วันเวลาปัจจุบัน 06 ธ.ค. 2019, 17:15  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=7



กลับไปยังกระทู้  [ 3 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 เม.ย. 2009, 22:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

หลักธรรมในการดำเนินชีวิตให้งดงาม
โดย พระธรรมเมธาภรณ์ (ระแบบ ฐิตญาโณ)

กลุ่มธรรมกลุ่มนี้คงเป็นกุศลธรรมส่วนเหตุ คือ ภาเวตัพพธรรม ที่บุคคลต้องลงมือประพฤติปฏิบัติให้เกิดประสิทธิภาพประสิทธิผลตามที่ทรงแสดงไว้ จึงจะเกิดขึ้นได้ และแต่ละหมวดในภาคปฏิบัติจะบูรณาการกันเอง จนอำนวยผลได้ตามกระบวนการของกุศลธรรม เช่นที่กล่าวมาแล้ว ในที่นี้จะยกมาเป็นตัวอย่างบางหมวด เช่น

ปัญญาวุฒิธรรม คือ ธรรมที่จะนำชีวิตคนให้ดำเนินไปสู่ความเจริญ ๔ ประการ คือ

๑. สัปปุริสสังเสวะ

คบหาสมาคมกับคนดี ด้วยการร่วมหลักคิด ร่วมหลักกิจกรรม ร่วมผลประโยชน์กับท่าน

๒. สัทธัมมสวนะ

ฟังคำสั่งสอนของท่านโดยเคารพ หมายรวมถึงการเกี่ยวข้องกับท่านด้วยการพบปะสนทนา
การเข้าร่วมกิจกรรม ได้รับการแนะนำ เสนอ สั่งสอนจากท่าน ให้ทำด้วยความเคารพ พยายาม
หาประโยชน์จากกุศลเจตนาของท่านให้มากไว้

๓. โยนิโสมนสิการ

พยายามทำใจโดยอุบายวิธีที่แยบคาย คิดได้ คิดดี คิดเป็น คิดชอบ ประกอบด้วยเหตุผลในการ
คิดหาประโยชน์จากทุกอย่างที่ตนสัมผัส

๔. ธัมมานุธัมมปฏิบัติ

ปฏิบัติธรรมให้สมควรแก่ธรรม ปฏิบัติชอบยิ่ง ปฏิบัติตามธรรม มองเห็นผลประโยชน์ต่อเนื่องกันชัดเจนอย่างโครงสร้างพระพุทธดำรัสที่ตรัสส่งพระอรหันตสาวกไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาในคราวแรก มีวัตถุประสงค์คือ การทำงานเพื่อคนเป็นอันมาก น้ำใจต่อคนทำต้องมุ่งอนุเคราะห์ต่อเขา กระบวนการในการแสดงธรรมคือ แสดงอะไร แสดงแก่ใคร แสดงที่ไหน แสดงอย่างไร มีอะไรเป็นเครื่องมือในการสื่อสารที่สอดรับกับคนฟังกลุ่มนั้น คนนั้นแสดงอะไรจบแล้วเขาควรจะได้รับประโยชน์อะไร เป็นต้น และนั่นคือการทำความดีถูกที่ การทำความดีถูกคน การทำความดีถูกดี การทำความดีพอดี การทำความดีถึงดี ช่วยให้เขาทำดีแล้วจึงได้ดี

ธรรมกลุ่มนี้พระบาลีเรียกว่า “วุฒิ” แปลว่า ธรรมที่จะนำคนไปสู่ความเจริญบ้าง “ปัญญาวุฒิ” คือ ความเจริญงอกงามแห่งปัญญาบ้าง ทั้งหมดล้วนเป็นการบ่งบอกความเป็นอริยมรรคของหลักธรรมทั้ง ๔ ประการนี้

:b44: จักร ๔

จักร ๔ คือ ธรรมที่จะนำผู้ปฏิบัติให้ประสบความเจริญ ดุจรถนำคนไปสู่จุดหมายปลายทางที่ตนต้องการ

การนำ “จักร” หรือ ล้อ มาเป็นสื่อในการสอนธรรมเป็นเรื่องของยุคสมัย เพราะแม้ปฐมเทศนาเองก็ทรงใช้คำว่า “ธรรมจักร” คือ ล้อแห่งธรรม

เพราะว่าสมัยนั้นสิ่งที่สามารถนำคนไปสู่ความสำเร็จได้เร็วมาก ทั้งแสดงถึงพลานุภาพที่ไม่อาจทัดเทียมได้คือ “จักรรัตนะ” จักรแก้วของพระเจ้าจักรพรรดิ มีลักษณะเป็นล้อที่สามารถส่งไปให้ทำลายฝ่ายตรงกันข้ามไปในที่ที่พระเจ้าจักรพรรดิต้องการเสด็จได้ในเวลาที่รวดเร็ว ธรรมในที่นี้ทรงใช้คำว่าจักร ก็มีลักษณะเดียวกันก็คือ หากใครสามารถคุณสมบัติที่กำหนดความเป็นจักรได้ครบ คุณธรรมเหล่านั้นก็จะนำเข้าไปสู่จุดหมายปลายทางตามที่ตนต้องการได้

แต่ก็ต้องเข้าใจนี่ก็คือปริยายเทศนา ที่เมื่อลงมือประพฤติปฏิบัติแล้วจะอำนวยผลให้ เช่นเดียวกับวุฒิธรรม เป็นต้นนั่นเอง เพราะหลักธรรมเหล่านี้ก็คือ มรรคสัจ ดังกล่าวคือ

๑. ปฏิรูปปเทสวาสะ

การได้อยู่ในสถานที่หรือถิ่นที่มีความเหมาะสม ที่จะช่วยให้ตนสามารถใช้เป็นที่พัฒนาตนตามสมควรแก่ฐานะนั้นๆ อาจจะเรียกได้ว่าทำเลดีงาม เช่นการศึกษาปฏิบัติธรรมของพุทธศาสนิกชน ประเทศไทยได้ชื่อว่า ปฏิรูปเทสะ เป็นต้น

๒. สัปปุริสูปัสสยะ

การคบหาสมาคมกับท่านที่เป็นนักปราชญ์บัณฑิต ที่ได้นามว่า สัตบุรุษ

๓. อัตตสัมมาปณิธิ

การตั้งตนไว้ในทางที่ชอบ มีเจตจำนงที่จะนำตนไปสู่ผลที่ดีงาม ตามที่ได้ศึกษาหาความเข้าใจจากสัตบุรุษ

๔. ปุพเพกตปุญญตา

ความเป็นคนที่มีความดี บุญกุศลที่ตนทำไว้ในกาลก่อน มีพื้นฐานดีมีความพร้อมที่จะได้รับประโยชน์จากสถานที่ คนที่ตนคบหา จิตสำนึกของตนเอง

พึงสังเกตว่ามีการมองเหตุในรูปของการสืบสาวไปถึงกิเลสหรือกรรมเสมอ อดีตกรรมเป็นเรื่องที่พระพุทธญาณที่ทรงรู้จากพระญาณของพระองค์ ในแง่กรรมท่านจะพูดในรูปของกรรมดีกรรมชั่ว ที่มาจากบารมีและอาสวะ บารมีคือการสะสมสิ่งดีๆ เอาไว้ภายในจิต สร้างพื้นฐานด้านต่างๆ ให้คนมีความโน้มเอียงไปในทางใฝ่ดี ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ

คนที่พบเห็นพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าด้วยกัน ทำไมจึงได้รับผลจากการเห็น การฟังธรรมต่างกัน แม้จะฟังเรื่องเดียวกัน นี่แสดงว่าความแตกต่างกลับไปที่บุญบาปในอดีตที่มีความยิ่งหย่อนแตกต่างกัน

จากจุดนี้สามารถหาข้อสรุปได้ว่า

สิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของคนจะบวกหรือลบก็ตาม
มีสามเหตุแฝงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้คือ
แรงของอาสวะและบารมี
หรืออกุศลกรรม และกุศลกรรมในอดีตร่วมด้วยเสมอ


ความเป็นจักรขององค์ธรรมทั้ง ๔ ประการคือ การที่คนสามารถใช้ประเทศอันสมควรกับบุญที่ทำไว้ในกาลก่อน เป็นแรงผลักดันให้พบสัตบุรุษ มีความศรัทธาที่จะเข้าไปหาท่าน ฟังธรรม กำหนดข้อความที่ตนฟัง พิจารณาข้อความแล้วน้อมเอาธรรมเหล่านั้นมาปฏิบัติพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ หลักการที่สำคัญคือ การตั้งตนไว้ชอบของแต่ละคนอีก ๓ ประการ กลายเป็นปัจจัยเสริม ซึ่งก็คงเป็นตามกฎแห่งกรรม นั่นคือการทำความดีก็ได้รับผลดีนั่นเอง

:b44: อิทธิบาท ๔

อิทธิบาท แปลว่า ธรรมที่จะนำผู้ปฏิบัติให้ประสบความสำเร็จในสิ่งที่ตนประสงค์ ที่ไม่นอกเหนือวิสัย

องค์ธรรมข้อนี้มาจาก “อิทธิ” แปลว่า ความสำเร็จ “บาท” แปลว่า ทางหรือเหตุ

องค์ธรรมจึงเป็นอริยมรรคเช่นเดิม องค์ธรรม ๔ ข้อนี้มีความสำคัญมาก เมื่อนำไปปฏิบัติจะมีอาการหนุนหนุนเนื่องกันตลอดไป ทำนองเดียวกับวุฒิธรรมและกุศลธรรมส่วนเหตุกลุ่มอื่นๆ คือ

๑. ฉันทะ

ความพอใจรักใคร่ยินดีในสิ่งนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การทำงาน การปฏิบัติธรรม เป็นต้น ก็ตาม

๒. วิริยะ

เพียรพยายามหมั่นประกอบ ประพฤติ กระทำไปตามสมควรแก่กรณีของภารกิจนั้นๆ เป็นการใช้ความเพียรอย่างกล้าหาญ มุ่งมั่นสู่ผลที่ตนต้องการอย่างมั่นคง

๓. จิตตะ

เอาใจใส่ สนใจทุกขั้นตอนของการงานที่ต้องจัด ต้องทำเหล่านั้น บางคราวอาจจะทำในรูปของจิตจดจ่อต่อภารกิจเหล่านั้นอย่างเอาจริงเอาจัง เด็ดเดี่ยว

๔. วิมังสา

มีการตรวจสอบ ตรวจตรา หาเหตุผลในสิ่งนั้นนั้นๆ ตรวจสอบแม้ก่อนจะปลูกฝังความพอใจขณะใช้ความเพียร การแสดงอาการมุ่งมั่น รวมถึงการพิจารณาตนเอง

ในความหมายที่เต็มที่นั้น ท่านใช้คำบาลีว่า “ฉนฺทสมาธิปธานสงฺขาร”

อันเป็นการพยายามเพิ่มพูนความดีเหล่านั้นด้วยความเพียรพยายามที่หนักแน่นมั่นคง จนกว่าจะบรรลุผลตามที่ตนต้องการ องค์ธรรมทุกข้อใช้ข้อความข้างท้ายเช่นเดียวกัน


:b8: :b8: :b8:

ที่มา : พระธรรมเมธาภรณ์ (ระแบบ ฐิตญาโณ) รวบรวมเรียบเรียง.
โลกและชีวิตในวิถีแห่งธรรม, หน้า ๑๖๒-๑๖๖.


:b47: รวมคำสอน “พระธรรมเมธาภรณ์ (ระแบบ ฐิตญาโณ)”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=47886


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 เม.ย. 2009, 13:12 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


สาธุ สาธุ สาธุค่ะ...คุณกุหลาบสีชา

ธรรมะสวัสดีค่ะ

:b1: :b48: :b27:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 มี.ค. 2019, 06:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 2234


 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss :b8: :b8: :b8:
:b20:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 3 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 8 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร