามที่เคยอธิษฐานไว้เมื่อคราวทำบุญนั้นๆ เพราะการอธิษฐานเป็นบารมีอย่างหนึ่ง(อธิษฐานบารมี)

ดีกว่าทำบุญให้ทานแล้วหวังผลทางโลกที่จะทำให้กิเลสแห่งความโลภมาพอกพูนใจ นั่นเป็นการสะสมกิเลสในใจให้มากขึ้น ซึ่งไม่ใช่ทางแห่งการบำเพ็ญทานที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านทรงสอนไว้ เพราะทานที่พระองค์ทรงสอนนั้นเป็นไปเพื่อการละ การวาง การไม่ยึดมั่นถือมั่น การเสียสละ เพื่อให้ใจไม่ยึด ปล่อยวางได้ ตัดกิเลสความโลภ ไม่ใช่ให้ทานเพื่อจะเอาแต่ทางโลก หรือ เพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ทางโลก

การทำบุญให้ทานไม่ใช่ทำเพื่อการค้าที่จะหวังเอาผลกำไร หวังดอกเบี้ยแห่งบุญ เนื่องจากการให้ทานนั้นมีผลแห่งทานโดยตรงอยู่แล้ว จะขอก็ได้ผล จะไม่ขอก็ได้ผล แม้จะไม่อยากได้ผลแห่งทานก็ตาม ผลแห่งทานที่ได้ทำไว้แล้วก็ยังตามมาส่งผลให้ เราทำเหตุอะไรก็ย่อมได้ผลตามนั้น ผลมาตามเหตุ เปรียบเปรยเหมือนเราปลูกอะไรก็ได้ผลอย่างนั้น ยกตัวอย่าง เช่น เราปลูกข้าว ปลูกขนุน ปลูกมะม่วง ปลูกมะละกอ ปลูกทุเรียน เป็นต้น เราก็จะได้ผลของต้นไม้ที่เราปลูกไว้ตามนั้น แม้เราจะขอร้องวิงวอนต้นไม้ที่เราปลูกว่าอย่าออกดอกออกผลให้เราเลยเรากินไม่ไหวหรอก เราเพียงแค่ปลูกไว้ดูเล่นๆเท่านั้น แต่ต้นไม้ที่เราปลูกไว้ก็ไม่เชื่อฟังเรา เมื่อถึงกาลเวลาถึงฤดูกาลที่จะออกดอกออกผลเขาก็ออกผลให้เราเพราะเราไปปลูกเอาไว้

เหตุแห่งการทำบุญให้ทานมีผลให้ผู้ให้ทานมีทรัพย์สินเงินทองมีฐานะซึ่งเกิดจากผลแห่งการที่เคยให้ทานไว้ในอดีตชาติ ชาติใหม่เกิดมาจึงได้เกิดกับครอบครัวคนรวย คนมีฐานะดีหรือแม้อยู่ในครอบครัวฐานะปานกลางที่ไม่ใช่ครอบครัวลำบากยากจน ซึ่งเป็นไปตามเหตุแห่งทานที่ทำไว้เมื่ออดีตชาติ ทำบุญทำทานไว้มากหรือทำไว้น้อย เป็นต้น ส่วนผู้ที่ไม่เคยให้ทานมาก่อนแม้ในอดีตชาติ เมื่อมาเกิดใหม่มีผลทำให้เกิดมาอยู่ในครอบครัวที่ยากจนลำบากแร้นแค้น ไม่มีทรัพย์สินเงินทองมากพอที่จะประทังชีวิตให้สบาย ดีไม่ดีก็มีหนี้สินล้นพ้นท่วมท้น

กล่าวถึงเรื่องการผิดศีล เหตุแห่งการไม่เคยให้ทานมาก่อนแม้ในอดีตชาตินี้ เป็นผลให้เกิดมายากจนมีชีวิตความเป็นอยู่อัตคัดขัดสน ทำให้เป็นผู้มีโอกาสในการผิดศีล ศีลขาด บกพร่องในศีลได้ง่ายมากกว่าผู้ที่มีอันจะกิน ตัวอย่างที่เห็นได้ง่ายในการผิดศีลข้อที่หนึ่งคือข้อที่ห้ามฆ่าสัตว์ตัดชีวิต เนื่องจากคนยากคนจนไม่มีเงินซื้อกับข้าวกินจำเป็นต้องไปยิงนกตกปลามาทำอาหาร เลี้ยงเป็ด ไก่ วัว ควายแล้วเชือดฆ่าด้วยมือตนเองมาทำอาหารกิน เป็นต้น

ตามมาด้วยโอกาสแห่งการผิดศีลข้อสองห้ามลักทรัพย์ เพราะความจนไม่มีจะกินจะใช้ วิธีที่ง่ายแต่เสี่ยงหน่อยก็คือการลักทรัพย์ ตามมาด้วยโอกาสแห่งการผิดศีลข้อสาม คนจนๆไม่มีใครเขาอยากอยู่เป็นคู่ครองด้วย หรือถูกพ่อแม่อีกฝ่ายกีดกัน เมื่อแอบรักใครชอบใครอาจฉุดลากเขามาทำภรรยาหรือข่มขืนเขาได้

ตามมาด้วยโอกาสแห่งการผิดศีลข้อที่สี่คือการพูดเท็จ เนื่องจากความจนอาจไปลักทรัพย์ใครมาเมื่อเขาจับได้ก็โกหกปฏิเสธเพราะกลัวผิดกลัวโทษ เป็นต้น ตามมาด้วยโอกาสแห่งการผิดศีลข้อที่ห้าดื่มสุราเมรัยน้ำเมา คนจนมักกลุ้มใจลงเอยด้วยน้ำเมา คนจนส่วนใหญ่ดื่มเหล้าเป็นอันมากเมากันหัวราน้ำเพราะเครียดที่จนไม่มีเงินจึงจับกลุ่มกันกินเหล้าเมาสุรา

คนจนมักจะรักษาศีลห้าไม่ค่อยได้ครบทุกข้อ บางคนผิดศีลห้าทุกข้อ บางคนรักษาได้ข้อเดียวหรือสองข้อ แต่ไม่ใช่ว่าคนจนทุกคนจะรักษาศีลห้าไม่ได้เลย บางคนก็รักษาศีลห้าได้ถ้าเขาเชื่อเรื่องกรรมเขาก็ย่อมตั้งใจรักษาศีลได้ แม้ความจนจะบีบบังคับก็ตามเขาก็ไม่ยอมผิดศีล จะว่าแต่คนจนมีโอกาสผิดศีลสูงเลย แม้แต่พวกคนมีอันจะกินที่ไม่กลัวบาปกรรมก็ทำผิดศีลกันมาก บางคนก็ไปตกกุ้งตกปลาทั้งๆที่มีเงินซื้ออาหารที่ทำจากกุ้งปลากินก็ได้ เพราะเขาไม่กลัวบาปจึงไม่สนใจเรื่องศีลธรรม อาจคิดเป็นเกมกีฬาสนุก ทั้งๆที่เกมกีฬาสนุกๆอย่างอื่นมีมากมาย

คนที่มีอันจะกินมีฐานะดีแต่ยังทำตนผิดศีลธรรมนั้นเป็นเรื่องที่น่าเสียดายนัก ทั้งๆที่ไม่มีเรื่องปากท้องมาบีบคั้นให้มีโอกาสทำผิดศีล แต่คนมีอันจะกินบางคนก็มีความโลภมากอยู่ในใจไม่เกรงกลัวบาปจึงไม่คิดรักษาศีลนั่นเอง บางคนโกงกิน ทำตนผิดศีลห้าทุกข้อก็มี บกพร่องบางข้อก็มีมากมาย ทั้งๆที่โอกาสแห่งการผิดศีลนั้นมีโอกาสเกิดน้อยกว่าคนจนที่ถูกความจนบีบคั้นจำต้องผิดศีล แต่คนมีอันจะกินก็ปล่อยให้กิเลสครอบคลุมใจตนให้ผิดศีลได้

ทานนั้นได้เกื้อหนุนศีล
ด้วยเรื่องผลแห่งทานนั้นเปิดโอกาสให้ผู้ทำเคยทำทานไว้เกิดมามีอันจะกินไม่ต้องเดือดร้อนเรื่องปากท้องหิวโหย โอกาสผิดศีลแทบไม่มีเลย ถ้าเป็นคนเกรงกลัวต่อบาป เชื่อเรื่องเวรกรรม ไม่ทำอะไรตามกิเลส และรักษาศีลห้าได้มั่นคง ส่วนคนจนบางคนที่ผิดศีลนั้นส่วนใหญ่เกิดจากความยากจน ความหิวโหย บีบคั้น แต่บางคนก็ผิดศีลเพราะกิเลสพาไป ที่เห็นๆจะมีโอกาสผิดศีลได้ง่ายก็คือผิดศีลข้อหนึ่งฆ่าสัตว์ตัดชีวิต เช่นตกปลากิน เป็นต้น ,ศีลข้อสองลักทรัพย์ และศีลข้อห้าดื่มสุรา เป็นต้น

ศีลเกื้อหนุนภาวนา
ผู้ที่มีศีลจะเจริญภาวนาได้ง่ายกว่าผู้ที่ไม่มีศีลหรือขาดตกบกพร่องในศีล เนื่องจากผู้ที่รักษาศีลนั้นจิตใจจะไม่มีเรื่องที่ทำผิดศีลธรรมมารบกวนใจในขณะเจริญภาวนา แต่ผู้ที่ผิดศีลจะถูกกรรมที่ทำผิดศีลนั้นรบกวนใจในขณะภาวนาได้ง่ายทำให้ใจไม่สงบ การผิดศีลข้อหนึ่งข้อสองข้อสามข้อสี่ก่อกวนรบกวนให้ใจไม่สงบและมีจิตฟุ้งซ่านได้ง่าย ส่วนการผิดศีลข้อที่ห้าในขณะดื่มน้ำเมาอยู่ทำให้ขาดสติไม่สามารถเจริญภาวนาได้ในขณะนั้นเพราะมีอาการเมาค้างอยู่

พระผู้มีพระภาคเจ้าท่านจึงสอนให้พุทธศาสนิกชนทั้งหลายพึงมั่น ทำบุญให้ทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ส.ค. 2009, 08:53 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 เม.ย. 2009, 06:18
โพสต์: 731

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ธัมโม หะเว รักขะติ ธัมมะจาริง
ธรรมะย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม


ขอกราบอนุโมทนาบุญ สาธุ................ :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 5 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร