วันเวลาปัจจุบัน 27 ก.ย. 2026, 05:18  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=7



กลับไปยังกระทู้  [ 13 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 15:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 8260

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

• เขาภาวนาเพื่อให้ละ ไม่ใช่ภาวนาเพื่อให้เอา

• ก่อนที่จะพูดอะไร ให้ถามตัวเองว่าที่จะพูดนี้จำเป็นหรือเปล่า
ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าพูด นี่เป็นขั้นต้นของการอบรมใจ
เพราะถ้าเราควบคุมปากตัวเองไม่ได้ เราจะควบคุมใจได้อย่างไร


• ไปกี่วัดกี่วัด รวมแล้วก็วัดเดียวนั่นหละคือ วัดตัวเรา

• คนเราต้องบ้าภาวนา จึงจะภาวนาได้ดี
เวลาภาวนาอย่าไปกลัวว่า ภาวนาแล้วจะเป็นนั่นเป็นนี่
เพราะเป็นของแก้กันได้ ให้กลัวอย่างเดียวว่า จะภาวนาไม่เป็น


• ให้ภาวนา อย่ามัวแต่ง่วงนอน นอนกันมาไม่รู้กี่ชาติแล้ว
ไม่รู้จักอิ่มสักที มัวแต่เป็นผู้ประมาท
ไม่รู้จักมนุษย์สมบัติเอาไว้ ระวังจะเหลือไม่เท่าเก่า


• สักวันหนึ่งความตายจะมาถึงเรา
มาบีบบังคับให้เราปล่อยทุกสิ่งทุกอย่าง
ฉะนั้น เราต้องหัดปล่อยวางล่วงหน้า ให้มันเคย
ไม่อย่างนั้น พอถึงเวลาไปจะลำบาก


• เมื่อคิดที่พุทโธแล้วไม่ต้องลังเลว่า จะนั่งไม่ได้ดี
ถ้าตั้งใจจริงแล้วมันต้องได้ สิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวเป็นมารผจญ
เขาเล่นละครอะไรๆ เราก็ไปดู ไม่ใช่ว่าไปเล่นกับเขาด้วย


• เวลาเราทำงานอะไรอยู่ ถ้าเราสังเกตว่าใจเราเสีย ก็ให้หยุดทันที
แล้วกลับมาดูใจของตนเอง เราต้องรักษาใจของเราไว้เป็นงานอันดับแรก


• คนอื่นเขาด่าเรา เขาก็ลืมไป แต่เราไปเก็บมาคิด
เหมือนเขาคายเศษอาหารทิ้งไปแล้ว เราไปเก็บมากิน แล้วจะว่าใครโง่


• มันไม่มีใครเจ็บ มันไม่มีใครตาย นั่นแหละ
ตรงนั้นแหละ มันมีอยู่แล้วทุกคน เหมือนเราคว่ำมืออยู่ เราก็หงายมือเสีย
แต่ผู้ที่มีปัญญาเท่านั้นที่จะทำได้ ถ้าโง่ก็ไม่เห็น ก็ไม่ได้ ไม่พ้นเกิด พ้นตาย


• ปฏิบัติยังไม่เข้าขั้นแล้วอย่าไปเที่ยวสอนเขา
มันมีโทษนะ ที่จริงไปถูกเขาเผยแพร่มากกว่า
สอนไปสอนมากลายเป็นปฏิกูลน่ากิน อสุภะน่ากอด


• ของดีจริงไม่ต้องโฆษณา คนชอบขายความดีของตัวเอง
ที่จริงขายความโง่ของตัวเองมากกว่า คมให้มีในฝัก
ให้ถึงเวลาที่จะต้องใช้จริงๆ จึงคอยชักออกมา จะได้ไม่เสียคม


• คนเราเวลานั่งภาวนา กว่าใจจะสงบได้ก็ต้องใช้เวลานาน
แต่พอจะออกจากที่นั่งก็ทิ้งเลย อย่างนี้เรียกว่า
เวลาขึ้นบ้านก็ขึ้นบันใด เวลาลงก็กระโดดลงหน้าต่าง


• ต้องหมั่นมีสติ หมั่นพิจารณาร่างกายจนเป็นกระดูกจนร่วงลงไปกอง
แล้วเผาให้เกลี้ยงไปเลย ถามตัวเองซิ มีตัวตนไหม
อะไรทำให้ทุกข์ ทำให้เจ็บปวด มีตัวเราไหม
ดูให้ถึงแก่นแท้ของธรรมชาติพิจารณาไปจนไม่มีอะไรของเราสักอย่าง


• มันไม่มีใครเจ็บ มันไม่มีใครตาย นั่นแหละ ตรงนั้นแหละ
มันมีอยู่แล้วทุกคน เหมือนเราคว่ำมืออยู่ เราก็หงายมือเสีย
แต่ผู้ที่มีปัญญาเท่านั้นที่จะทำได้ ถ้าโง่ก็ไม่เห็น ก็ไม่ได้ ไม่พ้นเกิด พ้นตาย


• พระธรรมถามว่า วันคืนล่วงไปๆ บัดนี้เราทำอะไรอยู่...
แล้วเราจะตอบท่านว่ายังไง


• เราเกิดมานับอสงไขยไม่ถ้วน
ถ้าจะเอากระดูกที่เราเคยตายเกิดมากองไว้ ก็จะโตกว่าเขาพระสุเมรุ
น้ำในแม่น้ำมหาสมุทรน้อยใหญ่ทั้งหลายนะ
ก็ยังน้อยกว่าน้ำตาที่เคยหลั่งรินเพราะความทุกข์ทั้งหลายเสียอีก


• อะไรๆ ก็ขึ้นอยู่กับความสังเกตของเรา
ถ้าความสังเกตของเรายังหยาบๆ เราจะได้แต่ของหยาบๆ
การภาวนาของเราก็จะไม่มีทางเจริญก้าวหน้าไปได้


• ต้องหมั่นมีสติ หมั่นพิจารณาร่างกายจนเป็นเป็นกระดูกจนร่วงลงไปกอง
แล้วเผาให้เกลี้ยงไปเลย ถามตัวเองซิ มีตัวตนไหม
อะไรทำให้ทุกข์ ทำให้เจ็บปวด มีตัวเราไหม
ดูให้ถึงแก่นแท้ของธรรมชาติพิจารณาไปจนไม่มีอะไรของเราสักอย่าง


• ผู้รู้แล้วจะไม่ทุกข์ ผู้ไม่รู้เท่านั้นเป็นทุกข์
ทุกข์มันก็มีอยู่กับทุกคน ไม่มีใครไม่มีหรอก
ตราบใดที่ยังมีขันธ์ ๕ อยู่ ทุกข์ก็ต้องมี
แต่ถ้าเรารู้แล้ว เราจะอยู่อย่างสบาย


• ผู้มีปัญญา เมื่อเห็นเช่นนี้
ย่อมเกิดความสลดสังเวชในภพชาติ
ไม่ยินดีในการเกิด มีจิตมุ่งตรงต่อนิพพานอย่างเดียว


• คนทั้งหลายเขาก็อยู่กับทุกข์ๆ ๆ ทั้งนั้น
แต่ไม่รู้จักทุกข์ จึงพ้นจากทุกข์ไม่ได้


• มัวแต่ตัดรากถอนโคน
ระวังลูกมันจะหล่นลงมางอกอีก


• ใจจะคิดจะปรุงอะไรก็ปรุงได้ แต่อย่าหลง

• การกำหนดทุกข์ ก็ต้องเอาให้ละเอียด
ต้องเอาถึงขนาดแค่ลืมตาปุ๊บ รูปมากระทบก็รู้ว่าทุกข์แล้ว

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 15:51 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 8260

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


• นิพพานนั้นเป็นเรื่องละเอียด ต้องใช้ปัญญาเอามากๆ
ไม่ใช่ของจะถึงด้วยแรงอยาก ถ้าเป็นของที่จะถึงด้วยแรงอยาก
พวกเราคงจะตรัสรู้กันหมดแล้วทั้งโลก


• เมื่อรู้แล้ว ก็ให้อยู่เหนือรู้

• อย่าทำแต่ถูกใจ ต้องทำให้ถึงใจ

• ผู้มีปัญญาย่อมใช้อะไรๆ ให้เป็นประโยชน์ได้ทั้งนั้น

• จิตเปรียบเหมือนพระราชา อารมณ์ทั้งหลายเปรียบเหมือนเสนา
เราอย่าเป็นพระราชาที่หูเบา


• ไปกี่วัดกี่วัด รวมแล้วก็วัดเดียวนั่นแหละคือ วัดตัวเรา

• ใจจะคิดจะปรุงอะไรก็ปรุงได้ แต่อย่าหลง

• การภาวนาของเราต้องมีปีติเป็นเครื่องหล่อเลี้ยง
ไม่อย่างนั้น ทำไปๆ มันจะเหี่ยวแห้ง


• จิตเห็นจิตตามความเป็นจริง เขาก็วางของเขาเอง

• อยู่บนที่สูงแล้ว ก็สามารถมองเห็นอะไรๆ ได้หมด

• ถึงความเห็นของเราจะถูก แต่ถ้าเรายึดเข้าไว้มันก็ผิด

• คนเราถ้าทำดีแล้วติดดีก็ไปไม่รอด เมื่อใจยังมีติดภพชาติยังมีอยู่

• ทำดีให้มันถูกตัวดี อย่าให้มันดีแต่กิริยา

• การภาวนาก็คือการฝึกตาย เพื่อเราจะได้ตายเป็น

• ธรรมะ เราอ่านมามากแล้ว ฟังมานานแล้ว
เราก็ว่าเราเข้าใจ แต่มันถึงใจ ดีจริงหรือยัง


• การภาวนาต้องทิ้งเป็นขั้นๆ
เหมือนเขายิงจรวจในอวกาศพอพ้นจากโลกแล้ว
กระสวยอวกาศก็ต้องทิ้งยานแม่ จึงจะไปถึงโลกพระจันทร์ได้


• ของจริงจึงอยู่กับเรา ถ้าเราทำจริงเราจะได้ของจริง
ถ้าเราทำไม่จริงเราจะได้แต่ของปลอม


• เราเป็นผู้ปฏิบัติธรรม ไม่ต้องไปอัศจรรย์ใครทั้งนั้น
ว่าเขาดีวิเศษวิโสแค่ไหน จะทำอะไรก็ต้องมีหลัก


• ท่านผู้รู้ทั้งหลาย เราไม่ต้องไปเที่ยวกราบท่านหรอก
เป็นการลำบากเปล่าๆ ทั้งสองฝ่าย
ให้กราบท่านในใจดีกว่า เรากราบท่านในใจนั่นแหละเราถึงท่านแล้ว


• ของจริงขึ้นอยู่กับเรา ถ้าเราทำจริงเราจะได้ของจริง
ถ้าเราทำไม่จริงเราจะได้แต่ของปลอม


• ลูกศิษย์คนหนึ่งเป็นคนช่างถาม สงสัยอะไรก็ถามท่านพ่ออยู่เรื่อย
เรื่องภาวนาบ้าง ปัญหาชีวิตบ้าง บางครั้งท่านก็ตอบดีๆ
บางครั้งท่านก็ย้อนถามว่า
“ทำไมจะต้องให้มีคนป้อนให้ถึงปากอยู่ตลอดเวลา ให้คิดเอาเองบ้างซิ”


• ท่านพ่อเคยปรารภเรื่องคนที่ต้องให้ครูบาอาจารย์แก้ปัญหาในชีวิตทุกอย่างว่า
“เหมือนลูกหมาพอมีขี้ติดตูดอยู่นิดหนึ่งก็ต้องรีบวิ่งไปหาแม่
ไม่รู้จักล้างตัวเองบ้าง อย่างนี้เรียกว่า ลูกแหง่เลี้ยงไม่โตสักที”


• คนติดครูบาอาจารย์ก็เหมือนแมลงหวี่มาตอม ไล่เท่าไรๆ ก็ไม่ยอมไป

• พวกภาวนาที่อยู่ใกล้ครูบาอาจารย์ แต่ไม่รู้จักท่าน
ก็เหมือนทัพพีอยู่ในหม้อแกง
ไม่มีโอกาสรู้รสของแกงว่า เปรี้ยว เผ็ด มันอย่างไร


• คนหลายอาจารย์ ที่จริงไม่มีอาจารย์เลย

• ศิษย์หลายคน ในเมื่อรับความเมตตาจากท่านพ่อ
ก็อดไม่ได้ที่จะพูดกับท่านว่า รักท่าน เคารพท่าน เหมือนพ่อบังเกิดเกล้า
บางครั้งท่านก็ย้อนถามว่า “จริงอย่างที่พูดหรือเปล่า
ถ้าจริงก็อย่าลืมลมซิ รักพ่อจริงอย่าทิ้งลมนะลูก”


• มีลูกศิษย์คนหนึ่งมาขอรูปเล็กๆ ของท่านพ่อเพื่อห้อยไว้ที่คอ
ท่านก็บอกว่า “ไม่ต้องห้อยรูปครูบาอาจารย์หรอก
ไม่ต้องไปบอกว่าใครเป็นอาจารย์ รู้ไว้ที่ใจก็พอ”


• อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน จะจนใจเอง

• จะดูคนอื่น ต้องดูที่เจตนาเขา

• เราจะให้คนอื่นเขาดี เราต้องดูว่า ดีของเขามีอยู่แค่ไหน
ถ้าดีของเขามีอยู่แค่นั้น เราจะให้เขาดีกว่านั้น เราก็โง่


• ใครจะดีอย่างไรจะชั่วอย่างไร ก็เรื่องของเขา
เราดูเรื่องของเราดีกว่า


• ศิษย์คนหนึ่งเล่าให้ท่านพ่อฟังถึงปัญหาทั้งหลายแหล่
ที่เข้ามาเรื่อยๆ ในที่ทำงาน ตัวเองก็อยากจะลาออก
อยู่เงียบๆ แต่ก็ลาไม่ได้ ท่านพ่อจึงแนะนำว่า
“ในเมื่อเราต้องอยู่กับมันเรา ต้องรู้จักให้อยู่เหนือมันเราจึงจะอยู่ได้”


• เราทำงาน อย่าให้งานทำเรา

• ศิษย์อีกคนหนึ่งมาบ่นกับท่านพ่อว่า ทั้งในบ้าน ทั้งในที่ทำงาน
ตัวองต้องเจอแต่ปัญหาหนักๆ แทบเป็นแทบตายทั้งนั้น
ท่านจึงบอกว่า “เราเป็นคนจริง จึงต้องเจอของจริง”


• เจออุปสรรคอะไร เราก็ต้องสู้
ถ้าเรายอมแพ้เอาง่ายๆ เราจะต้องแพ้อยู่เรื่อย


• ข้างในเราก็ต้องแกร่ง มีอะไรมากระทบ เราจะได้ไม่หวั่นไหว

• ให้พกหิน อย่าพกนุ่น

• ลูกศิษย์บางคนเมื่อภาวนาแล้ว
เกิดมีความรู้ความเห็นถึงอดีตชาติของตนเองและผู้อื่น
รู้สึกตื่นเต้นจึงนำมาเล่าถวายให้ท่านพ่อฟัง ท่านเตือนว่า
“ภพชาติที่ผ่านมายังไปยินดีกันอยู่หรือ คนโง่เท่านั้นที่เข้าไปติด
เราตาย-เราเกิดมานับอสงไขยไม่ถ้วน ถ้าจะเอากระดูกที่เราเคยเกิดตายมากองไว้
ก็จะโตยิ่งกว่าเขาพระสุเมรุ น้ำในแม่น้ำมหาสมุทรน้อยใหญ่ทั้งหลายนะ
ก็ยังน้อยกว่าน้ำตาของเราที่เคยหลั่งรินเพราะความทุกข์ทั้งหลายเสียอีก
ผู้มีปัญญาเมื่อเห็นเช่นนี้ย่อมเกิดความสลดสังเวชในภพชาติ
ไม่ยินดีในการเกิด มีจิตมุ่งตรงต่อพระนิพพานอย่างเดียว”

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 15:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 8260

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

• หูเราก็มี ๒ หู ปากก็มีปากเดียว
แสดงว่าเราต้องฟังให้มาก ต้องพูดให้น้อย


• ศิษย์ที่เป็นคนช่างพูดเคยถูกท่านพ่อเตือนว่า
“อย่าให้ลมออกมากนะ ลมออกมากได้อะไรขึ้นมา
มีแต่เรื่อง ให้กำหนดลมเข้าจะดีกว่า”


• ท่านพ่อได้ยินศิษย์สองคนนั่งคุยกัน
คนหนึ่งถามปัญหาอีกคนหนึ่งตอบโดยเริ่มต้น “เข้าใจว่า คงจะ...”
แต่ท่านพ่อก็ตัดบททันที “ถ้าไม่รู้ก็ตอบว่าไม่รู้ก็หมดเรื่อง
เขาขอความรู้เราก็ให้ความเดามันจะถูกที่ไหน”


• เรามีอะไรเกิดขึ้นในระหว่างภาวนา
เราไม่ต้องไปเล่าให้ใครฟังนอกจากอาจารย์ของเรา
เรามีอะไรจะไปอวดเขาทำไม เป็นกิเลสไม่ใช่หรือ


• ลูกศิษย์อีกคนหนึ่งรู้ตัวว่า เป็นผู้ที่พูดจาไม่ค่อยเรียบร้อย
จึงถามท่านพ่อว่า ข้อนี้จะเป็นอุปสรรคในการปฏิบัติใจไหม
ท่านตอบว่า “อย่าไปข้องใจกับกิริยาภายนอก ให้ภายในใจของเราดีเป็นสำคัญ”


• เวลากินข้าวให้ใจอยู่กับลม แล้วพิจารณาดูว่า เรากินเพื่ออะไร
ถ้าเรามัวแต่กินเพื่อเอร็ดอร่อย อาหารที่กินเข้าไปนั้นให้โทษกับเราได้


• สร้างพระไว้ในใจของเรา ได้บุญยิ่งกว่าสร้างพระข้างนอก

• วันหนึ่งท่านพ่อชี้หญ้าที่ขึ้นรกบริเวณกุฏิท่านให้โยมคนหนึ่งดู
แล้วถามเขาว่า “หญ้าปากคอกโยมไม่เอาหรือ”


• อีกครั้งหนึ่งท่านพ่อพาลูกศิษย์จากกรุงเทพฯ ขึ้นไปทำความสะอาด
บริเวณพระเจดีย์ พอดีเจอเศษขยะที่ใครไม่ทราบทิ้งไว้บนนั้น
ลูกศิษย์คนหนึ่งจึงบ่นว่า “แหมไม่น่าจะมีใครขาดความเคารพถึงขนาดนี้”
แต่ท่านพ่อบอกว่า “อย่าไปว่าเขานะ ถ้าเขาไม่ได้ทิ้งของไว้พวกเราจะไม่มีโอกาสเอาบุญ”


• ทำดีให้มันถูกตัวดี อย่าให้มันดีแต่กิริยา

• มีคนมาปรารภกับท่านพ่อว่า อยากจะทำบุญวันเกิด
ท่านก็บอกว่า “ทำไมต้องทำวันเกิด ทำวันอื่นไม่เป็นบุญหรือ
คิดอยากจะทำบุญเมื่อไร ก็ให้รีบทำวันนั้น อย่าไปรอวันเกิด
กว่าจะถึงวันเกิด เราอาจจะถึงวันตายนั่นแหละ”


• อีกคนหนึ่งบอกกับท่านพ่อว่า จะทำบุญฉลองวันเกิด
ท่านก็ตอบว่า “ฉลองมันทำไม วันเกิดก็คือวันตายนั่นแหละ”


• มัวแต่นึกถึงวันเกิด ให้นึกถึงวันตายเสียบ้าง

• คนเราทุกคนก็อยู่ในบัญชีตาย
พอเกิดมาเราก็เข้าคิวรอเขาประหารชีวิต จะถึงตัวเราเมื่อไรก็ไม่มีใครรู้
ฉะนั้น เราจะประมาทไม่ได้ ต้องรีบสร้างความดีของเราให้ถึงพร้อม


• มีลูกศิษย์ต่างชาติมาปฏิบัติธรรมกับท่านพ่อใหม่ๆ
ถามถึงเรื่องชาติก่อน-ชาติหน้า ว่ามีจริงหรือไม่
ท่านตอบว่า “คนเราจะปฏิบัติธรรม พระพุทธเจ้าสอนให้เชื่ออย่างเดียว
คือเชื่อกรรม นอกจากนั้นจะเชื่อหรือไม่ก็ไม่สำคัญ”


• ท่านพ่อเคยปรารภคนที่ไม่สนใจนั่งภาวนา
แต่ยินดีช่วยงานก่อสร้างในวัด ว่า “บุญเบาๆ เขาไม่ชอบ
ต้องหาบุญหนักๆ ให้เขาทำ จึงจะถึงใจเขา”


• ทำดีให้มันถูกตัวดี อย่าให้มันดีแต่กิริยา

• บางครั้งเวลาลูกศิษย์นั่งภาวนาหรือทำการบุญใดๆ
ท่านพ่อจะสอนให้อธิษฐานใจไว้ก่อน
แต่คำที่สอนให้อธิษฐานนั้น จะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
บางครั้งท่านจะสอนให้อธิษฐานตามแบบฉบับของพระเจ้าอโศกว่า
“เกิดชาติหน้า ขอให้มีความสามารถในตัวของตัวเอง นั่นก็พอ”


• บางครั้งท่านจะสอนว่า “อย่าไปอธิษฐานอะไรให้มากมาย
เกิดชาติหน้าฉันใด ขอให้เกิดตามพระพุทธศาสนาก็แล้วกัน”


• แต่ไม่ใช่ว่า ท่านพ่อจะสอนลูกศิษย์ทุกคนให้อธิษฐานใจเวลาทำบุญ
ศิษย์คนหนึ่งเคยกราบเรียนท่านว่า เวลาทำบุญจิตรู้สึกเฉยๆ
ไม่นึกอยากจะขออะไรทั้งสิ้น ท่านก็บอกว่า “ถ้าจิตมันเต็มแล้ว ไม่ต้องขอก็ได้
เหมือนเราทานข้าวมันก็ต้องอิ่ม ถึงจะขอหรือไม่ขอให้มันอิ่ม อย่างไรมันก็ต้องอิ่ม”


• โยมคนหนึ่งมาวัดธรรมสถิตเป็นครั้งแรก
กำหนดจะอยู่ถือศีล-ภาวนา เป็นเวลา ๒ อาทิตย์
ท่านพ่อก็เตือนว่า “ฆราวาสออกจากบ้าน ก็เหมือนสมภารออกจากวัด
จะไปหาความสะดวกสบายไม่ได้นะ”


• ในระหว่างการก่อสร้างเจดีย์ที่วัดธรรมสถิตย์
มีช่วงหนึ่งที่ลูกศิษย์ที่ไปช่วยงานก่อสร้างเกิดทะเลาะกัน
ลูกศิษย์คนหนึ่งที่ไม่พอใจในเหตุการณ์ ไปรายงานท่านพ่อ
ซึ่งขณะนั้นพักอยู่ที่วัดมกุฎฯ พอเขารายงานเสร็จ
ท่านพ่อก็ถามว่าฯ “รู้จักหินไหม” “รู้จักค่ะ” “รู้จักเพชรไหม” “รู้จักค่ะ”
“แล้วทำไมไม่เลือกเก็บเพชรล่ะ เก็บมันทำไมหิน”


• ถ้าใจเรามั่นใจคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
พวกที่เขาเล่นของไสยศาสตร์ จะทำอะไรเราไม่ได้


• ท่านพ่อเคยปรารภนักปฏิบัติที่ยังนับถือคนเข้าทรงว่า
“ถ้าต้องการให้การปฏิบัติได้ผลดีต้องอธิษฐานว่า
จะขอถือองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งอย่างเดียว อย่างอื่นไม่ใช่ที่พึ่ง

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 15:56 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 8260

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


:b8: :b8: :b8: คัดลอกเนื้อหามาจาก...
(๑) หนังสือ...ยาใจ
วัดธรรมสถิต ต.สำนักทอง อ.เมือง จ.ระยอง
(๒) หนังสือ...ผลไม้ในสวนธรรม
หนังสือที่รวบรวมพุทธวจนะของพระพุทธเจ้า
และหลักคำสอนย่อๆ ของพระอริยสงฆ์



มีต่อค่ะ


:b47: ประวัติและปฏิปทา “ท่านพ่อเฟื่อง โชติโก”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=27449

:b47: รวมคำสอน “ท่านพ่อเฟื่อง โชติโก”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=47090

:b47: ประมวลภาพ “ท่านพ่อเฟื่อง โชติโก”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=38&t=21515

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 18:59 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 พ.ย. 2008, 17:20
โพสต์: 1051

งานอดิเรก: อ่านหนังสือธรรมะ
อายุ: 0
ที่อยู่: Bangkok

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8: จะคอยอ่านต่อนะคะ :b16:

.....................................................
    มีสิ่งใด น่าโกรธ อย่าโทษเขา.... ต้องโทษเรา ที่ใจ ไม่เข้มแข็ง
    เรื่องน่าโกรธ แม้ว่า จะมาแรง ....ถ้าใจแข็ง เหนือกว่า ชนะมัน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 ส.ค. 2011, 15:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ก.พ. 2011, 10:52
โพสต์: 256

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b47: :b8: :b8: :b8: :b47:

.....................................................
ทำดี ดีแล้ว เป็นพร
ทำดี ดีแล้ว เป็นพร ไม่ต้อง อ้อนวอน ขอพร กะใคร ให้กวน
พรที่ ให้กัน ผันผวน เป็นเหมือน ลมหวน อวลไป อวลมา อย่าหลง
พรทำ ดีเอง มั่นคง วันคืน ยืนยง ซื่อตรง ต่อผู้ รู้ทำ
อยากรวย ด้วยพร เพียรบำ - เพ็ญบุญ กุศลนำ ให้ถูก ให้พอ ต่อตน
ทุกคน เกิดมา เป็นคน ชั่วดี มีจน เป็นผล แห่งกรรม ทำเอง
ถือธรรม เชื่อกรรม ยำเยง บาปชั่ว กลัวเกรง ทำแต่ กรรมดี ทวีพรฯ

ท่านพุทธทาสภิกขุ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ส.ค. 2016, 21:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 มิ.ย. 2007, 13:49
โพสต์: 1045


 ข้อมูลส่วนตัว


กราบสาธุๆๆ
:b8: :b8: :b8:

.....................................................
ทำความดีทุกๆ วัน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ม.ค. 2017, 09:00 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 พ.ค. 2009, 05:25
โพสต์: 620


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: Kiss


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.พ. 2018, 09:41 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 เม.ย. 2015, 09:43
โพสต์: 906

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขออนุโมทนาสาธุนะครับ
:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 มี.ค. 2019, 07:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 2917


 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss :b8: :b8: :b8:
:b20:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ต.ค. 2019, 17:03 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 2586

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b39: :b44: ขออนุโมทนา สาธุๆๆ ค่ะ
:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 เม.ย. 2020, 17:12 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ธ.ค. 2008, 09:34
โพสต์: 1423


 ข้อมูลส่วนตัว


4Aขออนุโมทนาสาธุการค่ะ :b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 ธ.ค. 2021, 20:21 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2012, 15:32
โพสต์: 3031


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 13 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 36 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร