วันเวลาปัจจุบัน 12 ธ.ค. 2018, 11:45  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=7



กลับไปยังกระทู้  [ 5 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 พ.ย. 2008, 18:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


...เรามาเจริญพระกรรมฐานปฏิบัติอยู่ทุกลมหายใจเข้าออก ไม่ใช่ของยากอะไรนักหนา
แต่ของที่ยากที่สุดนั้นก็คือ จิตของเราไม่ได้สนใจ ขาดสติตกไป
ไม่สามารถจะชนะใจเราได้ จิตมันก็แพ้
จิตใจเหลวแหลกแตกลาญ เหมือนคนติดยาเสพติด
บอกเลิกแล้วก็ไม่เลิก เลิกไม่ได้ก็แพ้อยู่ตลอดชนะไม่ได้
ถ้าเรามีสติอยู่ในสมาธิ ตั้งอยู่ตลอดรายการแล้ว ก็สามารถชนะเข้าสักวันหนึ่ง
ในเมื่อเราชนะจิตใจของเราได้ ก็สามารถชนะคนอื่นได้โดยไม่ยากนัก
แต่เราก็ยังแพ้ตัวเองอยู่ไม่สามารถจะชนะใจจนได้
คนเราจึงขยันไม่เท่ากัน ขี้เกียจไม่เท่ากัน
เนื่องจากว่าไม่มีการชนะจิต ไม่อยากเอางานเอาการแต่ประการใด
คนประเภทนี้ควรแพ้ แพ้แปลว่า มันแย่ลง แย่ลงไปแล้วก็ไม่มีอะไรดีขึ้นอีก
ไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่มันเกิดขึ้นในชีวิตของตนเลย
นำความหายนะเข้ามาสู่จิตก็เนื่องจากเราขาดสติไปนั่นเอง
ถ้าเรามีสติกำหนดได้ เช่นยกตัวอย่างว่า ยืนหนอ ๕ ครั้ง เราก็ยังทำกันไม่ได้
ถ้าทำได้แล้วจะรู้ซึ้งถึงจิตว่าจะชนะมันตรงไหน เรามีสติควบคุมไว้ได้


เวลาพูดนั้นมันมีสัจจะความจริงที่ขณะพูด
แต่พูดแล้วไม่ทำเพราะเหตุใด คนพูดแล้วไม่ทำ คือ คนแพ้
แพ้แล้วมันก็ต้องแย่ แย่แล้วมันก็ต้องทรุด
ไม่ได้วิมุติ ไม่สามารถจะสำเร็จมรรคผลแต่ประการใด
ไม่สามารถสำเร็จแน่นอนทั้งทางโลกและทางธรรม
ทำอะไรก็จับจดเหมือนคนไปเข้างานบริษัท
เข้าแล้วก็ออก มันเบื่องาน ไปเข้างานโน้นก็ออกงานนี้ มันจับจดตลอดเวลา
นี่แปลว่าผู้พ่ายแพ้ไม่มีการชนะจิตใจได้เลย
ก็จะมีแต่ความทุกข์ความเพ้อฝันไปต่าง ๆ นานาประการ
มีความทุกข์แล้วก็ดิ้นรนไปตามเรื่องกุศลอกุศลกรรม
ไปหาผีเจ้าเข้าทรง ไปหาที่พึ่ง แต่แล้วขาดที่พึ่งของตน
การเจริญกรรมฐานต้องการจะพึ่งตนให้ได้
ต้องตั้งสติให้มันปลงตก ทำจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์


คนที่พูดแล้วไม่ทำ พ่ายแพ้ทั้งคำพูด พ่ายแพ้ทั้งอารมณ์
อารมณ์ก็ข่มให้อยู่ที่ ไม่ได้ธรรมะ ไม่มีอะไรข่มใจ
ธรรมะตัวนี้แหละแปลว่า ข่ม แปลว่าให้จิตอยู่ที่ คือ สติตัวเอง
สตินี้มันทำให้ข่มได้หลายอย่างทำใจให้สบายก็ได้
แต่ขาดสติเมื่อใด เราจะเสียใจเมื่อนั้น
จะทำอะไรก็ไม่ได้ผลมีแต่ความเกียจคร้าน
เกียจคร้านต่อหน้าที่การงานไม่เอางานเอาการ
การงานก็เสียไปเองเป็นการ
ทำร้ายตัวเองคือ พวกพ่ายแพ้ เป็นการทำลายตัวเอง
คนที่สร้างตัวเอง ส่งเสริมตัวเองให้ดีนั้นก็เป็นผู้ชนะจิต
โดยมีสติควบคุมเอาไว้ได้
ถ้าเราควบคุมไว้ไม่อยู่ จิตใจจะออกไปข้างนอก
ไม่สามารถจะตามไปดูมันได้
จิตใจก็เลเพลาดพลาดไปตามสภาวะของเขาเหล่านั้น
ไม่สามารถจะอยู่คงที่คงวาคงศอกได้เลย
ก็กลายเป็นคนที่เหลวแหลก
ทำอะไรก็จับจด ทำอะไรก็ขาดความจริงใจ ขาดเหตุผลข้อนี้ไป


การเจริญสติปฏิบัติธรรม ถ้าทำโดยต่อเนื่องไป
จะเป็นคนมีธรรมะประจำใจ จะเป็นคนเรียบร้อย
อิริยาบถก็จะเปลี่ยนไปเรียบร้อยสวยงาม น่าดู น่ารัก น่าชม
จะรับประทานอาหารก็เรียบร้อยไม่มูมมาม ไม่เกะกะ จะเรียบร้อยทุกอย่าง
นี่การปฏิบัติธรรมเป็นอย่างนี้
ถ้าไม่สำรวมขาดความสังวร ขาดสติ ไม่ระวัง มันก็มักพลาด
เกิดเป็นความประมาทขึ้นกับตัวท่านเอง
ตัวท่านเองจะทำอะไรไม่ได้ดี ทำนองนี้เป็นต้น


การยืนหนอ ๕ ครั้ง เราต้องตามวัด วัดตั้งแต่ศีรษะลงปลายเท้า
วัดจากเท้าขึ้นมาบนศีรษะ ให้มันมีสติอยู่ด้วย
ท่านทำได้ท่านก็จะชนะ
เมื่อท่านชนะใจตัวเองได้แล้วเหตุใดเล่าจะชนะคนอื่นเขาไม่ได้
ท่านจะแพ้ตัวเองอยู่เสมอ มันก็มักแพ้คนอื่นด้วย
พระพุทธเจ้าท่านยกตรงนี้มาสอนชัดเจนมาก
ถ้าชนะตัวเราได้ ชนะจิตใจได้เมื่อไร ก็เปรียบประดุจว่าชนะคนทั้งโลกได้


โลกมนุษย์จะเป็นโลกที่แจ่มใส
ไม่มีอนาทรร้อนจิตได้ก็ต่อเมื่อเราชนะตนเองได้
ชนะโลกก็หมายถึงทำโลกให้สว่าง
ให้มันสว่างไสวเหมือนแสงสว่างในปัญญาของตน ถึงจะได้กุศล
ทำอะไรก็ไม่จับจด ทำอะไรก็เรียบร้อย
เช่นหายใจเข้าออก บางคนก็กำหนดกันไม่ได้ มันไม่ค่อยได้จังหวะ
อารมณ์ของตนเองก็จะร้อนบ้างเย็นบ้าง
หายใจเข้าออกไม่เสมอต้นเสมอปลาย
ขาดเป็นช่วง ๆ ความชัดเจนของการมองท้องพองยุบมันก็ไม่ชัด
เพราะเราขาดสติ สติเราไม่พอนั่นเอง


การเดินจงกรม พยายามเดินให้ช้าเข้าไว้ เดินไวมันขาดสติ
ทำอะไรรวดเร็วมากเกินไปมักขาดสติ
ขาดสติเมื่อใดจิตมันจะเป็นทาส
มันจะขาดความคิดอ่านขาดความรู้ ขาดความตั้งใจ
และมันขาดประสบการณ์ที่มันเคยประสบมา
ท่านทั้งหลายมีอุดมการณ์ในชีวิตของท่าน ท่านจะมีสติ
ยกตัวอย่างให้เห็น เกิดมาตั้งแต่เล็ก ๆ ไร้พ่อไร้แม่
ต้องพึ่งตัวเองตลอด ในการเหนื่อยยากลำบากลำบนต้องทนตลอดรายการ


คนมีสติมีอุดมการณ์จะอดทนต่อการงาน และหน้าที่ตั้งแต่เล็ก
อยู่ในกองเงินกองทอง อยู่ในบ้านเศรษฐีแต่เอาดีไม่ได้ เพราะเหตุใด
เพราะไม่มีความอดทน พอแยกครอบครัวไปแล้วโดนเข้าหมดทุกราย
เพราะไม่เคยทนทุกข์ทรมาน ลำบากมาก่อน
คนที่ไม่เคยลำบากมาก่อนไปทำอะไรโดนยากลำบากเข้า
จิตก็ลอดออกไปนอกประเด็น ขาดขันติความอดทน ขาดขันติธรรม
แล้วจะมีประโยชน์อันใดหรือ
บางคนชนะใจตนเองไม่ได้ ตั้งใจทำ ๓ วัน ทำ ๓ วันบ้าง ๗ วันบ้าง
แต่ยังไม่ครบกำหนดที่ตั้งใจไว้ก็ลาไปแล้ว บอกหนูทำไม่ได้
นี่แหละมันเป็นอย่างนี้หนอ
ของง่าย ๆ ก็ทำไม่ได้แล้ว แล้วของยากจะทำกันได้อย่างไร


การเจริญกรรมฐานไม่ใช่ของยาก แต่ปัญหาอยู่ที่ความตั้งใจทำ
เรามีศรัทธาหรือเปล่า ไม่มีศรัทธาสร้างความดี
มีแต่ศรัทธาสร้างความชั่ว ไม่มีความอดทน
ไม่มีการต่อสู้ที่จะสร้างความดี
ชีวิตก็จะเลเพลาดพลาดทั้งชีวิต พลาดจากการงาน
การงานที่เป็นหน้าที่ของตนก็ทำไม่ได้
เช่น กิจวัตรสวดมนต์ไหว้พระก็ไม่สนใจ ไม่อยากสวด อวดใครเขาไม่ได้
คนเราจะอวดใคร ต้องเอาความดีของตนเข้าไปอวด
ไม่ใช่เอาความชั่วไปอวดเขา
คนเราไม่ใช่ว่าจะอวดดีกว่าคนอื่นเขา แต่มีความดีให้เขาเห็น
ให้เขาได้เป็นพยานหลักฐานบ้างจะดีกว่า


การสร้างความชั่วนี้มันสร้างออกไปง่าย ๆ
แต่ทำความดีมันยากลำบากใจเสียเหลือเกิน ก็ไม่อยากจะสร้างกัน
การมาเจริญกรรมฐานจึงไม่ชอบประกอบความดีกัน
ชอบไปประกอบความชั่ว เอาตัวเลวร้ายในสังคม
เป็นที่พึ่งของใครก็ไม่ได้ ทำไมถึงเป็นที่พึ่งใครไม่ได้
เพราะตอบคำเดียว เพราะพึ่งตัวเองไม่ได้นั่นเอง
ช่วยเหลือตัวเองยังไม่ได้แล้วใครจะมาช่วยเรา หรือจะมาพึ่งเราได้เล่า
เห็นไหมมันออกมาในรูปแบบที่ชัดเจนมาก


ท่านชนะจิตใจท่านได้ ท่านจะมีความสุขมาก
ถ้าท่านแพ้อยู่ตลอด
ท่านก็จะไม่สามารถชนะกิเลสความชั่วต่าง ๆ ภายในตัวท่านได้เลย
เช่นความโกรธ ท่านก็ไม่สามารถจะชนะความโกรธของท่านได้
ท่านจะมีแต่ความโกรธ ขี้โมโห ขี้หึง ขี้หวง
หนักหน่วงในหัวใจ ทำอะไรจะไม่มีแบบแผน


ท่านทั้งหลายเอ๋ย ถ้าเรามาเจริญกรรมฐานเพิ่มพลังจิต ให้เกิดรักตัวเองให้มาก
ก่อนที่จะไปรักคนอื่นเขา ท่านจะยอมรักคนอื่นมากกว่ายอมรักตนเอง มีที่ไหน
ท่านอุบาสกอุบาสิกาทั้งหลาย ถ้าท่านเจริญกรรมฐานได้ผล
ท่านจะสงสารตัวเองว่า เมื่อก่อนเราสร้างความชั่วไว้มากมายก็จริง
ยิงนกตกปลา ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตมามากมายก็จริง
แต่เอาละตอนนี้ข้าพเจ้าจะขอตั้งใจ
ต่อไปในชีวิตของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะขอตั้งสัจจะไว้
จะไม่ขอกระทำชั่วเช่นนี้อีกต่อไป จะสร้างแต่เมตตา จะช่วยเหลือผู้อื่นต่อไป


การเจริญกรรมฐานทำให้ช่วยเหลือตัวเองได้ทุกกระเบียดนิ้ว
เราสอนตัวเองได้เมื่อใดแล้ว เราก็จะสอนคนอื่นได้
ถ้ายังสอนตัวเองไม่ได้ ไม่ต้องไปสอนคนอื่นเขา
เช่นครูโรงเรียน คุณครูมักสอนว่า
“นักเรียนเอ๋ย เจ้าต้องทำอย่างที่ครูสอน แต่อย่าเอาเยี่ยงอย่างที่ครูทำ”
เพราะครูกำลังจะไปกินเหล้า เดี๋ยวครูจะไปเล่นการพนันแล้วนักเรียนเอ๋ย
นี่มันเป็นอย่างนี้แล้วใช่ไหมครูบาอาจารย์สมัยนี้
กรุณาเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับนักเรียนหน่อย


บางทีครูอาจารย์สอนกรรมฐาน ก็สอนนั่ง สอนเดินจงกรม
แต่แล้วครูอาจารย์ก็แอบไปนอนซะแล้ว
แล้วมันจะขลังไหม มันจะไม่ขลัง แต่จะเกิดความคลั่งในจิตใจ


คนเราแค่ตัวเองก็ยังเอาตัวเองไม่รอด แล้วจะไปช่วยเหลือคนอื่นได้อย่างไร
กินก็ไม่พอปากพอท้อง แล้วไหนเลยจะไปมีผัวมีเมีย จะไปเลี้ยงลูกเลี้ยงเต้าได้อย่างไร
แค่ตัวเองก็เอาไม่รอดแล้ว อย่าเพิ่งไปมีครอบครัวเมื่อยังไม่พร้อม
คนประเภทนี้จะไปไม่รอดนะ กินไม่พอปากไม่พอท้อง
แล้วยังจะไม่เอาคนอื่นเขามาลำบาก เป็นครอบเป็นครัวสร้างตัวก็ไม่ได้เช่นนี้


ท่านทั้งหลายที่มาเจริญกรรมฐาน ขอให้ท่านตั้งใจ
ถ้าไม่ตั้งใจแล้ว ท่านจะสำนึกเสียใจภายหลังว่า
เรานะเราเกิดมาทั้งทีเอาดีกับเขาบ้างไม่ได้เลยหรือ
บางคนก็ช่วยตัวเองไม่ได้ บางบ้านก็เป็นเศรษฐีมั่งมีศรีสุข
ก็ยังช่วยตัวเองไม่ได้มีมากหลายประการ
คนประเภทนี้มักเป็นคนมักง่ายเห็นแก่ตัว เห็นแต่ประโยชน์ส่วนตน
คนประเภทนี้ถ้าได้เจริญกรรมฐาน ทำได้
จะกลับเป็นคนที่เสียสละ มีเมตตา รักตัวก่อน
ในเมื่อสงสารรักตัวเองแล้ว ก็จะไปสงสารคนอื่น


คนที่รักตัวเองจริงจะไม่กลัวตาย รักตัวอย่ากลัวตาย
คนที่ไม่รักตัวกลัวตายนั้นเป็นคนไร้สาระแล้วก็จะได้ตาย ไว ๆ
คนที่รักตัวจริงแล้วทุกสิ่งเขาก็จะไม่ตาย
อดทนตลอดไป จะทำอะไรก็มีขันติธรรม
มีอะไรมากระทบกระเทือนจิตใจก็สามารถทอดทนได้
มีสติที่มั่นคงแล้วทุกสิ่ง ทำอะไรจะไม่ประมาทพลาดพลั้งไปได้เลย


เพราะฉะนั้น การเจริญกรรมฐานจึงมีประโยชน์สำหรับผู้ทำติดต่อกันไป
และเวลาไม่สบายใจก็ควรจะเจริญกรรมฐาน
ตั้งสติเอาไว้พิจารณาทุกข์
เราแก้ทุกข์ถึงเวลาทุกข์แล้วก็เอาสุขมาอย่างไร
ถึงเวลามีความทุกข์ความยากร้องรีบแก้ทันที อย่ารอรีแต่ประการใด
ตั้งสติยึดมั่นได้ จะได้แก้ปัญหาที่ทุกข์ ทุกข์เรื่องครอบครัว ทุกข์เรื่องงาน
ทุกข์เรื่องกิจการต่าง ๆ เรารีบแก้ตอนนั้นทันที
อดทนสู้ด้วยสติสัมปชัญญะจากการเจริญสติปัฏฐาน ๔ เป็นการต่อสู้ที่ดีที่สุด
ต่อสู้อย่างเข้มแข็ง กำลังกายก็เข้มแข็ง กำลังจิตก็อดทน
บริหารงานได้อย่างมีประโยชน์ต่อชีวิต
ชีวิตท่านก็จะแจ่มใส นั่นแหละจึงแก้ปัญหาได้
มิฉะนั้นท่านจะแก้ปัญหาไม่ได้ มานั่งจิ้ม ๆ จ้ำ ๆ
แล้วจะให้ได้ญาณได้อย่างไร มา ๑๐ วัน ๗ วัน
ได้ญาณ ๑๖ เดินไปถึงระยะ ๖ อธิบายญาณกันเป็นแถวไปหมด
ได้อะไร แค่พองหนอยุบหนอก็ทำไม่ได้กันแล้ว
ขวาย่าง ซ้ายย่าง ก็ยังไม่ได้จังหวะ ยืนหนอก็ไม่ได้ผล
แล้วท่านจะได้ญาณตรงไหน


ขอให้ท่านผู้ปฏิบัติธรรมตั้งใจกำหนดตั้งสติทุกอิริยาบถ
กำหนดจิตทุกลมหายใจเข้าออก อย่าหายใจทิ้งปล่อยอารมณ์ไปเปล่า ๆ
ไม่มีสติเสียไปเปล่า ๆ เหมือนเปิดน้ำประปาทิ้งไม่มีประโยชน์
เราจะเดินไปทางไหนก็ต้องเดินอย่างมีสติ จะพูดก็พูดอย่างมีสติ
จะทำการงานใดก็มีสติกำหนดไว้


ถ้าเราถ้าโกรธง่ายจะแก่เกินวัย บางคนอายุแค่ ๔๐ เหมือนคนอายุ ๗๐
บางคนอายุ ๙๐ กลับเหมือนคนอายุแค่ ๖๐
นั่นแหละเพราะเขาไม่โกรธเขาไม่ลงโทษใคร
เขาสร้างอารมณ์คือกรรมฐานตลอดรายการ เขาจึงไม่แก่เกินวัย
ถ้าคนไหนโกรธบ่อย ๆ โรคมันจะแทรกซ้อน มันจะตายไวนะ


ท่านยึดพระรัตนตรัยเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจท่านตลอดชีวิต
ท่านจะทำอะไรก็จะไม่พลาด มีหลักฐาน จิตก็ชุ่มชื่นเบิกบานใจ
ท่านจะต้องไม่สนใจกันคนที่แพ้อยู่ตลอดรายการ
ไม่เอาไหน ไม่เอางานเอาการ วัน ๆ มัวแต่นั่งคิดแต่ไม่ทำ
ไม่ได้เรื่องไม่ได้ราว ท้อแท้ต่ออุปสรรคตลอด


คนเราไม่ควรปล่อยอารมณ์ตามใจตนตามใจตัว เอาดีไม่ได้แน่นอนที่สุด
แม้จะเอาพระมาเทศน์ หรืออ่านหนังสือธรรมะสัก ๑๐๐ เล่ม ก็เอาดีไม่ได้
ปฏิบัติกรรมฐานทั้งทีก็มาทำจิ้ม ๆ จ้ำ ๆ
บวชชีพราหมณ์วัดนี้เสร็จ ไปบวชชีพราหมณ์วัดโน้นต่อ
วัดโน้นดัง วัดนี้ดัง ดังไปทั่วประเทศ เดี๋ยวฝึกพุทโธบ้าง เดี๋ยวสัมมาอะระหังบ้าง
เดี๋ยวพองหนอยุบหนอบ้าง เลยไม่ได้หลักที่แน่นอน
ไม่ได้เกณฑ์พิธีการเสียความเป็นมนุษย์ เป็นบุรุษโคมลอยเคว้งคว้าง
อายุมากแล้วยังเอาดีไม่ได้
น่าเสียดาย ตองอับอายขายหน้าเพื่อนในสังคม
เค้าได้ดีกันหมด แต่เรายังเอาดีไม่ได้
เรามีมือมีเท้าเหมือนเขา แต่ทำไมทำดีไม่ได้เท่าเขา...



คัดลอกจาก...
http://www.jarun.org

:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 พ.ย. 2008, 19:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 พ.ค. 2004, 20:31
โพสต์: 1491

อายุ: 0
ที่อยู่: ธนบุรี

 ข้อมูลส่วนตัว www


:b8: สาธุๆๆ

ไม่เห็นคุณลูกโป่งในเข้าลานหลายวัน. :b6:

.....................................................
รูปภาพ
"อย่าลืมตัว อย่าลืมปัจจุบัน อย่าลืมปฏิบัติ"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 พ.ย. 2008, 10:42 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


ท่านสายลมคะ...พอดีช่วงนี้ยุ่งๆค่ะ เลยไม่ค่อยได้เข้ามา

สบายดีนะคะ...ระลึกถึงเสมอค่ะ

ธรรมะสวัสดีค่ะ

:b1: :b16: tongue


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 พ.ย. 2008, 19:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 พ.ค. 2008, 10:19
โพสต์: 246


 ข้อมูลส่วนตัว www


ชนะใจตนชนะคนทั้งโลกครับผม คำสัจย์เป็นอมตะไม่ตายครับผม
:b22: :b32: :b4: :b18:

.....................................................
ธรรมะคือธรรมชาติ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 พ.ย. 2008, 09:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 พ.ย. 2008, 17:20
โพสต์: 1052

งานอดิเรก: อ่านหนังสือธรรมะ
อายุ: 0
ที่อยู่: Bangkok

 ข้อมูลส่วนตัว


เราอ่านบทความนี้แล้ว จะพยายามปฎิบัติละความโกรธให้ได้ :b21: :b21:
ที่ผ่านมาเราไม่รู้เลยนะว่าเราขาดความรักตัวเอง เราเริ่มศึกษาธรรมะทุกวัน
ได้ประมาณ 3 เดือน และหัดนั่งสมาธิด้วย ตอนนี้ได้ครั้งละ10-15 นาที :b27:
เราจะสวดมนต์-นั่งสมาธิ แผ่เมตตาให้ผู้อื่น :b7: :b7: มาตลอด
ต่อนี้ไปเราจะรักตัวเราให้มากยิ่งขึ้นค่ะ :b4: :b4: :b4:
:b8: :b8: :b8: k.ลูกโป่ง สำหรับธรรมะดีๆนะคะ :b8: :b8: :b8:

.....................................................
    มีสิ่งใด น่าโกรธ อย่าโทษเขา.... ต้องโทษเรา ที่ใจ ไม่เข้มแข็ง
    เรื่องน่าโกรธ แม้ว่า จะมาแรง ....ถ้าใจแข็ง เหนือกว่า ชนะมัน


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 5 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร